ฟิ้ววว~~
เสียงสายลมยามดึกสงัดพัดส่งเสียงหวิวๆพร้อมต้นไม้ขยับกิ่งก้านใบไปมาปรากฎร่างของห้าชีวิตที่กำลังนอนรอบกองไฟอย่างอบอุ่นสัมพาทีนั้นนอนกอดตัวกลมกลับซุนหงอคงซึ่งฟ้าครามเองนอนหนุนแขนศิลาอย่างอบอุ่นโดยมีสดายุน้อยกั้นกลางพลิกตัวกอดศิลาที่อยู่ขวามือทีจากนั้นสักพักก็เปลี่ยนเป็นพลิกตัวหันไปกอดฟ้าครามที
นอนดูดนิ้วจ๊วบๆอย่างมีความสุขประหนึ่งคล้ายกับภาพครอบครัวอันที่จริงศิลาเองก็อยากรีบไปทางเบื้องหน้าแต่ฟ้าครามได้ขัดไว้เสียก่อนเพราะศิลากำศึกมาหนักหน่วงแถมศัตรูที่เจอก็ร้ายกาจเธอรู้ดีว่าชายหนุ่มของเธอกำลังฝืนทำเป็นไหวแต่ความจริงสมองของชายหนุ่มมันหล้าถึงขีดสุดจนแทบจะดับลงได้ทุกเมื่อการดื่มน้ำยาคืนปราณนั้นก็ช่วยได้จริงแต่เพียงแค่สามในห้า
ยังไงสะการนอนหลับพักผ่อนก็เป็นสิ่งที่จะเพิ่มค่าสถานะทุกอย่างของร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งอันที่จริงเธอเองก็อยากนอนกอดชายหนุ่มด้วยส่วนหนึ่งเพราะช่วงเวลาที่เธองอนเข้ามันราวกับนานเสียเหลือเกินช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นดำเนินไปอย่างช้าๆภายใต้สายน้ำที่ปกคลุมแทนผืนฟ้ามีเพียงขุนเขาใบไม้ที่รับรู้เหตุภาพเหตุการณ์อันแสนละมุนเหล่านี้
ทว่าศิลากลับตื่นลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบพรางคิดอะไรไปเลื่อยเปื่อยต่างๆนาๆทุกอย่างมันดำเนินเร็วเกินไปเร็วจนบางอย่างเขาเองก็แทบตั้งตัวไม่ทันหากวันใดเขาเกิดก้าวพลาดทุกอย่างอาจจะจบแถมโลกนี้ก็ใช่ว่าผู้เล่นจะน้อยเหนือฟ้ายังมีฟ้าอย่างน้อยๆเขาก็คิดแบบนั้น
ในที่สุดยามเช้าก็มาเยือนอีกครั้งพร้อมกับทั้งหมดตื่นมาล้างหน้าล้างตาก่อนจะเตรียมตัวเสร็จสรรพ
“ไอ้ผานี่มันกว้างยาวขนาดไหนกันนะเราก็เข้ามาหลายกิโลแล้วนะครับเจ้านาย” สัมพาทีเอ่ยขึ้นในขณะที่ทั้งหมดกำลังเดินผ่านวิหารเข้าไปยังช่องทางปากถ้ำที่กว้างสิบเมตรสูงหกเมตรภายในเต็มไปด้วยผลึกธาตุสีฟ้าครามสว่างขึ้นตามผนังถ้ำจนหนาตาราวกับว่าพวกเขากำลังเดินอยู่บนท้องทะเล
“นั่นสิเส้นทางเองก็คดเคี้ยวอ้อมไปมา” ศิลาตอบพร้อมกับใช้ความคิด
“ระเบิดมันทิ้งเลยดีไหม” ซุนหงอคงพูดขึ้น
“หึมม!ฉันก็อยากทำอยู่หลอกแต่ไม่ดีกว่าเผื่อเราอาจจะเจอปริศนาอะไรฟ้าเองก็เคยบอกว่าSPCที่เกี่ยวข้องกับการพิชิตเกมมักจะซ่อนตัวตามสถานที่ต่างๆ”
“ใช่ค่ะ พี่ศิ!ตอนกลับเราแวะไปดูซากูระได้ไหมตอนเขางอนพี่เค๊าเลยไม่ได้ดูพร้อมพี่”
หญิงสาวถามขึ้นด้วยแววตาสีหน้าอ่อนวอนถึงขีดสุดในขณะที่เดินควงแขนขวาของศิลาอย่างเหนียวแน่น
“ได้สิค่ะ” ชายหนุ่มตอบด้วยเสียงที่นุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน
เมื่อทั้งสามเดินมาได้ระยะหนึ่งก็เจอทางตันทว่าเบื้องหน้ามันคือประตูสีดำที่ทำเหมือนให้เห็นเป็นทางตันซึ่งศิลาใช้เนตรมารตรวจสอบถึงได้รู้บนบานประตูนั้นมีรูปเทพโพไซดอนกำลังนอนแช่อ้างน้ำจากุชชี่พร้อมเงือกสาวภาพนั้นเล่นเอาฟ้าครามคิ้วกระตุกวับๆก่อนจะหันมามองยังหน้าศิลาพรางคิดว่าหากชายหนุ่มของเธอทำแบบนั้นบ่างเธอจะเอาอะไรเพ่งกระบานดีระเบิดนิวเคลียร์หรือรถถังบึ่มทีเดียวทั้งสาวๆทั้งชายหนุ่มพร้อมกันเสียสิ้นเรื่องไปแม่ไม่ได้ใครก็ต้องไม่ได้แม่ได้ใครก็ไม่มีสิทธิ์ได้
“หึ่ม!อย่าๆคิดแบบนั้นพี่ไม่ทำแน่ก็ดุสะขนาดนี้” ศิลาหันไปปรามทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวมองหน้าเขาทำเอาหญิงสาวถึงกับยิ้มหวาน
“หว่าแย่จังรู้ทันอีกและ” หญิงสาวตอบพร้อมทำตาโตจนศิลาต้องหยิกแก้มไปมา
“นายท่านบางทีอาจจะเหมือนกับประตูเมืองเพียงแต่ครั้งนี้ไม่ต้องใช้ดวงใจภูติ” สัมพาทีพูดขึ้น
“อืมนาจะใช่” ศิลาหันไปมองเห็นตัวหนังสือโบราณสีดำกลมกลืนกลับผนังถ้ำจนแทบอ่านไม่ออกเขาจึงต้องค่อยๆกวาดสายตาอ่านที่ระบันทัดวนซ้ำไปมาเพื่อความแม่นยำ
“บิดาแห่งท้องทะเลผู้หญิงใหญ่
ขอจงเบิกทางเบื้องหน้าแด่ข้าน้อย
ข้าขอน้อมคารวะองค์บิดาแห่ง สายน้ำ
ผู้หล่อเลี้ยงทุกสรรพชีวิต
อำนาจแห่งวารีนำมาลิขิตชีวิตและจากจร
ความพิโรธของสายน้ำมิอาจมีอำนาจใดขวาง
ขอท่านจงเปิดทางเบื้องหน้าแด่ข้าน้อยเพื่อเป็นการสร้างกุศลผลบุญเทอญ”
ครืนนนนนน
จบคำวิงวอนของศิลาตัวหนังสือโบราณที่เขียนไว้ตามบานประตูพลันส่องแสงสีฟ้าสว่างไสวพร้อมทั้งบานประตูค่อยๆเลื่อนขึ้นด้านบนส่งเสียงคล้ายกับก่อนหินขนาดใหญ่มหาศาลขูดกันเสียดสะท้านหูเศษผงของหินและดินลอยตกลงสู่พื้นฝุ้งในอากาศ
“หืมม!นี่มันยิ่งกว่าPM2.5อีกนะเนี่ย”
ศิลากล่าวขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปซึ่งทางเบื้องหน้าก็ไม่แตกต่างจากเดิมนักเพียงแต่เมื่อเดินมาสักพักพวกเขาก็พบกับทะเลสาบกว้างสุดสายตามองไปทางไหนก็มีแต่ทะเลสาปในน้ำมีเหล่ามัจฉานับพันนับหมื่นนับแสนหลากหลายชนิดกำลังแหวกว่ายไปมา
“อย่างน้อยๆก็ไม่อดตาย” ซุนหงอคงพูดพร้อมกับน้ำลายไหลย้อยเมื่อมองเหล่ามัจฉาศิลาค่อยๆรวบรวมพลังจิตก่อนจะลอยตัวเหนือผืนน้ำแต่ทว่าเมื่อพ้นเขตดินของถ้ำเขากลับต้องรีบกลับมาที่เดิมทันทีพร้อมกับสีหน้าตึงเครียด
จนฟ้าครามต้องเอ่ยถาม
“มันผิดปกติใช่ไหมค่ะ”
“ใช่แล้วคะเมื่อเข้าเขตทะเลสาปพลังชีวิตของพี่ลดลงทันทีเลยชนิดที่เรียกได้ว่าลดลงเร็วมากวินาทีเดียวปาเข้าไปถึงสี่ร้อยแบบนี้แย่แน่น”ศิลาตอบพร้อมสีหน้าครุ่นคิด
“แย่จริงๆถ้าหากเราดื้อดึงไปแล้วเจอสัตว์อสูรแถมโดนสูบพลังชีวิตแบบนี้มีหวังเราจะตายเอง”
ในขณะที่ทั้งหมดกำลังใช้ความคิดพวกเขาทั้งหมดก็ต้องจ้องไปยังเบื้องหน้าไกลออกไปเป็นผืนน้ำกว้างสีฟ้ามันกำลังสั่นไหวก่อตัวเป็นคลื่นสูงสิบเมตรราวสึนามึในคลื่นสูงนั้นเห็นเงาสิ่งมีชีวิตนับร้อยกำลังแหวกว่ายมาทางพวกเขาราวกับจรวด
วึงงง! ซุมมมม เปรี้ยงง แว๊กกก
ศิลายื่นมือไปด้านหน้าเกิดกำแพงพลังจิตสีทองใส่สูงยี่สิบเมตรยาวหนึ่งกิโลเมตรคลื่นน้ำอัดกระแทกกับกำแพงดังสนั่นพร้อมกับร่างของสิ่งมีชีวิตนั้นที่อัดปะทะกับกำแพงพลังจิตเต็มๆส่งคลื่นน้ำแตกกระจาย
“ไทโลซอร์!” ศิลาเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อเห็นร่างของสิ่งมีชีวิตเกล็ดสีดำคล้ายจรเข้มีเท้าเป็นแบบครีบปาปากแหลมเขี้ยวเรียงรายเป็นระเบียบทั้งยาวทั้งแหลมคมร่างของมันยาวถึงสิบหกเมตรกว้างเก้าเมตรคล้ายกับจรเข้ร่างพัฒนาไม่มีผิด
จากนั้นไม่นานพวกมันก็แหวกว่ายมาจากทุกทิศทางราวๆพันกว่าตัวจนพื้นน้ำเบื้องร่างจากสีฟ้าครามใสสะท้อนแสงกลายเป็นสีดำ
ซุมม เปรี้ยงง
มันตัวหนึ่งกระโดดขึ้นมาพร้อมกับศิลาที่อยู่หน้าสุดต่อยหมัดขวาแฝงเคล็ดวิชาทวิภาวะพลังจิตพลังปราณซัดใส่ร่างของมันอย่างจังเกิดเสียงราวกับฟ้าผ่าพร้อมกับร่างของมันแตกระเบิดเศษเนื้อกระจุยกระจายในอากาศส่งเลือดสีแดงฉานสาดออกกระเด็นไปทั่วทิศทาง
“เอ๋ะค่าประสบการณ์ได้มากถึง 200,000หน่วยเลยแหะ”ศิลาถึงกลับยิ้มออกมา พวกเราแยกย้ายกันไปจัดการพวกมันนี่เป็นโอกาศดี”
เมื่อจบคำของศิลาทั้งหมดก็พุ่งทะยานลอยตัวไปในอากาศคนละทิศทางอย่างรวดเร็วซึ่งสัตว์อสูรที่เขาต่อยมือเดียวแล้วตาย99.90%จะให้ค่าประสบการณ์ไม่เกิน30,000หน่วยนี่จึงถือเป็นจุดฟาร์มชั้นยอดเลยที่เดียวอย่างน้อยๆมันอาจจะทำให้เขาเลื่อนระดับได้หนึ่งถึงสองขั้นมากสุดคือสามขั้นจากนั้นเสียงระเบิดก็ดังขึ้นถี่ยิบจนผืนน้ำกลายเป็นสีแดงเลือดไปทั่วบริเวณศิลาปรายสายตามองหลอดเลือดที่ยามนี้มันไม่ลดลงแล้วทว่าวินาทีนั้นเอง
บึมมมม ซูมมมม
เสียงเหมือนของขนาดเท่าภูเขาตกใส่น้ำจนเกิดระลอกคลื่นน้ำสูงหกเมตรแผ่เป็นวงกว้าง
วูบบบบ
“เขตแดน?
ศิลาถึงกับสบถออกมาทันทีเมื่อเห็นเขตแดนสีฟ้าสดขึ้นเป็นโดมกว้างสามเมตรพร้อมกับทั้งสดายุสัมพาทีฟ้าครามลอยเป็นดวงแสงหายกลับเข้าที่สถิตอย่างไม่เต็มใจ
“นี่มัน?พี่ศิเค๊าไม่ได้อยากกลับเข้ามานะดูเหมือนจะถูกเขตแดนบังคับ”
หญิงสาวส่งเสียงแจ่วออกมาจากผ้าพลันคอศิลาเองก็พยักหน้ารับคำของหญิงสาวแต่สายตาจับจ้องไปยังเบื้องหน้าที่ละอองน้ำหนาตาค่อยๆลอยลงสู่ผืนน้ำอีกครั้งเผยให้เห็นผู้มาเยือน
“เทพอสูรบรรพกาลริวงะระดับ220”
ศิลาถึงกับตาโตพร้อมกับจ้องชายเบื้องหน้าที่แต่งกายด้วยชุดหนังสัตว์สีน้ำตาลขาดประปรายคล้ายคนป่าในมือขวาถือสามง้ามสูงสองเมตรบนหัวมีส่วมสิ่งที่คล้ายกับหมวกรูปหัวจรเข้ยาวไปถึงหลังที่ปกคลุมด้วยแผ่หลังของจรเข้เกล็ดสีดำทับชุดหนังสัตว์สีน้ำตาลเขี้ยวเเหลมคมใบหน้าคมเข้มหล่อเหล่าเอาการสงบนิ่งไม่หวั่นไหวราวกับไร้ความรู้สึกนัยน์ตาเป็นตาของจรเข้สีเหลืองดวงตาสีดำเล็กยาวดุร้าย
“คนนี้มัน?”ฟ้าครามจ้องมองหน้าผู้มาเยือนก่อนจะเอ่ยแต่ศิลาไม่ได้ถามอะไรเขาเองก็พอจะเดาๆได้
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่มนุษย์” ริวงะเอ่ยถามเสียงเรียบพร้อมกับชี้สามง้ามยาวเมตรกว่าสีดำสนิทมาทางศิลา
“หาดวงใจภูติ” ศิลาก็ไม่ใช่ประเภทยอมคนชี้ร่ำไห้ใส่หน้าริวงะเช่นกัน
“อย่ามาโอหังชี้หน้าข้าคนนี้”
วูบบบบ บึมมมม
ริวงะตวาดลั่นสะบัดสามง้ามใส่ศิลาทีเดียวคลื่นพลังสีฟ้าเข้มข้นพุ่งโจมตีศิลาอย่างฉลับพันทว่าศิลาเองก็ตวัดร่ำไห้ฟันจากบนลงร่างก่อนจะตวัดโหยหาจากซ้ายไปขวาส่งคลื่นพลังดาบแหลมคมสีทองไขว้กันเข้าต้านทานขุมพลังนั้นอย่างกระทันหัน
ตูมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับคลื่นน้ำระเบิดกระจายเป็นระลอกก่อกำเนิดคลื่นสึนามิออกไปทุกทิศทางต้นโกงกางที่ขึ้นประปรายถูกคลื่นซัดลอยเกลื่อนในผืนน้ำ
ซุมม!!
ละอองน้ำสาดกระจายไปทั่วราวกับไอหมอกก่อนจะค่อยๆร้วงลงสูพื้นน้ำร่างของศิลาชุ่มไปด้วยน้ำจากละอองน้ำเช่นเดียวกับริวงะ
ศิลากกระชับดาบแน่นไว้ในมือทั้งสองข้างพร้อมกับสืบเท้าเดินวนไปมาบนผิวน้ำในท่วงท่าเตรียมจะพุ่งทะยานเช่นเดียวกับริวงะที่มันเองก็สืบเท้าวนไปตรงข้ามกับศิลาสายตาของทั้งสองฝ่ายต่างจับจ้องกันอย่างไม่วางตาทั่วร่างของศิลาปรากฎคลื่นพลังสีทองแผ่ออร่ากลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์เข้ากดดัน
ริวงะจนผิวของมันเริ่มไหม้ด้วยความที่แพ้พลังศักดิ์สิทธิ์ทว่าวินาทีเดียวผิวหนังของมันก็กลับมาเหมือนเดิมก่อนที่ทั่วร่างของมันจะปกคลุ่มด้วยคลื่นพลังสีฟ้าเข้มแผ่กลิ่นอายความชั่วร้ายเข้ากดดันศิลาทว่ามันไม่ได้ผลกับคนที่เป็นมารแบบศิลาอากาศค่อยๆสั่นสะเทือนผิวน้ำค่อยๆกระเพื่อมเป็นระลอกๆแผ่ขยายไปเลื่อยๆ
ติ๊งง!
เสียงน้ำหยดลงจากเส้นผมของศิลากระทบผิวน้ำดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบและนั่นถือเป็นสัญญาณเริ่มศึกดวลเดี่ยวตัวต่อตัว
เช้ง เช้ง เช้ง เช้ง
ยามกระทันหันพริบตาเดียวร่างเงาสองสายหนึ่งสีทองหนึ่งสีฟ้าเข้มเข้าซัดกันเกิดเสียงคมดาบและง้าวดังติดกันถึงสี่ครั้งส่งสระเกล็ดไฟแตกกระจายไปทั่วบริเวณ
เช้ง เช้งงงงงๆๆๆๆๆๆ
จากนั้นดวงแสงสองดวงก็พุ่งทะยานในเวหาปะทะกันไปมาการปะทะกันแต่ระครั้งสร้างคลื่นสึนามิออกมาไม่รู้กี่ระลอก
ฉ๊วะ!
เสียงฉีกกระชากเนื้อดังขึ้นพร้อมกับเลือดสีแดงฉานสาดกระจายในเวหา
ริวงะชิงดีดตัวถอยห่างแต่ทว่าศิลาก็พุ่งทะยานด้วยท่าร่างก้าววรุณและร่นระยะทาง
ริวงะนั้นสามารถรับคมดาบของศิลาได้จริงๆแต่ทว่าสกิลเทพแห่งดาบทำให้คมดาบของศิลาสามารถฟันได้แต่สิ่งที่อยากจะฟันสิ่งที่เขาไม่อยากจะฟันดาบนั้นจะทะลุผ่านไปราวกับสายลมเลือดสีแดงสดของริวงะไหลออกจากอกแผลลึกถึงสามเซนก่อนที่ผืนน้ำเบื้องร่างจะม้วนพุ้งเขาปกคลุมบาดแผลต่อมามันก็กลับมาสมบูรณ์ศิลาที่เห็นแบบนั้นถึงกลับต้องหนีถอยห่างทันที
เพราะมันควบคุมน้ำได้แบบนี้เขาอาจจะเจอคลื่นน้ำเบื้องร่างพุ่งโจมตีเอาเมื่อใดก็ได้แบบที่เขาควบคุมพลังธาตุดิน
“ใช้พลังธาตุน้ำไม่ได้”
ศิลาที่จะใช้พลังธาตุน้ำถึงกลับสบถขึ้นทว่าไม่ใช่แค่ธาตุน้ำธาตุดินธาตุไฟธาตุลมธาตุสายฟ้าก็เช่นกัน
“อีแบบนี้ชักไม่สวยแล้วสิไม่ใช่แค่ผนึกสัตว์อสูรกับภูติแต่ผนึกไปยั้น
วัฏจักรธาตุเลยหรอเนี่ยไอ้ตัวนี้”
“ที่รักสู้ๆนะค่ะ” เสียงหวานใส่ดังแว่วออกมาจากผ้าพลันคอทำเอาศิลาถึงกลับอมยิ้ม
“เพลงดาบเจ้าพิศดารมาก” ริวงะถึงกับต้องเอ่ยชมเพราะเพลงดาบของศิลาทั้งเลื่อนลอยหนักแน่นแยบยลบางจังหวะก็รวดเร็วราวสายฟ้าแล่นผ่านบางจังหวะก็แผ่พริ้วอ่อนช้อยดุจชายหนุ่มกำลังร่ายร่ำถวายแด่ถวยเทพยามแทงปราดๆคล้ายกับแหคลุมผืนดิน
**********************************
ณ.สถานที่หนึ่งในโลกDemonlord
“กลับมาแล้วหรอลูกพ่อ” เสียงหนักทุ้มขรึมเอ่ยขึ้นถามกับอินทรชิตเขาก็คือทศกัณฐ์พญายักษ์ที่กำลังอยู่บนบัลลังก์
“ขออภัยด้วยท่านพ่อข้าไม่อาจนำหัวใจภูติกลับมาได้” อินทรชิตตอบเสียงหนักเเน่นสมกับชายที่ทำผิดและยอมรับ
“ไม่เป็นไรเจ้าไปฝึกฝีมือไว้สะลูกพ่อรอวันของพวกเราว่สแต่มันได้ดวงใจภูติมากี่ชิ้นแล้ว” ทศกัณฐ์เอ่ยถามต่อ
“หกชิ้นแน่นอนท่านพ่อ” อินทรชิตตอบอย่างมั่นใจซึ่งมันเองสัมผัสพลังธรรมชาติได้ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“มันมีเทพีแห่งรัตติกาลเป็นภูติรับใช้ด้วยนะขอรับท่านพ่อ”
“ภูติแห่งธรรมชาติเลือกอยู่ฝั่งนู้นงั้นรึชักน่าสนุกแล้วสิยังไงเสียพวกมันก็ต้องบุกเข้ามาอยู่แล้วเราจะจัดการพวกมันเมื่อตอนนั้นมาถึง พ่อมาพบเจ้าแค่นี้พ่อฝากกรุงลงกากับเจ้าด้วยพ่อต้องไปประชุมอาเซี่ยนต่อแล้วก็ไปรัฐสภาเขาว่ากำลังเดือดระอุทีเดียวเชียว” ทศกัณฐ์กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเหาะออกไปพร้อมในมือถือสิ่งที่คล้ายกับกรงจักรแต่มีช่องรูปหยดน้ำถึงเจ็ดช่อง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดิ้นกันให้ตายเถอะสุดท้ายคนที่จะได้ครอบครองโลกนี้ก็คือข้าพญาทศกัณฐ์” ทศกัณฐ์หัวเราะลั่น