ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 8

    ..ทางด้านของหญิงสาว..“วันนี้หนุ่มน้อยคนนั้นไม่มาอย่างนั้นเหรอ..” คริสกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าเศร้าๆ มันแปลได้ว่าวันนี้เธอจะอดกินแพนเค้กแสนอร่อยนั้น หัวหน้าเทศกิจที่เห็นว่าคุณคริสเป็นเช่นนี้เขาก็เกาๆแก้มของตัวเองเล็กน้อยอย่างจนใจ เพราะเขาแค่มาทำหน้าที่ตามอธิบดีสั่งการเท่านั้น จะให้กล่าวอะไรก็คงจะไม่เหมาะสม“คุณหนูเจ้าคะ... ฉันเหมือนฉันจะเห็นรถเข็นอาหารของเขาไกลๆนู่น.. แต่ว่าเขากลับไปแล้วล่ะค่ะ” หญิงคนรับใช้ของคริสกล่าวออกมาพร้อมกับชี้ไปทางกลุ่มฝุ่นควันตรงนั้น คริสที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบหันไปมอง และมันไม่ผิดอย่างที่สาวใช้กล่าว มันเป็นหนุ่มน้อยคนนั้นอย่างแน่นอน“เย้! พ่อหนุ่มคนนั้นมาแล้วสินะ.. แต่เอ๊ะ! ทำไมเขาหันหลังกลับไปล่ะ... เดี๋ยว! เดี๋ยวก่อน หนุ่มน้อยอย่าเพิ่งไป ไม่นะ! อย่าเพิ่งไปสิ..” คริสกล่าวพร้อมกับทิ้งตัวลงกับพื้น เมื่อเธอเห็นว่าหนุ่มแพนเค้กหายวาบไปกับตา น้ำตามันเริ่มจะซึมออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ก่อนที่เธอจะกล่าวพึมพำเบาๆ“แพนเค้ก.. แพนเค้ก.. แพนเค้ก..” ทั้งๆที่เมื่อคืนเธอเอาแต่ฝัน และจินตนาการถึงแพนเค้กแสนอร่อยนั้น แต่ตอนนี้มันจบสิ้นแล้ว ทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว โลกใบนี้มันถึงกาลอวสานสำหรับเธอแล้ว“ขออนุญาตออกความเห็นเจ้าค่ะคุณหนู.. ฉันคิดว่าเหตุผลที่เขาหนีเราไป..เออ..” สาวใช้คิดจะกล่าว แต่เธอก็ไม่มั่นใจว่าจะพูดมันออกไปดีหรือไม่ แต่สายตาที่คาดคั้น มันจึงทำให้เธอเหงื่อแตกเล็กน้อย“เขาหนีเรา?.. เหตุผล?.. คืออะไรอย่างนั้นเหรอ ‘มีนา’..” คริสกล่าวถามพร้อมกับทำสีหน้าน่ากลัวใส่มีนาสาวใช้ และมันก็ไม่มีทางเลือกแล้ว มีนากลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางเทศกิจคนนั้น เธอรู้ดีว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเดาจากนิสัยของคุณหนูของเธอ เทศกิจเองก็มองมาทางเธออย่างสงสัยไม่เข้าใจในสายตาที่เธอมองมา“คือฉันคิดว่า..น่าจะเป็นเพราะคุณเทศกิจน่ะค่ะ.. พอเขาเห็นว่าเราอยู่กับคุณเทศกิจ เขาก็หนีไปเลยนะคะคุณหนู..” มีนากล่าวออกมาพร้อมกับคิดในใจอย่างสงสารคุณเทศกิจจากใจจริง ‘ขอโทษนะคะคุณเทศกิจตัวประกอบ.. แต่ว่าคุณคงซวยแล้วล่ะ’ มีนากล่าวในใจ ก่อนที่คุณหนูของเธอจะค่อยๆลุกขึ้นมา สีหน้าดูเหมือนปีศาจร้ายตัวบอสเลยก็ไม่ปาน เธอสะบัดคอมาทางเทศกิจที่กำลังเหงื่อท่วมตัว“เป็นเพราะนาย.. เพราะนายอย่างนั้นสินะ!.. นี่แน่ะ!นี่แน่ะ!นี่แน่ะ! แง้ๆๆๆ ฉันอดกินแพนเค้ก.. นายจะถูกไล่ออก.. แง้ๆๆๆ” คริสกล่าวก่อนจะเข้าไปทุบเทศกิจ และร้องไห้ออกมาอย่างกับเด็กน้อย“ห๊ะ!..อะไรนะครับ ไล่ออก!.. อะไรกันครับเนี่ยยย..” เทศกิจตัวประกอบทรุดตัวร้องไห้ออกมาเช่นกัน มีนาสาวใช้ที่เห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็นึกแปลกใจไม่ได้เช่นกัน ทั้งๆมันก็แค่ ‘แพนเค้ก’ เท่านั้น ทำไมคุณหนูของเธอถึงทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นไปได้... …กลับมาทางด้านของโอ๊ต..“มาทันเวลาพอดีเลยแฮะ.. รีบตั้งร้านเลยดีกว่า” โอ๊ตปาดเหงื่อของตัวเองเล็กน้อย เขาเห็นว่ามีนักเรียนเริ่มเดินออกมาจากโรงเรียนบ้างแล้ว เขาเองก็ต้องรีบด้วยตั้งร้านเช่นกัน แต่ในระหว่างที่ยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ชายคนหนึ่งก็เดินตรงมายังที่ร้านของเขา“เจ้าหนู.. แกมาใหม่อย่างนั้นเหรอ..” ชายคนนั้นถามกับโอ๊ต“เออ..ใช่ครับลุง พอดีผมเพิ่งย้ายมาจากที่โรงเรียนใกล้ๆนี่เองครับ..” โอ๊ตแม้จะงงๆอยู่ เขาก็ตอบกลับไป เขาเข้าใจดีว่าไม่ว่าที่ไหนๆมันก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่าเจ้าถิ่น ดังนั้นเขาควรจะสุภาพเอาไว้ก่อน“อย่างนั้นเหรอ.. จะขายที่นี่ลุงก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่ว่าเอ็งต้องจ่ายค่าแผงนะ 40 บาทต่อวัน” ชายคนนั้นกล่าวกับโอ๊ตให้เข้าใจว่าเขาจะต้องจ่ายค่าแผงหรือรถเข็นเพื่อที่จะขายบริเวณนี้“ไม่มีปัญหาครับลุง แต่ว่าลุงเป็นคนที่ได้สัมปทานที่นี่เหรอครับ..” โอ๊ตกล่าวถามก่อนจะยื่นเงินให้กับแก“ใช่.. ข้าเองก็ต้องจ่ายเดือนเดือนละไม่น้อยเลยทีเดียว ดีที่เอ็งเข้าใจ.. ขอบใจมากนะเจ้าหนู..” ลุงแกกล่าวตอบกลับ เขาเข้าใจดีเลยการขอสัมปทานพื้นที่นั้นมันแพงแค่ไหน บางทีลุงคนนี้อาจจะต้องจ่ายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดือนละหลายหมื่นบาท การที่เขาเก็บเพียงแค่ 40 บาท สำหรับทำเลทองอย่างนี้ก็นับว่าถูกมากจริงๆ“ว่าแต่ลุงชื่ออะไรเหรอครับ เผื่อผมได้มาขายที่นี่บ่อยๆ..” โอ๊ตกล่าวถามเพื่อเพิ่มมิตรภาพของเขากับลุงแก แม้จะดูเหมือนไม่จำเป็น แต่ถ้าเกิดว่าพี่สาวคนนั้นยังตามแก้แค้นเขาอยู่ ที่นี่ก็จะเป็นอีกที่หนึ่งที่เขาคิดถึง“เออว่ะ ข้าก็ลืมบอกเอ็งไป .. เรียกข้าว่าลุงศัก.. เอ็งก็เริ่มตั้งร้านได้แล้ว เด็กๆกำลังจะเลิกเรียน ขอให้เอ็งขายดีก็แล้วกัน..” ลุงศักพูดจบแกก็เดินจากไปในทันที เขาไม่แม้แต่จะถามชื่อของโอ๊ตเลยด้วยซ้ำ มันทำให้สีหน้าของโอ๊ตในเวลานี้ดูเหวอๆเล็กน้อย“ตาศักแกก็อย่างนี้แหละหลานเอ๊ย.. แต่ถึงเห็นเข้มๆอย่างนั้น เขาก็เป็นคนดีมากนะเออ” ป้าร้านข้างๆเอ่ยกับเขาเล็กน้อย โอ๊ตที่ได้ยินก็ยกมือไหว้แกเล็กน้อย“สวัสดีครับ.. แกก็คงเป็นคนดีจริงนั่นแหละครับ จริงสิ! ผมชื่อโอ๊ตนะครับ ป้าชื่ออะไรเหรอครับ..” โอ๊ตกล่าวถาม เขาไม่อยากมีปัญหากับร้านใกล้เคียงไม่อย่างนั้นเขาจะอยู่ยากในสังคมอย่างนี้“ชื่อโอ๊ตสินะ เรียกป้าซะด้วย.. คนอื่นเขาเรียกยายกันหมดแล้ว ฮ่าๆ คนอื่นๆเรียกยายว่ายายศรีนะหลาน..” ยายศรีเอ่ยหัวเราะอย่างชอบใจ โอ๊ตที่ได้ยินก็ยิ้มแห้งๆกลับไปให้กับยายแก“ครับยายศรี.. ถ้าผมขายดี ผมจะอุดหนุนไก่ย่างยายสักไม้สองไม้นะครับ..” โอ๊ตตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม ยายศรีแกก็ยิ้มกลับก่อนที่ต่างคนก็ต่างจัดการกับร้านของตัวเอง การขายหน้าโรงเรียนอย่างนี้ เวลาสองชั่วโมงต่อจากนี้คือเวลาทอง จะว่าไปแล้วตอนนี้ร้านของโอ๊ตก็เริ่มมีนักเรียนให้ความสนใจบ้างแล้ว“แก! มีร้านมาใหม่ด้วยล่ะ.. แพนเค้กเหรอ? ลองไปดูกันหน่อยไหม..” นักเรียนสาวคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น นานๆทีจะมีร้านใหม่เข้ามาขายที่นี่ เธอจึงชวนเพื่อนๆในกลุ่มของเธอ“นั่นสินะ.. ไปลองกัน!” เพื่อนๆในกลุ่มพยักหน้าอย่างพร้อมเพียงกัน กลุ่มกลุ่มนี้มีด้วยกันทั้งหมด 5 คน และทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นสาวงามจนได้รับสมญานามว่า ‘5 ดอกไม้สวรรค์’ ประจำโรงเรียน ‘คอสมาติน’ แห่งนี้ โอ๊ตไม่รู้เลยว่ากลุ่มของสาวสวยพวกนี้จะมีอิทธิพลกับอนาคตของร้านเขา มันจะอยู่หรือจะดับก็ขึ้นอยู่กับการวิพากษ์วิจารณ์ของพวกเธอกลุ่มนี้ มันนับว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ร้านแผงลอยที่ไม่ได้เรื่องขายของไม่ออกจนจะต้องหนีไปขายที่อื่นแทน แน่นอนว่าโอ๊ตไม่รู้เรื่องนี้เลย“สวัสดีครับพวกน้องๆ.. รับแบบไหนดีครับ” โอ๊ตยิ้มพร้อมกับกล่าวตามปกติ“สวัสดีค้า.. พี่ชายขายแพนเค้กอย่างนั้นเหรอ มีอะไรแนะนำเราบ้าง”นักเรียนสาวในกลุ่มกล่าวกับเขาอย่างร่าเริง โอ๊ตที่เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าผู้หญิงกลุ่มนี้หน้าตาดีกันทุกคน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมากเท่าไร เพราะในความคิดของเขา เขาคิดว่าเคยเจอคนที่สวยกว่ามาแล้ว แต่ทว่าถ้าพวกเธอทั้ง 5 คนนี้โตมาก็คงจะเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยได้ไม่ยากนัก สมแล้วที่เป็นโรงเรียนสำหรับพวกคนมีกะตังค์“พี่ชายขอแนะนำเมนูของร้านสักหน่อยนะครับ.. แพนเค้ก ขนาดธรรมดา ขาย 15 บาท ขนาดกลาง 20 บาท ขนาดใหญ่ 25 บาทครับคุณน้อง..จริงสิ! พี่ชายลืมไปตอนนี้ร้านของเรามีแบบพิเศษด้วยนะ 30 บาทเท่านั้น..” โอ๊ตกล่าวแนะนำ และไม่ลืมที่จะโปรโมทแพนเค้กแบบพิเศษของเขาด้วย“แบบพิเศษ.. เป็นยังไงเหรอคะ” หญิงสาวอีกคนเอ่ยถามกับโอ๊ตอย่างสงสัย“..อยากลองสั่งดูไหมล่ะ.. เนื่องจากน้องๆเป็นลูกค้าของพี่ชายกลุ่มแรก พี่ชายจะลดให้เป็นพิเศษเหลือเท่ากับขนาดใหญ่ดีไหมเอ่ยย..” โอ๊ตกล่าวด้วยประสบการณ์การค้าขายของเขามานานนับปี การที่จะตกลูกค้ากลุ่มแรก และยิ่งเป็นสาวสวยอย่างนี้แล้ว มันเป็นเรื่องที่ดีเอามากๆ“อืมๆๆ งั้นเอามาลองก่อนคนละชิ้นค่ะพี่ชาย...” หญิงสาวตอบตกลงในทันที โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้น เขาก็แทบจะร้องตะโกนอย่างดีใจ เพียงแค่ 5 ชิ้นเขาก็ได้เงินมากถึง 125 บาทแล้ว สมแล้วที่พวกเธอเป็นลูกคุณหนูผู้ร่ำรวย เขากล่าวตอบรับ ก่อนจะเริ่มเปิดเตากระทะของเขาด้วยไฟอ่อนอย่างเชี่ยวชาญในทันที โอ๊ตเริ่มตักเนยมาทากระทะของเขาบางๆ ก่อนจะหยิบขวดที่เต็มไปด้วยแป้ง แน่นอนว่ามันเป็นขวดที่เขาเพิ่งจะซื้อมา และมันเอาไว้สำหรับวาดภาพนั่นเอง โอ๊ตตั้งสมาธิของตัวเอง ก่อนจะหันไปมองใบหน้าของหญิงสาวทั้ง 5 คน และลงมือบีบแป้งวาดภาพตามที่เขาเห็นทันที“เอ๊ะ! นั่นมันฉันนี่นา..” หญิงสาวกล่าวเสียงดังพร้อมกับทำตาแป๋ว มันเป็นตัวเธอที่เป็นการ์ตูนน่ารักๆแล้วในตอนนี้ เพื่อนๆของเธอที่ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มกลับมาสนใจที่กระทะของเจ้าของร้านอีกครั้ง..