ทิศทางที่ตั้งดินแดนจักรพรรดิ ดินแดนแห่งจุดสูงสุด บริเวณเขตปกครองของ จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ภายในคฤหาสน์สวนอิงฮวา จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ที่นั่งหลับตาพริ้ม ส่งปราณจิตเข้าไปภายในลูกแก้ว ก่อนเขาจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมามองช้าๆ ผู้เป็นภรรยาอย่างอวิ๋นฉินอิน (ภรรยาเก่าของจักรพรรดิ อี้เทียนหรง) ที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ห่างกาย แม้บัดนี้เส้นผมของนาง จะมีผมสีขาวแซม แก่ชราลงไปบ้างก็ตาม แต่ก็ยังไม่อาจ บดบังความงดงามของนางลงได้
ทว่าเมื่อนางเห็นภาพ ลูกแก้วสำรวจที่ฉายภาพค้าง ในคราสุดท้ายของอี้เฉิน ก่อนมันจะค่อยๆ เลือนหายไป หญิงวัยกลางคน ก็ราวกับสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าใดนัก เอ่ยไต่ถามสามีของนาง ออกมาด้วยความยากลำบาก ครั้นเห็นอี้เฉิน มีความละม้ายคล้ายคลึง กับบุตรชายที่โดนเนรเทศ ไปยังดินแดนเบื้องล่างของนาง
“ท่านพี่ เด็กผู้นั้น เด็กผู้นั้น เขามีนามว่าอะไร?”
จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ครั้นรับรู้ถึงความหวั่นไหวของ ผู้เป็นภรรยา เขาถอนลมหายใจออกมาน้อยๆ ก่อนเอ่ยพูดออกมา “เด็กหนุ่มนั้น เขามีนามว่าอี้เฉิน ..ข้านึกว่าเจ้าจะตกใจที่ องค์หญิงอี้ฟางหรง บุตรสาวของเจ้า นางเป็นจักรพรรดิเสียอีก”
อวิ๋นฉินอิน ครั้นนางได้ยินนามของอี้เฉิน ทำให้นางถอนลมหายใจออกมายาว ‘นี่มันก็หลายพันปีแล้ว นางคงจะหวังสูงมากเกินไป เด็กหนุ่มผู้นั้นคงจะเป็นหลานเหลน ของบุตรชาย ของนาง’ “จักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนเทพ ที่อายุน้อยที่สุด เป็นที่พูดคุยของผู้คนในช่วงนี้สินะ ข้าอยากจะเชิญเขา มาพร้อมกับบุตรสาวข้า ไม่รู้ว่าท่านพอจะมีวิธีให้พวกเขา ขึ้นมายังดินแดนจักรพรรดิได้หรือไม่?” อวิ๋นฉินอิน นางไต่ถามผู้เป็นสามีออกมาอย่างไม่ลังเล ถึงความต้องการของนาง
จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ถอนลมหายใจออกมายาว เขาไม่ได้เอ่ยตอบอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ ผู้เป็นภรรยาแต่อย่างใด ทำให้อวิ๋นฉินอิน คลี่ยิ้มออกมากว้าง อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ในรอบหลายปี
****
…ช่วงเวลาเดียวกัน อี้เฉินที่กลับหุบเขาบรรพชน ไปพร้อมกับท่านพี่อี้ฟางหรง สายตาที่วูบไหว ทอประกายของหลินเฟย ที่อยู่ด้านบนพระราชวังสีทอง ก็ฉายประกายความยินดีขึ้นมา ไม่เว้นแม้กระทั่ง มิตรสหายของอี้เฉินเอง ที่เห็นใบหน้าอี้เฉินอีกครา
ด้านอี้เฉินเองก็รับรู้ถึงสายตา ห่วงหาอาทรของหลินเฟยที่ทอประกาย จากภายในม่านตาคู่นั้น ได้เป็นอย่างดี ก่อนอี้เฉินจะเผยรอยยิ้มเจิดจ้าออกมากว้าง ราวกับเป็นแสงอาทิตย์ของยามเช้า ส่งไปหาหลินเฟย หญิงสาวภายในครรลองสายตาของเขา
ครั้นอี้เฉินนำเอา สงครามน้อย อาเม่ย เจียวหยาง ออกมาจากลูกบาศก์มิติ ทั้งสามก็พากันประสานฝ่ามือ รีบสืบฝีเท้าจากไปในทันที ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ ของผู้เป็นอาจารย์ ในยามนี้
อี้เฉินที่เห็นเหล่าศิษย์ทั้งสาม สืบฝีเท้าจากไป เขาได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนออกมา ส่งทำพูดไล่หลัง ไปให้พวกเขาเหล่าศิษย์ “พวกเจ้าตั้งใจฝึกปรือกันเข้าล่ะ”
ทว่าฝ่ามือของอี้เฉิน ที่เข้ามาใกล้ชิดหลินเฟย ราวกับเป็นปลาหมึก พยายามจะเอื้อมจับตัวหลินเฟย มาไว้ภายในอ้อมแขน แต่ก็ถูกฝ่ามือหลินเฟย ปัดป้องอยู่หลายครา พร้อมใบหน้าแดงซ่านของหญิงสาว ถอยฝีเท้า ก้าวถอยหลังออกไป อย่างต่อเนื่อง ประหนึ่งว่าเป็นการเต้นฟ้อนรำ พร้อมปากหลินเฟยที่พองลมตุ๊บป่อง
ก่อนจะถูกอี้เฉินโอบเอว นางเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้หลินเฟยหนีไปไหน ครั้นทั้งสองที่ประสานสายตากัน ก็ราวกับมีแรงดึงดูด บางอย่างที่ยากจะหักห้ามใจ ราวกับเวลาพวกเขาหยุดนิ่งไปชั่วครู่ พร้อมริมฝีปากที่สั่นกระตุกน้อยๆ ขึ้นมา
องค์หญิงอี้ฟางหรง ที่ยืนหัวโด่นางยังใบหน้าแดงซ่าน ยกฝ่ามือป้องปาก กระแอมไอ ออกมาน้อยๆ อะแฮ่ม!! “พวกเจ้าแต่งงานกันแล้วเช่นนั้นหรือ? เหมือนว่าข้าจะพลาดงานแต่งงาน สำคัญไปสินะ”
อี้เฉินที่ปล่อยฝ่ามือออกจาก เอวคอดของหลินเฟย มีท่าทีร้อนรนน้อยๆ ก่อนจะยิ้มหน้าเจื่อนออกมา ทว่าฝ่ามือยังคงจับมือหลินเฟยไว้แน่น หลินเฟย นางเองก็มีสภาพไม่ต่างจากอี้เฉินมากนัก ครั้นเห็นสายตาของสตรีที่อยู่เบื้องหน้า แววตาดุร้ายไม่น้อย
องค์หญิงอี้ฟางหรง นางผ่อนลมหายใจออกมายาว ก่อนส่งคำพูดไล่หลังออกไปหาอี้เฉิน ที่เตรียมจะสืบฝีเท้า ไปรักษาตัว “เอาเถอะเหมือนว่าหลายๆ อย่าง จะเปลี่ยนไปมาก ในช่วงเวลาที่ข้าไม่อยู่ อีกอย่างเหมือนว่าคนตระกูลอี้ จะล้มตายลงไปไม่น้อย เกรงว่าเจ้าควรจะมีหลาน ให้ข้าอุ้มเล่น ได้แล้วกระมังอี้เฉิน”
ด้านอี้เฉิน กับหลินเฟยที่ได้ยินคำพูดไล่หลัง ของท่านพี่อี้ฟางหรง พวกเขาต่างก็สะดุ้งโหยง มีท่าทางแปลกประหลาดขึ้นมา อย่างบอกไม่ถูก จนพวกเขาต้องขำแห้งๆ กลบเกลื่อนออกมา พร้อมกับเร่งสืบฝีเท้าจากไป ด้วยความลุกลี้ลุกลน
...เวลาช่วงเกือบหนึ่งสัปดาห์ อี้เฉินเขาแทบไม่ได้ออกไป จากภายในห้องส่วนตัวของเขาแม้แต่ก้าวเดียว การกวาดล้างพวก4สำนักใหญ่ ที่นำโดยผู้พิทักษ์ชราทั้ง4 เองก็ดำเนินไปได้ด้วยดี แล้วยิ่งข่าวคราวของ องค์หญิงอี้ฟางหรง อยู่ในขั้นพลังจักรพรรดิแท้จริง แพร่งพรายออกไปรวดเร็ว ดั่งรองเท้าติดปีก ออกไปทั่วดินแดนเทพ
ส่งผลให้ พวก4สำนักใหญ่หมดกำลังใจที่จะต่อสู้ ถูกกวาดล้าง ลบหายออกไปจากดินแดนเทพ อย่างสมบูรณ์ ในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ทว่าความรุ่งโรจน์ของจักรพรรดิอี้เฉิน ก็ไม่อาจถูกผู้ใดบดบังได้ แม้แต่เหล่าราชาอมตะชรา ยังรู้สึกหวาดกลัว การเติบโตที่รวดเร็วเกินไปของอี้เฉิน ราวกับบัดนี้ พวกเขาเห็นจักรพรรดิโบราณ กลับชาติมาเกิดก็มิปาน
หุบเขาบรรพชน เกิดความวุ่นวายไม่น้อย ผู้ยิ่งใหญ่หลายฝ่าย ต่างก็เข้ามาทักทาย องค์หญิงอี้ฟางหรง กันไม่ขาด มีแม้บางมหาอำนาจ อยากจะให้ องค์หญิงอี้ฟางหรง ขึ้นเป็นผู้ปกครองดินแดนเทพ ด้วยตัวของนางเองเสียด้วยซ้ำ
ทว่าอี้ฟางหรงนางไม่เล่นด้วย ทำให้มหาอำนาจหลายฝ่าย ถูกนางหมายหัวไว้ตัวใหญ่ๆ ก่อนนางจะ ประกาศราชกฤษฎีกา ออกไป ส่งเหล่าราชาอมตะที่มีปัญหาเหล่านั้น ไปประจำการยังชายแดน ป้อมปราการทมิฬ ลดทอนอำนาจของพวกเขาเหล่านั้นลง หมายมั่นจะรวมใจผู้คน ภายในดินแดนเทพให้เป็นหนึ่งอีกครั้ง
แม้เหล่าราชาอมตะเหล่านั้น จะมีท่าทีไม่ยินยอม ทว่าพวกเขาจะขัดขืนอะไรได้ 4สำนักใหญ่เกรงว่า คงจะเป็นตัวอย่างชั้นดี ให้พวกเขาไม่กล้าที่จะกำเริบเสิบสาน อีกต่อไป
...ไม่นานข่าวคราวของ อี้เฉินก็ดังก้องไปทั่ว จากวีรกรรม ฆ่าสังหาร เหล่าราชาอมตะ กวาดล้างพวก4สำนักใหญ่ อย่างหาญกล้า ท้าทายความตาย อย่างห้าวหาญ
ส่งให้สำนักหุบเขาบรรพชน กลายเป็นสำนักอันดับหนึ่ง ตามคำพูดกล่าวขาน ของเหล่าหมู่ชนออกไปทั่ว ส่งให้หน้าสำนักหุบเขาบรรพชน มีอนุชนไม่น้อยที่อยากจะเข้าสำนัก ทว่าการคัดสรรเหล่าศิษย์เข้าสำนัก เข้มงวดเป็นอย่างมาก ทำให้อนุชนหลายคน ต่างก็เดินคอตก กลับลงจากหุบเขาบรรพชน ด้วยความสิ้นหวัง เมื่อไม่ผ่านการรับเลือก เข้าเป็นศิษย์ภายใน สำนักหุบเขาบรรพชน
ภาพอนุชนรุ่นใหม่ เดินคอตก ลงมาจากหุบเขาบรรพชน เกิดขึ้นจนชินตา ไปร่วมเดือนเศษ จนพวกเขาที่มองชมเริ่มจะชินตา ก่อนอนุชนเหล่านั้น จะค่อยๆ เริ่มซาลง มีเพียงแต่พวกหาญกล้าไม่กี่หยิบมือ ที่กล้าเข้ามาท้าทาย ทดสอบเข้าสำนักหุบเขาบรรพชน
...ทางด้านดินแดนจักรพรรดิที่ห่างไกล พวกเขาเองก็พูดคุยเรื่อง จักรพรรดิอี้เฉินผู้ปกครองดินแดนเทพ กันออกมาหนาหูเช่นกัน พวกเขาต่างก็ไม่คิด ดินแดนเทพที่พวกเขามองว่าต้อยต่ำ ปราณพลังฟ้าดิน เสียหายอย่างหนัก จะมีจอมยุทธ์รุ่นใหม่ ที่เก่งกาจ ผงาดขึ้นมาโดดเด่นได้ ถึงกับมายืนเทียบเท่า เหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่อัจฉริยะ ศิษย์เอกของดินแดนจักรพรรดิของพวกเขาได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา
ชายหนุ่มผมสีฟ้านั่งจิบชา อยู่บนโรงเตี๊ยม เขาแค่นเสียงออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ “พวกเจ้าเลิกพูดเหลวไหลได้แล้ว ดินแดนต่ำต้อยนั้นจะมี อัจฉริยะเทียบเท่า ศิษย์เอกนิกายใหญ่ ได้อย่างไรเล่า”
ชายหนุ่มที่ถือพัด โบกสะบัดไปมา เขามีใบหน้าครุ่นคิด ออกมาอยู่ไม่น้อย ก่อนจะกล่าวเห็นด้วยกับคุณชายอู่ “ใช่ๆ ข้าเองก็ไม่เชื่อเช่นกัน ว่าดินแดนเทพ ที่ไม่สมบูรณ์เช่นนั้น จะสร้างอัจฉริยะเทียมฟ้าได้” พวกเขาต่างก็มีความทะนงตัวถือดี หากไม่เห็นกับตาพวกเขาไม่มีทางเชื่อ
"แต่ข้ายังได้ยินมาจากคนดินแดนเทพ ที่มาอยู่อาศัยภายในดินแดนจักรพรรดิว่า จักรพรรดิอี้เฉินผู้นั้น เขามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง กับแม่นาง เยว่ชิงเซียน แต่เห็นว่าเขาผู้นั้น แต่งงานแล้วบัดนี้” คำพูดนั้นของชายหนุ่ม ที่เอ่ยพูดออกมา
ส่งให้บุรุษหนุ่มทั่วโรงเตี๊ยม ที่หมายปอง เยว่ชิงเซียน สตรีงดงามราวกับนางฟ้า ทว่าก็รับรู้ภายในใจของนาง ไม่มีที่ว่างให้ผู้ใด มาตลอดหลายปี เกรงว่าคงเป็นด้วยเหตุนี้สินะ หวังว่านางจะตัดใจ จากจักรพรรดิหนุ่มได้เสียที