ยามสายรอบบริเวณบ่อมรกตเต็มไปด้วยหลุมบ่อกระจัดกระจายด้วยพื้นที่ไฟไหม้ป่าไม้บางส่วนหักราบพณาสูญเกิดหลุมควันกรุ่นขึ้นมากมายบางหลุมกว้างและลึกหลายสิบเมตร ที่ก้นหลุมยังมีหินหลอมละลาย ส่งควันคุกรุ่น คละคลุ้งไปทั่วบริเวณสัตว์อสูรที่เคยชุกชุม แตกตื่นใแล่นหนีไปไกล
ที่ไกลตา มีเงาร่างของชาวยุทธ์จำนวนมากมายเร่งรีบตรงมาเสียงอึกทึกเมื่อคืนดังไกลไปกว่า หนึ่งร้อยกิโลเมตรชาวยุทธ์ต่างแห่กัน เดินทางมาเพื่อแสวงหาโชคลาภจากดาวตก แน่นอนแร่ดาวตกมีค่ามหาศาลนัก นอกจากจะสามารถนำไปสร้างอาวุธอันร้ายกาจบางครั้งอาจพบ อัญมณีมีค่าในหินดาวตก หรือ พบเจอโชคลาภอย่างอื่นเช่น คัมภีร์ลับหรือยาวิเศษที่มาพร้อมกับดาวตกก็เป็ได้
วันต่อมา รอบๆ บริเวณก็คึกคัก มีผู้คนมากมายมาที่นี่หลายวันให้หลังเมื่อข่าวกระจายไป บางคนเดินทางมาจากต่างมืองที่อยู่ไกลเกินสองพันกิโลเมตรเสียอีกเมืองสุ่ย พลันคีกคัก มีผู้คนแปลกหน้ามาเยือนไม่ขาดสายแน่นอนย่อมมีผู้โชคดีพบโชคเจอสินแร่ดาวตกเป็จำนวนไม่น้อยบ้างก็นำมาเร่ขายบ้างก็เก็บเงียบ กระทั่งเกิดการต่อสู้แย่งชิงเมื่อพบของมีค่าเกิดความวุ่นวายเกิดขึ้นมากมายรอบๆ บึงมรกตจนผ่านไปเนิ่นนานหลายเดือนเื่นี้ค่อยๆ เงียบลง
หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด ตั้งอยู่บนริมทะเลสาบซือหยู่บนที่ลาดเชิงเขาต่ำลงไปสิบห้ากิโลเมตร ทะเลสาบนี้มีผู้คนอยู่อาศัยกระจายรอบทะเลสาบหลายสิบหลังคาเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำประมง กับหาของป่าในทะเลสาบมีปลากระบอกน้ำเย็นรสชาติดี เป็อาหารที่เลื่องชื่อของเมืองสุ่ย
เจ็ดวันจากมหันตภัยดาวตก ที่บ้านน้อยริมทะเลสาบ ซือหยู่บ้านหลังนี้สร้างด้วยอิฐกึ่งไม้ไผ่ทิศตะวันตกปลูกอิงโขดหินหน้าบ้านมีสะพานน้อยทอดลงไปในทะเลสาบบนสะพานผูกเรือลำเล็กๆ ลอยลำอยู่ รอบบริเวณบ้านร่มรื่นต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบลานข้างบ้าน มีลานตากสมุนไพร ด้านหลังมีทางน้อยทอดยาวหายไปทางป่าสนนับว่าเป็บ้านน้อยริมทะเลสาบ ที่น่าอยู่เป็อย่างยิ่ง
บ้านหลังนี้ อยู่ไกลจากบ้านหลังอื่นริมทะลเสาบพอสมควรตอนนี้ถ้าใครเดินผ่านมาใกล้บ้าน จะได้กลิ่นสมุนไพรฉุนเฉียวบ้าง สดชื่นบ้างบางทีถึงกับมีกลิ่นเปรี้ยวเผ็ด ลอยคละคลุ้งตลบอบอวลไปหมด แต่คงไม่มีใครแปลกใจเพราะนี่เป็บ้านของ ผู้เฒ่าจางเหว่ยนักขุด สมุนไพรมือหนึ่งของเมืองบางครั้งเฒ่าจางอารมณ์ดี พาลปรุงยานำไปขายที่ตลาดด้วยมีทั้งยาลูกกลอนและตำรับยาสำหรับต้ม บางครั้งถึงกับมีโอสถระดับหนึ่งอยู่ด้วยชาวเมืองนิยมซื้อหากันไม่น้อย
ภายในบ้านประกอบด้วย ห้องน้อย ขนาดเล็กสามห้องมีห้องใหญ่สำหรับรับแขก และทานอาหาร ที่ลานข้างบ้าน มีสมุนไพรตากแห้งอยู่ไม่น้อยผู้เฒ่าจาง กำลังสาละวนกับ การปรุงยาสมุนไพร เห็นได้ว่าเคร่งเครียดนักเมื่อเตรียมสมุนไพรเสร็จ เขาเข้าบ้านนำตัวยาไปพอกให้ผู้ป่วยที่นอนสลบภายในห้องเล็กห้องหนึ่ง ดูไปแล้ว ผู้ป่วยมีเรือนร่างที่เล็กพอสมควรถึงแม้จะมีพอกยาไปทั้งตัว แต่ก็ยังพอมองออกว่าเป็ เด็กน้อยคนหนึ่งหลังจากเปลี่ยนยาสมุนไพรเสร็จสิ้น เฒ่าจางค่อยสงบเยือกเย็นลง
ที่นี่ที่ไหน..ในความมืด....มืด..มิด.....ไม่มีแสงแม้แต่น้อยนิด....ไม่ได้ยินเสียงมันช่างเงียบ...หนาวเย็น....อ้างว้าง...เหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด....ราวกับลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศอันไกลโพ้น ไม่สามารถััได้ถึงสิ่งใดนอกจากความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด…เหมือนผ่านเวลามาเนิ่นนาน ราวกับผ่าน่เวลานานนับร้อย...นับพันปี...มันเลือนรางล่องลอยโดยไร้จุดหมายจนกระทั่ง ที่ห่างไกลมีแสงจุดเล็ก ปรากฏขึ้น....และค่อยๆ ล่องลอยใกล้ขึ้นมาเรื่อยๆในที่สุดแสงจุดนั้นก็มีขนาด ใหญ่ขึ้น..ใหญ่ขึ้น ค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆท้ายสุดพุ่งมาอย่างรุนแรงกระแทก ร่างกายของเขากลายเป็แสงสว่างเจิดจ้าแสบตาเหมือนกับว่าเขากำลังพุ่งเข้าหาดวงอาทิตย์ ...วูบ
ความรู้สึกต่างๆค่อยกลับมาสู่ตัวตน..เปลือกตา..เสียงหัวใจเต้น..ตุ๊บๆๆ รู้สึกถึงร่างกาย แขนขาในทันใดนั้น ...ความรู้สึกนี่ ...เจ็บ.เ็ป....มันช่างเ็ปเหลือคณา ยากที่จะอธิบายมันเป็ความเ็ป ที่มาจากส่วนลึกของิญญาทั่วร่างกายเ็ปเหมือนกระดูกถูกป่นแตกออกเป็ชิ้นเล็กชินน้อยอวัยวะภายในทั่วร่าง เหมือนถูกควักออกมาแล้วสับจนละเอียดเจ็บจนต้องร้องครางออกมาเบาๆ ต่อจากนั้น รู้สึกถึง...แสงจ้า..ที่กระทบเปลือกตาเขาพยายามเปิดเปลือกตาขึ้นสิ่งแรกที่เห็นคือ เพดานไม้ไผ่ ซ่อมซ่อสีมอสานจากไม้ไผ่ลำเล็กๆ ..เขาพยายามส่งเสียง เพียงแต่อย่าว่าแต่ส่งเสียงแค่..ขยับเปลือกตายังยากลำบาก เขาะโขึ้น..ในใจสุดเสียงมีใครอยู่บ้างไหม...ช่วยด้วย..ช่วยผมด้วย แล้วก็วูบสลบไป …เขาผ่านห้วงเวลา สลบ..สลับ...ตื่น....ขึ้นมา..จนกระทั่ง
จ๋อม ...จ๋อม...ซ่า เสียงน้ำทำให้เขารู้สึกตัวขึ้น ค่อยๆลืมตาขึ้นเขายังอยู่ที่เดิมนอนบนเตียงในห้องไม้ไผ่เขาพยายามขยับตัวแต่มันเจ็บระบมไปหมดภายในห้องว่างเปล่าไม่มีคน ส่งเสียงครางเบาๆ ออกมาจากปาก ทันใดนั้น เหมือนผีหลอกเขาเห็น ชายชรา ท่าทางใจดีปรากฏตัวขึ้นกลางห้อง เขาไม่เห็นชายชราเดินเข้ามาเหมือนว่า ชายชรา ยืนอยู่ตรงนั้นมาเนิ่นนาน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีแต่ความว่างเปล่า หลังจากใเล็กๆ ดูใบหน้าของชายชราผอมซูบอายุประมาณ เจ็ดสิบปีท่าทางใจดี ชายชรามองมาที่เขา และพูด อะไรบางอย่างเร็วปรื่อ..เขาไม่รู้ว่าชายชรากำลังพูดอะไร พยายามๆ คิบคิดตีความ สมองสับสนอลวนทันใดสติของเขาก็เริ่มเลอะเลือน แล้วเขาก็หมดสติ ไปอีกครั้งหนึ่ง........
วันนี้ยามสาย จางเหว่ย ออกมาเดินเล่นบนสะพานน้อยบนทะเลสาบมองไปยังขอบฟ้าด้านทิศเหนือ รำพันกับตัวเองว่า “ไม่น่าเชื่อ ใครจะคาดคิด ของล้ำค่าที่มากับดาวตกจากฟากฟ้าจะเป็เด็กน้อยคนหนึ่ง เด็กน้อยนี่เป็ใครกันมาจากที่ใด หรือเป็เทพจากสวงสวรค์ข้าอายุปูนนี้แล้วยังไม่เคยได้ยินว่ามี เด็กน้อยตกลงมาพร้อมกับดาวตกเด็กน้อยนี้ประหลาดนัก ได้รับาเ็ไฟไหม้ทั้งตัว แม้ว่าตัวยาสมุนไพรของข้าจะเป็สมุนไพรวิเศษวิชาแพทย์ข้าไม่ธรรมดาสามัญ แต่อาการาเ็ของเด็กน้อยนี้ กลับหายเร็วเกินไปแล้วผ่านไปเพียงเจ็ดวันาแไฟไหม้ ทั่วร่างถึงกับหายดีเกิดิัใหม่ทั้งหมดอวัยวะภายในที่บอบช้ำก็เริ่มฟื้นฟูใกล้หายดี ทิ้งเพียงร่องรอยด่างบนิัเล็กน้อยเท่านั้นแล้วยังมีวิชา...ปราณัชั้นจักรพรรดิ..นั้นอีก อาจบางที่นี่เป็ลิขิตของฟ้าส่งมอบทารกนี้มาให้กับข้า หากมีวาสนาต่อกันจริงๆ สำนักข้า…”
ทันใดนั้นภายในห้อง มีเสียงครางแ่เบาดังขึ้น จางเหว่ยเป็ยอดยุทธ์ที่ซ่อนเร้น ความเปลี่ยนแปลงในรัศมี รอบร้อยเมตรไม่อาจปกปิดเขาได้ฉับพลันโดยไม่เกรงว่าชาวโลกจะตื่นใ ร่างของเขาขยับวูบกลับเข้าในห้องอย่างรวดเร็ว มองไปที่เด็กน้อยที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลได้ยินเสียง…ครวญครางออกมาเล็กน้อยและค่อยๆ ลืมตาขึ้น...
หลับไป เนิ่นนาน เขาก็รู้สึกตัว อีกครั้งหนึ่ง ถึงจะเบลอไปหมดแต่เริ่มตั้งสติได้ ก่อนจะลืมตาขึ้น เริ่มลำดับความคิด เขาอยู่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้นหลังจากกะพริบตาอยู่หลายที ทันใดนั้นความรู้สึกที่ตามมาคือ ความเ็ป มหาศาลจนต้องครางออกมา เขาลองขยับตัวแต่ก็ต้องใ เขาไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อยมัน.ชา...ไม่สามารถรู้สึกถึง ขา..แขน..มือ..เท้า..นิ้ว...ความรู้สึกนี้เหมือนเกิดขึ้นกับเขาแต่นานมาแล้ว แต่รุนแรงสิ้นหวังมากกว่า
ในตอนนั้น เขาทำงานหนักนอนดึกไม่ได้พักผ่อน ลืมกินข้าวตกสายต้องขนของขึ้นอาคารชั้น 7 แล้วเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ จากโรคเบาหวานในความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงนั้นเขาพยายามออกแรงสุดชีวิต แค่กระป๋องน้ำอัดลมใบเล็กๆ ในมือเขายังไม่มีแรงยกขึ้นท้ายที่สุดเขาต้องนอนลงกับพื้นเพื่อดูดน้ำอัดลมกระป๋องนั้นเพื่อเอาชีวิตรอดนับว่ายังขยับตัวได้บ้าง แต่ตอนนี้แม้แต่นิ้วก็ยังกระดิกไม่ได้ ทำได้แค่..ขยับเปลือกตา
สิ่งที่น่าใกว่าคือ ความเ็ปมหาศาลนี่มัน..อะไรกันมันคือ? เขาเคยทระนงว่าเป็ผู้ทนทานความเ็ป จัดอยู่ในกลุ่มผู้เสพความเ็ป ขนาด กระดูกแขนหักสองท่อนจากกีฬา X-Stream หมอจับดัดต่อกระดูกแขนโดยไม่รมยาสลบหรือฉีดยาชาเขายังเฉยทนได้ไม่มีเสียงเ็ปครวญครางแม้แต่น้อย แม้แต่ หมอฟันกรอเนื้อฟันโดยไม่ฉีดยาชา เขายังทนได้สบาย แต่ พระเ้า! ความเ็ปตอนนี้เหมือนกระดูกทั่วร่างกาย ถูกบดแตกหักเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย อวัยวะภายในเหมือนกระดาษยุ่ยๆถูกฉีกออก รับรู้ได้ชัดเจนคือทุกครั้งที่เขาหายใจเหมือนกับเอามีดอาบไฟนรกกรีดอยู่ในปอด มันเ็ปแผดเผาอยู่ในอกผิวกายของเขาแสบร้อนและเ็ปดัง ถูกตะกุยด้วยแปรงลวด แล้ว ราดน้ำเกลือเดือดๆถ้าแหกปากร้องได้ เขาคงแหกปากร้องเสียงดังลั่นทุ่ง แต่ สิ่งที่เขาทำได้คือแผดร้องสุดเสียงในใจในขณะที่ เขามีแรงเพียงส่งเสียง...อือๆ ...อือ...รอดจากไรฟันเท่านั้น ทนได้เพียงชั่วอึดใจ แล้วสติของเขาก็ดับวูบ ไปอีกครั้ง
หลังจากนั้นเขาก็ตื่นขึ้นมามีสติอยู่ชั่วขณะ คราวนี้รู้สึกถึงร่างกาย ห่อหุ้มด้วยความเย็น ชุ่มช่ำ ดุจได้รับโอสถเทพเย็นสบายไปทั้งร่างกาย เพียงครู่เดียว ก็รับรู้ความเ็ปกลับมาทรมาณเหมือนถูกผลักลงกระทะที่มีน้ำมันเดือดพล่าน ทุกข์ทรมาณ จนสลบไปบางครั้งฟื้นตื่นขึ้นมา พบว่าเหมือนใคร จับร่างของเขาโยนเข้าแช่ในธารน้ำแข็งหนาวเหน็บสุดขั้วจนสั่นสะท้านไปถึงิญญา บ้างร้อนดุจผ่านนรกโลกันตร์ บ้างหนาวดุจถูกแช่ในอเวจีเยือกแข็งวนเวียนร้อนหนาว อย่างนี้ เหมือนถูกทรมาณให้ตกนรกอยู่ชั่วนิรันดร...จนกระทั่ง
เช้าวันนึ้ เมื่อรู้สึกตัวอีกทีสิ่งแรกที่รับรู้คือกลิ่นยาสมุนไพรที่สดชื่น ร่างกายของเขาเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยแพรพรรณนุ่มเย็นละมุนความเ็ปยังคงอยู่ เพียงแต่ลดลง เริ่มบรรเทาความรุนแรงอยู่ในระดับที่เขาสามารถทนรับได้ เขาส่งเสียงคราง พร้อมลืมตาขึ้น มองไปรอบๆเขายังคงอยู่ที่เดิม บนเตียงภายในห้องไม้เล็กๆ มีประตูหนึ่งบานหน้าต่างขนาดเล็กที่ปิดอยู่สองด้าน เก้าอี้นั้งสองสามตัวกับโต๊ะขนาดกลางๆตัวหนึ่ง ตัวบ้านเป็ครึ่งอิฐครึ่งไม้ เครื่องเรือนล้วนทำจากไม้ไผ่เขาได้ยินเสียงน้ำๆ ไหล ดังแว่วมาไม่ไกลนัก ในปากมีความรู้สึก ขมปนหวาน ไปถึงลำคอ
ทันทีที่ลืมตา ได้ยินเสียงวูปลมในห้องปั่นป่วน ทันใดนั้นมีชายชราหน้าตา เหี่ยวย่นท่าทางใจดี ปรากฏ ตัวขึ้นกลางห้องคราวนี้เขาไม่ใอีกแล้ว เริ่มมองที่ชายชรา ชายชราสวมเสื้อเก่าๆ สีเทาดำรูปแบบแปลกเหมือนคนจีนในยุคโบราณ ชายผู้นี้ มีแววตาสดใสลึกล้ำเหมือนผ่าน ห้วงเหวลมฝน มานานนับร้อยปี ชราแต่กลับดูแข็งแรง กระชับกระเชงเหมือนคนวัยฉกรรจ์อายุสี่สิบปีก็ไม่ปาน ชายชรานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง ยิ้มให้แล้วพูดกับเขาประโยคหนึ่ง “醒醒? 你好吗?” .....อะไร..หว่า.!
ชายหนุ่มนิ่ง อึ้ง พยายาม ตั้งสติทบทวนคำพูดของชายชรา...นี่มันภาษาอะไร...ด้วยสมองมึนงง ชายชรา ไปหยิบถ้วยน้ำ ที่ทำจากไผ่แล้วประคองให้ชายหนุ่ม ดื่มลงไปชายหนุ่มดื่มน้ำจนหมดถ้วยอ้าปากจะถามเื่ราวชายชราส่ายศีรษะน้อยๆ พร้อมกับใช้นิ้วกดลงบนตำแหน่งหนึ่งบนร่างกายชายหนุ่มทันใดนั้น ชายหนุ่มก็หลับไป ……
หลายมาวันนี้ เขาเริ่มขยับตัวได้บ้างแล้วเขาพยายามจะพูดกับชายชรา แต่พึ่งอ้าปาก แต่ชายชราโบกมือให้ เขากินข้าวและดื่มยาน้ำสีเขียวข้มมีกลิ่นหอม ทันทีที่เขากินยาเสร็จชายชราก็จะกดจุดทำให้เขาหลับไปในทันที
เช้าวันนี้เมื่อตื่นขึ้นมา เขาพึ่งรู้สึกตอนนี้เองว่าชายชรา มีร่างกายที่ใหญ่โตและสูงมากโดยไม่มีการพูดจาชายชราก็นำผ้าพันแผลที่พันรอบตัวเขาจนเหมือนเป็มัมมี่ ออกจนหมด เขามองร่างกายมองแขนที่นำผ้าพันแผลออกแล้ว ผิวกายเรียบสี ออกขาวเล็กน้อยยังมีร่องรอยเลือนรางของแผลไฟไหม้อยู่จางๆ ทั่วร่างกายก็เป็เหมือนกันจากเหตุการณ์ที่เขาจำได้ ....ล่าสุดร่างกายเขาลุกไหม้...ไฟท่วมทั้งตัวนี่..ไม่กี่วันแผลของเขาหายแล้ว หายเร็วเกินไป และสภาพดีเกินไป
ทันใดเขาใจนแทบสิ้นสติ!!! มองดูตัวเอง ร่างกายของเขามีขนาดเล็กลง มองไปมองมาเขากลายเป็เด็กไปแล้ว...อ๊..า..ก...เกิดอะไรขึ้น....ทำไมเขากลายเป็เด็ก….!!!!