ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 53 ราชาเทพวัว หนิวเสินหวัง

           มนุษย์พิเศษที่ปีนขึ้นเขามาพอได้ยินเข้าแววตาก็สาดประกายเหี้ยม เสียงของเขาค่อนข้างแหบแห้ง เอ่ยว่า “สหายนี่ฉันเกรงใจนายแล้วนะ อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หน่อยเลย!”

            ฉู่เฟิงเห็นอย่างชัดเจนคนผู้นี้เดินมาจากทางหลินเยี่ยอวี่และพี่สาวของสวีหวั่นชิงเห็นได้ชัดว่ารับคำสั่งมา ในเมื่อตอนเช้าฉู่เฟิงประสบเหตุการณ์เช่นนั้นเขารู้สึกไม่ค่อยประทับใจพวกเขาสักเท่าไหร่

            “ไล่ฉันไป เนี่ยเหรอเกรงใจ?” ฉู่เฟิงกวาดตาดูชั่วแวบสีหน้าค่อนข้างขรึม เอ่ยว่า “ถ้าอย่างนี้ให้ฉันเชิญนายกลับไปอย่างเกรงใจหน่อยดีไหม?”

            “นายมีความสามารถไหมล่ะ?” มนุษย์พิเศษผู้นี้ยิ้มเย็นจะอย่างไรเขาก็เป็นหัวหน้าทีมมนุษย์พิเศษที่อยู่ข้างกายหลินเยี่ยอวี่ภายในกลุ่มเทียนเสินเซิงอู้แล้ว เรียกได้ว่าเขาเป็นยอดฝีมือเลยทีเดียว

            มนุษย์พิเศษที่อยู่วงนอกกล้าดียังไงมาดูเบาเขาอย่างนี้?

            “โครม!”

            ฉู่เฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง สืบเท้าไปข้างหน้าแล้วออกหมัดปีศาจวัวครั้งนี้ทั้งบ้าคลั่งและรุนแรง เงาหมัดเกิดขึ้นพร้อมเสียงฟ้าร้องสั่นสะเทือนไปทั้งภูเขาลูกเล็กนั้น

            นี่มันอะไรกัน? หัวหน้าทีมมนุษย์พิเศษงุนงงแค่เลือกภูเขาส่งๆ ดันมาเจอยอดฝีมือเข้าได้

            เขาคำรามเสียงต่ำ จากนั้นอ้าปากกว้าง พ่นเปลวไฟสีฟ้าออกมาร้อนแรงอย่างไม่มีอะไรเทียบ อุณหภูมิสูงอย่างน่ากลัวจนหลอมหินบนเขาได้

            ฉู่เฟิงตกตะลึง มาเจอคนจริงเข้าให้แล้วความสามารถใกล้เคียงกับโจวเฉวียนเลย ไฟชนิดนี้อันตรายอย่างยิ่ง หลอมเหล็กละลายหินโดนเพียงนิดเดียวได้กลายเป็นเถ้าถ่านแน่นอน

            ดวงตาทั้งคู่ของมนุษย์พิเศษเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเปลวไฟสีฟ้าสูงสิบกว่าเมตรเริงแรงท่วมร่าง เป็นภาพอันน่าสะพรึงกลัว

            ผู้คนโดยรอบต่างพากันแตกตื่น

            ผู้คนต่างเห็นภาพที่หินภูเขากำลังหลอมละลาย กลายเป็นลาวาสีแดงสด ค่อยๆไหลเลื่อนไปตามหน้าผา สีแดงเพลิงประหนึ่งน้ำเหล็กไหล ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดผวา

            ผู้ชมต่างก็รับรู้ว่า มนุษย์พิเศษผู้นี้เก่งกาจเหลือประมาณใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขา เพียงแค่แสงเพลิงพุ่งพ่นออกมาก็เพียงพอที่จะทำให้คู่ต่อสู้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ในทันที

            “นี่ต้องเป็นยอดฝีมือมนุษย์พิเศษของเทียนเสินเซิงอู้แน่ๆ ควบคุมเพลิงได้ร้ายกาจจริงๆ!”

            “หินบนเขากลายเป็นลาวาไปหมดแล้ว เลือดเนื้อคนเราจะทนได้ยังไงกัน? ความสามารถอย่างนี้โคตรจะโดดเด่นเลย  สำหรับมนุษย์พิเศษระดับชั้นอย่างเราๆนี่ไม่มีทางสู้ได้เลย ขนาดโลหะยังหลอมได้อย่างง่ายดายอ่ะ”

            บางคนซุบซิบ ประหวั่นพรั่นพรึงอย่างยิ่ง

            โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่ห่างจากตรงนั้นไม่ไกลนักต่างก็ขนหัวลุกลาวาเหลวร้อนที่กำลังไหลลามลงสู่เบื้องล่าง แล้วใครมันจะไม่กลัวล่ะ? ต่างพากันถอยหนีอย่างรวดเร็ว

            ห่างออกไป หลินเยี่ยอวี่กับสวีหวั่นอี๋กำลังจับตามองมาทางนี้แม้ว่าระยะทางจะค่อนข้างห่าง ทว่ายังสามารถมองเห็นหัวหน้าทีมมนุษย์พิเศษและคนผู้นั้นประมือกันได้

            “คนคนนั้นกวนโมโหไม่เบาเลย ทำจนหัวหน้าหวังจี๋หงุดหงิดจนต้องลงมือสั่งสอน”สวีหวั่นอี๋เอ่ยเสียงแผ่วเบา เธอมีนัยน์ตาหงส์เหมือนน้องสาวของเธอ หากงดงามกว่านัก

            “หัวหน้าหวังจี๋มีความสามารถร้ายกาจ น้อยคนนักที่จะสามารถต่อกรกับเขาได้คนผู้นั้นให้อย่างไรก็ไม่มีทางเป็นคู่มือเขาได้”มนุษย์พิเศษหนึ่งคนที่อยู่ด้านข้างเอ่ยปาก

            หลินเยี่ยอวี่ไม่เอ่ยปากแต่อย่างใด ได้แต่เงียบมอง

            สวีหวั่นอี๋พยักหน้าน้อยๆ เอ่ยว่า “หัวหน้าหวังจี๋ได้เศษแก่นของเพลิงสมาธิ1 เพียงแค่ตื่นรู้ ก็จะสามารถเผาฟ้าผลาญดินได้”

           เธอเอ่ยถึงพลังอันน่าเกรงขามของหวังจี๋การได้ครอบครองพลังชั้นต้นเพียงเล็กน้อยของเพลิงสมาธิหากต่อไปความสามารถนี้กลายพันธุ์ พลังทำลายล้างย่อมมหาศาลจนไม่อาจจินตนาการได้

            “เจ้าคนนั้นช่างโชคร้ายจริงๆ เล่นกับใครไม่เล่นดันมาก่อกวนหัวหน้าหวังจี๋เสียนี่ยอมถอยออกจากเขาลูกนั้นแต่โดยดีเสียก็สิ้นเรื่อง”มนุษย์พิเศษอีกคนยิ้มเหยียดอยู่ตรงนั้นอย่างดีใจกับหายนะตรงหน้า

            เขารู้สึกว่า วินาทีต่อมา คนผู้นั้นต้องกลายเป็นตอตะโกสังเวยชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย

            ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนต่างคิดเช่นนั้นเพลิงสมาธิแม้เพียงขั้นแรกที่ปล่อยออกไป หากมีใครคิดฝืนต้านทานย่อมต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

            บนเขา ฉู่เฟิงกลับไม่ยอมถอยหลบ และเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการเขาใช้เคล็ดหายใจแบบพิเศษ

            พร้อมกันนั้น เงาหมัดของเขาพลันระเบิดพลัง พายุหมุนรุนแรงเสียงดังสนั่นสะเทือนแก้วหูดั่งฟ้าร้องก็ไม่ปาน เศษหินทรายปลิวว่อนน่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างยิ่ง

            โครม!

            เปลวไฟสีฟ้าถูกฉู่เฟิงทะลวงบนร่างของเขาเคลือบคลุมไปด้วยพลังลึกลับที่เหมือนผ้าคลุมบางเบาสีทองคอยป้องกันไม่ให้เปลวไฟร้อนแรงกรายใกล้

            เคล็ดหายใจแบบพิเศษ มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

            ที่จริงแล้ว เพียงแค่พลังจากหมัดปีศาจวัวก็สามารถต้านทานเพลิงสีฟ้าได้แล้วหลังจากปล่อยเงาหมัดออกไป พลังลึกลับที่ครอบคลุมร่างฉู่เฟิงอย่างแน่นหนานั้นมีพลังที่จะต้านทานภยันตรายภายนอกได้

            หัวหน้ามนุษย์พิเศษตาค้าง เพลิงสีฟ้าที่สามารถหลอมละลายโลหะได้กลับพ่ายแพ้ในสภาพอย่างนี้งั้นหรือ?เขาตั้งรับการโจมตีจากเงาหมัด เสียงปุดังขึ้นเขาถึงกับกระอักเลือดร่วงหล่นลงจากเขา

            “มีเรื่องอย่างนี้ได้ด้วยหรือ?!”

            โดยรอบ คนทั้งกลุ่มไม่เพียงแค่ตกตะลึง หากยังอ้าปากค้าง

            ห่างออกไป พวกมนุษย์พิเศษที่ล้อมรอบหลินเยี่ยอวี่ล้วนหุบปากสั่นสะท้านในใจ ทุกคนต่างรู้สึกขวัญผวาหัวหน้าของพวกเขาถูกโจมตีหมัดเดียวก็ร่วงลงจากเขาแล้วเหรอ?

            ตางามของสวีหวั่นอี๋ส่งประกาย ในใจเธอหวั่นไหว เมื่อมองไปทางยอดเขาเธอคิดอยากจะ ‘ยืมมือ’ เสียหน่อย ไหนๆ ได้พบพานยอดฝีมือระดับสูงแล้วทั้งที?

            “คนผู้นี้ร้ายกาจมาก ไปเรียกหวังจี๋กลับมา อย่าได้หุนหันพลันแล่น”หลินเยี่ยอวี่เปิดปาก ใบหน้าหล่อเหลา สีหน้านิ่งสงบเสื้อเชิ้ตสีขาวส่งให้เขาดูสง่างามอย่างยิ่ง

            มนุษย์พิเศษคนหนึ่งรีบวิ่งตะบึงไปพอเขาไปถึงก็พบว่าหวังจี๋ปีนขึ้นไปบนยอดเขานั่นแล้ว

            ตึงตึงตึง!

            เสียงสะท้อนมาจากยอดเขา จากนั้นผู้คนต่างก็เห็นว่า หวังจี๋ที่ไฟลุกท่วมร่างแต่แรกนั้นถูกโจมตีเสียเปลวเพลิงมอดดับล้มกองอยู่แทบเท้าของคนผู้นั้น

            “คนคนนี้ป่าเถื่อนเกินไปแล้ว!” ห่างออกไปสวีหวั่นอี๋เอ่ยปาก ใบหน้างดงามยั่วยวนปรากฏแววไม่พอใจ จะพูดไปหวังจี๋เองก็เป็นคนของพวกเขา เป็นหัวหน้าของพวกมนุษย์พิเศษเป็นคนของเทียนเสินเซิงอู้ คนผู้นั้นไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด

            ดวงตาของเธอทอประกายเย็นเยียบ จากนั้นหันไปมองหลินเยี่ยอวี่ให้เขาตัดสิน

            ทันใดนั้น มีเสียงฮือฮาจากคนไม่น้อย ทุกคนต่างมองไปทางยอดเขานั้นอึ้งไปตามๆ กัน

            สวีหวั่นอี๋หันขวับไปมองอีกครั้ง วินาทีต่อมาเธอก็ถึงกับตาโตอ้าปากค้างตะลึงงันอย่างไปไม่เป็น

            บนยอดเขา ฉู่เฟิงอยู่ข้างตาน้ำบนเขากำลังล้างเนื้อลูกกวางที่ถลกหนังแล้วให้สะอาด จากนั้น เอาไม้ปลายแหลมเสียบแล้ววางแขวนเพื่อย่างเนื้อ

            ส่วนต้นกำเนิดไฟน่ะอยู่แทบเท้าของเขา เขาเหยียบหัวหน้าทีมมนุษย์พิเศษหวังจี๋เอาไว้ให้นอนหงายอ้าปากพ่นไฟอยู่ตรงนั้น

            กลุ่มมนุษย์พิเศษที่อยู่โดยรอบต่างตาค้างไปตามๆ กัน ที่เห็นนั่นมันอะไรกัน?เถื่อนเกินไปไหมนั่นถึงกับ...จับผู้ครอบครองเพลิงวิเศษอ้าปากพ่นไฟย่างเนื้อให้เขา!

            คนไม่น้อยแข็งเป็นหินไปแล้ว ใบ้กินกันอยู่ตรงนั้น

            โดยเฉพาะคนของเทียนเสินเซิงอู้ ทุกคนต่างตาโตอ้าปากค้างไม่กล้าที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็น นี่มันบ้าเกินไปแล้วนั่นมันหนึ่งในหัวหน้าทีมของพวกเขาเชียวนะ กลับกลายเป็นน่าสมเพชถึงเพียงนี้

            หวังจี๋หัวร้อนสุดขีด เขาอยากพ่นไฟแผดเผาฉู่เฟิงให้วอดวายแต่ว่าเขากลับไม่อาจควบคุมเพลิงได้ ฉู่เฟิงเหยียบเขาไว้จนไม่อาจทำอะไรได้เลยบางทียังเหวี่ยงหมัดใส่เขาอีก ชกจนเปลวไฟที่พ่นจากปากของเขาริบหรี่เดี๋ยวแรงเดี๋ยวดับไม่แน่นอน

            วิชาขั้นต้นของเพลิงสมาธิที่หลอมเหล็กละลายหินได้ สุดท้ายกลับกลายเป็นกองไฟย่างเนื้อ

            “อ๊าก...” โทสะของหวังจี๋พลุ่งพล่านประหนึ่งสายฟ้าฟาด ทันใดนั้นเปลวไฟก็พวยพุ่งจากปากและจมูกสูงร่วมสิบกว่าเมตร

            แต่ว่าตอนนี้ ฉู่เฟิงจับเขายกขึ้นให้ปากแหนหงายขึ้นท้องฟ้าเปลวไฟไม่อาจสัมผัสเนื้อย่างได้

            “โว้ย คนคนนี้เป็นใครวะ? โคตรแรงเลย!”

            “แกร่งเกินไปแล้ว เพิ่งเคยเห็นวิธีย่างเนื้อที่โคตรโหดก็ครั้งนี้แหละ!”

            “ฉันแน่ใจเลย เขาต้องเป็นยอดฝีมือที่กลุ่มโพธิจีนส์เชิญมาแน่ๆนี่คือเพื่อฉีกหน้าเทียนเสินเซิงอู้เลยอ่ะ”

            ที่ตรงนี้เกิดเสียงวุ่นวายขึ้นทันที ถกเถียงกันร้อนแรง

            สีหน้าสวีหวั่นอี๋ดูไม่ได้ หวังจี๋เป็นคนของพวกเขาแต่กลับถูกคนกดไว้ตรงนั้นใช้เป็นฟืนไฟ เป็นความรู้สึกที่ยากจะกล้ำกลืน

            “เยี่ยอวี่ คุณจะดูอยู่อย่างนี้โดยไม่สนใจอะไรเลยหรือคนผู้นั้นมันโอหังเกินไปแล้ว ไม่ไว้หน้าพวกเราเลยสักนิด!”เธอเอ่ยอย่างแง่งอน พลางออกแรงเขย่าแขนหลินเยี่ยอวี่

            สีหน้าหลินเยี่ยอวี่มีแววประหลาด เพ่งมองไปที่ยอดเขานั่น ถอนใจเบาๆแล้วเอ่ย “ดูแล้วจอมยุทธ์ยอดฝีมือมีมากมาย ไม่อาจดูแคลนคนอื่นได้เลย”

            “ฉันไม่สน ขายหน้าคนเขาจะตายอยู่แล้ว รีบสั่งสอนมันซะ” สวีหวั่นอี๋บอก

            หลินเยี่ยอวี่ได้ยินก็ส่ายหน้า เอ่ยว่า“ที่ผมมาครั้งนี้ก็เพื่อมาดูเท่านั้นลงมือไม่ได้เรื่องที่เขาไท่หังซานต้องให้พวกนั่วอีเขาเป็นคนจัดการเมื่อครู่เป็นพวกเราที่วุ่นวายเอง ตอนนี้ส่งคนออกไป ขอโทษขอโพยคนเขาเสียแล้วก็พาหวังจี๋กลับมาผมไม่อยากให้ตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้แผนการและจังหวะของนั่วอีเสีย”

            เขาสงบนิ่งอย่างยิ่ง ทั้งยังไม่มีท่าทีคิดแก้แค้นอีกด้วย

            “เยี่ยอวี่!” สวีหวั่นอี๋ไม่พอใจ

            “อยู่ตรงนี้ผมรู้สึกไม่ปลอดภัย เขางูขาวน่ากลัวและอันตรายเกินไปพวกเราอย่าอยู่นานเลย ถอยก่อนดีกว่า” หลินเยี่ยอวี่เอ่ย

            เขาท่าทางนุ่มนวล ทว่าคำพูดกลับมีแววเข้มงวด ไม่เปิดโอกาสให้ถามอะไร

            “ก็ได้” สวีหวั่นอี๋จนปัญญา

            สุดท้าย สิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือคนของหลินเยี่ยอวี่ยอมรับความพ่ายแพ้ เดินเข้าไปขอโทษและพาตัวหวังจี๋ที่หมดสติกลับไป

            “ขอถามสักหน่อย ไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร?” ก่อนจากคนของเทียนเสินเซิงอู้เอ่ยถามชื่อของฉู่เฟิงอย่างไม่พอใจ

            “หนิวเสินหวัง!” ฉู่เฟิงประกาศนาม

            คนทั้งกลุ่มพอได้ยินต่างก็ซุบซิบ ชื่อนี้เฉพาะตัวเกินไป

            “จำไว้ ฉันชื่อหนิวเสินหวัง อย่าได้เรียกว่า ราชาเขาเงิน!” ฉู่เฟิงเน้นคำ เสียงดังจนผู้คนรอบด้านได้ยินกันอย่างชัดเจน

            คนทั้งกลุ่มไร้คำพูด

            กลุ่มผู้ชมล้วนรู้แล้วว่า เขาคือหนิวเสินหวังความสามารถแกร่งกล้าจนปั่นป่วนไปทั่วแดนดิน

            “หนิวเสินหวังบ้าบออะไรวะ รอให้เทพปีกเงินแห่งเทียนเสินเซิงอู้มาก่อนเหอะลงมือครั้งเดียวก็กำจัดแกได้แล้ว!”บนยอดเขาอีกยอดห่างออกไปไม่ไกลนัก ใครคนหนึ่งพูดขึ้นมา เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งสายตาที่เพ่งมองฉู่เฟิงฉายแววไม่เป็นมิตร

            ผู้ชมต่างตกตะลึง

            “แล้วแกเป็นใครอีกล่ะ เชิดชูบูชาเทพปีกเงินขนาดนี้ ซี้กับเขานักหรือไง?”ฉู่เฟิงมองไปทางเขา

            “ฉันมีความหวังกับเทียนเสินเซิงอู้อย่างมาก วันนี้ก็จะเข้าร่วมกับพวกเขาถึงฉันจะไม่รู้จักมักคุ้นกับเทพปีกเงิน แต่ฉันก็รู้ว่าถ้าเขาออกโรงเองใต้หล้านี้ไม่มีใครทาบได้!” เด็กหนุ่มคนนั้นพูด

            ได้ยินเขาพูดเช่นนั้น คนไม่น้อยต่างเข้าใจได้ในทันที

            ฉู่เฟิงเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ คนคนนี้หน้าไม่อายได้โล่จริงๆประกาศตัวเป็นศัตรูกับเขาต่อหน้าผู้คน เพียงเพราะต้องการเลียเทียนเสินเซิงอู้หวังจะเกาะแข้งเกาะขา

            บางทีคนผู้นี้กำลังวาดหวังว่าเมื่อเข้าร่วมกับเทียนเสินเซิงอู้แล้วจะได้รับการตอบรับอย่างดีกระมัง

            “อย่างแกเนี่ยนะ ฉันว่าเทียนเสินเซิงอู้ยังไม่กล้ารับเลย ช่างเถอะ ฉันสงเคราะห์ช่วยปฏิเสธแทนพวกเขาก็แล้วกัน”

            ฉู่เฟิงกล่าวถึงตรงนี้ ก็ชักปืนออกมา เสียงปืนดังลั่น ไกปืนสับลงรวดเร็วเด็กหนุ่มที่เผชิญหน้ากับเขาคนนั้นพลันร้องลั่น ร่างกายเต็มไปด้วยคราบเลือด

            ฉู่เฟิงไม่ได้สังหารเขา เพียงแค่สั่งสอนให้แรงหน่อย ไอ้กระจอกที่คิดดูถูกเขาเขาไม่อยากดีด้วย แต่ก็ไม่ถึงกับเชือดทิ้งในทันที

            “อ๊าก...” คนผู้นั้นล้มกลิ้งลงบนยอดเขา ร้องโหยหวนไม่หยุด

            เหล่าผู้ชมต่างสูดหายใจลึก รู้สึกเย็นเยียบรับรู้ได้ถึงความป่าเถื่อนวางอำนาจของหนิวเสินหวัง หากมีใครคิดก่อกวน เห็นได้ว่าไม่อยากมีชีวิตยืนยาว

            ในตอนนั้น คนไม่น้อยพลันเข้าใจในทันที หนิวเสินหวังลงมือเพียงสองครั้งพละกำลังเข้มแข็ง แทบจะไม่มีใครกล้าแหย่เขาอีก

            “ฉันสังหรณ์นะ ว่าชื่อหนิวเสินหวังนี่วันนี้จะกลายเป็นที่จดจำกันไปทั่วทุกทิศแล้ว” มีคนพูดขึ้นมา

            ที่จริงแล้ว ตอนนี้คนที่เอ่ยชื่อหนิวเสินหวังสามคำนี้ล้วนรู้สึกถึงความกดดันหนักหน่วง

            “พรึ่บ!”

            ทันใดนั้น ก็มีแสงสว่างพุ่งมาจากกลางอากาศเงาร่างสวยงามเงาหนึ่งลอยร่วงลงมาสู่พื้นดิน เธอผู้งดงามอย่างยิ่งปรากฏกายบนยอดเขาเดียวกับฉู่เฟิง

            เมื่อผู้คนโดยรอบเห็นเข้า ต่างก็ประหลาดใจเป็นเพราะรูปลักษณ์ของหญิงสาวผู้นี้โดดเด่นเหลือเกิน

            เธออยู่ในชุดเสื้อขาวกางเกงขาว บริสุทธิ์ผุดผ่องกลางหลังคือปีกแสงหนึ่งคู่ เป็นความงามที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้ เส้นผมพลิ้วไหวผิวขาวราวกับหิมะ ตาสวยชวนให้หวั่นไหว

            “แล้วนี่ใครกัน? สวยเหลือเกิน”

            ผู้คนรอบด้านต่างตะลึงงัน ไม่อาจละสายตาจากหญิงสาวได้

            ฉู่เฟิงจำเธอได้ นี่มันหญิงสาวชุดขาวที่หวงหนิวดักตีหัวสลบแล้วโยนทิ้งไว้บนเตียงเขาไม่ใช่หรือ? ได้พบกันอีกเร็วปานนี้เชียว!

            เขาก็ยังรู้สึกผิดอยู่หน่อยๆ ไม่รู้จริงๆว่าครั้งที่แล้วหลังจากที่เธอกินเนื้อแกะย่างเสียบไม้เข้าไปแล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือไม่

    *****************************

    1 เพลิงสมาธิเป็นพลังวิเศษของหงไห่เอ๋อร์ บุตรของราชาปีศาจกระทิงและเจ้าหญิงพัดเหล็กเพลิงสมาธิทำให้หงไห่เอ๋อร์สามารถปล่อยไฟจากดวงตา รูจมูก และปากซึ่งเป็นไฟที่มิอาจดับด้วยน้ำได้