บทที่ 43 ภารกิจสำเร็จ
เจิ้งหมิงที่อยู่อีกด้านก็เร่งจบการต่อสู้เช่นกันถึงจะไม่ได้ทุ่มสุดตัวอย่างต้าเป่า แต่การโจมตีแต่ละครั้งล้วนดุดันจนทำให้คู่ต่อสู้ถอยร่น
มือขวาแก๊งงูดำใช้ความเจ็บปวดจากบนใบหน้าเรียกสติตัวเองขึ้นมาพอหมัดของเจิ้งหมิงตามหลัง เลยสามารถทนฝืนรับไว้ได้ จากนั้นมันก็ฉวยโอกาสนี้จับหมัดของเจิ้งหมิงเอาไว้พร้อมกับดึงเข้ามาแล้วแทงเข่าสวนกลับไปอย่างเต็มกำลัง
“หึ”เจิ้งหมิงแค่นเสียงในลำคอรีบใช้แขนอีกข้างกระทุ้งศอกลงต้านเข่าของมือขวาแก๊งงูดำเอาไว้พร้อมกันนั้นก็เอาหัวโขกซ้ำที่แผลเดิมของอีกฝ่าย
ปึก!
“อ๊ากกก”เสียงกรีดร้องโหยหวนอีกครั้ง ความเจ็บปวดนี้แทบจะทำให้มันจะเป็นบ้าน้ำตาเริ่มไหลริน
การโจมตีนี้ได้ผลนักเพราะสองมือที่จับแขนของเจิ้งหมิงไว้ก็คลายออกแล้ว และเมื่อแขนเป็นอิสระสองหมัดซ้าย-ขวา ก็ต่อยออกไปในทันที
ยังคงเป็นจุดเดิม… คือใบหน้าของอีกฝ่าย
ตูม!
ร่างของมือขวาแก๊งงูดำลอยปลิวไปกระแทกเข้ากับผนังอย่างจังจากนั้นก็ไม่ลุกขึ้นมาอีก เจิ้งหมิงเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับคิดในใจว่า‘โชคดีที่เราแค่ข้อศอกแตก’
หวังเฟิงพอเห็นทุกอย่างจบลงแล้วก็เรียกตัวสวีตงหยางมาให้ช่วยเหลือเจิ้งหมิงนำคนออกไปในตอนที่สวีตงหยางเข้ามาในบ้านแล้วเห็นต้าเป่าทีแรกก็ตกใจนึกว่าเรียกตนเองมารับมือศัตรูแต่พอรู้ว่าเป็นสหายร่วมทีมก็อดรู้สึกสงสัยไม่ได้ คนเราผอมลงเพียงชั่วข้ามคืนได้ด้วยหรือ?
นับตั้งแต่ทั้งสามคนเข้าจู่โจมแล้วกลับออกไป รวมแล้วใช้เวลาไม่ถึงเจ็ดนาที กว่าคนแถวนั้นจะรู้สึกตัวพวกของหวังเฟิงก็ขับรถออกมาไกลแล้ว
ตอนนี้บนรถตู้ออกจะเบียดเสียดกันอยู่บ้างโชคดีที่โกดังที่จองเอาไว้อยู่ไม่ไกล ทั้งหมดจึงไม่ได้ทดอึดอัดเป็นเวลานานนัก พอรถแล่นเข้ามาจอดในโกดังทุกคนต่างก็รีบลงจากรถเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ทันที
“ในที่สุดก็จบสักที”สวีตงหยางพูดขึ้นพร้อมกับยืนบิดขี้เกียจ
“ฉันหิวแล้ว…” ต้าเป่านั่งลงกับพื้นท่าทางหมดแรง
ทุกคนได้ยินเสียงร้องหิวโหยอันน่าสงสารของต้าเป่าก็อดรู้สึกเห็นใจขึ้นมาไม่ได้แถมตอนนี้รูปร่างยังดูผอมลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดนี่ต้องสูญเสียพลังงานไปขนาดไหนกัน ?พอเป็นแบบนี้แล้วหวังเฟิงจึงสั่งให้เมิ่งซิ่วอิงสั่งอาหารมาชุดใหญ่เพราะยังไงตอนนี้งานก็จบแล้วใช่ไหมล่ะ อย่างน้อยทุกคนก็ควรจะได้กินอะไรดี ๆ หน่อย
ระหว่างที่รออาหารมาส่ง หวังเฟิงก็ลากตัวหัวหน้าแก๊งงูดำออกมาจากรถเพื่อสอบสวนข้อมูลสักหน่อยเข็มทั้งสองถูกถอนออกแล้ว ดังนั้นพอหวังเฟิงสะกิดเท้าใส่ไม่กี่ครั้งหัวหน้าแก๊งงูดำก็ตื่นขึ้นมา
“อืม…” เสียงงึมงำดังออกมา พร้อมกับดวงตาที่ค่อย ๆ หรี่ขึ้นพอภาพที่เห็นตรงหน้าเริ่มชัดเจนขึ้นมา ความงุนงงสับสนก็จู่โจมขึ้นมาทันที
“นะ…นี่มันอะไรกัน ? แกเป็นใคร ?” พอเห็นคนแปลกหน้าความคิดแรกที่แว่บเข้ามารวบรวมพลังแล้วจัดการคนที่อยู่ตรงหน้านี้ไปซะแต่ความจริงที่ปรากฏก็คือมันไม่รู้สึกถึงลมปราณที่รวบรวมไว้เลยพลังลมปราณที่ยากลำบากฝึกฝนมานานหลายสิบปีกลับไม่เหลืออยู่อีกแล้ว !
“คงรู้แล้วสินะว่าร่างกายของตัวเองตอนนี้เป็นแบบไหน ?” หวังเฟิงพูดขึ้นด้วยสีหน้าเฉยเมย“รู้ไหมทำไมตัวเองถึงต้องมาอยู่ในสภาพนี้”
หัวหน้าแก๊งงูดำพลันหน้าซีดเผือดขึ้นมา“เป็นพวกเฟิงหลุนใช่ไหมที่มันขายฉัน !”
“ใช่หรือไม่ใช่แล้วจะเป็นยังไง สุดท้ายผลลัพธ์ก็เหมือนกันอยู่ดี” หวังเฟิงตอบกลับจากนั้นก็พูดต่อว่า “สูตรยาที่ขาย แกไปเอามาจากไหน ? ตอบให้ดี อย่าให้ฉันต้องลงมือระดับของแกก่อนหน้านี้คงรู้ดีว่าหากฉันอยากให้แกอยู่ไม่สู้ตาย ทำได้ง่ายดายขนาดไหน”
เหงื่อกาฬเริ่มไหลรินจากหน้าผากของหัวหน้าแก๊งงูดำเนื้อตัวมันพลันสั่นเทาขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ “ฉะ…ฉันจะพูดความจริง สูตรยานี้ฉันได้มาจากคนลึกลับคนหนึ่งในงานประมูล”
“งานประมูลอะไร?”
“งานประมูลร้อยสมบัติ งานนี้แหล่ะที่คน ๆ นั้นขายสูตรยานี้ให้กับฉัน”หัวหน้าแก๊งงูดำตอบด้วยความร้อนรน
“คนนั้นคือใคร?” ดวงตาของหวังเฟิงหรี่ลงเล็กน้อย
“ฉ… ฉันไม่รู้ เขาสวมชุดคลุมสีเทามีหน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้ ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาเป็นใครแต่สูตรยาของเขาได้ผลจริง จึงสามารถนำมาขายในงานประมูลได้”
หวังเฟิงพยักหน้าจากนั้นเขาก็โบกมือวูบหนึ่ง เข็มสีเงินพุ่งวาบ ปักบนจุดสลบของหัวหน้าแก๊งงูดำข้อมูลทุกอย่างตอนนี้ถือว่าครบถ้วนเพียงพอต่อการรายงานให้กับหน่วยพยัคฆ์แล้ว
“สวีตงหยางฝากรายงานกับทางหน่วยด้วยนะ” หวังเฟิงพูดจบก็นำตัวหัวหน้าแก๊งงูดำกลับไปยัดไว้ในรถตู้เหมือนเดิม
หลังจากสวีตงหยางรายงานบนคอมพิวเตอร์ไปว่าภารกิจสำเร็จแล้วไม่ถึงห้านาทีทหารหน่วยพยัคฆ์สองคนก็มายังโกดังอย่างรวดเร็ว พวกเขามารับตัวคนร้ายทั้งหมดกลับไปพร้อมกับคอมพิวเตอร์และยังบอกทิ้งท้ายไว้อีกด้วยว่าพรุ่งนี้จะส่งคนมารับกลับไปที่ฐานทัพ