(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 94 จิตใจที่ไม่สั่นคลอน

            บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด


            นัยน์ตามังกรของนางเปล่งประกายสีทองเจิดจรัส แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ลึกล้ำ เหมือนสามารถมองทะลุผ่าน และเข้าไปหยั่งถึงส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณผู้คนได้โดยตรง ทำให้ตัวของหวงเยี่ยรู้สึกได้ถึงแรงกดดันนั้นอย่างชัดเจน


            ขณะที่หัวใจของชายหนุ่มที่เคยเต้นแรงได้ค่อยๆชะลอลงอย่างตั้งใจ ลมหายใจถูกปรับให้ยาวและสม่ำเสมอ เหมือนกำลังบังคับร่างกายให้เข้าสู่ความสงบอย่างที่สุด แม้ภายในจะยังคงปั่นป่วนไม่ต่างจากคลื่นทะเลที่ซัดสาดไม่หยุดอยู่ก็ตาม


            เขาสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่พยายามรักษาความปกติเอาไว้ให้มากที่สุด


            “เมื่อเจ็ดปีก่อนเหรอท่านหญิง.. ถึงจะบอกว่าข้าหวงเยี่ยเป็นผู้เหลือรอดเพียงคนเดียวก็ตาม”


            “ทว่าในตอนนั้นข้าไม่ได้พบเห็นอะไรเลยทั้งสิ้น!”


            “เพราะข้าน่ะ.. หมดสติอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของอาคารหลังนึง กว่าจะได้สติมันก็เป็นจังหวะที่นอนอยู่ภายในโรงพยาบาลแล้วน่ะ”


            คำพูดทุกประโยคถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีจังหวะใดสะดุดหรือเร่งร้อน ทำให้หญิงสาวที่นั่งคร่อมอยู่เบื้องหน้าเงียบงัน


            นัยน์ตาสีทองยังคงจับจ้องเขาอย่างไม่กะพริบ แสงประกายในดวงตานั้นส่องลึกเข้าไปในรายละเอียดทุกอณูของเขา ทั้งจังหวะลมหายใจ การเต้นของชีพจร ความเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแม้เพียงเล็กน้อย หัวใจของเขาเต้นอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลมหายใจนิ่งสงบ


            ไม่มีสัญญาณของความหวาดหวั่น ไม่มีร่องรอยของการโกหก ทุกสิ่งล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกัน


            ความจริง


            ทว่าความจริงนั้นกลับทำให้นางรู้สึกไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม


            ตัวหลงอินไม่ได้ละสายตา


            “คำพูดของเจ้าฟังดูไร้ช่องโหว่”


            “จนกระทั่งน่าเชื่อถือเกินด้วย!”


            และทันใดนั้นเอง หญิงสาวก็ขยับเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย


            ระยะห่างระหว่างพวกเขาแคบลงจนแทบสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน แววตาสีทองทอประกายเย็นเฉียบ


            “แต่ข้าหลงอินไม่เชื่อ!”


            “ในจังหวะแรกที่ข้าพูดว่าเจ้าเป็นผู้เหลือรอดเพียงคนเดียว”


            นางเอ่ยต่ออย่างช้าๆ ราวกับกำลังเล่าบางสิ่งที่แน่ชัดอยู่แล้ว


            “หัวใจของเจ้ากลับเต้นระรัวดั่งกลองศึก เหมือนคำพูดของข้าได้ไปกระตุ้นบางอย่างในความทรงจำของเจ้า!”


            ลมหายใจของหวงเยี่ยยังคงสม่ำเสมอ แต่ปลายนิ้วกลับเย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว


            หลงอินจ้องเขม็ง


            “เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆหรือ?”


            ความเงียบตกลงมาอีกครั้ง ก่อนที่นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ และเอ่ยประโยคถัดไปด้วยน้ำเสียงที่แฝงความพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง


            “งั้นเอาแบบนี้..”


            “ถ้าเจ้าบอกเกี่ยวกับความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในเหตุการณ์ครานั้นแล้ว.. ”


            “ตัวของข้าราชัน์มังกรจักรพรรดิทองคำ หลงอิน จะให้เจ้าจับหน้าอกของข้าในร่างมนุษย์นี้เป็นยังไงละ?”


            “เนื่องจากว่าเจ้าชอบผู้หญิงที่มีรูปลักษณ์เช่นนี้ไม่ใช่เหรอ?”


            ขณะที่กำลังพูด นางก็ยกมือขึ้นอย่างช้าๆและสัมผัสไปยังเนินอกที่ใหญ่โตของตน ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมั่นใจ


            “ยังไงละ สนใจมันหรือเปล่า เพราะนี่คือครั้งแรกและครั้งเดียวที่ข้ายินยอมเลยนะ?”


            รูปลักษณ์ของนางในยามนี้งดงามเกินกว่าจะละสายตา ใบหน้าคมคายแฝงเสน่ห์อันเป็นผู้ใหญ่ เขามังกรที่โผล่พ้นเส้นผมยิ่งขับให้ความลึกลับเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่า สัดส่วนร่างกายโค้งเว้าสมบูรณ์แบบดุจงานศิลป์ ทุกการขยับเคลื่อนไหวล้วนดึงดูดสายตาโดยไม่ต้องพยายาม


            “ชิบหายแล้ว!”


            หวงเยี่ยที่เห็นก็กลืนน้ำลายในลำคอโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาเองก็เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า


            ภาพตรงหน้าช่างชวนให้สับสนยิ่งนัก ทำให้สติที่ตนเองพยายามประคองไว้เริ่มสั่นคลอนเป็นอย่างมาก


            【จะ.. ใจเย็นก่อนค่ะโฮสต์!】


            【ห้ามพูดอะไรออกไปนะ】


            คำกล่าวของระบบกลืนกินมังกรเป็นเหมือนเครื่องที่สั่นคลอนสติสัมปชัญญะของเขาอย่างฉับพลัน


            ทำให้สายตาของเขากลับเย็นลงอีกครั้ง ความทรงจำเกี่ยวกับกรงเล็บมังกรที่บดขยี้ทุกสิ่ง เสียงลึกลับที่มอบพลัง และความลับที่ฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ผุดขึ้นมาทับซ้อนกับภาพตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ภาพอดีตกับปัจจุบันประสานกันอย่างไม่อาจแยกออก


            ความรู้สึกสับสนในห้วงจิตถูกกลืนหายไป เหลือเพียงความแน่วแน่ที่ไม่อาจสั่นคลอน


            ความจริงบางอย่างมิอาจแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใดได้ ไม่ว่ามันจะล่อลวงเพียงใดก็ตาม


            หวงเยี่ยสูดลมหายใจเข้าอีกครั้ง รับรู้ถึงการไหลเวียนของพลังภายในที่ค่อยๆสงบลง


            จิตใจกลับคืนสู่ความนิ่งดุจผืนน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างมั่นคง


            “ท่านหญิง”


            “บอกไปแล้วว่าไม่รู้อะไร”


            “ไม่ว่าท่านจะเสนออะไร ข้าก็ไม่สามารถให้คำตอบอื่นได้!”


            ไม่มีการหลบเลี่ยง ไม่มีการอ้อมค้อม ทุกถ้อยคำตั้งตรงดั่งคมดาบที่ถูกขัดเกลาแล้วอย่างสมบูรณ์


            หลงอินที่อยู่ตรงหน้าเงียบงันไปชั่วครู่ นัยน์ตาสีทองที่เคยเจิดจรัสกลับแปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนที่ยากจะอ่านออก


            ความมั่นใจที่เคยเต็มเปี่ยมในแววตาเริ่มมีรอยสั่นไหวเล็กน้อย


            แม้จะเพียงชั่วขณะ แต่ก็เพียงพอให้เห็นว่าคำตอบของชายหนุ่มตรงหน้าได้กระทบต่อบางสิ่งในความคิดของนาง


            เพราะนางมั่นใจในรูปลักษณ์ของตนมาโดยตลอด ร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ใบหน้าที่งดงามดุจภาพวาด สัดส่วนที่อ่อนช้อยและดึงดูดสายตาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะก้าวไปที่ใด นางย่อมเป็นศูนย์กลางของความสนใจโดยไม่ต้องพยายาม


            เสียงซุบซิบเคยดังตามหลังนางอยู่เสมอ เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความหลงใหล และความโลภที่มิอาจปกปิด


            “อยากเข้าใกล้..”


            “อยากครอบครองร่าง..”


            “ต่อให้แลกด้วยชีวิตก็ยอม!”


            คำพูดเหล่านั้นนางได้ยินมานับไม่ถ้วน แต่ทั้งหมดนั้นไม่เคยมีค่าในสายตาของนาง มนุษย์เหล่านั้นเป็นเพียงเงาที่ไหลผ่าน มิได้แตกต่างจากฝุ่นผงที่ลอยอยู่ในอากาศ ทว่าชายหนุ่มตรงหน้ากลับต่างออกไป เขามิได้หลงใหล มิได้ไขว่คว้า


            แม้ในแววตาจะมีประกายวูบไหวเพียงชั่วขณะ แต่สุดท้ายชายหนุ่มลามกคนนี้ก็เลือกจะละทิ้งมันไปอย่างเด็ดขาด


            หลงอินหรี่ตาลงเล็กน้อย


            “น่าสนใจจริงๆ”


            “ทั้งที่เจ้าก็มีความต้องการเหมือนมนุษย์ทั่วไป”


            สายตาของนางเลื่อนผ่านใบหน้าของเขาอย่างช้าๆ


            “แต่กลับเลือกจะปฏิเสธสิ่งที่อยู่ตรงหน้า!”


            “เพื่อปกปิดบางสิ่ง”


            หวงเยี่ยที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ตอบ เพียงนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความนิ่งนั้นเป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใด


            ความเงียบระหว่างทั้งสองทอดยาว ก่อนที่หลงอินจะถอนหายใจออกมา ท่าทางของนางผ่อนคลายลง ราวกับตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว


            “งั้นเรอะ”


            น้ำเสียงของนางกลับมาเป็นปกติ หากแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย


            “ดูเหมือนเจ้าจะเป็นลูกผู้ชายกว่าที่คิดไว้ละนะ”


            “แต่ก็ช่างมันเถอะ”


            “ข้าหลงอินจะไปแล้ว”


            คำพูดเรียบง่ายก่อนจะหยุดเล็กน้อย แล้วเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาโดยไม่หันกลับมา


            “ที่สำคัญ..”


            “อย่าพูดเรื่องที่เกิดขึ้นออกไปละ”


            “ไม่งั้นแม่คนนี้จะควักลูกตาทั้งสองข้างออกมาให้!”


            คำขู่นั้นทำให้บรรยากาศโดยรอบเย็นยะเยือกลงในทันที


            ไร้ซึ่งความลังเล


            ไร้ซึ่งการล้อเล่น


            มีเพียงความจริงจังที่หนักแน่นดั่งคำตัดสิน


            หวงเยี่ยที่นอนนิ่งอยู่กับที่ สายตามองตามแผ่นหลังของนางที่ค่อยๆห่างออกไป ในใจของเขาไม่มีความหวั่นเกรงต่อคำขู่นั้น


            และเมื่อเงาของนางเลือนหายไปจากสายตา พื้นที่แห่งนั้นก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง


            ทว่าความเงียบในครั้งนี้ กลับหนักอึ้งยิ่งกว่าก่อนหน้าเสียอีก


            ..

            ตอนที่เขียนดองไว้กว่าสองอาทิตย์ได้หมดแล้ว

            หลังจากนี้จะลงวันละ 4 ตอนเหมือนเดิมนะครับ

            เช้าและเย็นเหมือนเดิม


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน