บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด
นัยน์ตามังกรของนางเปล่งประกายสีทองเจิดจรัส แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ลึกล้ำ เหมือนสามารถมองทะลุผ่าน และเข้าไปหยั่งถึงส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณผู้คนได้โดยตรง ทำให้ตัวของหวงเยี่ยรู้สึกได้ถึงแรงกดดันนั้นอย่างชัดเจน
ขณะที่หัวใจของชายหนุ่มที่เคยเต้นแรงได้ค่อยๆชะลอลงอย่างตั้งใจ ลมหายใจถูกปรับให้ยาวและสม่ำเสมอ เหมือนกำลังบังคับร่างกายให้เข้าสู่ความสงบอย่างที่สุด แม้ภายในจะยังคงปั่นป่วนไม่ต่างจากคลื่นทะเลที่ซัดสาดไม่หยุดอยู่ก็ตาม
เขาสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่พยายามรักษาความปกติเอาไว้ให้มากที่สุด
“เมื่อเจ็ดปีก่อนเหรอท่านหญิง.. ถึงจะบอกว่าข้าหวงเยี่ยเป็นผู้เหลือรอดเพียงคนเดียวก็ตาม”
“ทว่าในตอนนั้นข้าไม่ได้พบเห็นอะไรเลยทั้งสิ้น!”
“เพราะข้าน่ะ.. หมดสติอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของอาคารหลังนึง กว่าจะได้สติมันก็เป็นจังหวะที่นอนอยู่ภายในโรงพยาบาลแล้วน่ะ”
คำพูดทุกประโยคถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีจังหวะใดสะดุดหรือเร่งร้อน ทำให้หญิงสาวที่นั่งคร่อมอยู่เบื้องหน้าเงียบงัน
นัยน์ตาสีทองยังคงจับจ้องเขาอย่างไม่กะพริบ แสงประกายในดวงตานั้นส่องลึกเข้าไปในรายละเอียดทุกอณูของเขา ทั้งจังหวะลมหายใจ การเต้นของชีพจร ความเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อแม้เพียงเล็กน้อย หัวใจของเขาเต้นอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลมหายใจนิ่งสงบ
ไม่มีสัญญาณของความหวาดหวั่น ไม่มีร่องรอยของการโกหก ทุกสิ่งล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกัน
ความจริง
ทว่าความจริงนั้นกลับทำให้นางรู้สึกไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม
ตัวหลงอินไม่ได้ละสายตา
“คำพูดของเจ้าฟังดูไร้ช่องโหว่”
“จนกระทั่งน่าเชื่อถือเกินด้วย!”
และทันใดนั้นเอง หญิงสาวก็ขยับเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย
ระยะห่างระหว่างพวกเขาแคบลงจนแทบสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน แววตาสีทองทอประกายเย็นเฉียบ
“แต่ข้าหลงอินไม่เชื่อ!”
“ในจังหวะแรกที่ข้าพูดว่าเจ้าเป็นผู้เหลือรอดเพียงคนเดียว”
นางเอ่ยต่ออย่างช้าๆ ราวกับกำลังเล่าบางสิ่งที่แน่ชัดอยู่แล้ว
“หัวใจของเจ้ากลับเต้นระรัวดั่งกลองศึก เหมือนคำพูดของข้าได้ไปกระตุ้นบางอย่างในความทรงจำของเจ้า!”
ลมหายใจของหวงเยี่ยยังคงสม่ำเสมอ แต่ปลายนิ้วกลับเย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว
หลงอินจ้องเขม็ง
“เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆหรือ?”
ความเงียบตกลงมาอีกครั้ง ก่อนที่นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ และเอ่ยประโยคถัดไปด้วยน้ำเสียงที่แฝงความพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง
“งั้นเอาแบบนี้..”
“ถ้าเจ้าบอกเกี่ยวกับความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในเหตุการณ์ครานั้นแล้ว.. ”
“ตัวของข้าราชัน์มังกรจักรพรรดิทองคำ หลงอิน จะให้เจ้าจับหน้าอกของข้าในร่างมนุษย์นี้เป็นยังไงละ?”
“เนื่องจากว่าเจ้าชอบผู้หญิงที่มีรูปลักษณ์เช่นนี้ไม่ใช่เหรอ?”
ขณะที่กำลังพูด นางก็ยกมือขึ้นอย่างช้าๆและสัมผัสไปยังเนินอกที่ใหญ่โตของตน ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ยังไงละ สนใจมันหรือเปล่า เพราะนี่คือครั้งแรกและครั้งเดียวที่ข้ายินยอมเลยนะ?”
รูปลักษณ์ของนางในยามนี้งดงามเกินกว่าจะละสายตา ใบหน้าคมคายแฝงเสน่ห์อันเป็นผู้ใหญ่ เขามังกรที่โผล่พ้นเส้นผมยิ่งขับให้ความลึกลับเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่า สัดส่วนร่างกายโค้งเว้าสมบูรณ์แบบดุจงานศิลป์ ทุกการขยับเคลื่อนไหวล้วนดึงดูดสายตาโดยไม่ต้องพยายาม
“ชิบหายแล้ว!”
หวงเยี่ยที่เห็นก็กลืนน้ำลายในลำคอโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาเองก็เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า
ภาพตรงหน้าช่างชวนให้สับสนยิ่งนัก ทำให้สติที่ตนเองพยายามประคองไว้เริ่มสั่นคลอนเป็นอย่างมาก
【จะ.. ใจเย็นก่อนค่ะโฮสต์!】
【ห้ามพูดอะไรออกไปนะ】
คำกล่าวของระบบกลืนกินมังกรเป็นเหมือนเครื่องที่สั่นคลอนสติสัมปชัญญะของเขาอย่างฉับพลัน
ทำให้สายตาของเขากลับเย็นลงอีกครั้ง ความทรงจำเกี่ยวกับกรงเล็บมังกรที่บดขยี้ทุกสิ่ง เสียงลึกลับที่มอบพลัง และความลับที่ฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ผุดขึ้นมาทับซ้อนกับภาพตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ภาพอดีตกับปัจจุบันประสานกันอย่างไม่อาจแยกออก
ความรู้สึกสับสนในห้วงจิตถูกกลืนหายไป เหลือเพียงความแน่วแน่ที่ไม่อาจสั่นคลอน
ความจริงบางอย่างมิอาจแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใดได้ ไม่ว่ามันจะล่อลวงเพียงใดก็ตาม
หวงเยี่ยสูดลมหายใจเข้าอีกครั้ง รับรู้ถึงการไหลเวียนของพลังภายในที่ค่อยๆสงบลง
จิตใจกลับคืนสู่ความนิ่งดุจผืนน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างมั่นคง
“ท่านหญิง”
“บอกไปแล้วว่าไม่รู้อะไร”
“ไม่ว่าท่านจะเสนออะไร ข้าก็ไม่สามารถให้คำตอบอื่นได้!”
ไม่มีการหลบเลี่ยง ไม่มีการอ้อมค้อม ทุกถ้อยคำตั้งตรงดั่งคมดาบที่ถูกขัดเกลาแล้วอย่างสมบูรณ์
หลงอินที่อยู่ตรงหน้าเงียบงันไปชั่วครู่ นัยน์ตาสีทองที่เคยเจิดจรัสกลับแปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนที่ยากจะอ่านออก
ความมั่นใจที่เคยเต็มเปี่ยมในแววตาเริ่มมีรอยสั่นไหวเล็กน้อย
แม้จะเพียงชั่วขณะ แต่ก็เพียงพอให้เห็นว่าคำตอบของชายหนุ่มตรงหน้าได้กระทบต่อบางสิ่งในความคิดของนาง
เพราะนางมั่นใจในรูปลักษณ์ของตนมาโดยตลอด ร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ใบหน้าที่งดงามดุจภาพวาด สัดส่วนที่อ่อนช้อยและดึงดูดสายตาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะก้าวไปที่ใด นางย่อมเป็นศูนย์กลางของความสนใจโดยไม่ต้องพยายาม
เสียงซุบซิบเคยดังตามหลังนางอยู่เสมอ เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความหลงใหล และความโลภที่มิอาจปกปิด
“อยากเข้าใกล้..”
“อยากครอบครองร่าง..”
“ต่อให้แลกด้วยชีวิตก็ยอม!”
คำพูดเหล่านั้นนางได้ยินมานับไม่ถ้วน แต่ทั้งหมดนั้นไม่เคยมีค่าในสายตาของนาง มนุษย์เหล่านั้นเป็นเพียงเงาที่ไหลผ่าน มิได้แตกต่างจากฝุ่นผงที่ลอยอยู่ในอากาศ ทว่าชายหนุ่มตรงหน้ากลับต่างออกไป เขามิได้หลงใหล มิได้ไขว่คว้า
แม้ในแววตาจะมีประกายวูบไหวเพียงชั่วขณะ แต่สุดท้ายชายหนุ่มลามกคนนี้ก็เลือกจะละทิ้งมันไปอย่างเด็ดขาด
หลงอินหรี่ตาลงเล็กน้อย
“น่าสนใจจริงๆ”
“ทั้งที่เจ้าก็มีความต้องการเหมือนมนุษย์ทั่วไป”
สายตาของนางเลื่อนผ่านใบหน้าของเขาอย่างช้าๆ
“แต่กลับเลือกจะปฏิเสธสิ่งที่อยู่ตรงหน้า!”
“เพื่อปกปิดบางสิ่ง”
หวงเยี่ยที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ตอบ เพียงนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความนิ่งนั้นเป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใด
ความเงียบระหว่างทั้งสองทอดยาว ก่อนที่หลงอินจะถอนหายใจออกมา ท่าทางของนางผ่อนคลายลง ราวกับตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว
“งั้นเรอะ”
น้ำเสียงของนางกลับมาเป็นปกติ หากแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
“ดูเหมือนเจ้าจะเป็นลูกผู้ชายกว่าที่คิดไว้ละนะ”
“แต่ก็ช่างมันเถอะ”
“ข้าหลงอินจะไปแล้ว”
คำพูดเรียบง่ายก่อนจะหยุดเล็กน้อย แล้วเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาโดยไม่หันกลับมา
“ที่สำคัญ..”
“อย่าพูดเรื่องที่เกิดขึ้นออกไปละ”
“ไม่งั้นแม่คนนี้จะควักลูกตาทั้งสองข้างออกมาให้!”
คำขู่นั้นทำให้บรรยากาศโดยรอบเย็นยะเยือกลงในทันที
ไร้ซึ่งความลังเล
ไร้ซึ่งการล้อเล่น
มีเพียงความจริงจังที่หนักแน่นดั่งคำตัดสิน
หวงเยี่ยที่นอนนิ่งอยู่กับที่ สายตามองตามแผ่นหลังของนางที่ค่อยๆห่างออกไป ในใจของเขาไม่มีความหวั่นเกรงต่อคำขู่นั้น
และเมื่อเงาของนางเลือนหายไปจากสายตา พื้นที่แห่งนั้นก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ทว่าความเงียบในครั้งนี้ กลับหนักอึ้งยิ่งกว่าก่อนหน้าเสียอีก
..
ตอนที่เขียนดองไว้กว่าสองอาทิตย์ได้หมดแล้ว
หลังจากนี้จะลงวันละ 4 ตอนเหมือนเดิมนะครับ
เช้าและเย็นเหมือนเดิม