ภาคที่ 2 GAMES START ตอนที่31 ใกล้จะถึง
11 ตุลาคม พ.ศ.2575
" ในดันเจี้ยนเราจะไม่รู้เวลาว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืนการนอนของพวกเราอาจจะผิดเพี้ยนไปบ้างเพราะฉะนั้นผลัดกันพักเป็นระยะ ๆ "กรีนนำพวกเขาเดินตามทางที่เรียบเตียนยาวตรงไปพื้นหญ้าที่เหมือนมีการตัดไม่ให้ยาวเหมาะแก่การเดินทางไม่ใช่สิ่งที่มีควรจะในดันเจี้ยนแบบนี้
อากาศภายในที่ร้อนระอุผิดแปลกจากสภาพพื้นที่ที่ดูชุ่มชื่นแถมยังมีแหล่งน้ำและต้นไม้ใหญ่มากมาย
" แบบนี้มันอย่างกับหน้าร้อนเลยไม่ใช่หรือไงในดันเจี้ยนมีฤดูอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ? "
" น้ำฉันใกล้จะหมดแล้วด้วยคงต้องแวะเติมที่บ่อน้ำ" กลุ่มนักสำรวจเดินไปก็คุยกันไป ไม่มีวี่แววมอนสเตอร์ออกมาเลย
" เดี๋ยวฉันมานะ "เขาวิ่งออกจากขบวนไปในป่า เมื่อมองตามไปก็จะเห็นบ่อน้ำอยู่ในป่าตรงหน้า
" ให้ตายเถอะ !ไอ้เราก็ดื่มน้ำเยอะซะด้วยถ้าไม่มีบ่อน้ำพวกนี้คงต้องขอซื้อจากคนอื่นเอา "เสียงถอนหายใจลากยาวของเขาแสดงถึงเรื่องไม่สบอารมณ์ขณะที่กำลังก้มลงกรอกน้ำใส่ขวดหลายๆ ใบ
" ฉันล่ะสงสัยจริง ๆทำไมแค่สำรวจดันเจี้ยนถึงได้ให้ค่าตอบแทนสูงขนาดนี้ การสำรวจแต่ละครั้งก็ใช้คนจำนวนมากซะด้วยพวกคนรวยนี่มันก็รวยเหลือเกิน "เขามองเห็นฟองอากาศผุดขึ้นมาตรงกลางบ่อน้ำแต่เมื่อจ้องมองเข้าไปก็ไม่มีอะไรน้ำในบ่อใสมากพอที่จะเห็นน้ำในระดับตื้น ๆ ได้สบาย
" นั่นใครน่ะ ! "เสียงอะไรบางอย่างเหยียบใบไม้พื้นหญ้าจากด้านหลัง แต่เมื่อเขาหันหลังกลับไปมองก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นนอกจากทางออกจากป่าที่มีพรรคพวกกำลังเดินอยู่
" ถ้าพวกนายจะมาแกล้งฉันล่ะก็ฝันไปเถอะเห็นหอกนี่ไหมมันทิ่มก้นของพวกนาย ฮ่าฮ่า "เขาก้มลงกรอกน้ำต่อไปริมฝีปากที่กระดกขึ้นที่มุมปากพร้อมทั้งส่ายหน้า
" แต่ก็นะขอแค่พวกเรารอดไปได้ก็มีเงินใช้สบายแล้วพวกคนที่ตายนี่ช่างโชคร้ายจริง ๆถึงแม้จะมีประกันเมื่อตายแล้วครอบครัวจะได้เงินแต่ถ้าตัวเองไม่ได้ใช้มันจะไปมีความหมายอะไรล่ะจริงไหม? " เสียงเท้าที่ก้าวเข้ามาจากด้านหลังของชายหนุ่มคนนี้โดยที่เขายังคิดว่าเป็นเพื่อนๆ อยู่จึงไม่ได้ระวังตัว
ฟองน้ำที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและเริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขาตกใจรีบเก็บขวดน้ำและกำลังจะถอยออกมา
" มีตัวอะไรในน้ำก็ไม่รู้" เมื่อเขาหันหลังมาก็ได้เห็นร่างของมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างเหมือนลิงแต่ขนาดตัวใกล้เคียงกับมนุษย์ผิวกายที่ปกติจะมีขนเตียนอยู่กลับเรียบเนียนและมีสีฟ้า
" อ๊าก- "ก่อนที่เสียงร้องจะดังออกไปเขาก็ถูกพวกมันอีกตัวจากด้านหลังที่ออกมาจากบ่อน้ำมือที่มีผังผื่นและหนังระหว่างนิ้วมือทั้งห้าปิดปากไว้ก่อนจะลากลงไปในน้ำ
" อ่วยอ้วย ! "เสียงตะโกนในลำคอของเขาแม้พยายามจะให้ดังเท่าที่ทำได้แต่ก็ไร้ประโยชน์เสียงพวกมันกระโดดลงน้ำยังดังมากกว่าเสียอีก
" เฮ้ไอ้บ้านั่นมันไปนานจังวะ "
" นั่นสิสงสัยจะกำลังทำศึกอยู่ฮ่าฮ่า "พวกเขาคุยกันสนุกหัวเราะคิกคักโดยหารู้ไม่ว่าเพื่อนคนนั้นได้จากไปเสียแล้ว
" ยังไงก็เถอะเราไปตามมันสักหน่อยไหมเดี๋ยวพวกเขาจะเดินเลยไปไกลเอา " เหล่าเพื่อน ๆของผู้โชคร้ายได้มุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำที่แห่งนั้นและได้เห็นเพียงพื้นที่เปียกน้ำไปตามทางลงไปในบ่อ
" หายไปไหนของมันวะ ?" พวกเขามองหาพร้อมกับตะโกนเรียกแต่ก็ไร้เสียงตอบรับใด ๆ
" เฮ้ย ! ดูที่พื้นสิ" เมื่อได้มองดูดี ๆ ก็จะเห็นรอยจากรองเท้าแถมยังมีรอยแปลก ๆ อีกด้วย
" มีใครอีกคนเหรอ ?" พวกเขาต่างก็ยืนงงทำอะไรไม่ถูกมีเพียงแค่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สอดสายตาไปทั่วมองหาบางอย่าง
" ไม่ !มันดูไม่เหมือนรอยเท้าหรือรองเท้าของคนเลย ลักษณะมันมีจุดที่นูนแหลมเหมือนนิ้วใหญ่ๆ สามนิ้วมีพื้นที่ผิวสัมผัสค่อนข้างมากเลยดีเดียว "
" แล้วรู้ไหมว่ามันคือตัวอะไร? "
" ฉันบอกได้ไม่ชัดเจนแต่น่าจะเป็นฟ็อกกี้" หน้าตาอันเคร่งเครียดที่เห็นได้จากเหงื่อและเส้นเลือดปูด ๆ
" เราควรจะแจ้งหัวหน้าไหม ?" เสียงที่สั่นคลอนมาพร้อมกับสายตาเลิ่กลั่ก
" ฉันฝากนายไปแจ้งหัวหน้าด้วยบอกด้วยว่าพวกเราจะพยายามหาเขาดู "ชายหนุ่มที่ตัวสั่นพยักหน้าตอบรับและวิ่งกลับไปทันที
" ด-เดี๋ยวสิทำไมเราไม่รอพวกหัวหน้าหรือคนที่ชำนาญมาช่วยล่ะ "
" วินาทีเดียวก็ตัดสินความเป็นความตายได้ขืนรอคนมาช่วยไอ้บ้านั้นได้ตายก่อนแน่ ๆ "ชายหนุ่มตอบกลับเสียงแข็งดูหนักแน่นทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกฮึดขึ้นมาด้วย
" เรายังไม่คุ้นชินกับลักษณะพื้นที่แบบนี้ดังนั้นต้องไปเป็นกลุ่มการแยกกันมันก็เท่ากับไปตาย "พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าขณะที่มีสายตาจ้องมองมาจากภายในบ่อน้ำแห่งนั้น
" หัวหน้าครับ ! "ชายหนุ่มขี้กลัววิ่งตรงมาหากรีนอย่างลนลานล้มลุกคลุกคลาน
" นายมีเรื่องอะไร ?" ท่ามกลางสายตาจากเหล่านักสำรวจที่จ้องมองอยู่ด้วยความสงสัยซึฮากิแอบเดินเข้ามาใกล้ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
" เพื่อนของเราหายตัวไปครับคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของพวกฟ็อกกี้ตอนนี้คนอื่นกำลังตามหาตัวอยู่ "
" ให้ตายสิ !พวกนายสักสิบคนไปช่วยหา พวกเราจะยังคงเดินทางต่อไม่หยุดรอเด็ดขาด "
" ขอบคุณครับ "ชายหนุ่มวิ่งนำทางให้เหล่านักสำรวจทั้งสิบคนไปยังบ่อน้ำจุดที่เพื่อนของเขาได้หายไปและเริ่มแบ่งกันไปดูคนละทาง
" พวกเขาไปไหนกันนะ ?" ไมเดนมองตามหลังพวกเขาที่วิ่งกระจายกันไปในป่า
" ฉันคิดว่าพวกเขาคงจะไม่กลับมาหลายคน" ซึฮากิพูดด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อยแต่ประโยคนั้นก็ทำให้โคลอี้จ้องเขาตาเขม็ง
" ตรงนั้นมัน... "เสียงพวกนักสำรวจกำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้าทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ทั้งใสสะอาดและเงียบสงบ
" ระวังกันให้ดีพวกมอนสเตอร์อาจจะอยู่ในน้ำนั่น" กรีนตะโกนสั่งและเดินนำหน้าอย่างกล้าหาญมุ่งตรงไปที่ริมทะเลสาบ
" ใช้เวลาเดินเท้ามานานเป็นวันแต่ก็ไม่มีมอนสเตอร์โผล่ออกมาเลย...พวกมันอาจจะรออะไรอยู่ก็ได้" โคลอี้พูดเบา ๆ ด้วยท่าทางขี้ระแวงเธอมักจะรู้สึกถึงอะไรแปลก ๆ ได้ก่อนใคร
" พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันมีทะเลสาบในดันเจี้ยนแสดงว่าที่แห่งนี้ต้องมีมอนสเตอร์เลเวลที่สูงแน่ ๆมีลักษณะภูมิศาสตร์เหมือนกับนอกดันเจี้ยนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น"
พวกเขาสองค่อนข้างมีประโยชน์กว่านักสำรวจพวกนั้นอีกอย่างน้อยก็มีสมองมากกว่า
" ตั้งแต่ได้เห็นฟ็อกกี้ก็พอจะเดาได้แล้วว่ามีแหล่งน้ำแต่นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นพื้นที่แบบนี้เราอาจจะได้เห็นมอนสเตอร์ที่อาศัยในน้ำอีกหลายแน่ๆ " ท่าทางของไมเดนดูร้อนรนหรืออาจจะเพราะอากาศร้อนก็ได้ แต่ที่แน่ ๆก็คือสายตาหวาดระแวงกับมือที่สั่นกลัว
" แต่ก็ดีไม่ใช่เหรอพี่ถ้ามอนสเตอร์ส่วนใหญ่เป็นพวกอยู่ในน้ำเราก็แค่เดินผ่านหรืออ้อมไปก็ได้ "โคลอี้หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากและแก้มออกตลอด
" เรายังไว้ใจไม่ได้ควรรีบแจ้งให้คุณกรีนทราบแล้วถอยกันก่อน " ขณะที่กรีนมองลงไปทะเลสาบที่ใสในระดับหนึ่งเห็นฝูงปลาน้อยใหญ่ว่ายไปมาดูไม่ต่างอะไรกับทะเลสาบปกติ
" เอ่อ...คุณกรีนครับในฐานะที่ผมเป็นผู้จดบันทึกผมอยากจะให้คุณสั่งถอยเดี๋ยวนี้เลยครับ "กรีนหันหลังให้กับริมน้ำพร้อมทั้งเดินเข้ามาหาไมเดน
" หัวหน้า ! "เสียงตะโกนด้วยความตกใจ พวกเขามองเป็นสายตาเดียวไปที่ด้านหลังของกรีน
" [ เสริมกำลังระดับห้า ]" กรามอันใหญ่โตและฟันที่เรียงกันถี่อ้ากว้างพอที่จะกัดตัวกรีนได้ในคำเดียวเขากัดฟันแน่นเอาแขนง้างปากของมันไว้ได้ทันการ
" หัวหน้าเป็นอะไรไหมครับ ?" เสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใยแต่กลับไม่กล้าขยับเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย
" ไม่เป็นอะไรมั้งพวกนายถอยออกจากทะเลสาบซะ "แขนที่ถูกฟันแหลมเจาะจนเลือดออกทั้งสองข้างขณะที่กรีนค่อย ๆง้างปากของมันจนกรามเลยฉีก
" ย๊าก ! "เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีในการต้านแรงกัดไว้และง้างกรามออก ด้วยความเจ็บปวดและรู้สึกได้ถึงภัยทำให้มันปล่อยกรีนแล้วหนีลงน้ำไปทันที
" [ Heal ] " กรีนรีบวิ่งถอยออกห่างจากทะเลสาบทันที
" คุณกรีนพวกเราควรจะถอยก่อนตอนนี้เราก็สำรวจมาได้มากพอสมควรแล้วนะครับ "ไมเดนพูดเสียงแข็งหนักแน่น
" ถอยอย่างงั้นเหรอ ?" เขาคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะกวาดสายตามองหน้าพวกนักสำรวจหน้าใหม่ทั้งหลาย
" ก็ได้...พวกเราทุกคนถอย !"
" ทราบ ! "เสียงตอบรับกันอย่างพร้อมเพรียงจากก่อนที่จะเข้ามาพวกเขาทั้งหนักแน่นและมุ่งมั่นแต่เมื่อได้เห็นหัวหน้าของตนเองกำลังบาดเจ็บหนักอยู่ใจที่เคยมุ่งมั่นก็หายไปเหลือเพียงความกลัวที่อยู่ในใจ
ฮึ ก็บอกแล้วว่าให้กลับแต่แรกถ้าไม่เจ็บตัวสักหน่อยก็คงจะไปต่ออีก
เสียงฝีเท้าเดินกลับอย่างน่าผิดหวังแม้แต่พวกที่ออกไปตามหาเพื่อนก็ยังไม่กลับมาเสียที
" พวกนายเห็นอะไรนั่นไหม ?" หน่วยแพทย์ที่ควรจะอยู่ด้านหลังกลับกลายเป็นต้องนำหน้าพวกเขาได้เห็นร่างของบางสิ่งบางอย่างยืนอยู่ข้างหน้า
" นั่นมัน... "สายตาตกตะลึงจ้องเขม็งไปที่มอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักทั้งหน่วยแพทย์และเหล่านักสำรวจรีบถอยออกห่างและตั้งแถวกันใหม่อีกครั้ง
" จัดการมันเลย ! "เวทไฟจากจอมเวทพุ่งตรงออกไปแต่มันก็หลบหายไปทันที
แรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่อยู่ใต้พื้นที่พวกเขายืนอยู่บางคนที่มองไปในป่าข้าง ๆเห็นมอนสเตอร์อีกจำนวนมากกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่และก่อนที่จะรู้ตัวพื้นตรงนั้นก็ยุบถล่มลงเป็นวงกว้างร่วงลงไปลึกมาก
" กรี๊ด ! "ซึฮากิใช้แขนขวายกโคลอี้ขึ้นไว้ที่บ่าโดยที่เขายังคงถือมีดสั้นไว้ในมือ ส่วนแขนซ้ายก็ใช้ในการจับตัวไมเดนไว้ไม่กี่วินาทีก่อนที่พื้นจะถล่ม
" เกิดอะไรขึ้น ! "โคลอี้หน้าซีดร้องดังลั่นไม่ต่างอะไรกับคนอื่น ๆพื้นที่อยู่ข้างใต้เต็มไปด้วยหินแหลม ๆ รอพวกเขาอยู่
" อ๊าก ! "เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของคนที่ตกลงไปถูกหินแทงทะลุตัว โชคดีของคนที่ตกลงมาช้ากว่าเพียงไม่กี่วินาทีหินส่วนใหญ่ถูกน้ำหนักของคนหลายคนทับหักไปก่อนทำให้มียังปลอดภัยอยู่
ซึฮากิใช้เวทลมของตนเองสร้างแรงลมผลักสวนไปที่พื้นพร้อมทั้งสร้างโล่มานาขึ้นมาป้องกันไว้อีกชั้นพวกเขาลงถึงพื้นได้โดยไม่บาดเจ็บตรงไหนเลย แต่เมื่อไมเดนและโคลอี้มองไปรอบ ๆก็ได้เห็นร่างที่ไร้วิญญาณจำนวนมากนอนเกลื่อนแต่ก็มีส่วนหนึ่งที่รอดมาได้
" ฉ-ฉันบอกแล้วว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง "เธอวิ่งไปทั่วตามหาผู้ที่รอดชีวิต
" [ Heal ] " ไม้คทาเล็กๆ พกพาได้ง่ายของโคลอี้ เธอพยายามรักษาผู้คนเท่าที่ทำได้
" อา...ไอ้เวรเอ๊ย พวกมันวางกับดักเรา"เหล่านักสำรวจและหน่วยแพทย์ที่เหลือรอดกลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้งนั่งพักฟื้นด้วยสีหน้าตึงเครียด
" รายงานความเสียหายด้วย" กรีนยังคงยืนได้ทั้งที่บาดเจ็บอยู่
" ครับมีผู้เสียชีวิตยี่สิบคน บาดเจ็บสาหัสสิบห้าคน และบาดเจ็บเล็กน้อยสิบหกคน "นายทหารแพทย์ที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยกำลังยืนตรงต่อหน้าขณะที่พูดไปก็กลั้นน้ำตาไว้ด้วย
" เราควรพักฟื้นตัวหรือรีบหาทางกลับดีคะ? " ดีน่าพูดแทรกขึ้นมาแขนซ้ายที่ห้อยโตงเตงควบคุมอะไรไม่ได้แต่เธอก็ไม่สนใจ
" เธอไปปฐมพยาบาลก่อนเถอะตรงนี้ผู้ใหญ่จะจัดการกันเอง " ดีน่าคอตกเดินกลับไปยังจุดที่มีหน่วยแพทย์อยู่พวกเขากำลังรักษาผู้บาดเจ็บกันอย่างยากลำบากเพราะอุปกรณ์หลายอย่างก็พังตอนตกลงมาด้วย
" ด้านหน้ามีทางไปอยู่อาจจะเป็นทางลับในดันเจี้ยนแห่งนี้ก็ได้ " ไมเดนเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบระหว่างพวกกรีน
" แต่มันก็อาจจะเป็นกับดักอีกก็ได้ใครจะรู้แต่ถ้าจะปีนกลับขึ้นไปข้างบนคงใช้เวลานานเป็นวันแน่ ๆ "
" ฉันบอกแล้วว่ามันต้องมีเรื่องพวกนายก็ไม่เชื่อฉัน" โคลอี้ที่อยู่ด้านหลังไมเดน เธอตัวเล็กจนกรีนมองไม่เห็นด้วยซ้ำกับเสียงเล็กแหลมทำให้เธอดูไม่ต่างอะไรกับเด็ก
" ยังงั้นเหรอ ? ว่าแต่เธออายุเท่าไหร่กันแน่อย่างกับเด็กวัยรุ่นแต่มาทำหน้าที่ผู้จดบันทึกก็คงไม่ต่ำกว่ายี่สิบสิ "กรีนย่อตัวลงจ้องมองโคลอี้ด้วยความสงสัยจนเธอต้องหนีไปหลบหลังพี่ชาย
" เธออายุแค่สิบห้าแต่ชอบเรื่องพกวนี้มากๆตำแหน่งผู้จดบันทึกเองก็ไม่ค่อยมีใครอยากจะเป็นสักเท่าไหร่เพราะต้องอ่านและจำเยอะมากๆ "
" ก็ถูกของนายเด็กขนาดนี้มาทำงานแบบนี้ใครเห็นก็ว่าแปลกอยู่แล้ว ฮ่าฮ่า "กรีนมองโคลอี้พร้อมทั้งหัวเราะด้วยความเอ็นดู
" เดี๋ยวฉันจะไปสำรวจทางนั้นเองพวกนายทุกคนระวังกันให้ดีล่ะ "กรีนตะโกนบอกเหล่านักสำรวจที่นั่งเหงื่อท่วมหน้าก้มลงมองพื้นอดอะไรตายยาก
" เฮ้อ...เห็นคนตายต่อหน้าขนาดนี้พวกเขาก็คงจะจิตตกเป็นธรรมดา "กรีนคว้าอาวุธของตัวเองและมุ่งไปยังถ้ำที่อาจจะออกไปจากที่นี่ได้
" ทุกคนอย่าถอดใจเดี๋ยวคุณกรีนจะพาพวกเราออกไปเอง"ไมเดนพยายามเรียกขวัญกำลังใจเหล่านักสำรวจให้กลับมาอีกครั้งแต่เสียงของเขาก็ไม่อาจส่งถึงได้มากพอบรรยากาศอันหนักอึ้งกับความเงียบที่อยู่ระหว่างความเป็นความตาย
" พี่...พวกเราจะรอดไหม ?" นิ้วทั้งห้ากำชายเสื้อของไมเดนแน่นจนยับ
ทางเดินที่เกือบจะมืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากดาบของกรีนพื้นดินขรุขระแถมยังมีเสียงน้ำหยดตลอดเวลา
ที่นี่มันรู้สึกชื้นแปลก ๆ เสียงเหยียบพื้นเปียก ๆ ที่มีแอ่งน้ำอยู่
มีบ่อน้ำข้างใต้นี่ด้วยเหรอเนี่ย ? เขาจ้องมองลงไปในบ่อน้ำตรงหน้าที่มีรัศมีประมาณหนึ่งเมตร แสงไฟไม่มากพอหรือน้ำมันขุ่นก็ไม่รู้
มันอาจจะเป็นแอ่งน้ำจากพวกน้ำที่หยดลงมา เขาเดินเหยียบลงไปด้วยไม่ทันระวังตัวแอ่งน้ำที่คิดว่าตื้นเขินกลับทำให้เขาร่วงลงไปทั้งตัว
" เวรเอ๊ย ! "โชคดีที่กรีนตั้งสติและเกาะขอบไว้ได้พอดี ตอนนี้ทั้งตัวของเขาเปียกโชกไปทั้งตัว
" นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ?ดาบของเราก็ร่วงลงไปข้างใต้นั่นแล้วจะไปต่อก็คงอันตรายเกินไป "เขาชักมีดสั้นที่เหน็บไว้ตรงกางเกง
" แค่มีดสั้นเล่มเดียวจะไปทำอะไรพวกมอนสเตอร์ได้ต้องรีบกลับไปเตรียมอาวุธมาใหม่ "เขาใช้เวทไฟจากมีดสั้นส่องนำทางกลับไปทางเดิม
แต่ในวินาทีหลังจากนั้นกรีนก็ได้ยินเสียงเท้าตามหลังมาพร้อมกับเสียงน้ำหยดกรีนหันกลับเหวี่ยงมีดใส่ในทันที
" บ้าน่า "แสงไฟดับลงทันทีที่ได้เจาะเข้ากับผิวเปียกชื้นแถมยังลื่นอีกต่างหาก
กรีนดึงมีดกลับและถอยออกห่างด้วยความรวดเร็วพร้อมทั้งจุดไฟขึ้นมาอีกครั้ง
ลิงน้ำยังงั้นเหรอ ที่มืดแบบนี้สู้ด้วยลำบากจริงๆ กรีนไม่สนใจรีบวิ่งกลับไปหาพรรคพวกอย่างรวดเร็ว
" หัวหน้ากลับมาแล้ว "หลายคนที่ฮึดขึ้นสู้ได้ก็ยังคงกระตือรือร้นเตรียมตัวสำหรับการรับมือพวกมอนสเตอร์
" เป็นยังไงบ้างครับ ?" พวกเขาต่างก็มองมาด้วยความหวังเล็ก ๆ
" ทางที่จะไปมืดสนิทมีทั้งบ่อน้ำแปลกๆ แถมยังมีลิงน้ำอีกต่างหาก พวกเราต้องจัดขบวนดี ๆเพราะทางมันค่อนข้างแคบถ้าแถวแนวนอนอย่างมากก็จัดได้สี่คน "
" ใครก็ตามที่ใช้เวทไฟได้ให้ยกมือขึ้นและมาข้างหน้าด่วน" เสียงตะโกนจากกรีนดังไปทั่วบริเวณนั้นนักสำรวจและหน่อยแพทย์ที่ใช้เวทไฟได้ต่างก็เดินมารวมกลุ่มกัน
" ฉันจะจัดแถวให้หลังจากพักฟื้นเสร็จเราจะเดินทัพกันเลย" กลุ่มคนเพียงสิบกว่าคนที่ยังยืนได้สบาย ๆกับศพผู้เสียชีวิตและคนที่แม้แต่จะเดินยังลำบากพวกเขาต้องช่วยกันขนย้ายศพเหล่านั้นไปด้วย
" ฉันขอโทษที่พานายมาเสี่ยงแบบนี้" ดีน่าเดินคอตกมาซบไหล่ซึฮากิแบบเงียบ ๆรอยยิ้มที่มักได้เห็นก็ไม่มีเสียแล้ว
" ฉันเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้มาตลอดอยู่แล้วเธอแค่ไม่มาเป็นตัวถ่วงก็เพียงพอเดี๋ยวที่เหลือฉันจะจัดการเอง "ซึฮากิยืนนิ่งไม่รู้จะทำอย่างไรเขาเลื่อนมือขึ้นลูบหัวของดีน่าอย่างอ่อนโยนท่ามกลางสายตาของเหล่านักสำรวจและกรีนที่จ้องมองตาไม่กะพริบ
" พวกเราเดินทัพได้ "เหล่าผู้ใช้เวทไฟยืนอยู่ในแถวเดียวกันยาวไปยันปลายสุดเพื่อส่องแสงสว่างส่วนคนที่เหลือก็ต้องช่วยกันแบกศพไปด้วยหากอุปกรณ์ไม่พังไปเสียก่อนพวกเขาก็คงจะมีเปลหรืออะไรสักอย่างมาช่วยทุ่นแรงได้แล้ว
" ยากินายจะลากพวกเขาไปทั้งแบบนั้นจริงๆ เหรอ " ไมเดนเอ่ยออกมาขณะที่ซึฮากิใช้ผ้ากับเชือกห่อศพแล้วลากตามหลังมา
" แล้วจะให้ทำยังไง ?จะให้เปลืองแรงตัวเองไปกับพวกคนตายทำไม...ฉันไม่ทิ้งไว้ก็ดีแค่ไหนแล้ว"
" นายนี่มันคนเถื่อนหรือยังไง...ก็สมกับหน้าตาดี" โคลอี้พูดแทรกขึ้นด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์
" โอ๊ย !" ไมเดนเขกหัวโคลอี้จัง ๆ จนเธอร้องออกมาพร้อมกับทำหน้าบึ้ง
" อย่าถือสาเธอเลยถึงแม้จะตายแล้วแต่การเอาศพไปให้กับครอบครัวหรือญาติพี่น้องก็ถือเป็นการให้เกียรติอย่างหนึ่งจะฝังจะเผาก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้ว "
" แบบนั้นเองสินะ "
" หยุดก่อน ! "กรีนหยุดอยู่หน้าบ่อน้ำที่ที่เคยเกือบจมลงไป
" เอาไม้นั่นมา "พวกเขานำแท่งไม้ยาว ๆ หย่อนลงไปในบ่อน้ำเพื่อวัดความลึก
" อะ ! "ขณะที่กำลังหย่อนลงไปเรื่อย ๆ จู่ ๆ ไม้ก็ถูกดึงลงไปทันทีโดยที่กรีนไม่ทันตั้งตัว
" มันลึกมากว่าสิบเมตรอีกนะเฮ้ย! ทำไมบ่อน้ำที่ลึกแบบนี้ถึงมาอยู่ในนี้ได้วะ "กรีนเริ่มหัวเสียหายใจแรงเดินวนไปมา
" เราคงต้องกระโดดข้ามไปให้ได้ระยะแค่นี้ผ่านไปได้สบาย ๆ อยู่แล้วใช่ไหมพวกนาย "กรีนถอยหลังออกมาเล็กน้อยและวิ่งตรงไปกระโดดข้ามบ่อน้ำได้ไม่ยาก
" อ้าว ! ตามมา "เหล่านักสำรวจค่อย ๆ กระโดดข้ามไปทีละสองคนเพื่อไม่ให้เบียดกันมากเกินไปแต่พวกเขาก็ไม่ได้สังเกตเห็นฟองน้ำที่ผุดขึ้นมาทีละนิดตรงนั้นเลย
กรีนได้จัดแถวใหม่และล่วงหน้าไปก่อนแล้วขณะที่คนอื่นๆ ค่อยตามกันไป
" เร็ว ๆ "พวกซึฮากิอยู่รั้งท้ายการที่จะเอาศพไปด้วยก็ต้องโยนข้ามบ่อน้ำไปบางครั้งก็ทำให้ผ้าที่ห่อหลุดออกมา
" เตรียมตัวรับนะ "หนึ่งในคนที่แบกศพมากำลังจะโยนข้ามบ่อน้ำโดยที่มีเพื่อนของเขาอีกคนคอยรับอยู่
" ฮึบ "เมื่อศพโยนข้ามผ่านมาแต่เขาก็รับพลาดไปนิดหนึ่งจับที่ปลายผ้าได้ส่วนครึ่งตัวได้จมลงไปในน้ำแทน
" โทษทีเดี๋ยวฉันดึงขึ้นก่อนค่อยเอาคนต่อไปมา"เขาออกแรงทั้งตัวดึงศพขึ้นมาแต่มันก็เหมือนกำลังมีบางอย่างพยายามลากกลับลงไป
" ให้ตายสิมันมีอะไรในน้ำไม่รู้ " คนที่ถือไฟส่องมันลงมาใกล้ ๆ ผิวน้ำเพื่อมองดูพวกเขาก็ได้เห็นใบหน้าของลิงลมที่อยู่ใต้น้ำด้วยความตกใจกลัวก็ดันพลาดทำศพหลุดมือไป
" ซวยแล้วไง "น้ำเสียงร้อนรนหน้าซีดถอยห่างออกจากบ่อน้ำ
" เจ้าบ้าเอ๊ยซุ่มซ่ามจริงๆ ทีนี่จะทำยังไงกันต่อล่ะปล่อยไปเลยไหมหรือยังไง "พวกเขายืนครุ่นคิดกันอยู่พักหนึ่ง
" ถ้าพวกเราเงียบกันก็ไม่มีใครรู้หรอกกลับไปก็บอกว่าโดนมอนสเตอร์กินไปแล้วไม่เหลือซากเลย "ชายหนุ่มคนหนึ่งที่คอยโยนศพก็กำลังจะกระโดดข้ามไปบ้างแต่เพียงเสี้ยววินาทีก็มีมือที่มีผิวสีฟ้าจับขาของเขากลางอากาศก่อนจะข้ามผ่านไป
" อ๊าก ! ช่วยด้วย "เขาตกใจร้องลั่นโดยที่ยังใช้มือทั้งสองจับขอบบ่อไว้ไม่ให้ถูกลากลงไป
" ฉันกำลังช่วยอยู่ "เพื่อนของเขากำลังพยายามดึงตัวขึ้นมาแต่ก็ยื้อยุดฉุดกระชากกันนานพอสมควร
" ฉ-ฉันไม่ไหวแล้ว "
" เราต้องช่วยเขานะ "โคลอี้ที่มองดูอยู่จากอีกฝั่งดึงแขนเสื้อพี่ชายไม่หยุด
" เอางั้นเหรอน้องพี่" ไมเดนเดินแทรกตัวเหล่านักสำรวจที่ได้แต่ยืนนิ่งเฉยไม่กล้ายื่นมือเข้าไปช่วยสักคน
" ถอยออกมากันให้หมดนั่นแหละ"ซึฮากิชักมีดสั้นออกมาดันตัวไมเดนออกไปก่อนจะแทงมีดลงไปในน้ำพร้อมกับรวบรวมมานาเสียงระเบิดดังจนก้องไปทั่วถ้ำเช่นเดียวกับน้ำในบ่อที่พุ่งกระจายจนคนอื่น ๆเปียกไปหมดแต่มันก็ทำให้มือที่ดึงชายผู้โชคร้ายหายไปได้
" ข-ขอบใจ "เสียงหอบหายใจถี่ด้วยความกลัวจนตัวสั่น
" รีบไปกันได้แล้วอย่าชักช้า" ซึฮากิพูดด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยไม่สนใจใครแค่จะไปต่อให้ได้
" อ-อืม " หลังจากข้ามผ่านไปได้ทั้งหมดเหลือเพียงซึฮากิที่กำลังจ้องมองลงไปในบ่อน้ำแห่งนั้น
" ยากินายทำอะไรอยู่ไปกันได้แล้ว" ไมเดนที่ยืนรออยู่ไม่ไกลซึฮากิพยักหน้าตอบรับก่อนหันหลังให้บ่อน้ำแล้วค่อยตามหลังคนอื่น ๆ ไป