บทที่ 39 ศิษย์น้องหญิงเล็กผู้หลงใหลในเงินทอง
สวีจือเฟิง พุ่งลงไปรับอวี่ซิงโจวที่ร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว พลางฉีกยันต์บนตัวเขาออกอย่างไม่ลังเล พร้อมทั้งวางเขาไว้บนกระบี่ของตนเองอย่างไม่วางใจ
ในขณะนั้น เฉิงอิ๋งเมิ่ง ศิษย์พี่หญิงของอวี่ซิงโจวเดินเข้ามาถามเยี่ยหลิงหลงว่า “ศิษย์น้องรองเป็นอะไรไป เพียงแค่ติดยันต์แล้วก็เป็นเช่นนี้ เจ้ามอบยันต์อะไรให้เขากันแน่”
“ท่านถามเขาเองเถิด”
“ศิษย์พี่หญิงอย่าได้เข้าใจผิด ยันต์ของคุณหนูเยี่ยไม่มีปัญหา เพียงแต่ข้าเองที่ไม่ได้คาดคิดว่าผลลัพธ์ของมันจะรุนแรงขนาดนี้” อวี่ซิงโจวรีบอธิบายด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าศิษย์พี่หญิงจะเข้าใจเยี่ยหลิงหลงผิด
เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของเขา เฉิงอิ๋งเมิ่งก็หัวเราะออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
“เอาล่ะ ขอข้าหนึ่งแผ่น ข้าอยากจะลองดูบ้างว่ายันต์มหัศจรรย์นี้มีผลลัพธ์เช่นไร ถึงกับทำให้ศิษย์น้องรองของข้าควบคุมกระบี่ไม่ได้”
เฉิงอิ๋งเมิ่งยื่นมือออกไปหาอวี่ซิงโจว อวี่ซิงโจวทำสีหน้าเสียดายพลางหยิบยันต์ออกมาจากแหวนอย่างลังเล
เฉิงอิ๋งเมิ่งคว้าเอาแผ่นยันต์ไปแปะบนตัวทันที ในพริบตาถัดมา ร่างของนางก็หายไปจากกลุ่มคนที่ลอยอยู่กลางอากาศ ร่วงหล่นอย่างรวดเร็ว
สวีจือเฟิงเห็นศิษย์น้องหญิงของตนร่วงลงไป ก็ตกใจรีบลงไปรับทันที
แต่เฉิงอิ๋งเมิ่งดีกว่าอวี่ซิงโจวตรงที่ ยามนางร่วงลงไปนั้น นางพกกระบี่ไปด้วย ดังนั้นจึงสามารถขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วโดยที่สวีจือเฟิงไม่ต้องไปรับ
เฉิงอิ๋งเมิ่งที่กลับขึ้นมาใหม่ อุทานออกมาไม่หยุดหย่อน “ของดี ของดีจริง ๆ! คุณหนูเยี่ย ข้าก็อยากได้เช่นกัน ข้าจะหาสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนกับเจ้าได้บ้าง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สวีจือเฟิงและอวี๋เฉิงจื้อที่ยังไม่ได้ทดลองต่างก็ขอแผ่นยันต์จากอวี่ซิงโจวตาม ๆ กัน อวี่ซิงโจวสูญเสียแผ่นยันต์ไปถึงสามแผ่นในคราวเดียว ทำให้รู้สึกเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก ความเจ็บปวดจากการสูญเสียสมบัติปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน
ดังนั้น ระหว่างมุ่งหน้าไปยังขุนเขาต้าจิน กลุ่มคนทั้งหกต่างมีแผ่นยันต์ติดอยู่บนร่างกาย มองดูแล้วแปลกประหลาดดึงดูดสายตาผู้คนเป็นอย่างมาก
แต่พวกเขาไม่สนใจสายตาของผู้อื่น เดินทางไปยังขุนเขาต้าจินอย่างแน่วแน่
จี้จื่อจั๋วที่อยู่ข้าง ๆ เยี่ยหลิงหลงถอนหายใจแผ่วเบา ใครก็ตามที่ได้พบกับศิษย์น้องหญิงเล็กผู้นี้ ต่างก็ต้องตกอยู่ใต้อิทธิพลของนางทั้งสิ้น ช่างเป็นพลังที่น่ากลัวนัก!
เมื่อมาถึงขุนเขาต้าจิน ทั้งหกคนก็ลงสู่พื้นดินอย่างมั่นคง
ทันทีที่ลงสู่พื้นดิน สวีจือเฟิงและคนอื่น ๆ ต่างก็หยิบสมบัติล้ำค่าออกมาเพื่อแลกเปลี่ยนยันต์ซือปา เยี่ยหลิงหลงแสดงละครตีหน้าเศร้าราวกับถูกบีบบังคับ ก่อนจะรับสมบัติของทุกคนมาทั้งน้ำตา และเก็บเข้าไปในแหวนอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาเปลี่ยนใจ
จี้จื่อจั๋วเห็นแล้วก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย ยันต์ซือปาของศิษย์น้องหญิงเล็กสามารถวาดได้วันละร้อยแผ่น ทว่าเมื่อแลกเปลี่ยนกับพวกเขากลับทำทีเป็นเสียดายและมอบให้เพียงสิบแผ่นเท่านั้น แต่มือกลับรวบสมบัติล้ำค่าทั้งหมดยัดใส่แหวนอย่างรวดเร็ว
จี้จื่อจั๋วรู้สึกสงสารเหล่าศิษย์ของตำหนักจันทราลี้ลับขึ้นมาทันที ศิษย์น้องหญิงเล็กของเขานั้นมีรูปร่างหน้าตาน่ารักก็จริง แต่นางไม่ได้เป็นคนน่ารักอย่างที่พวกเขาคิด
เอาเถอะ ถึงเวลาแล้วที่คนภายนอกจะได้ลิ้มรสความโหดร้ายของศิษย์น้องหญิงเล็กเสียบ้าง
เพียงแต่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าศิษย์น้องหญิงเล็กนั้นหลงใหลในเงินทองถึงเพียงนี้
หลังจากที่ทุกคนแลกเปลี่ยนกันเสร็จ ก็เก็บสมบัติเข้าไปในแหวนของตนเองด้วยความพึงพอใจ จากนั้นจึงก้าวเข้าสู่ขุนเขาต้าจินอันกว้างใหญ่
ระหว่างทาง พวกเขาพบกับสัตว์อสูรจำนวนไม่น้อย แต่เนื่องจากพวกเขายังคงอยู่บริเวณรอบนอกของขุนเขาต้าจิน สัตว์อสูรที่พบส่วนใหญ่จึงเป็นระดับหนึ่ง และมีบางส่วนที่เป็นระดับสอง
ท้ายที่สุด ในกลุ่มคนทั้งหก นอกจากจี้จื่อจั๋วและสวีจือเฟิงที่อยู่ขอบเขตจินตาน อวี่ซิงโจว เฉิงอิ๋งเมิ่ง อวี๋เฉิงจื้อ และเยี่ยหลิงหลง ต่างอยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน
และในบรรดาขอบเขตสร้างรากฐานทั้งหมด อวี่ซิงโจวที่ดูอ่อนแอที่สุดกลับแข็งแกร่งที่สุด เขาอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็จะขึ้นสู่ขอบเขตจินตาน
เมื่อทราบว่าเยี่ยหลิงหลงนั้นมีอายุเพียงสิบเอ็ดปีแต่กลับบรรลุขอบเขตสร้างรากฐาน พวกเขาทั้งสี่คนต่างก็ประหลาดใจอย่างมาก แต่เมื่อนึกถึงภูมิหลังของนางที่เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ ได้รับทรัพยากรมากมายมาตั้งแต่ยังเล็ก การที่อายุเพียงสิบเอ็ด แต่สามารถบรรลุขอบเขตนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ทั้งหกคนเดินทางลึกลงไปในขุนเขาต้าจิน เมื่อพบกับสัตว์อสูร พวกเขาสี่คนที่เป็นขอบเขตสร้างรากฐานก็จะออกไปฝึกฝน
หลังจากสังหารสัตว์อสูร เยี่ยหลิงหลงมักจะเก็บซากศพของมันไปด้วยทุกครั้ง พฤติกรรมที่ประหยัดอดออมนี้ทำให้นางดูเหมือนผู้ฝึกตนไร้สังกัด มากกว่าจะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่
แม้ว่าคนของตำหนักจันทราลี้ลับจะรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากถาม เพียงแต่หลังจากสังหารสัตว์อสูร พวกเขาก็จะช่วยกันเก็บซากศพของมันมามอบให้กับเยี่ยหลิงหลง
เมื่อเห็นศิษย์น้องหญิงเล็กเก็บแม้กระทั่งซากศพสัตว์อสูรอย่างกระตือรือร้น จี้จื่อจั๋วก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่สำนักชิงเสวียนของพวกเขาก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้นถึงขั้นต้องเก็บซากศพสัตว์อสูรระดับหนึ่งหรือสองไปแลกเงินเพื่อประทังชีวิต
เห็นได้ชัดว่าความหลงใหลในเงินทองของศิษย์น้องหญิงเล็กนั้นรุนแรงกว่าที่เขาคิดไว้มาก
พวกเขาทั้งหมดเดินทางลึกลงไปเรื่อย ๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องแหลมคมของนกดังมาจากข้างหน้า พวกเขาทั้งหมดหันไปมอง เห็นนกปีกทองตัวหนึ่งยืนไซ้ขนอยู่บนต้นไม้
แม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรระดับสองเช่นกัน แต่มันเป็นสัตว์อสูรธาตุทองที่มีพลังโจมตีสูงมาก โดยทั่วไปแล้วหากเจอสัตว์อสูรระดับสองก็ต้องหลีกทางให้ เพราะนั่นหมายความว่าสัตว์อสูรที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้าต่อไปคือสัตว์อสูรระดับสาม
บ่งบอกว่าพวกเขาได้ผ่านพ้นเขตแดนรอบนอกของขุนเขาต้าจินและเข้าสู่เขตอันตรายของขุนเขาต้าจินอย่างเป็นทางการ
นกปีกทองเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดที่เยี่ยหลิงหลงเคยพบตั้งแต่มาฝึกฝนที่ขุนเขาต้าจิน เยี่ยหลิงหลงรู้สึกตื่นเต้นและต้องการประลองกับมันตัวต่อตัว
“พวกท่านทั้งหมดอยู่ข้างหลังข้า ใครก็ห้ามขยับ วันนี้จะเป็นวันแห่งการต่อสู้ระหว่างข้ากับมัน!”
หลังจากที่เยี่ยหลิงหลงพูดจบ คนที่อยู่ด้านหลังนางก็ให้ความร่วมมือยืนนิ่งอยู่กับที่
“หากเจ้าสู้ไม่ได้ก็ร้องออกมา ข้าจะรีบพุ่งเข้าไปช่วย” อวี่ซิงโจวบอกกับนาง
“ไม่มีทางหรอก”
เยี่ยหลิงหลงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็ย่างเท้าออกไปพร้อมกับกระบี่เสวียนอิ่ง
เมื่อนางพุ่งไปถึงหน้าของนกปีกทอง นางก็เหวี่ยงกระบี่ยาวฟันใส่ นกปีกทองตกใจบินหลบ ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงร้องแหลมสูงดังมาจากรอบทิศทาง
นางเงยหน้าขึ้น เห็นนกปีกทองจำนวนนับไม่ถ้วนเกาะอยู่เต็มต้นไม้ มองดูแล้วน่าขนลุก
เพียงแต่นกปีกทองตัวอื่น ๆ ถูกใบไม้บังไว้ ทำให้นางเข้าใจผิดคิดว่ามีเพียงตัวเดียว!
การโจมตีครั้งนี้ โดนเพียงปลายขนของนกปีกทองตัวนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ฝูงนกปีกทองทั้งหมดตื่นตัว
ในชั่วพริบตา ฝูงนกปีกทองก็กางปีก ปากแหลมสีทองยื่นออกมาในท่าเตรียมโจมตี ทำให้เยี่ยหลิงหลงตกใจหันหลังวิ่งหนี
เมื่อเห็นนางที่เพิ่งออกกระบวนท่าเดียวหันหลังวิ่ง คนทั้งห้าที่อยู่ไม่ไกลก็ตกตะลึง
“เจ้าสู้ไม่ได้งั้นหรือ” อวี่ซิงโจวตะโกนถาม “อย่าเพิ่งรีบร้อน ข้าจะไปช่วยเจ้า!”
พูดจบ อวี่ซิงโจวก็ชักกระบี่ยาวออกมา พุ่งตรงไปยังทิศทางของเยี่ยหลิงหลง ดูเหมือนว่าเขาจะทะยานตรงไปหานกปีกทอง เยี่ยหลิงหลงคว้าแขนของเขาไว้กลางอากาศ
“วิ่ง!”