2
กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นละมุนไปทั่วร้าน เสียงเพลงแนวป็อบเปิดคลอเบาๆ บาริสต้าที่กำลังชงกาแฟอย่างผู้มีประสบการณ์แสนเนิ่นนาน ช่างเป็ภาพที่งดงามราวกับถอดออกมาจากรายการทีวีก็ไม่ปาน
เทมป์ดูช่างมีความสุขกับการผสมเครื่องดื่ม เขาตั้งใจทำมันราวกับสิ่งเ่าั้เป็งานศิลปะที่ถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือศิลปินมืออาชีพ
กริ๊ง
เสียงกระดิ่งดังขึ้นเป็สัญญาณบ่งบอกว่ามีแขกเข้ามาภายในร้าน เทมป์เหลือบสายตาขึ้นมองเล็กน้อย เขารับรู้ได้ทันทีว่าแขกผู้ทรงเกียรตินั้นคือหมอกนั่นเอง
หมอกกับเทมป์เป็เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาั้แ่สมัยมัธยมปลาย เรียกได้ว่าเป็เพื่อนที่คอยปรับทุกข์ ปรับสุขกันได้แทบทุกเื่
หมอกมักจะแวะเวียนมาที่ร้านคาเฟ่แห่งนี้เป็ประจำ โดยเฉพาะ เวลาที่หมอกแฮ้งค์หนักๆ อย่างเช่นวันนี้ที่หมอกแวะมาทักทายเพื่อนสนิทอีกครั้ง
" สภาพแบบนี้ หนักสิท่า "
เทมป์เพียงแค่มองหน้าก็รู้ได้ทันที เขายิ้มเล็กน้อยก่อนหันไปทำเครื่องดื่มให้เพื่อนแก้อาการแฮ้งค์จากเมื่อคืน
" นิดหน่อย พอดีเมื่อคืนดื่มกับพวกเอ็มมันน่ะ "
" ไม่นิดแล้วมั้งสภาพนี้ "
" พูดมากน่า "
เทมป์ยื่นน้ำผึ้งมะนาวผสมขิงซึ่งเป็เครื่องดื่มแก้อาการแฮ้งค์ให้กับหมอก เขารับไปดื่มอย่างว่าง่าย
" สดชื่นชะมัด "
" แล้วทำไมวันนี้มาแต่เช้าได้ล่ะเนี่ย ปกติกว่าจะโผล่หัวมาก็สายโด่ง "
เทมป์เอ่ยถามขณะที่มือยังคงสาละวนอยู่กับการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ชุดชงกาแฟเพื่อต้อนรับลูกค้าในตอนเช้า หมอกโยกคอไปมาเบาๆ เพื่อขับไล่อาการเมาค้างให้หมดไป
" วันนี้มีดีลงานลูกค้าน่ะ ว่าจะนัดมาคุยรายละเอียดเกี่ยวกับงานถ่ายพรีเวดดิ้งอาทิตย์หน้า "
" สภาพนี้เนี่ยนะ? "
เทมป์เลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ
" ฉันถึงรีบมาก่อนนี่ไงเล่า "
หมอกพูดจบพลางหยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มแก้กระหาย ขณะเดียวกันเสียงกระดิ่งที่หน้าร้านส่งเสียงเจื้อยแจ้ว บ่งบอกว่ามีลูกค้ารายใหม่แวะเวียนเข้ามาใช้บริการ
หญิงสาวหน้าตาน่ารัก ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มสดใส เธอมาพร้อมชุดเดรสสีชมพูช่างเข้ากันดีกับรูปร่างผอมบางของเธอเสียเหลือเกิน เสียงใสๆ ของเธอเอ่ยทักขึ้นอย่างเป็มิตร
" สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณหมอกใช่มั้ยคะ? "
" อ่า ใช่ครับ หรือว่า คุณคือ ..? "
" หมิวที่ติดต่อเื่ถ่ายพรีเวดดิ้งอาทิตย์หน้าน่ะค่ะ "
" อ่อ สวัสดีครับ ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้ "
" อ้อ พอดีว่าบ้านหมิวอยู่ใกล้ๆ แถวนี้พอดี คุณหมอกทำธุระก่อนก็ได้นะคะ หมิวมาก่อนเวลานัดเอง ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ "
เธอก้มหัวขอโทษขอโพย จนหมอกต้องรีบห้ามปราม
" ไม่เป็ไรครับคุณหมิว ผมทานเสร็จพอดี ว่าแต่ ทำไมมาคนเดียวล่ะครับ แล้ว .. "
" อ๋อ พอดีพี่เขาขอไปทำธุระก่อนน่ะค่ะ เดี๋ยวตามมาทีหลังค่ะ "
" งั้นหรอครับ ถ้างั้นเราคุยกันก่อนดีมั้ยครับ จะได้ไม่เสียเวลา "
" ได้เลยค่ะ ถ้างั้นขอรบกวนด้วยนะคะ "
หมอกรีบจัดแจงพาเธอไปนั่งที่โต๊ะในทันที สายตาพลันเหลือบไปเห็นเทมป์ที่กำลังส่งสัญญาณ ' โชคดี ' ไล่หลังมาเบาๆ
เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้ว ชั่วโมงเล่า หมอกและหมิวยังคงพูดคุยกันเื่งานอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันบรรยากาศในร้านเริ่มคึกคักเพราะเริ่มมีลูกค้าคนอื่นๆ เข้ามาใช้บริการมากขึ้น
กริ๊ง
เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้งเมื่อมีใครบางคนเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มรูปร่างสูง แต่งตัวภูมิฐานด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ขับกับผิวขาวผ่องของเขายิ่งทำให้ดูโดดเด่นสะดุดตา จนสาวๆ ในร้านต่างพากันหันมามองทางเขาเป็ตาเดียว
" ยินดีต้อนรับครับ "
เทมป์เอ่ยกล่าวทักทายเชื้อเชิญตามมรรยาทของเ้าของร้าน ชายหนุ่มส่งยิ้มอย่างเป็มิตรพร้อมก้มหัวให้เล็กน้อย หลังจากนั้นเขาเริ่มกวาดสายตามองหาใครบางคนภายในร้านที่มาถึงก่อนล่วงหน้าแล้ว
เขาสาวเท้ายาวเดินไปยังโต๊ะที่อยู่ริมในสุดของร้านซึ่งติดกับกระจกใส สามารถมองทะลุผ่านไปยังวิวข้างนอกเพื่อชมบรรยากาศของเหล่าหมู่ไม้ที่แสนร่มรื่นได้
" ขอโทษที่พี่มาช้านะหมิว "
ชายหนุ่มเอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม พร้อมกับถอดแว่นกันแดดสีดำเสียบเก็บไว้ที่เสื้อ พลันส่งยิ้มหวานไปยังคนรักเพื่อเป็การขอโทษที่มาสาย
" ในที่สุดก็มาซะทีนะคะพี่วินด์ หมิวจะแนะนำพี่ช่างภาพมืออาชีพให้รู้จักนะคะ คุณหมอกคะ นี่คือว่าที่เ้าบ่าวของหมิวเองค่ะ พี่วินด์ พี่วินด์คะ ส่วนนี่ก็คุณหมอกช่างภาพที่จะทำงานให้เราค่ะ "
" สวัสดีครับ ยินดี.. "
หมอกพูดไม่ทันจบประโยค เขากลับต้องชะงักงันทันทีด้วยความใ เมื่อได้พบกับคนตรงหน้า วินด์ เพื่อนสมัยมัธยมต้นที่ห่างหายกันไป วินด์ที่ไม่ได้ติดต่อกันนานนับสิบปี วินด์ที่อยู่ในความทรงจำของหมอกมาตลอดเวลาที่ผ่านมา วินด์ที่กำลังจะแต่งงาน และตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน หมอกคิดในใจ ความสับสนและมึนงงกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำตัวเช่นไรด้วยซ้ำไป หมอกได้แต่ยืนนิ่งราวกับว่าิญญาของเขาหลุดออกไปจากร่างเสียแล้ว
" หมอก ไม่อยากจะเชื่อเลย นี่ใช่นายจริงๆ ใช่มั้ย? "
วินด์พูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น เขายิ้มออกมาอย่างดีใจราวกับเด็กน้อยที่ได้รับของเล่นถูกใจ แต่หมอกไม่ได้ตอบอะไร เขากลับมีท่าทางเรียบเฉยตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
" นี่พี่รู้จักกับคุณหมอกด้วยหรอคะ? "
หมิวเอ่ยถามระคนสงสัย
" ใช่แล้ว เรารู้จักกันสมัยเรียนม.ต้นน่ะ ตอนนั้นพี่ย้ายไปเรียนที่สัตหีบ บ้านเกิดของหมอกเขาน่ะ "
" ว้าว บังเอิญจังเลยนะคะเนี่ย ดีจัง "
" ช่าย ดีจังนะ "
" ถ้างั้นพวกพี่สองคนน่าจะมีเื่ให้คุยกันอีกเพียบเลยสิคะเนี่ย "
" ครับ คงจะเป็แบบนั้น "
หมอกตอบเสียงเรียบ ขณะเดียวกันเทมปฺ์ที่คอยสังเกตอาการของหมอกอยู่ก่อนหน้าแล้ว เขาตรงเข้ามาที่โต๊ะพร้อมยื่นเมนูอาหารให้กับวินด์ในทันที พลันสายตาเหลือบเห็นหมอกที่แสดงความกังวลใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
" งั้นก็รบกวนตามนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะพี่หมอก เอ๊ะ เรียกแบบนี้ไม่เสียมรรยาทใช่มั้ยคะ ไหนๆ ก็รู้จักกับพี่วินด์แล้ว "
หญิงสาวหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี หมอกยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบเสียงเรียบ
" ครับ ไม่เป็ไร ตามสบายเลย แล้วเดี๋ยวเคลียร์สถานที่เรียบร้อย ผมจะติดต่อกลับไปนะครับ "
" ค่ะ! "
หญิงสาวตอบรับพร้อมโบกมือลา ก่อนจะเดินทางขึ้นรถกลับบ้านพร้อมกับวินด์
" ไปนะ แล้วเจอกัน "
วินด์เอ่ยทักก่อนจะขึ้นรถขับออกไป หมอกได้แต่ส่งยิ้มแทนคำตอบ ก่อนจะยืนมองรถของคนทั้งคู่แล่นขับออกไปจนลับตา พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับปลดปล่อยเื่ที่หนักอึ้งให้คลายลง
" พี่หมอกเป็คนใจดีมากเลยนะคะ ทีแรกตอนที่หมิวเห็นเขา หมิวใมากเลย พี่เขาดูน่ากลัวมาก แต่พอได้พูด ได้คุยกันแล้ว จริงๆ พี่หมอกเป็สุภาพบุรุษแล้วก็น่ารักมากเลยนะคะ "
" ใช่ หมอกเปลี่ยนไปเยอะมากเลย พี่เองก็เกือบจะจำแทบไม่ได้ "
" พี่วินด์น่าจะเล่าเื่พี่หมอกให้ฟังบ้างนะคะ "
" พี่เองก็ใเหมือนกันที่เจอเขาที่นี่ ทั้งที่ไม่เจอกันมานาน … "
รอยยิ้มของวินด์พลันจางหายไปทันที เมื่อพูดถึงเื่ราวในอดีตของเขาอีกครั้ง
" เกิดอะไรขึ้นหรอคะ? ทำไมถึงไม่ได้ติดต่อกันอีกละคะ? " หญิงสาวเอียงคออย่างสงสัย
" คือว่าเื่นั้น .. เอ่อ .. มันค่อนข้างอธิบายยากนะ "
วินด์พยายามที่จะอธิบาย แต่มันช่างเป็เื่ยากเหลือเกิน เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นจากตรงไหนเช่นเดียวกัน
" ฉันกับวินด์เราเป็เพื่อนสนิทกันมาก เพราะว่าบ้านเราสองคนอยู่ใกล้ทะเล ทุกวันหลังเลิกเรียนเราจะแวะไปที่นั่นเสมอๆ … "
หมอกเริ่มเล่าเื่ราวในอดีตของเขาทั้งหมดให้เทมป์ได้รับรู้
" นายอยากทำอะไรมากที่สุดในชีวิตหรอ? "
หมอกเอ่ยถามวินด์ ขณะที่พวกเขากำลังนั่งเล่นอยู่ริมทะเลเช่นปกติอย่างทุกวัน
" อยากทำอะไรมากที่สุดหรอ? " วินด์ทวนคำถามอีกครั้ง " คงอยากทำการบ้านของครูประดิษฐ์ให้เสร็จล่ะมั้ง "
" ฉันหมายถึงอนาคตต่างหากเล่า อย่างเรียนจบแล้วน่ะ "
วินด์หัวเราะก่อนตอบอย่างยียวน
" ฉันรู้แล้วหรอกน่า แค่พูดเล่นน่ะ อนาคตหรอ อืม.. ไม่รู้สิ ฉันยังไม่เคยคิดถึงเื่นั้นเลย แล้วนายล่ะ? อยากทำอะไร? "
" ฉันหรอ? แน่นอน ฉันเรียนจบเมื่อไหร่ ฉันจะเป็ช่างภาพมืออาชีพให้ได้ "
" ช่างภาพ อย่างนายเนี่ยนะ วิชาวาดรูปยังห่วยแตกขนาดนั้น จะไปเป็ช่างภาพเนี่ยนะ ฝันเฟื่องไปใหญ่แล้ว "
" เฮ้ย เฮ้ย อย่าดูถูกกันนะ ฝีมืออย่างฉันโปรเฟสชั่นแนลยังเรียกว่าพี่เลยจะบอกให้ "
" ไอ้ขี้โม้!! "
" เดี๋ยวนะ เมื่อกี้หาว่าฉันวาดรูปห่วยแตกหรอ ไหนมาลองวัดกันดูหน่อยสิ ว่าฉันกับนายฝีมือใครกันแน่ที่ห่วยแตกน่ะ "
" นี่ท้าฉันหรอ ได้เลย "
หลังจากปะทะคารมกันอยู่พักใหญ่ ทั้งสองคนต่างหากิ่งไม้เพื่อมาแข่งขันวาดรูปจากบนพื้นทรายสีขาวของชายหาด แม้ว่าฝีมือของทั้งสองจะออกมาไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ก็ไม่ได้เป็ปัญหา เพราะพวกเขาต่างพากันหัวเราะสนุกสนานกับรูปวาดรูปร่างประหลาด และพากันเดาสุ่มกันจนเป็เื่ขำขันตลอดทั้งเย็นในวันนั้น
" ถ้าฉันได้เป็ช่างภาพมืออาชีพเมื่อไหร่ นายต้องมาเป็นายแบบให้ฉันด้วยล่ะ "
" สัญญานะ "
" อืม ฉันสัญญาเลย! "
ทั้งคู่ให้คำมั่นสัญญาแก่กัน ผ่านดวงตะวันที่ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า แสงสีทองเรืองรองส่องประกายกระทบกับพื้นน้ำทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา ราวกับท้องทะเลกลายเป็สีทองอร่าม
เย็นวันนึงขณะที่พ่อของวินด์กำลังเก็บรื้อข้าวของในบ้าน วินด์บังเอิญไปพบกล่องใบนึง เขาจึงลองเปิดดูว่ามีอะไรอยู่ภายในให้หายข้องใจ ปรากฎว่าเขาเจอกล้องถ่ายรูปเก่าๆ อยู่เครื่องนึง มันเป็กล้องถ่ายรูปที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง วินด์ดีใจเป็อย่างมาก
เขานำกล้องตัวนี้ไปหาหมอกในทันทีและชักชวนเขาออกไปถ่ายรูปด้วยกันอย่างไม่รีรอ
" นายไปเอามาจากไหนเนี่ย? "
" มันอยู่ในกล่องเครื่องมือที่บ้านน่ะ เอ้า ลองดูสิว่ามันยังใช้ได้มั้ย "
หมอกพยายามลองกดชัตเตอร์ถ่ายรูปดู แต่ดูเหมือนว่ากล้องจะค่อนข้างเก็บไว้นานจนไม่สามารถใช้การได้แล้ว แม้จะรู้สึกเสียดายแต่ทั้งคู่จำใจต้องทิ้งมันไป เพราะถึงจะซ่อมก็คงจะใช้งานไม่ได้อยู่ดี แถมยังเป็กล้องราคาถูกอีกต่างหาก
" เฮ่อ คิดว่าจะได้ทดสอบฝีมือตัวเองซะแล้ว อะไรกันเนี่ย " หมอกบ่นพึมพำ
" พระเ้าคงจะกำลังบอกเป็นัยๆ ละมั้ง ว่านายไม่เหมาะกับอาชีพนี้ ฮ่าๆๆ "
" บ้าสิ้นดี " หมอกสบถอย่างอารมณ์เสีย
" เอาน่า เื่แค่นี้เอง กล้องมันเก่าแล้ว เป็ธรรมดาที่จะใช้งานไม่ได้ อย่าหัวเสียหน่อยเลย "
" ฉันหงุดหงิดก็เพราะ .. "
" เพราะ? " วินด์ทวนคำ
หมอกรีบห้ามปรามตัวเองก่อนที่จะหลุดคำพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ นั่นยิ่งทำให้วินด์เลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย ก่อนถามย้ำเพื่อหาคำตอบที่้า แต่ดูเหมือนว่าหมอกจะพยายามเฉไฉเปลี่ยนไปเื่อื่นแทน
" ช่างมันเหอะ " หมอกตัดบท
วินด์ดูไม่ค่อยจะสบอารมณ์มากนักกับท่าทีของหมอกที่ดูมีลับลมคมในกับเขา ยิ่งวินด์พยายามเซ้าซี้ ยิ่งทำให้หมอกเลี่ยงหนีตลอดเวลา
" ฉันแค่ .. "
หมอกเสสายตาหันไปมองคนตรงหน้า ที่ตอนนี้กำลังจับจ้องสายตามาทางเขา ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวย งดงามราวกับมีเวทมนตร์ดึงดูดให้หมอกรู้สึกหวาบหวาม ใจ ชั่ววินาทีนั้นเขารู้สึกว่าภายในใจของเขามันอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ รู้เพียงแค่ว่า ตอนนี้หัวใจของเขามันเต้นรัว เร็ว ไม่เป็จังหวะเอาเสียเลย ถ้าหากปล่อยนานไปกว่านี้ หัวใจของเขาอาจจะกระเด็นหลุดออกมาข้างนอกก็ได้
ภายในหัวของหมอกมันว่างเปล่าไปหมด ไม่ทันที่จะรู้ตัว เขาเผลอเอื้อมมือไปััที่แก้มขาวที่มีสีชมพูระเรื่อของวินด์อย่างเบามือ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ และบรรจงประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากนุ่ม ััของลูกอมรสมิ้นท์ช่างหอมหวาน คละคลุ้งลมหายใจอุ่นที่แผ่ซ่านยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงจนไม่อาจทานทนได้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ ที่ทั้งสองคนััคำว่า ' จูบแรก ' นั้น ทว่า ทันทีที่วินด์เริ่มได้สติอีกครั้ง เขารีบผงะถอยออกมา ก่อนที่จะเผลอชกเข้าไปที่ใบหน้าของหมอกจนเ้าตัวล้มไปกองกับพื้นไม่เป็ท่า วินด์เด้งตัวลุกขึ้นถอยห่างพร้อมกับเอามือปาดเช็ดเพื่อลบรอยััออกจากริมฝีปากตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา
" นี่แกทำบ้าอะไรวะ!!!? "
วินด์ตะคอกใส่หมอกด้วยความเกรี้ยวกราดและใ แต่หมอกไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น เขาได้แน่นิ่งเงียบ ก่อนััได้ถึงความเจ็บบนริมฝีปากขึ้นมาทีละนิด หมอกเอื้อมมือไปเช็ดรอยแผลนั้น จึงได้รู้ว่ามีเืออกมาเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาเจ็บมากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบเท่ากับความรู้สึกที่มันเจ็บแปลบอยู่ในใจจากการปฎิเสธ
สายตาที่วินด์มองมาที่เขาเริ่มแปลกไป มันมีทั้งใ สงสัย สับสน โกรธเกรี้ยว สาระพัดปนเปกันไปหมด ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบนานเท่าไหร่ไม่รู้ได้ รู้เพียงแต่ว่า่เวลานั้นมันช่างน่าอึดอัดและทรมานเสียเหลือเกิน
" ฉันจะลืมเื่เมื่อกี้ แล้วต่อไปนี้ อย่ามาให้ฉันเจอหน้าอีก "
วินด์ยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงที่ขึงขังและจริงจัง ก่อนที่เขาจะเดินออกไป โดยทิ้งหมอกเอาไว้อยู่เพียงลำพังโดยไม่ได้หันมามองแม้แต่น้อย
นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันพังหมดแล้วใช่มั้ย ทุกอย่างจบแล้วใช่มั้ย ทุกอย่าง..
หมอกถามย้ำกับตัวเองในใจ