“เสี่ยอู๋ให้ลูกน้องมาขู่เพื่อที่จะเอาสูตรผลิตปุ๋ยกับสูตรผลิตผลไม้แปรรูปของพวกนายอย่างนั้นเหรอ” หวังเจียนหยุนถาม
“ก่อนหน้านี้มีคนแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนแถวหน้าโรงงานของเราด้วยครับ ผมคิดว่าพวกเขาคงเป็นคนกลุ่มเดียวกัน” เจียงโม่โฉวบอก
“ผมคิดว่าคงเป็นคนของเสี่ยอู๋นั่นล่ะครับ และคนที่เสี่ยอู๋ส่งให้มาจัดการเรื่องนี้มีชื่อว่าอาซุน เขาเคยเป็นลูกน้องของพี่ไห่ ตั้งแต่ตอนที่พี่ไห่ยังเป็นนักเลงอยู่น่ะครับ เขาบอกว่าตั้งแต่โรงงานของเราเปิดทำการ ลูกค้าในอำเภอก็หันมาซื้อของจากโรงงานของเราทั้งหมด และสำนักงานเกษตรประจำอำเภอก็ยกเลิกคำสั่งซื้อปุ๋ยจากโรงงานของเขาด้วยครับ” โจวต้าเฝิงอธิบายเสริม
“คงไม่ใช่เสี่ยอู๋ที่เรากำลังตามจับอยู่ใช่ไหมพี่เจียนหยุน” เจียงโม่ไป๋พูดยิ้ม “ถ้าใช่มันก็เป็นเรื่องบังเอิญที่ดีเอามากๆ”
“พี่หมายความว่ายังไงเหรอครับ เสี่ยอู๋มีคดีอะไรที่พวกพี่กำลังตามจับอยู่เหรอ” เจียงโม่โฉวถามพี่ชาย
“เราสงสัยว่าเขาลักลอบผลิตและขายปุ๋ยไม่ได้มาตรฐาน ทั้งยังมีคดีเกี่ยวกับหญิงสาวที่ถูกลักพาตัวไปอีก ฉันกับพี่เจียนหยุนกำลังตามสืบเรื่องนี้กันอยู่ แต่น่าเสียดายที่หลักฐานมีน้อยเกินไป เราเลยจับเขามาดำเนินคดีไม่ได้” เจียงโม่ไป๋ตอบ
“ถ้าครั้งนี้เสี่ยอู๋มาก่อกวนและสร้างความเสียหายให้โรงงานของพวกนาย ฉันกับโม่ไป๋จะใช้เรื่องนี้ขยายผลในการจับกุมเขาต่อได้” หวังเจียนหยุนเสริม
“ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องรอให้เขาลงมือครับ เราสามารถลงมือก่อนได้ หลังจากนั้นก็รอให้เขามาติดกับก็พอ” เจียงโม่โฉวพูดยิ้ม
“นายจะทำวิธีไหน” หวังเจียนหยุนถามอย่างสนใจ เขากับเจียงโม่ไป๋คิดแค่ว่าจะรอเวลาให้เสี่ยอู๋เริ่มลงมือ จากนั้นพวกเขาก็จะไปจับกุมอีกฝ่ายและจะสอบปากคำเพื่อขยายผลต่อ แต่ถ้าเสี่ยอู๋เกิดเปลี่ยนใจแล้วไม่ลงมือล่ะ ไม่เท่ากับเขาและเจียงโม่ไป๋ต้องรอเก้อหรือ
“เรายังมีรายการวิทยุและหนังสือพิมพ์ของต้าเฉียงอยู่ไม่ใช่เหรอครับ เริ่มจากการจัดโปรโมชันให้โด่งดังไปเลย เพื่อกระตุ้นให้เสี่ยอู๋เริ่มลงมือ จากนั้นเราก็ปล่อยข่าวลือเรื่องปุ๋ยปลอมขึ้นมา ถึงตอนนั้นรัฐก็จะต้องส่งคนมาตรวจคุณภาพที่โรงงานของผม” เจียงโม่โฉวยิ้ม “พวกพี่บอกว่าเสี่ยอู๋ก็มีโรงงานผลิตปุ๋ยด้วยไม่ใช่เหรอครับ”
เจียงโม่ไป๋ตบไหล่น้องชายเต็มแรง “ฮ่าๆๆ น้องชายฉันฉลาดมาก นอกจากจะทำโปรโมชันเพื่อเรียกยอดขายได้ถล่มทลายแล้ว นายยังจะยกระดับความเชื่อมั่นของลูกค้าด้วยการให้เจ้าหน้าที่มาตรวจว่าสินค้าของพวกนายเป็นสินค้าที่ดีมีมาตรฐาน อีกทางหนึ่งนายก็จะเปิดโปงโรงงานผลิตปุ๋ยปลอม และยังทำให้ฉันกับพี่เจียนหยุนจับเสี่ยอู๋มาสอบปากคำเพื่อขยายผลไปสู่ธุรกิจผิดกฎหมายอื่นของเขาได้ด้วย แผนของนายเยี่ยมมาก”
หลังจากที่เจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงเสร็จธุระที่สถานีตำรวจ พวกเขาจึงขับรถไปหาต้าเฉียงที่โรงพิมพ์
“ไปยังไงมายังไงกันครับเนี่ย ดีเลย...ผมกำลังคิดว่าเย็นนี้จะไปบอกข่าวดีกับพวกพี่อยู่เชียว” ต้าเฉียงเดินยิ้มเข้ามาอย่างดีใจ
“ปากนายจะฉีกขึ้นไปถึงใบหูอยู่แล้ว ไหนบอกมาซิว่ามีข่าวดีอะไร” เจียงโม่โฉวยิ้ม นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเพื่อนรัก
“วันนี้ฉันพาอาหรงไปโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าอาหรงท้องได้สองเดือนแล้ว ฉันกำลังจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” ต้าเฉียงไม่สามารถหุบรอยยิ้มของเขาได้แล้วจริงๆ
“ยินดีกับนายด้วยนะต้าเฉียง ฉันจะเอาข่าวดีนี้กลับไปบอกพี่ไห่กับลุงหานให้นะ พวกเขาคงดีใจมากที่จะได้เป็นคุณลุงกับคุณตากันแล้ว”
“แล้วอาหรงยังจะทำงานที่ร้านไหวอยู่เหรอ ตอนที่อ้ายเหม่ยท้อง คุณหมอยังบอกให้ระวังอยู่ตั้งสามเดือน อาหารการกินก็ต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยนะ นายให้อาหรงกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านก่อนดีไหม ทางโน้นพวกเรายังช่วยกันดูแลเธอได้” โจวต้าเฝิงถาม เขานึกถึงตอนที่น้องสาวของเขาท้องได้เป็นอย่างดี ปกติน้องสาวไม่ใช่คนเลือกกิน แต่ตอนที่เธอท้องกลับเลือกกินมาก ทั้งยังแพ้ท้องหนักมากด้วย
“ผมก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นเหมือนกันครับ อีกอย่างอาหรงก็อยากกลับไปอยู่บ้านเดิมกับพ่อและพี่ชายของเธอด้วย เธอบอกว่าอยากกลับไปนอนบนที่นอนเก่าของคุณแม่ มันจะทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยแล้วก็รู้สึกสบายใจ ผมเกือบลืมไปเลย มัวแต่บอกข่าวดีของตัวเอง พี่กับโม่โฉวมาหาผมวันนี้เพราะมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ เกี่ยวกับที่เสี่ยอู๋ส่งคนไปเฝ้าอยู่หน้าโรงงานหรือเปล่า” ต้าเฉียงถาม
“นายก็รู้เรื่องที่เสี่ยอู๋ส่งคนไปเฝ้าอยู่หน้าโรงงานของพวกเราเหมือนกันเหรอ” เจียงโม่โฉว
“เมื่อวานพี่ไห่มาเยี่ยม เขาก็เลยเล่าให้ฉันกับอาหรงฟังน่ะ”
“ในเมื่อนายรู้เรื่องราวคร่าวๆ แล้ว ฉันกับพี่ต้าเฝิงก็จะไม่เล่าความเดิมอีก แต่เราอยากให้นายช่วยเราสักเรื่อง” เจียงโม่โฉวบอก
“เรื่องอะไร? นายบอกฉันมาได้เลย”
“ฉันอยากซื้อพื้นที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์ของนาย และจะมอบของขวัญชิ้นพิเศษเป็นบัตรกำนัลให้กับผู้ฟังที่ร่วมตอบคำถามในสถานีวิทยุของนายด้วย”
เจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงเริ่มพูดถึงแผนการและวิธีการต่างๆ ให้ต้าเฉียงฟัง ซึ่งต้าเฉียงก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ เวลาผ่านไปนานจนพวกเขาได้ข้อสรุปถึงแผนการทั้งหมด โดยโรงงานผลิตปุ๋ยของเจียงโม่โฉวจะลงโฆษณาให้ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ผักและผลไม้จากทางโรงงาน โดยไม่ว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าไปมากน้อยเท่าไหร่ก็จะได้ส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ทุกคน โดยไม่ต้องมีขั้นต่ำในการซื้อ
ส่วนโรงงานแปรรูปอาหารของโจวต้าเฝิงจะมอบบัตรกำนัลให้กับผู้ฟังที่ร่วมตอบคำถามในรายการวิทยุของต้าเฉียง เพื่อให้ผู้ชนะรางวัลได้เข้าไปสัมผัสและเที่ยวชมสวนผักและสวนผลไม้เป็นเวลาหนึ่งวัน ทั้งยังสามารถเก็บผักและผลไม้กลับบ้านได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และหากผู้ชนะรางวัลอยากซื้ออาหารแปรรูปกลับบ้าน พวกเขาก็จะได้ส่วนลดในการซื้อสินค้าไปอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์เช่นกัน
“พวกแกว่าอะไรนะ! สำนักงานเกษตรของอำเภออื่นก็ยกเลิกคำสั่งซื้อปุ๋ยจากเราเหมือนกันเหรอ” เสี่ยอู๋ถามเมื่อเห็นอาซุนเข้ามารายงาน
“ใช่ครับเสี่ย ไม่ใช่แค่สำนักเกษตรของอำเภอหยางเฉิง แต่สำนักเกษตรอำเภอทุกอำเภอในมณฑลของเราก็ยกเลิกคำสั่งซื้อปุ๋ยจากโรงงานของเรามาทั้งหมดเลยครับ”
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง!”
“เสี่ยอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก่อนครับ เจียงโม่โฉวลงโฆษณาแบบนี้มาหลายวันแล้ว” อาซุนวางหนังสือพิมพ์ที่เจียงโม่โฉวซื้อโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ให้เจ้านายดู
“ลดราคาขายปุ๋ยลงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ปกติราคาปุ๋ยของโรงงานนั้นก็ถูกกว่าเราอยู่แล้ว นี่ยังลดราคาขายลงมาอีกตั้งครึ่ง ทำอย่างนี้ก็เท่ากับประกาศสงครามกับฉันชัดๆ” เสี่ยอู๋ขว้างหนังสือพิมพ์โดนหน้าอาซุนเต็มๆ “ข่าวลงมาตั้งหลายวันแล้วทำไมแกเพิ่งมาบอกฉัน ต้องรอให้โรงงานฉันเจ๊งไปก่อนหรือไง”
“ไม่ครับเสี่ย ผมคิดว่าเขาจะจัดโปรโมชันนี้แค่วันสองวัน แต่ไม่คิดว่าผ่านไปห้าวันแล้วพวกเขายังไม่ยกเลิกโฆษณา ผมก็เลยรีบเข้ามารายงานเสี่ยน่ะครับ เสี่ยครับ...แล้วทีนี้เราจะทำยังไงกันดี ปุ๋ยของเราขายไม่ออกเลยสักถุง อ้อ...ไม่สิ ไม่ใช่แค่ปุ๋ยนะครับ ร้านขายผักและผลไม้ของเราก็ขายไม่ได้เหมือนกัน”
“มีเรื่องอะไรอีก?”
“สวนผักและผลไม้ของโจวต้าเฝิงก็จัดโปรโมชันเหมือนกันครับ พวกเขามอบบัตรกำนัลให้รายการวิทยุเพื่อให้ผู้ฟังได้ร่วมเล่นสนุก หากใครชนะการตอบคำถามในรายการก็จะได้บัตรกำนัลเพื่อเข้าไปเยี่ยมชมแปลงผักและสวนผลไม้ และยังสามารถเก็บผักและผลไม้พวกนั้นกลับบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย ยังไม่พอนะครับ หากใครต้องการซื้ออาหารแปรรูปจากโรงงาน พวกเขายังคิดราคาแค่ครึ่งเดียวด้วย” อาซุนเล่ารายละเอียดได้ชัดเจนดีมาก โดยเขาลืมสังเกตสีหน้าของเจ้านาย จากนั้นอาซุนก็ถูกเสี่ยอู๋ตบหน้าอย่างแรง
“แกมันไร้ประโยชน์จริงๆ”
อาซุนเป็นนักเลงที่มีประวัติต่อยตีมาแล้วสารพัด แต่การถูกตบหน้าจังๆ แบบนี้เพิ่งเกิดกับเขาเป็นครั้งแรก เขาไม่พอใจเสี่ยอู๋เป็นอย่างมาก แต่ก็ทำได้แค่ต้องกัดฟันทน เพราะหากเขาไม่ทำงานกับเสี่ยอู๋ เขาก็ไม่รู้จะหันหน้าไปทำงานกับใคร ชีวิตนักเลงอย่างเขามันไม่มีทางเลือกมากนัก “เสี่ยจะทำยังไงต่อไปครับ”
“ในเมื่อมันอยากลดราคานักฉันก็จะลดราคาแข่งกับพวกมันด้วย พวกมันลดราคาลงครึ่งหนึ่งใช่ไหม ถ้างั้นสินค้าทั้งหมดของฉันไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหรือร้านขายผักและผลไม้ ฉันจะลดราคาลงไปหกสิบเปอร์เซ็นต์ หากใครซื้อสินค้าครบหนึ่งร้อยหยวนก็จะมีส่วนลดให้อีกห้าเปอร์เซ็นต์ แกรีบไปซื้อหนังสือพิมพ์ลงพื้นที่โฆษณา อ้อ...แล้วก็อย่าลืมไปซื้อโฆษณาจากสถานีวิทยุด้วย ต้องให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้รับรู้การตลาดของฉัน”
“เจ้านายครับ! ทำอย่างนั้นเราจะขาดทุนเอานะครับ”
“ฉันสั่งให้แกไปทำอะไรแกก็รีบไปทำสิ!”