ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่67 เป็นที่ต้องการตัว

    เมืองหยกเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ ข่าวแพร่งพรายออกไปทั่ว
    "มีปรมาจารย์ด้านอักขระมาภายในเมืองนี้"

    เมืองหยกที่รู้ข่าวมาจากคนแคว้นนภาที่มา ปรมาจารย์ด้านอักขระอยู่ในเมืองแห่งนี้ พวกเขาต่างตามหา อยากจะเชิญเข้าตระกูล
    กลายเป็นศึกแย่งชิงตัวครั้งใหญ่ ใครๆ ก็อยากได้ตัวปรมาจารย์ด้านอักขระมาเสริมแกร่งให้กับศัสตราวุธ สามารถเพิ่มพลังรบให้จอมยุทธทั้งตระกูล

    ปรมาจารย์ด้านอักขระนั้นมีไม่น้อย แต่ปรมาจารย์ที่หยั่งรู้อักขระได้ลึกล้ำนั้นมีไม่มาก ที่สามารถสลักอักขระลงไปเสริมแกร่งให้กับศัสตราวุธ ได้


    จอมยุทธ์หลายคนเลือกที่จะไม่หยั่งรู้อักขระ เพราะมันยากอย่างยิ่งที่จะหยั่งรู้ให้ลึกล้ำ แถมเอามาต่อสู้จริงตรง ๆ ก็ไม่ได้ต้องผสานเข้ากับการโจมตีอื่น ๆ พวกเขามองว่าอักขระเป็นแค่ส่วนเสริม ถึงการโจมตีด้านอักขระจะมีความลึกลับแต่ก็เสียเวลามากเกินไป แทนที่จะเลื่อนขั้นพลังเสริมแกร่งหรือหาวิชามาเสริมกำลัง ดูจะคุ้มกับเวลามากกว่า

    อี้เฉินเหาะทะยาน อยู่ถึงหนึ่งวันเต็มหมาย ไปเมืองรอบนอกของแคว้นหยก เพื่อใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังแคว้นพยัคฆ์
    อี้เฉินไม่ได้เร่งเดินทางมาก หากสะดุดตามากเกินไป เหล่าจอมยุทธที่ไล่ล่าเขาจะเพ่งเล็งเอาได้
    อี้เฉินเหาะทะยานตามป่าทึบ เขาลัดเลาะไปเรื่อย ๆ

    จอมยุทธ 10กว่าคน คนจากแคว้นนภา ไล่ตามอี้เฉินมาพวกเขาเห็นใครผิดสังเกต พวกเขาจะตรวจสอบทันที

    "เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้ เหตุใดเจ้าต้องสวมหน้ากากด้วยหรือจะเป็นเจ้าปรมาจารย์อักขระ มากับเราซะ ถ้าเจ้าขัดขืนพวกข้าจะ ฆ่าเจ้าทิ้งเสีย "
    พวกเขาแสยะยิ้ม มองด้วยหางตาอย่างเหยียดหยาม พวกเขาไม่สนอี้เฉินเป็นใครเสียด้วยซ้ำ

    อี้เฉินได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน คนพวกนี้คิดจะฆ่าทุกคนที่ขวางทางเลยงั้นหรือ
    เขาระเบิดปราณพลังสีเลือดแพร่กระจายรอบทิศ รอบๆ อี้เฉินถูกกดดันอย่างสมบูรณ์ อากาศรอบๆ ตัวเขายังถูกแช่แข็ง เขาเรียกหอกเลือดออกมา กลิ่นอายอำมหิตความตายรอบคลุ้ง รอบบริเวณเหมือนอยู่ในเขตแดนของอี้เฉินรอบๆ เป็นสีแดงฉาน ราวกับแดนสังหาร

    พวกเขามีหลาย10คนถึงจะหวาดกลัวอี้เฉินอยู่มั้ง แต่ก็ไม่หวั่น อี้เฉินก็ขั้นนภาเหมือนกับพวกเขา หากถอยหนีกลับไปจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

    "ช่างใจกล้าห่อฟ้านัก พวกเราจัดการมัน"
    เสียง "ฆ่า" ดังเอ็ดอึงทั่วทิศ
    จอมยุทธหลายๆ พุ่งทะยานใส่อี้เฉิน เสียงศัสตราวุธ อัดปราณพลังเต็มพิกัดหลายเล่มสั่นไหวอย่างรุนแรงคิดจะฟันอี้เฉินให้เป็นเนื้อเละ ปราณพลังดาบนับสิบนับร้อยสายพุ่งกระจายท่วมท้นท้องฟ้า แสงปราณพลังเจิดจ้า เป็นดั่งคมดาบคมหอก เข้าโจมตีอี้เฉิน

    อี้เฉินสำแดง"วิชากายามังกร" ร่างกายของอี้เฉินมีเกล็ดสีแดงเลือดทั่วร่างกลางหน้าอกมีหัวมังกรขนาดใหญ่ทำให้คล้ายใส่ชุดเกราะสงคราม ศีรษะมีเขางอกยาวขึ้นมา2ข้าง บนหน้าผากมีอักขระสีดำทมิฬ ไอสังหารแพร่กระจาย ปราณพลังสีเลือดยิ่งแพร่กระจายทั่วทิศเหมือนจะกลืนกินรอบบริเวณ

    เพียงอี้เฉินหมุน วาดหอกออกไป ปราณพลังดาบนับร้อยก็โดนดีดออกจนสิ้น
    "ตูม" แรงระเบิดดังออกไปไกล
    จอมยุทธสิบกว่าคน ที่เห็นกับตา ต่างสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ถึงแม้แรงระเบิดจะรุนแรงก็ไม่สามารถทำร้ายร่างอี้เฉินได้
    "เป็นไปได้อย่างไร"

    "เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงมีพลานุภาพสุงมากขนาดนี้ หรือเจ้าเป็น ยอดยุทธไร้เทียมทานในขั้นพลังเดียวกัน"

    "มันไม่น่าเป็นไปได้นะ เขาเป็นปรมาจารย์ด้านอักขระ ไม่น่าจะมีพลังรบมากเฉกเช่นแบบนี้สิ"


    "พวกเจ้า ตายซะ" อี้เฉิน แสยะยิ้ม อย่างบ้าคลั่ง


    เขาไม่อาจปล่อยคนพวกนี้หนีไปได้ เขาสำแดงโซ่สวรรค์พันธนาการ หนึ่งการชี้หอกของเขา

    โซ่สีเลือดแดงฉานพุ่งออกไปอย่างบ้าคลั่ง นับร้อยสายแฝงด้วยอักขระแน่นขนัด โซ่ นั้นเหมือนโซ่กฎเกณฑ์ฟ้าดิน มันออกมาตามตำแหน่งที่อี้เฉินชี้หอก โซ่สีเลือดนับร้อยเส้นสายพุ่งแทงร่างเหล่าจอมยุทธนับ10

    "อ๊าก เจ้า เจ้า"

    จอมยุทธ ขั้น นภาสิบกว่าคน คนไหนที่หนีออกไปได้ต่างถูกอี้เฉิน พุ่งทะยานหมุนควงหอกเลือดเข้า ทิ่มแทง เลือดหลั่งเป็นสายธารอาบย้อมนภา หนึ่งการหมุนควงหอกของอี้เฉิน
    ต้องมีจอมยุทธสิ้นชีพไร้ที่กลบฝัง ทุกการฟาดฟัน ปราณพลังก่อรูปเป็นมังกรสีเลือดพุ่งทะยานออกไปกวาดล้าง จอมยุทธที่เหลือไม่อาจต้านปราณพลังอี้เฉิน ถูกอี้เฉินสังหารจนเหี้ยน กลิ่นของความตายและคาวเลือดคละคลุ้ง ทั่วบริเวณ ดั่งแดนประหาร


    อี้เฉิน เหาะทะยานเข้าไปภายในเมืองไปเพื่อใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายในทันทีหลังจากไปแคว้นดาบ เสร็จเขาไม่รอช้าไปแคว้นพยัคฆ์ต่อในทันที หากเขายังมั่วชักช้าอาจถูกตามฆ่าอีกเป็นแน่


    คนแคว้นนภาต่างเดือดดาล จับอี้เฉินไม่ได้ไม่พอจอมยุทธยังมาเสียจอมยุทธไปอีกกลุ่มใหญ่ พวกเขาประเมินปรมาจารย์อักขระ ต่ำเกินไป พวกเขาไล่หาเบาะแสแต่ก็ไร้วี่แวว
    ผู้มีอำนาจที่สั่งจับอี้เฉิน แค้นเคืองอี้เฉินอย่างมาก อยากจะสับอี้เฉินเป็นหมื่น ๆ ชิ้น


    ฝูงชน ภายในเมืองหยกต่างพากันพูดคุย ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
    "เจ้ารู้หรือเปล่า มีจอมยุทธขั้นนภา ตายไปกลุ่มใหญ่เลย"
    "ใครๆ ก็รู้ข่าวนี้ดังจะตาย"
    "แล้วใครเป็นคนทำ"

    "ข้าได้ยินจากแคว้นนภา ว่าถูกปรมาจารย์อักขระ ฆ่า"

    "พวกเจ้ามั่วหรือเปล่า ปรมาจารย์อักขระ ไม่มีพลังการรบถึงขนาดฆ่าคนไปเป็นฝูงหรอก"

    "ใช่ๆ ข้าก็ว่าข่าวลวง"
    ภายในเมืองเต็มไปด้วยจอมยุทธพูดคุยกัน ไปอีกหลาย10วันก่อนข่าวจะซาลงไป

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน