หลายวันผ่านไปนับั้แ่หลิวหว่านเริ่มแวะเวียนไปบ้านจางเหาบ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในสายตาคนภายนอก มันดูเป็การไปคุยเื่การค้า เื่ผ้าไหมจากทางใต้ หรือเื่เทศกาลปลายปีที่กำลังจะมาถึง แต่สำหรับหลิวเหมยที่สังเกตทุกอย่างในบ้านนี้อย่างละเอียดอ่อน ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของท่านแม่เริ่มชัดเจนขึ้นทุกที
เช้าวันหนึ่ง หลังอาหารเช้าเรียบร้อย หลิวหว่านแต่งตัวด้วยชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ตัดเย็บเรียบหรู ผมมวยสูงประดับปิ่นหยกสีเขียวมรกต นางยิ้มอ่อนโยนให้สามีและบุตรีเหมือนเช่นเคย แต่หลิวเหมยสังเกตเห็นว่านางแต่งหน้าเข้มขึ้นเล็กน้อยกว่าปกติ ริมฝีปากแดงระเรื่อกว่าที่เคย และดวงตาที่เคยสงบนิ่งกลับมีประกายบางอย่างที่ยากจะอธิบาย—ราวกับความลับที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างดี
"ท่านแม่จะไปไหนอีกหรือเ้าคะ" หลิวเหมยถามเสียงหวาน ขณะตักข้าวต้มใส่ชามให้ท่านแม่
หลิวหว่านยกยิ้มบาง ๆ มือเรียวจับช้อนช้า ๆ "ข้าจะไปคุยกับพี่จางเื่ผ้าไหมชุดใหม่ที่เขาสั่งมาจากทางใต้ ลูกกับท่านพ่อดูแลร้านหลักวันนี้ได้ใช่ไหม"
หลิวเหว่ยพยักหน้ารับ "ได้สิหว่านเอ๋อร์ เ้าไปทำธุระได้เลย เดี่ยวข้ากับเหมยเอ๋อร์จะจัดการงานที่ร้านเอง"
หลิวเหมยยิ้มตอบ แต่สายตาที่มองท่านแม่แหลมคมขึ้นเล็กน้อย นางสังเกตเห็นว่านิ้วมือของหลิวหว่านสั่นเบา ๆ ขณะวางช้อนลง และเมื่อนางลุกขึ้นเดินออกจากห้องโถง ฝีเท้าก็เร็วกว่าปกติราวกับรีบร้อนจะไปพบใครสักคน
หลังจากหลิวหว่านออกจากบ้านไปไม่นาน หลิวเหมยก็ขอตัวจากบิดา โดยอ้างว่าจะไปเก็บผ้าบางส่วนที่ลานหลังบ้าน แต่แทนที่จะไปลานหลัง นางแอบเดินอ้อมไปยังรั้วไม้ต่ำที่กั้นระหว่างบ้านตระกูลหลิวกับบ้านจางเหา ต้นไม้ใหญ่สองสามต้นบังตัวนางได้พอดี นางยืนหลบหลังต้นสนแคระ มองผ่านช่องรั้วไปยังสวนหลังบ้านของจางเหา
ไม่นาน ประตูหลังบ้านของจางเหาก็เปิดออก หลิวหว่านก้าวเข้าไปด้วยท่าทางคุ้นเคยราวกับเคยมาเป็ประจำ จางเหายืนรออยู่ตรงนั้น ยิ้มสุภาพแต่สายตาที่มองหลิวหว่านนั้นอบอุ่นเกินกว่าเพื่อนบ้านธรรมดา เขายกมือไหว้เบา ๆ แล้วเชิญนางเข้าไปในเรือน
หลิวเหมยหรี่ตาลง สังเกตเห็นว่าหลิวหว่านไม่ได้หันกลับมามองรอบ ๆ เหมือนคนที่กลัวถูกจับได้ แต่กลับเดินเข้าไปอย่างมั่นใจ ราวกับที่นี่เป็ที่ที่ปลอดภัยที่สุดของนางในตอนนี้
"ท่านแม่... เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ" หลิวเหมยพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง มือกำรั้วไม้แน่นจนข้อนิ้วซีด
ตลอดทั้งวัน หลิวเหมยจับตาดูท่านแม่อย่างไม่วางตา เมื่อหลิวหว่านกลับมาบ้านตอนบ่ายแก่ ๆ ใบหน้านางแดงระเรื่อเล็กน้อย ผมที่เคยเรียบร้อยกลับมีผมหลุดร่วงลงมาปรกหน้าผากสองสามเส้น ริมฝีปากบวมเล็กน้อยราวกับถูกจูบแรง ๆ และกลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำมันไม้จันทน์ที่ติดตัวนางนั้นไม่ใช่กลิ่นจากบ้านตนเอง
หลิวเหมยเดินเข้าไปใกล้ ยิ้มหวานแล้วกอดท่านแม่เบา ๆ
"ท่านแม่เหนื่อยมากมั้ยเ้าคะ วันนี้ท่านไปนานจังเลย ข้าคิดถึงท่านเ้าค่ะ"
หลิวหว่านกอดตอบ ลูบหัวบุตรี "ก็คุยเื่การค้านิดหน่อย พี่จางมีผ้าดี ๆ มาใหม่จำนวนมาก วันหลังลูกอยากไปดูกับแม่ด้วยไหม"
"เ้าค่ะ ลูกอยากไปดู" หลิวเหมยตอบทันที แต่ในใจกลับคิดอีกอย่าง "แต่ข้าอยากดูมากกว่านั้น... ดูว่าท่านแม่กับลุงจางทำอะไรกันแน่ เป็อย่างที่ข้าคิดหรือเปล่า"
ค่ำวันนั้น ระหว่างทานอาหารเย็น หลิวหว่านดูผ่อนคลายผิดปกติ นางหัวเราะเบา ๆ เมื่อหลิวเหว่ยเล่าเื่ในร้าน และเอ่ยถึงจางเหาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเกินกว่าปกติ
"พี่จางเป็คนสุภาพและมีรสนิยมดีจริง ๆ เ้าค่ะ วันนี้เขายังชงชาเขียวกลิ่นหอมให้ข้าด้วย รสชาติดีมาก รวมถึงฝีมือการชงชาก็ค่อนข้างเยี่ยมเลยเ้าค่ะ"
หลิวเหมยที่นั่งข้างท่านพ่อ ยกช้อนขึ้นตักข้าวต้มเข้าปากช้า ๆ แต่สายตาจับจ้องใบหน้าท่านแม่ไม่วางตา นางสังเกตเห็นว่านิ้วมือของหลิวหว่านลูบขอบถ้วยชาไปมาอย่างไม่รู้ตัว ราวกับกำลังนึกถึงบางสิ่งที่ทำให้ใจเต้นแรง
"ท่านแม่ ชาของลุงจาง รสชาติดีมากหรือเ้าคะ ดูท่านแม่จะชอบมันมากเลย" หลิวเหมยถามเสียงใส แต่แฝงความเย้ยหยันจาง ๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็นนอกจากตัวนางเอง
หลิวหว่านชะงักเล็กน้อย ก่อนยิ้มตอบ "ก็... กลิ่นชานั้นหอมดีจริง ๆ รสััก็ดี วันหลังลูกลองไปชิมดูกับแม่สิ"
หลิวเหมยยิ้มบาง ๆ "เ้าค่ะ ฟังจากที่ท่านแม่เล่าแล้ว ลูกจะลองไปชิมดูบ้าง... ดูว่าหอมขนาดไหนกัน"
คืนนั้น หลังจากทุกคนเข้านอน หลิวเหมยไม่ได้นอนหลับสนิทเหมือนเคย นางแอบลุกขึ้นจากเตียง เดินออกจากห้องตัวเองอย่างเงียบเชียบ แล้วแอบไปยืนที่หน้าต่างชั้นบน ซึ่งมองเห็นสวนหลังบ้านและรั้วไม้ต่ำได้ชัดเจน
แสงตะเกียงจากบ้านจางเหายังสว่างอยู่ เงาร่างสองคนยืนคุยกันที่ระเบียงหลังบ้าน หลิวหว่านสวมเสื้อคลุมบาง ยืนใกล้จางเหามากกว่าปกติ
"หว่านเอ๋อร์ วันนี้เ้าดูเศร้าใจ มีอะไรหรือเปล่า" จางเหาถามด้วยน้ำเสียงเอาใจใส่ที่ทำให้หัวใจหลิวหว่านเต้นแรง
หลิวหว่านก้มหน้าลง "ก็... ที่บ้านข้ามีเื่ให้คิดมากเ้าค่ะ บางทีข้าก็รู้สึกเหมือนไม่มีที่ยืนในบ้านของตัวเอง"
"เ้าพูดแบบนั้นทำไม ท่านสามีกับลูกสาวไม่ดูแลเ้าดีหรือ" เขาถามต่อ แต่ในใจรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
"เขา... เขามีเื่ของเขา ข้าไม่อยากเป็ภาระใคร" หลิวหว่านตอบเสียงเศร้า
จางเหาเงื่อนมือไปแตะแขนนางเบาๆ "เ้าไม่ใช่ภาระใครเลย หว่านเอ๋อร์ เ้าเป็ผู้หญิงที่งดงามและน่าหลงใหล ใครได้เ้าไปก็โชคดีแล้ว... แต่คนที่ได้เ้าไปกลับไม่รู้จักเห็นคุณค่า"
หลิวหว่านรู้สึกหน้าร้อนขึ้นเมื่อได้ยินคำชม "ท่านพูดเกินจริงแล้วเ้าค่ะ"
"ข้าไม่ได้พูดเกินจริง" เขายืนยัน มือที่วางบนแขนนางเคลื่อนไหวลูบไล้เบาๆ "เ้ารู้ไหมว่าทุกครั้งที่เ้ามาหาข้า ข้ารู้สึกเหมือนได้รับของขวัญที่มีค่าที่สุดในโลก... เ้าทำให้วันธรรมดาๆ ของข้ากลายเป็วันพิเศษ"
"ท่าน... ท่านอย่าพูดแบบนี้เลยเ้าค่ะ" หลิวหว่านพูดเสียงสั่น แต่ไม่ได้ขยับมือออกจากการััของเขา
"ทำไมไม่ได้ ข้าแค่พูดความจริงที่ฝังลึกในใจ" จางเหากระซิบเบา เขาเข้าใกล้นางมากขึ้น จนกลิ่นหอมของเขาโชยมาถึงจมูกนาง "หว่านเอ๋อร์ เ้าสมควรได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้... สมควรได้รับความรักที่แท้จริง ไม่ใช่การถูกทอดทิ้งให้เหงาเศร้าแบบนี้"
หลิวหว่านใจเต้นแรง "ข้า... ข้าไม่รู้..ไม่รู้จะพูดอะไรเ้าค่ะ"
"ไม่ต้องพูดอะไร" เขาตอบ มือเลื่อนขึ้นไปลูบแก้มนางเบาๆ "แค่อยู่ตรงนี้กับข้าก็พอแล้ว... แค่ให้ข้าได้มองใบหน้าสวยงามของเ้า ได้ยินเสียงหวานของเ้า"
หลิวหว่านรู้สึกตัวสั่นเทา ความรู้สึกที่เธอไม่เคยััมานานเริ่มตื่นตัวขึ้น "ท่าน... เราไม่ควรทำแบบนี้"
"เ้าไม่ต้องคิดอะไรมากมาย" เขาพูดเบาๆ "แค่ให้ข้าดูแลเ้า ให้ข้าทำให้เ้ารู้สึกว่าเ้ามีคุณค่า... ให้ข้าเป็คนที่ทำให้เ้าหัวเราะได้อีกครั้ง"
เขาก้มหน้าลงใกล้นางมากขึ้น จนลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกัน
"เ้าสวยมาก หว่านเอ๋อร์" เขากระซิบ "สวยจนข้าอดใจไม่ไหว... ทุกครั้งที่มองเ้า ข้ารู้สึกเหมือนได้เห็นดาวที่สวยที่สุดในท้องฟ้า"
หลิวหว่านหลับตาลง ใจเต้นแรงจนเกือบจะะเิ "ท่าน... ท่านทำให้ข้าสับสน"
"ข้าไม่ได้้าให้เ้าสับสน" เขาตอบ "ข้าแค่้าให้เ้ารู้ว่า เ้าสมควรได้รับความรักที่ดีกว่านี้... สมควรได้รับการััที่อ่อนโยน ไม่ใช่การถูกมองข้าม"
มือของเขาเลื่อนลงมาจับมือนางเบาๆ "มือเ้านุ่มมาก... เหมือนผ้าไหมที่ดีที่สุด แต่อบอุ่นกว่า... อบอุ่นจนทำให้ข้าอยากจับไว้ตลอดไป"
หลิวหว่านรู้สึกไฟไหม้ลุกขึ้นในร่างกาย ความรู้สึกที่นางไม่เคยัักับสามีมาก่อน
"ข้า... ข้าควรกลับแล้ว" นางพูดเสียงสั่น แต่ไม่ได้ขยับตัว
"อีกสักครู่ได้ไหม" เขาขอร้อง "ข้าอยากอยู่กับเ้าอีกสักหน่อย... อยากดูใบหน้าสวยของเ้าในแสงจันทร์"
หลิวหว่านพยักหน้าเบาๆ ใจลึกๆ นางไม่อยากกลับไปเจอความเ็ปที่บ้าน
"เ้ารู้ไหม" เขาพูดต่อ "ทุกคืนข้านอนไม่หลับ เพราะคิดถึงเ้า... คิดถึงรอยยิ้มที่หวานของเ้า คิดถึงเสียงหัวเราะที่ไพเราะ"
"ท่าน... ท่านอย่าล้อข้าเล่นแบบนี้" นางตอบเสียงแ่ อย่างเขินอาย
"ข้าพูดความจริง" เขายืนยัน "ข้าคิดถึงรอยยิ้มของเ้า คิดถึงทุกอย่างเกี่ยวกับเ้า... แม้แต่วิธีที่เ้าจับถ้วยชา ก็ทำให้ข้าหลงใหล"
หลิวหว่านรู้สึกใจอ่อน คำพูดของเขาเหมือนน้ำใสที่ไหลเข้าไปในใจที่แห้งแล้งมานาน
"ท่านทำให้ข้ารู้สึกเหมือน... เหมือนข้ายังเป็ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีคุณค่า" นางสารภาพ
"เพราะเ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ" เขาตอบทันที "เ้าเป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดและดีที่สุดที่ข้าเคยพบ... และข้าอยากให้เ้ารู้สึกแบบนั้นทุกวัน"
เขาเงื่อนมือขึ้นมาลูบผมนางเบาๆ "ผมเ้านุ่มเหมือนไหม... และหอมมาก เหมือนกลิ่นดอกมะลิในสวน"
หลิวหว่านตัวสั่น ความรู้สึกแปลกๆ เริ่มลุกขึ้นในร่างกาย
"ข้า... ข้าต้องกลับแล้ว" นางพูดเสียงสั่น "ถ้าใครเห็น..."
"ไม่มีใครเห็นหรอก" เขาปลอบ "และถึงเห็นก็ไม่เป็ไร เราแค่คุยกัน... แค่เป็เพื่อนที่ดูแลกัน"
"แต่... แต่นี่ไม่ใช่แค่การคุยกัน" นางพึมพำ
"เ้าพูดถูก" เขายอมรับ "นี่เป็มากกว่านั้น นี่คือความรู้สึกที่ข้ามีต่อเ้า... ความรู้สึกที่ข้าไม่อาจปฏิเสธได้"
เขาก้มหน้าลงใกล้หูนาง "ข้ารักเ้า หว่านเอ๋อร์... รักจนหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นเ้า"
หลิวหว่านตัวสั่นแรง คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่า
"ท่าน... ท่านไม่ควรพูดแบบนี้ออกมา" นางกระซิบ แต่ใบหน้าแดงก่ำ ในอกมีเสียงหัวใจที่เต้นตึกตักๆ ดังถี่ขึ้น
"ทำไมไม่ควร เมื่อมันเป็ความจริง" เขาตอบ "ข้ารักเ้ามาั้แ่ครั้งแรกที่เห็น แต่ข้าไม่กล้าพูด เพราะเ้ามีสามีแล้ว... แต่ตอนนี้ข้าเห็นว่าเ้าไม่มีความสุข"
"แล้วทำไมตอนนี้ถึงกล้าพูด" นางถาม
"เพราะข้าเห็นว่าเ้าไม่มีความสุข" เขาตอบ "และข้าไม่อยากเห็นเ้าทุกข์ทรมานแบบนี้อีกต่อไป... ข้าอยากเป็คนที่ทำให้เ้ามีความสุข"
หลิวหว่านรู้สึกน้ำตาคลอ "ท่าน... ท่านทำให้ข้าไม่รู้จะคิดหรือจะต้องทำตัวอย่างไร"
"อย่าคิดมาก" เขาพูดเบาๆ "แค่รู้สึกตามธรรมชาติ... แค่ให้หัวใจเ้าตัดสินใจ"
เขาเงื่อนมือไปจับคางนางเบาๆ ยกหน้านางขึ้นมองตาเขา
"เ้าสวยมาก" เขากระซิบ "สวยจนข้าอยากจูบเ้า... อยากให้เ้ารู้ว่าเ้าน่ารักแค่ไหน"
หลิวหว่านใจเต้นแรงมาก "ท่าน... เราไม่ควร..."
"ข้ารู้" เขาตอบ "แต่ข้าอดใจไม่ไหว... เ้าสวยเกินกว่าที่ข้าจะทนได้"
เขาเข้าใกล้นางมากขึ้น จนริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะแตะกัน
"หว่านเอ๋อร์..." เขากระซิบชื่อนาง
"อืม..." นางตอบเสียงแ่
"ข้าอยากจูบเ้า... ได้ไหม" เขาถามเบาๆ "แค่ครั้งเดียว... เพื่อให้เ้ารู้ว่าเ้ามีคุณค่าแค่ไหน"
หลิวหว่านหลับตาลง ใจเต้นแรงจนเกือบจะหยุด นางไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ไม่ได้หลีกหนี
จางเหาเข้าใจในความเงียบของนาง เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงจูบริมฝีปากนางเบาๆ เพียงแค่ััเบาๆ แต่ก็ทำให้หลิวหว่านตัวสั่นไปทั้งตัว
"อืมม..." นางครางเบาๆ
เขาจูบนางอีกครั้ง นานขึ้นและลึกขึ้น หลิวหว่านรู้สึกเหมือนโลกหมุน ความรู้สึกที่นางไม่เคยััมาก่อนเริ่มลุกขึ้นในร่างกาย
เมื่อทั้งคู่แยกปากออกจากกัน หลิวหว่านหอบหายใจ
"ข้า... ข้าไม่ควรทำแบบนี้" นางพึมพำ
"เ้าไม่ได้ทำผิดอะไร" เขาปลอบ "เ้าแค่ตอบสนองความรู้สึกที่แท้จริง... และข้าก็ได้แสดงความรักที่มีต่อเ้า"
"แต่ข้ามีสามีแล้ว" นางพูดเสียงสั่น
"สามีที่ไม่รักเ้า" เขาตอบ "สามีที่หันไปหาคนอื่น... เ้าไม่ได้ทำผิดอะไร หว่านเอ๋อร์"
คำพูดนั้นเหมือนมีดแทงเข้าไปในใจหลิวหว่าน เพราะมันเป็ความจริงที่นางไม่อยากยอมรับ นางรู้สึกเคว้งคว้างในบ้านตอนนี้
จากเหาดึงนางเข้ามาโอบกอดเบาๆ หลิวหว่านไม่ได้ต่อต้าน นางรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมกอดของเขา
"ข้าจะดูแลเ้า หว่านเอ๋อร์" เขากระซิบใส่หู "ข้าจะทำให้เ้ารู้สึกว่าเ้ามีคุณค่า... จะทำให้เ้าได้รับความรักที่เ้าสมควรได้รับ"
หลิวเหมยที่มองดูอยู่จากหน้าต่างยิ้มพอใจ แผนการกำลังเป็ไปได้ด้วยดี ท่านแม่เริ่มหลงใหลจางเหาแล้ว และเร็วๆ นี้ ความสัมพันธ์ในบ้านหลังนี้ก็จะเปลี่ยนไปตลอดกาล
"ทุกอย่างกำลังเป็ไปตามที่ข้า้า... ท่านแม่กำลังตกหลุมรักลุงจางแล้ว และเร็วๆ นี้ ท่านพ่อก็จะเป็ของข้าคนเดียว" นางกระซิบกับตัวเอง
"อีกไม่นานแล้ว..." นางกระซิบกับตัวเอง "ท่านพ่อจะเป็ของข้าคนเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ"
นางหันหลังเดินกลับเตียง รอยยิ้มเ้าเล่ห์ยังคงอยู่บนใบหน้า ในใจนางเริ่มวางแผนขั้นต่อไปแล้ว
แผนการที่จะทำให้ทุกอย่างเป็ไปตามที่นางปรารถนา
อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด