คืนแรกในบ้านที่เคยเป็ของพ่อกับแม่ผ่านไปด้วยดีธามิณีคิดว่าตัวเองน่าจะฝันร้ายหลังจากพบเื่ราวที่ทำให้หัวใจสลายแต่กลายเป็ว่าเธอหลับสนิทและไม่ฝันอะไรเลย พอตื่นแล้วธามิณีเก็บของใส่กระเป๋าเดินทางใบเดิมแล้วถอดสร้อยทองที่ใส่ติดตัวเอาไว้ตลอดตอนนี้เธอคงต้องขายมันเสียแล้ว
หลายๆอย่างที่ธามิณีไม่เคยทำในชีวิตเกิดขึ้นในวันนี้เธอนำสร้อยทองไปขายเพราะเลิกหวังล้มๆ แล้งๆ แล้วหากลุงกับป้ารู้สึกอาทรเธอสักนิดคงโทรมาั้แ่เดินทางไปถึงญี่ปุ่นอากับน้าคงไม่คิดให้เธอไปอยู่ด้วยั้แ่แรก ไม่มีใครโทรหาธามิณีแม้แต่คนเดียว เธอเ็ปใจเกินกว่าจะโทรหาญาติเพื่อพบกับความว่างเปล่ามันไม่ผิดหรอก ทุกคนบนโลกนี้ใครบ้างไม่คิดถึงตัวเองเอาไว้ก่อน ตอนนี้คงถึงเวลาที่เธอต้องพึ่งพาตัวเองสักที
การเข้าโรงรับจำนำครั้งแรกเป็ความรู้สึกกังวลและประหม่าแต่ธามิณีต้องทำไม่อย่างนั้นจะเอาเงินที่ไหนไปจัดการชีวิตของตัวเองเธอวางสร้อยทองเพื่อให้เ้าหน้าที่นำไปตรวจ มีการสอบถามอยู่หลายคำหลังจากนั้นธามิณีก็ได้เงินมาและเอกสารอีกแผ่น
“ขอบคุณมากนะคะ”ธามิณีเอ่ย หากต่อไปเธอมีเงินมากพอแล้วสร้อยเส้นนี้ยังอยู่เธอจะมาไถ่สร้อยเส้นนี้คืน
ธามิณีเดินออกมาจากโรงรับจำนำแล้วเริ่มหาหอพักด้วยการค้นหาทางอินเตอร์เน็ตก่อน เธอเดินหาอยู่หลายที่จนกระทั่งพบหอพักแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากโรงเรียนนั่งรถเมล์ไม่กี่ป้าย เธอตกลงทำสัญญาแล้วกลับมาที่บ้านหลังเดิมของพ่อกับแม่เพื่อเก็บของ
พอมองบ้านและสิ่งต่างๆที่เหมือนจะยังคงเดิมแล้ว ธามิณีก็รู้สึกเสียดายหากวันหนึ่งบ้านหลังนี้มีเ้าของคนใหม่แล้วหลายอย่างถูกทำให้เปลี่ยนแปลงไปตอนนี้เธอมีเงินสำหรับใช้ดำเนินชีวิตในระยะสั้นๆ เท่านั้นจึงยากเหลือเกินที่จะหาเงินมาซื้อบ้านหลังนี้คืน
...ถ้าไปจากบ้านหลังนี้แล้วธามไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสได้กลับมาอีกไหม แต่พ่อกับแม่ดูธามไว้นะธามจะกลับมาซื้อบ้านหลังนี้ให้ได้
ธามิณีลากกระเป๋าทุกใบออกมาจากบ้านแล้วขึ้นรถแท็กซี่ไปที่หอพัก การเริ่มต้นใหม่ของเธอเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วเธออยู่ในห้องเพียงลำพัง โดดเดี่ยว ไม่มีใครในโลกนี้นอกจากตัวเอง
ธามิณีหางานพิเศษทำระหว่างปิดเทอมบางครั้งเธอหวังว่าป้ารัดเกล้าจะโทรมาแล้วบอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีเลยไม่มีใครสักคนในครอบครัวนั้นโทรมาหาเธอ มันจึงกลายเป็คำตอบจากความเงียบอีกครั้งว่าเธอถูกทอดทิ้งแล้วจริงๆ
แต่ความโชคร้ายยังไม่จบโทรศัพท์ของธามิณีหายทำให้ต้องซื้อเครื่องใหม่ดังนั้นเธอเลยเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปด้วยเพื่อเป็ตัวแทนของการเริ่มต้นใหม่ โชคดีคงกลับเข้ามาในชีวิตของเธอสักวันอย่างน้อยเธอยังมีเพื่อนจากโรงเรียนเก่าที่ติดต่อกันมาตลอดพอเธอเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น คำถามแรกจากกัลยาก็แทบทำให้ธามิณีที่เข้มแข็งมาได้ตลอดร้องไห้กัลยาขับรถมาหาธามิณีที่หอพักทันที
“อยู่ได้แน่นะธามมาอยู่บ้านของกัลก่อนไหม” กัลยาถาม ความที่ไม่ได้เจอกันที่โรงเรียนเหมือนแต่ก่อนทำให้เธอได้คุยกับเพื่อนน้อยลง แต่ไม่เคยขาดการติดต่อ พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเธอยิ่งเป็ห่วงเพื่อน
ธามิณียิ้มทั้งที่น้ำตาคลอการมีใครสักคนห่วงใยมันรู้สึกดีจนอยากหยุดเวลาแบบนี้ไว้
“สบายมากแค่ที่กัลมาหาธาม ธามก็ดีใจมากแล้วล่ะ”
“ถ้างั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้กัลมาช่วยธามแต่งห้องนะ”กัลยาอยากช่วยไม่ใช่แค่แต่งห้อง แต่จะหาซื้อพวกของใช้มาให้เพื่อนด้วยเธอรู้ธามิณีเป็คนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แม้หลายอย่างในชีวิตเปลี่ยนไปแต่ห้องที่แทบไม่มีเครื่องใช้อะไรเลย ธามิณีคงลำบากมากแต่คนอย่างธามิณีไม่มีทางเอ่ยปากออกมา
“ขอบใจมากนะทุกอย่างเลย”
ธามิณีเดินไปส่งกัลยาที่รถด้วยความรู้สึกดีพรุ่งนี้เพื่อนจะกลับมา ไม่ใช่การไปแล้วหายจากชีวิตอย่างที่พบเจอมา ธามิณีกลับมาที่ห้องตอนที่เธอเดินผ่านกระจก เธอเห็นตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไปเพียงระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ความคิด มุมมองและการใช้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดฝัน
หลังจากเที่ยงคืนของวันนี้ไปเธอจะอายุ 17 ปีแล้ว แม้ไม่อยากเป็ผู้ใหญ่แต่ตอนนี้เธอต้องเป็แล้ว มันไม่ได้แย่ แต่มันเหงาทุกปีของค่ำคืนที่จะก้าวไปสู่วันคล้ายวันเกิดพ่อกับแม่จะเคาะประตูห้องแล้วเข้ามาพร้อมกับขนมเค้กและเทียนหนึ่งเล่มหลังจากนั้นเธอจะเป่าเทียน แล้วกอดพ่อกับแม่ที่จะเอ่ยคำอวยพร แต่ว่าในปีนี้วันนี้...ไม่มีพ่อแม่อีกแล้ว
00:01 ธามิณีหลับอยู่บนเตียงโดยที่ไม่ฝันถึงสิ่งใดความสบายเบาเหมือนกำลังอยู่บนปุยเมฆคงเป็แบบนี้เองสินะเธอไม่รู้สึกถึงความนุ่มของที่นอน ราวกับกำลังลอยอยู่ในอากาศ ลมเย็นๆพัดใส่ทำให้ผมปลิวเบาๆ ปลายเท้าของเธอเย็นเฉียบเหมือนได้เหยียบลงบนก้อนน้ำแข็งเธอไม่ควรรู้สึกแบบนี้ใช่ไหม หากว่านอนอยู่บนเตียงและห่มผ้าไว้อย่างเคยหญิงสาวลืมตามองด้วยความสับสน แต่กลับใเพราะเธอไม่ได้นอนอยู่บนเตียง
แต่กำลังลอยอยู่บนเตียงต่างหาก!
พอขยับมองไปข้างหน้าตรงประตูห้องธามิณีเห็นชายคนนั้นกำลังมองมา ทว่าเขาไม่ได้มองเธอ แต่เป็ด้านหลังของเธอ
“คุณ...อีกแล้ว”ธามิณีถามพร้อมกับจะหันไปมองข้างหลัง น่าแปลกที่เธอสมควรกลัวแต่กลับไม่กลัวเพราะมีเขาอยู่ที่นี่
“อย่าพยายามมองไม่ต้องหาคำตอบว่ามันคืออะไร หลับตาเสียเธอไม่อยากเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหรอก”
ธามิณีหันกลับมามองชายคนนั้นอีกครั้ง“มันน่ากลัวมากหรือคะ...”
“ใช่”
ก็ได้เธอจะหลับตาลง ในความมืดนั้นธามิณีได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวน ดังกังวานราวกับ ‘สิ่งนั้น’ มีมากกว่า 1 หญิงสาวกำมือแน่นพยายามไม่กลัวทว่าเสียงนั้นฟังแล้วกรีดแทงใจจนบางครั้งเธออยากจะลืมตาแล้วหันไปมองแต่ถ้ามันน่ากลัวอย่างที่เขาบอก การไม่เห็นย่อมดีกว่า แม้ว่าเธอจะสงสัยไปตลอดก็ตาม
“ลืมตาได้แล้ว”
ธามิณีลืมตาแล้วมองไปข้างหลังทันทีแต่กลับไม่เห็นอะไรพร้อมๆ กับที่เธอหล่นลงบนเตียงของตัวเองศนิคว้าข้อมือของหญิงสาวไว้ แล้วรอให้เธอยืนได้เองจึงปล่อยข้อมือธามิณีก้าวลงมาจากเตียง แล้วมองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง เธอไม่เห็นอะไรหรือใครอื่นอีก เขาจัดการ ‘สิ่งนั้น’ไปหมดแล้วใช่ไหม
“มันคืออะไรหรือคะผี ิญญา หรือ...”
“ถ้าเธอยังจำสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในวันเกิดอายุ16 ปีได้ ตอนนี้ก็อย่าเดาเลย” ศนิเอ่ยการไม่รู้อาจดีกว่าการรู้ว่าเธอต้องพบกับอะไรในวันเกิดของตัวเองทุกปีผลึกกาลจะอ่อนกำลังลงในวันเกิดของเธอฉะนั้นการฆ่าเ้าของร่างเพื่อ่ชิงผลึกกาลย่อมเป็สิ่งเชิญชวนของุ์มากมาย
ธามิณีขมวดคิ้วกำลังนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอในวันเกิดอายุ16 ปี เงาสีดำพวกนั้นที่พุ่งเข้ามาราวกับหมายจะเอาชีวิตสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับเธอในทุกวันเกิดใช่ไหม ทำไมถึงเป็แบบนั้น
“เื่แปลกๆที่เกิดขึ้นกับธาม การที่คุณปรากฏตัวให้ธามเห็นมันเป็เพราะอะไรหรือคะ”
หากธามิณีจะสงสัยทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองย่อมเป็เื่ปกติแต่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องอธิบายเธอเป็แค่มนุษย์บนโลกที่เขาไม่เห็นความจำเป็ใดที่ต้องมาแยแสใส่ใจเหตุผลเดียวที่เขามาช่วยเธอในคืนนี้เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับมาสุเท่านั้น
“ยื่นมือมาสิ”
ธามิณีคิดไว้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้คำตอบแต่เธอต้องอยู่กับคำถามพวกนี้ไปอีกนานเท่าไหร่
“แลกกันค่ะถ้าคุณยอมบอกว่าเป็ใคร ทำไมต้องมาช่วยธาม ธามจะยอมยื่นมือให้ตามที่คุณขอ”
ศนิเม้มปากถอนใจ แล้วคว้ามือของธามิณีมาเสียเอง ก่อนจะสวมกำไลทองคำขาวซึ่งมีสิ่งสำคัญที่จะปกป้องธามณีได้อยู่ด้วยให้อย่างรวดเร็วไม่ทันที่หญิงสาวจะได้โวยวายด้วยซ้ำ
“ใส่ไว้อย่าถอด แต่ถึงเธอพยายามถอดมันจะไม่หลุดออกไปจากข้อมือของเธอได้หากฉันไม่ได้เป็คนถอดให้เอง”
ธามิณีค้อนใส่แม้ไม่รู้ชื่อของเขา แต่เธอคิดว่าทำแบบนี้ได้ แค่ชื่อที่มีอักษรไม่กี่ตัวทำไมเขาต้องปกปิดอย่างกับเป็ความลับขนาดนั้น เขากลัวเป็เหมือนั์จินนี่หรือไงที่ถูกเรียกชื่อแล้วต้องมาถ้าอย่างนั้นเธอต้องถูกำไลก่อนเรียกชื่อของเขากระมัง
“ทำไมธามต้องใส่มันด้วยล่ะคะคุณจินนี่”
“ฉันไม่ได้ชื่อนั้นแล้วไม่ต้องคิดว่าจะถูกำไลแล้วเอ่ยชื่อฉัน สิ่งเหล่านี้มีเพียงแค่ในนิทานเท่านั้น”เขาเดาจากสีหน้าของธามิณี มนุษย์ผู้นี้ช่างมีความคิดพิเรนทร์นัก
“ทำไมไม่เป็กำไลทองฝังเพชรล่ะคุณเผื่อธามจะเอาไปจำนำได้ ตอนนี้ธามจนมากนะ อะไรเอาไปแลกเป็เงินได้ ธามจัดการขายหมดเลยค่ะ”ธามิณีหัวเราะตัวเอง ทำไมเธอถึงคิดเื่แบบนี้ได้ก็ไม่รู้
“ฉันเพิ่งบอกไปว่าถอดออกไม่ได้เพราะฉะนั้นเธอเอากำไลวงนี้ไปขายไม่ได้หรอก” ศนิขมวดคิ้วใส่ก่อนเอ่ยเสียงจริงจัง“ต่อไปนี้เธอต้องดูแลตัวเอง ฉันคงหายไปสักพัก”
ธามิณีฟังแล้วใจหายวูบ“สักพักคือนานเท่าไหร่คะ”
“ไม่รู้สิอาจจะหลายปี หรือเป็สิบปี” ศนิตอบ ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาต้องย้ายที่อยู่อีกแล้วมนตราลืมเลือนของเขาเคยมีอายุตลอดไป แต่ 200 ปีที่ผ่านมา มนตราลืมเลือนของเขากลับมีอายุแค่ 10 ปีมันเป็ผลพวงจากการทำผิดกฎ์ในตอนนั้น “แต่เธอไม่ต้องกังวลหรอกกำไลนั่นจะปกป้องเธอจากสิ่งน่ากลัวแทนฉันได้”
ธามิณียิ้มก่อนจะเงยหน้าพยายามไม่ให้น้ำตาไหลการที่ใครสักคนกำลังจะหายไปจากชีวิตเมื่อเริ่มคิดว่ามันก็ยังดีนะที่มีใครอีกคนอยู่ตรงนี้มันเศร้าจนเหนื่อยกับความว่างเปล่า
“ขอบคุณที่ปกป้องธามนะคะแม้ว่าธามจะไม่รู้ว่าคุณเป็ใคร ชื่ออะไร แต่ธามก็ดีใจที่มีใครอีกคนให้นึกถึง”
สีหน้าของศนิเรียบเฉยมีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้ว่าสีหน้าและคำพูดของธามิณีมีผลต่อความรู้สึกของเขานั่นคือหัวใจที่เต้นแรงขึ้นการจากลามาพร้อมน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ สิ่งนี้เขาเพิ่งเคยได้รับจากมนุษย์ แต่อีกไม่นานเธอจะลืมเขาไปเองชายหนุ่มเดินไปที่ประตูห้องเพื่อเปิดออกแล้วเดินจากไปแทนการหายตัวเพราะมันคงเป็ความทรงจำเดียวที่เขาจะให้เธอได้
ลาก่อน...ธามิณี
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี