" ถ้ำนี้น่าจะปลอดภัย " นนท์กางค่ายกลพรางตาไว้ที่ปากถ้ำแล้วใช้เนตรมังกรตรวจสอบภายในถ้ำ
" ปลอดภัย " นนท์เร่งจัดแจงถ้ำให้เรียบร้อย พร้อมหาที่นั่งแล้วกางค่ายกลปิดกั้นเสียงและค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่า
" เริ่ม " นนท์เปิดใช้งานกฎเกณฑ์แห่งดวงดาราผสานฝ่ามือสยบมาร แสงสีทองสาดส่องออกมาจากดวงดาราโอบล้อมนนท์ไว้
" อ้าก " อานุภาพของฝ่ามือสยบมารเริ่มเผาผลาญไอมารในตัวของนนท์ นนท์กล้ำกลืนฝืนทนข่มความเจ็บปวดจากอานุภาพของฝ่ามือสยบมาร
" อือ " เสียงครางทุ้มต่ำดังเล็ดลอดไรฟัน สองชั่วยามผ่านไป
" ฟู่ว หวังว่าจะสำเร็จ " นนท์ชักนำจิตของตนเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม
" ผู้อาวุโส เหตุใดข้ายังเข้าไปข้างในมิได้ " นนท์สงสัย
" เจ้าหนุ่ม ขั้นพลังของเจ้ามิเพียงพอกำจัดไอมารของขั้นพลังปฐพี จึงทำได้เพียงสะกดไว้มิให้มันลุกลาม " จิตทัศนะไขข้อข้องใจของนนท์
" แล้วข้าจะทำเช่นไร " นนท์ครุ่นคิด
" เจ้าหนุ่ม มีสองทางเลือก หนึ่งเจ้าต้องทะลวงพลังขั้นปฐพีโดยเร็ว สองเจ้าต้องหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งสัจธรรม "
" หากข้าเข้าไปข้างในเจดีย์แปดเหลี่ยมมิได้ แล้วข้าสามารถพูดคุยกับภรรยาข้าได้รึไม่ " นนท์หาช่องทางที่จะคุยกับคนที่อยู่ข้างใน
" เจ้าสามารถพูดคุยผ่านข้าได้ ข้าจะนำข้อความไปบอกแก่ภรรยาของเจ้า " นนท์พยักหน้าอย่างน้อยก็ยังคุยกับห้าภรรยาได้
" ผู้อาวุโส ท่านช่วยบอกพวกนางตามความจริงและบอกให้ทุกคนอย่าได้กังวล ข้าจะเร่งขจัดไอมารในกายโดยเร็ว " นนท์ต้องบอกความจริงให้ทุกคนได้รู้ เพราะโกหกไปก็ไม่ช่วยอะไร
" ได้ เจ้าหนุ่มตามที่เจ้าต้องการ " จิตทัศนะสื่อสารกับคนที่อยู่ภายใน
" ผู้อาวุโส แล้วข้าสามารถนำทรัพยากรที่อยู่ภายในออกมาได้รึไม่ " นนท์ต้องการทรัพยากรเพื่อใช้ทะลวงขั้นพลังโดยเร็ว
" เจ้าหนุ่ม มิใช่เจ้านำติดตัวมาด้วยรึ " จิตทัศนะแขวะ นนท์ยิ้มเจื่อน
" ผู้อาวุโส ข้าต้องการขวานสองคมทมิฬ ท่านจะส่งให้ข้าได้รึไม่ " ฉับพลันขวามสองคมทมิฬปรากฎต่อหน้า
" ขอบคุณผู้อาวุโส " หลังสนทนา นนท์กางค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่า
" ทะลวงขั้นพลังง่ายกว่า " ว่าแล้วนนท์สะบัดมือผลึกสวรรค์ลอยออกมาจากแหวนมิติกองใหญ่
" เริ่ม " นนท์เริ่มทำการสูบผลึกสวรรค์เพื่อทะลวงขั้นพลัง สองชั่วยามผ่านไป
" วิญญาณนิรันดร์ขั้นต้นขั้นที่สี่ สูบผลึกสวรรค์ถึงสามสิบห้าก้อน ใช้ผลึกสวรรค์ถึงสามสิบห้าก้อนต่อหนึ่งขั้นย่อย เปลืองเกินไปแล้ว " นนท์ส่ายหน้าเพราะความสิ้นเปลืองของตน นนท์สร้างห้วงมิติขึ้นแล้วเข้าไปอยู่ภายในฝึกฝนวิชาต่างๆให้ชำนาญมากขึ้น นนท์นั้นวนเวียนอยู่แค่สูบผลึกต่างๆและฝึกวิชา ฝึกหลอมโอสถ ฝึกหลอมอาวุธ วนๆเวียนๆอยู่อย่างนี้ประมานสิบห้าปีในค่ายกลเร่งเวลา แต่ภายนอกนั้นผ่านไปราวห้าวัน
" ค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่าช่างสุดยอดจริงๆ " นนท์พึมพำ
" เจ้าหนุ่ม เวลานี้เจ้าอยู่ที่ขั้นพลังวิญญาณนิรันดร์สูงสุดขั้นที่เก้าสูงสุดแล้ว จงเร่งทะลวงพลังขั้นปฐพีเถิด " จิตทัศนะกล่าวเตือน
" ผู้อาวุโสภภรยาและสหายของข้าเป็นเช่นไรบ้าง " นนท์ถาม
" ภรรยาทั้งห้าของเจ้าอยู่ที่ขั้นวิญญาณนิรันดร์ขั้นสูงสุดขั้นที่เก้าเช่นเจ้าแล้วและภรรยาทุกคนของเจ้าก็หยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งเต๋าแล้ว ส่วนสหายของเจ้าอยู่ที่กายนิรันดร์สูงสุดขั้นที่เก้าสูงสูงสุด เวลานี้กำลังหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งเต๋าอยู่ " นนท์พยักหน้า
" เจ้าหนุ่ม เจ้าต้องหยั่งรู้กฎเกณฑ์ใดๆให้ได้ถึงสามขั้น เมื่อเจ้าหยั่งรู้ได้ถึงสามขั้นเจ้าก็จะทะลวงพลังขั้นปฐพีได้ ที่หลายคนติดอยู่ที่วิญญาณนิรันดร์สูงสุดขั้นที่เก้าสูงสุดหรือครึ่งก้าวปฐพีนั้น เพราะมิสามารถหยั่งรู้กฎเกณฑ์ต่างๆได้สามขั้น จำนวนของครึ่งก้าวปฐพีจึงมากมายยิ่ง " จิตทัศนะแนะนำ
" ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ " นนท์เดินเข้าไปในค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่า แล้วชี้นิ้วออกไปบังเกิดภาพเต๋าห้วงมิติขึ้น
" เจ้าหนุ่ม กฎเกณฑ์แห่งเต๋าขั้นที่หนึ่งนั้นเป็นเต๋าโลกสามารถใช้พลังของโลกนั้นๆมาเสริมแรงโจมตีได้ ส่วนกฎเกณฑ์แห่งเต๋าขั้นที่สองเป็นเต๋าห้วงมิติพลังโจมตีจะถูกเสริมด้วยพลังลึกลับจากห้วงมิติ สำหรับกฎเกณฑ์แห่งเต๋าขั้นที่สามนั้นเป็นเต๋าจักรวาลสามารถเสริมการโจมตีด้วยพลังลึกลับของจักรวาล แต่ก็มิสามารถใช้พลังของจักรวาลได้มากมายนักเพราะขัดต่อฟ้าดินของโลกนั้นๆ " จิตทัศนะอธิบาย นนท์พยักหน้า
หลังจากที่ฟังจิตทัศนะอธิบายถึงเต๋าต่างๆแล้ว นนท์จึงเริ่มเข้าสู่การหยั่งรู้กฎเกณฑ์แแห่งเต๋าขั้นที่สาม เวลาไหลผ่านเลยไปเหมือนสายน้ำมิไหลกลับ นนท์ถอนตัวจากการหยั่งรู้
" สี่สิบปี หยั่งรู้ได้เพียงครึ่งทาง นี่ขนาดอยู่ในค่ายกลเร่งเวลา หากอยู่ข้างนอกมิแก่ตายก่อนรึ " นนท์พึมพำ สี่สิบปีที่นนท์ว่าคือเวลาภายในค่ายกลเร่งเวลา แต่นอกค่ายกลนั้นผ่านไปเพียงสิบสี่วัน ว่าแล้วนนท์ทะยานออกไปนอกถ้ำเพื่อดูสถานการณ์
" ลองไปจัดการมารเฒ่าดีกว่า " นนท์เร่งทะยานไปยังฐานของมารเฒ่า นนท์ลอยอยู่นอกฐานของมารเฒ่าราวสิบลี้ ใช้เนตรมังกรตรวจสอบ
" ยังอยู่ที่เดิม " นนท์เปิดใช้กฎเกณฑ์แห่งดาราจักรวาลมังกรทองผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋า และผสานฝ่ามือมยบมาร ความมืดมิดเข้าครอบคลุม แสงสีทองสาดส่องจากดวงดาราน้อยใหญ่อานุภาพของฝ่ามือสยบมารขจรขจายออก เสียงร้องโหยหวลของมารขั้นต่ำระงมขึ้นเมื่อแสงสีทองกระทบกายตน ฝุ่นเลือดลอยคละคลุ้งทั่ว
" ไอ้สาระเลว " เสียงดังลอยออกมาจากในฐาน
" เปรี้ยง " ฝ่ามือมารใหญ่ยักษ์ผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าลอยลงมาจากฟ้า นนท์มิรอช้าใช้ออกด้วยฝ่ามือสยบมารผสานกฎเกณฑ์แห่งดาราจักรวาลและกฎเกณฑ์แห่งเต๋า ฝ่ามือสีทองเข้าปะทะกับฝ่ามือมาร
" ตูม " เสียงดังสนั่น แรงระเบิดของสองฝ่ามือทำลายฐานของมารเฒ่าจนเหี้ยน
" สูได้แฮะ " นนท์พึมพำ
" ไอ้สาระเลว วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้ " ดาบทมิฬปรากฎขึ้นในมือมารเฒ่า
" ฟึ๊บ " เสียงดาบตวัดลง ปรานมารสีดำผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าพุ่งเข้าใส่นนท์ นนท์สะบัดมือขวามสองคมทมิฬปรากฎขึ้นในมือ แล้วชูขวานสองคมทมิฬขึ้นพร้อมเปิดใช้กฎเกณฑ์แห่งอัสนีผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋าและฝ่ามือสยบมาร
กฎเกณฑ์แห่งอัสนีที่นนท์หยั่งรู้ได้นั้นเป็นผลพลอยได้จากการสำเร็จหมัดแปดอัสนี เมื่อสำเร็จหมัดแปดอัสนีท่าสุดท้ายจะปรากฎรูปรอยของกฎเกณฑ์แห่งอัสนี
" เปรี้ยงๆๆๆ " สายอัสนีสีทองม่วงฟาดลงมาจากห้วงมิติอย่างบ้าคลั่ง สายอัสนีสีทองม่วงเข้าปะทะกับปรานมาร
" ตูม " ร่างของมารเฒ่ากระเด็นออกไปหลายสิบลี้ นนท์ทะยานร่างตามเข้าประชิดตัวมารเฒ่าพร้อมจามขวามสองคมทมิฬเข้าที่กลางศีรษะของมารเฒ่า
" ไม่ " สิ้นเสียงมารเฒ่า กายหยาบที่หมองคล้ำพลันสลายพร้อมกับหมอกมารสีดำ
" ตายซะที " นนท์เร่งทะยานออกจากบริเวณต่อสู้ มุ่งไปที่ฐานของมารร้ายตามที่ต่างๆ จัดการทำลายฐานของมารที่อยู่รายรอบกำแพงเมือง
" วันนี้พอแล้ว กลับดีกว่า " หลังจากที่ทำลายฐานของมารราวๆสิบฐาน นนท์กลับมาที่ถ้ำเพื่อทำการหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งเต๋าขั้นที่สามต่อ
" เอ หากเอาผลึกอัสนีหลอมขวามสองคมทมิฬจะเป็นยังไงนะ " นนท์สะบัดมือผลึกอัสนีกองใหญ่พลันปรากฎ นนท์ส่งลมปรานเพื่อหลอมผลึกอัสนีให้เป็นน้ำทิพย์อัสนีแล้วนำเอาขวามสองคมทมิฬแช่ไว้ในน้ำทิพย์อัสนี
" ได้ผลแฮะ " นนท์ทำการขุดหลุมแล้วหลอมผลึกอัสนีหลายร้อยก้อนให้เป็นน้ำทิพย์อัสนีแล้วนำขวามสองตมทมิฬแช่ไว้ หลังจากแช่ขวานสองคมทมิฬเสร็จนนท์จึงเข้าสู่การหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งเต๋าขั้นที่สามต่อ
ที่ตระกูลเอี้ย
" ท่านบรรพบุรุษ หลานนท์ได้ส่งข้อความมาว่า ขณะนี้ลูกชิงและลูกหลิงปลอดภัยดี ทั้งสองทะลวงขั้นกายนิรันดร์สูงสุดแล้ว " เอี้ยตี้หลิวรายงานข่าวที่นนท์ส่งมา บรรพบุรุษตระกูลเอี้ยพยักหน้า
ภายในเจดีย์แปดเหลี่ยม
" หลิงเอ๋อร์เจ้าเป็นอันใด " หลางจี้เสวี่ยเอ่ยถามเอี้ยอวี้หลิง
" พี่จี้เสวี่ย หลิงเอ๋อร์ " นางเงียบไม่ยอมพูดต่อ
" หลิงเอ๋อร์ เจ้าคิดถึงสามีเราใช่รึไม่ " หลันอิงเย่เอ่ยถามพร้อมยื่นมือไปกุมมือเอี้ยอวั้หลิง
" หลิงเอ๋อร์ฟังนะ เจ้าอย่าได้กังวลว่าสามีมีภรรยามาก บุรุษที่แข็งแกร่งนั้นหากจะมีสตรีมากมายย่อมเป็นธรรมดาสำหรับบุรุษ เจ้าอาจหาสามีที่มีแต่เจ้าคนเดียวได้ แต่สามีที่เจ้าได้มาเก่งกาจหรือไม่ ดูแลเจ้าได้มากเพียงใด เจ้าดูสามีของเราสิดูแลห้าภรรยามิขาด เราห้าภรรยามีความสุขยิ่งยามที่ได้อิงแอบกับสามี เจ้าเอาไปคิดเถิด " หลางจี้เสวี่ยพยายามที่จะให้เอี้ยอวี้หลิงตกเป็นภรรยาคนที่หกของนนท์
" พี่จี้เสวี่ย มิใช่อย่างที่ท่านคิด หลิงเอ๋อร์มิรู้จะบอกกับพวกท่านเยี่ยงไรว่าหลิงเอ๋อร์ " นางไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตนคิด
" หลิงเอ๋อร์พูดมาเถอะ " หลางจี้เสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
" เวลาที่พี่นนท์ฝังเข็มเปิดจุดชีพจรให้หลิงเอ๋อร์ หลิงเอ๋อร์มีความสุขมากเวลาที่มือของพี่นนท์สัมผัสร่างกายหลิงเอ๋อร์ และเวลาที่หลิงเอ๋อร์อาบน้ำโดยมีพี่นนท์นั่งมองแม้นหลิงเอ๋อร์จะเขินอายที่ต้องเปลือยกายให้พี่นนท์จ้องมอง แต่หลิงเอ๋อร์ก็มีความสุข " ว่าแล้วพลันก้มหน้าลงด้วยความเขินอายใบหน้าสวยของเอี้ยอวี้หลิงแดงลามไปถึงคอ
" หลิงเอ๋อร์ เจ้าพร้อมที่จะเป็นภรรยาคนที่หกของสามีแล้วนะ " หลางจี้เสวี่ยเดินเข้าไปโอบกอดเอี้ยอวี้หลิง
" พี่หญิงของเจ้าทุกคนจะสอนวิธีปรนนิบัติสามี " ว่าแล้วทั้งหกจึงไปที่ห้องนอน พี่หญิงทั้งห้าต่างโรมรันน้องหญิงเล็กคนใหม่ เพื่อสอนวิธีปราบมังกรน้อย
" หลิงเอ๋อร์ครั้งแรกของเจ้ากับสามี เจ้าต้องทำให้สามีแปลกใจ และเจ้าต้องสยบมังกรน้อยให้ได้ " หลางจี้เสวี่ยกยิ้มให้เอี้ยอวี้หลิง
ที่ห้องอาหาร
" เอาล่ะ มิรูว่าสามีจะเข้ามาได้เมื่อใด ในระหว่างนี้เราเร่งฝึกฝนเถิด " หลางจี้เสวี่ยนำน้องหญิงไปที่ห้องฝึกสตรี ส่วนเอี้ยชิงพาฉีซีหลินไปที่ห้องบุรุษ
" ไม่พอ เหมือนขาดอะไร " อีกเพียงนิดเดียวนนท์ก็จะทะลวงขั้นปฐพีได้ นนท์สงสัยเป็นยิ่งนัก
" ผู้อาวุโส ข้ารู้สึกว่าเหมือนขาดอะไรไป จึงมิสามารถทะลวงขั้นพลังได้ " นนท์ซักถามถึงสิ่งที่ขาดหายไป ไขกระดูกสีทองลอยออกมาสามหยด
" เจ้าหนุ่ม สิ่งที่เจ้าขาดคือการปรับร่างกายเทพอสูรให้สมบรณ์ก่อนทะลวงขั้นพลัง " จิตทัศนะกล่าว
" ขอบคุณผู้อาวุโส " นนท์เร่งหลอมไขกระดูกราชันย์เทพมังกรทองพร้อมหมุนวนเคล็ดวิชาเทพอสูร
" ตูม "