TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 90 จอมมารอังกูล

    ตอนที่ 90 จอมมารอังกูล


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****




    มหาทวีปที่เต็มไปด้วยผู้บ่มเพาะสายเลือดสิ่งมีชีวิตหลากโลกา


    เส้นทางการบ่มเพาะสายเลือดนี้มีกลวิธีและเส้นทางที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นมีวิธีการที่ชั่วโฉด


    นั่นคือการกลืนกิน!


    กินทุกสรรพสิ่งจนกว่าสายเลือดในกายจะเติบโตจนสามารถเดินทางออกจากมหาทวีปนี้ได้ แล้วมุ่งสู่ดินแดนโพ้นทะเลอันไกลโพ้น


    ว่ากันว่าในโลกนี้สิ่งมีชีวิตที่บ่มเพาะถึงขีดสุดสามารถทะลวงออกจากโลกนี้ได้ เป้าหมายคือเส้นทางของสิ่งมีชีวิตหลากโลกา


    ซากศพของสิ่งมีชีวิตหลากโลกานอกจากจะให้กำเนิดโลกและสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนแล้ว


    มนุษย์เป็นเพียงแค่หนึ่งในนั้น ซึ่งนอกจากมนุษย์แล้วยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่ถือกำเนิดมาจากสิ่งมีชีวิตหลากโลกาเช่นกัน นั่นคือเหล่าสรรพสัตว์


    สัตว์ที่มีการรู้ตื่นของพลังสายเลือดพวกมันจะกลายเป็นสัตว์อสูร


    แม้จะมีการรู้ตื่นในสายเลือดเหมือนกัน แต่สติปัญญาของเหล่าสัตว์นั้นด้อยกว่ามนุษย์มาก ต่อให้เป็นสัตว์อสูรก็ตาม


    สัตว์อสูรนั้นจะบ่มเพาะโดยวิถีกลืนกิน กลืนกินสิ่งมีชีวิตที่มีพลังสายเลือดเพื่อเพิ่มพลังให้กับสายเลือดของตนเอง


    ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ หากพวกเขากลืนกินสัตว์อสูรพวกเขาจะถูกพิษคำสาปของสัตว์อสูรกัดกินจนตาย


    สติปัญญาของสัตว์อสูรนั้นเหมือนเดรัจฉาน มันรู้จักแค่การออกล่า กิน และนอนเท่านั้น


    เพียงแต่มีมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ได้ลอกเลียนพฤติกรรมนี้ พวกเขาไม่ได้กลืนกินสัตว์อสูรแต่เลือกที่จะกลืนกินมนุษย์ด้วยกัน


    มันคือทางลัดในการบ่มเพาะที่บ้าระห่ำและโหดเหี้ยม


    แต่เพราะวิธีการนี้ไม่ได้ถูกเป็นที่ยอมรับของผู้คน คนกลุ่มนี้จึงถูกสิ่งมีชีวิตในมหาทวีปไล่ล่าจนดับสิ้นไป


    แม้พวกกินมนุษย์จะถูกกำจัดไป แต่เจตจำนงของพวกเขายังคงอยู่


    เมื่อในวันหนึ่งได้มีมนุษย์คนหนึ่งได้เข้าตาจน ด้วยโชคชะตาที่โหดร้ายเขาถูกขับไล่ให้ไปตายในพื้นที่ของสัตว์อสูร


    ด้วยความหิวโหยชายคนนั้นจึงไม่มีทางเลือก เขาได้ฆ่าสัตว์อสูรและกลืนกินมันเข้าไป


    เพียงแต่ว่าการกลืนกินสัตว์อสูรในครั้งนั้นไม่ได้ทำให้เขาตาย แต่มันยังทำให้สายเลือดของเขาเกิดการวิวัฒนาการ 


    ชายคนนั้นกลับออกมาจากดินแดนของสัตว์อสูรด้วยความเคียดแค้น


    เขาทำการล่าสังหารอริของเขาและกลืนกินพวกเขาไป


    เพียงแต่ว่าการกลืนกินนั้นได้กลายเป็นของเสพติด ไม่รู้เพราะสัตว์อสูรที่เขาได้กลืนกินหรืออะไร มันได้ทำให้บุคลิกและนิสัยของเขานั้นเปลี่ยน


    เขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความโหดเหี้ยม กลืนกินมนุษย์และสัตว์อสูรที่ขวางหน้า 


    ผู้บริสุทธิ์มากมายได้ตกเป็นเหยื่อของเขา


    ชื่อของเขากลายเป็นสิ่งต้องห้าม 


    นามของเขาคือ “อังกูล”


    และได้รับสมญานามจากผู้คนว่า “จอมมาร”


    แต่ความเลวร้ายนั้นไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เมื่อชื่อเสียงของจอมมารอังกูลได้กระจายออกไป 


    เหล่าผู้มีความลุ่มหลงในการกลืนกินก็ต่างเดินทางเข้ามาสวามิภักดิ์ให้กับเขา


    นั่นจึงทำให้กองกำลังของจอมมารอังกูลแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วและพรากชีวิตของคนบริสุทธิ์ไปนับไม่ถ้วน


    การปรากฏตัวของจอมมารอังกูลเกิดผลไปทั่วทั้งแผ่นดินมหาทวีป


    หากมีแค่จอมมารอังกูลเพียงแค่คนเดียวเรื่องมันคงจะไม่ยุ่งยากขนาดนี้ แต่เมื่อจอมมารอังกูลมีกองทัพผู้กลืนกินเป็นของตนเอง ยอดฝีมือของมหาทวีปก็ยากที่จะจัดการกับเขา


    เพราะการถือกำเนิดของกองทัพจอมมารอังกูล นั่นจึงทำให้มหาสงครามครั้งแรกเกิดการปะทุขึ้น


    หลายอาณาจักรที่ไม่เคยเป็นมิตรกันมาก่อนกลับร่วมมือกันและโจมตีกองทัพของจอมมารอังกูล


    มหาสงครามครั้งแรกจบลงอย่างง่ายดายด้วยความร่วมมือจากมหาอำนาจหลายอาณาจักรทั่วทั้งมหาทวีป


    ทว่าจอมมารอังกูลกลับไม่ได้ถูกกำจัดไปพร้อมกับกองทัพของเขา เขาได้รับการพ่ายแพ้และหายตัวไป


    แต่ใครจะรู้เล่าว่าหลังจากนั้นไม่กี่พันปีจอมมารอังกูลจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง


    ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมนุษย์คนหนึ่งในโลกนี้จะมีอายุขัยแค่สองถึงสามร้อยปีเท่านั้น แต่ถ้าหากบ่มเพาะทะลวงระดับขึ้นไปเรื่อยๆ อายุขัยของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้น


    ห้าพันปีหลังจากนั้นจอมมารอังกูลได้ปรากฏตัวพร้อมกับกองทัพสัตว์อสูรดัดแปลงของเขา


    ทว่าครั้งนี้การกำจัดจอมมารอังกูลนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนในครั้งแรก เพราะเหล่ามหาอำนาจไม่ได้เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งด้วยกันอีกต่อไป


    แต่ในที่สุดแล้วจอมมารอังกูลก็ได้ถูกกำจัดอีกครั้งด้วยการร่วมมือของสามอาณาจักรใหญ่ซึ่งหนึ่งในนั้นมีอาณาจักรฮาดา อาณาจักรที่อีวาอาศัยอยู่ในตอนนี้


    จอมมารอังกูลถูกโจมตีจนล่าถอยกลับไปอีกครั้ง


    ทว่าหลายหมื่นปีหลังจากนั้น เมื่อเหล่าผู้แข็งแกร่งของแต่ละอาณาจักรเกิดความถดถอย ทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ที่เคยมีเริ่มหดหาย 


    พลังรบของสายเลือดรุ่นหลังๆ เริ่มที่จะลดน้อยลงเช่นกัน


    สงครามแย่งชิงทรัพยากรระหว่างอาณาจักรยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


    ครั้งนี้จอมมารอังกูลนั้นได้กลับมาอย่างเหนือชั้นยิ่งกว่าเดิม นอกจากกองทัพสัตว์อสูรแล้ว เขายังส่งคนไปเป็นบ่อนทำลายอาณาจักรต่างๆ


    มหาสงครามครั้งที่สามได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับมหาทวีปอย่างใหญ่หลวง


    การจะกำจัดจอมมารอังกูลนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่เคย


    เหล่าบรรพบุรุษที่ฝังตัวเพื่อปกป้องอาณาจักรต้องออกมาเพื่อไม่ให้อาณาจักรของพวกเขาล่มสลาย


    สงครามนี้กินเวลาไปถึงร้อยปีกว่าจะสิ้นสุดลง


    และมันก็กลายเป็นความพ่ายแพ้ของจอมมารอีกครั้ง 


    ทว่าครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับมหาทวีปอย่างร้ายกาจ เหล่าบรรพบุรุษและผู้มีฝีมือระดับยอดของแต่ละอาณาจักรได้ล้มตายเป็นจำนวนมาก


    อาณาจักรฮาดาที่เคยรุ่งโรจน์ได้สูญเสียสายเลือดกษัตริย์ไปทั้งหมด แม้แต่รัชทายาทที่ได้รับการปกป้องเป็นอย่างดีก็ยังหายตัวไป


    ความสูญเสียในครั้งนี้นั้นทำให้อาณาจักรเกือบล่มสลาย แต่โชคดีที่ยังมีบรรพบุรุษบางท่านยังสถิตอยู่ นั่นจึงทำให้อาณาจักรยังพอมีความมั่นคงอยู่บ้าง


    แต่ทว่าเมื่อไร้ซึ่งกษัตริย์ก็ยากที่จะปกครองผู้คน


    อาณาจักรฮาดาไม่ได้แต่งตั้งราชวงศ์ใหม่ เพราะกษัตริย์องค์สุดท้ายคือผู้ที่ซึ่งลงดาบกับจอมมารอังกูลจนทำให้พ่ายแพ้ไป แต่กษัตริย์ผู้นี้กลับต้องแลกด้วยความตายของตนเอง


    ประชาชนจึงเลื่อมใสในกษัตริย์องค์นี้เป็นอย่างมาก มากเสียจนไม่ต้องการให้ผู้ใดมาแทนที่ได้


    นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าพวกเขาปฏิเสธราชวงศ์ใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่


    เพราะเหตุนี้อาณาจักรฮาดาจึงไร้ซึ่งกษัตริย์ แต่กลับมีมหาเสนาบดีเป็นผู้แทนปกครองอาณาจักร


    เวลาผ่านมาหลายหมื่นปีอาณาจักรฮาดาจึงถูกลดทอนอำนาจลง จนกลายมาเป็นอาณาจักรเล็กๆ ดังเช่นทุกวันนี้


    แต่ถึงแม้ว่าอาณาจักรฮาดาจะเป็นอาณาจักรเล็กๆ แต่มันก็กลายเป็นว่าอาณาจักรอื่นๆ ภายในมหาทวีปจะไม่โจมตีอาณาจักรฮาดา เพราะอาณาจักรแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นวีรบุรุษแห่งมหาสงครามครั้งที่สาม


    ด้วยเหตุนี้นี่เองอาณาจักรฮาดาที่ไร้กษัตริย์และเป็นอาณาจักรที่เล็กจ้อยจึงเป็นอาณาจักรที่ปลอดภัยมากที่สุดบนมหาทวีปมาจนถึงทุกวันนี้


    หมู่บ้านเควนที่อีวาอยู่จึงเป็นสถานที่ที่ไร้ซึ่งสงคราม


    แม้เหตุการณ์จอมมารอังกูลครั้งล่าสุดจะผ่านมาหลายหมื่นปีแล้ว แต่มหาทวีปก็ระมัดระวังกับการกลับมาของเขาอยู่ตลอดเวลา


    สงครามในมหาทวีปแม้จะเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่พวกเขาก็เตรียมพร้อมที่จะรับมือจอมมารอังกูลอยู่เช่นกัน


    ดังนั้นพวกเขาจึงต้องสรรหาผู้มีพลังสายเลือดที่แข็งแกร่งเพื่อเป็นกองกำลังรักษาอาณาจักรที่ภาคภูมิของพวกเขา


    ทว่าวันนี้ เหล่าผู้มีพลังบ่มเพาะระดับสูงหลายคนในมหาทวีปได้รับรู้การถือกำเนิดของผู้มีพลังสายเลือดอันสูงส่ง ที่เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว


    มันก็คือครั้งที่จอมมารอังกูลได้กลืนกินสัตว์อสูรเป็นครั้งแรกและทำให้พลังสายเลือดของเขาเกิดการวิวัฒน์ 


    เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ มีมนุษย์หลายคนต้องการที่จะเป็นเหมือนจอมมารอังกูล แต่สุดท้ายก็ต้องตายตกด้วยพิษคำสาปของสัตว์อสูร


    จอมมารอังกูลจึงเป็นผู้บ่มเพาะเพียงคนเดียวที่สามารถกลืนกินสัตว์อสูรได้จนมาถึงทุกวันนี้


    เห็นได้ชัดว่าเขาคือหนึ่งในยอดคนอันเป็นที่สุดของมหาทวีปแห่งนี้


    ซึ่งตอนนี้ได้มีบุคคลเช่นจอมมารอังกูลได้ถือกำเนิดขึ้นอีกคนแล้ว


    พลังสายเลือดของอีวาได้ตื่นขึ้นเพราะความสามารถของเฟิร์ส


    หลังจากพลังสายเลือดของหญิงสาวตื่นขึ้น 


    เฟิร์สก็สัมผัสได้ถึงพลังประหลาดไปทั่วร่าง ทันทีที่เขาลืมตา ดวงตาทั้งสองข้างพลันเปลี่ยนเป็นสีเทา


    เขารู้สึกว่าโลกทั้งโลกไม่ต่างไปจากความฝัน


    ความฝันที่เขาสามารถกำหนดได้


    “นี่เป็นพลังสายเลือดชนิดใดกัน?” 


    วินาทีที่เขาเกิดความสงสัย พลังสายเลือดที่ราวกับเป็นโลกแห่งความฝันนี้ก็พลันแผ่ขยายออกไป


    ทันทีที่เขาใช้พลังสรรพสิ่งรอบตัวในระยะร้อยเมตรก็กลายเป็นสีขาวดำ ทว่าโลกจริงๆ นั้นไม่ได้เปลี่ยนไป มีเพียงความรู้สึกของเขาเท่านั้นที่เป็นแบบนี้


    ตอนนี้เฟิร์สเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับมันเพราะมันเป็นสัมผัสพลังที่เขาใช้อยู่บ่อยครั้ง ภายในรัศมีร้อยเมตรนี้เขาสามารถตรวจจับได้ทุกสรรพสิ่งราวกับเขาเป็นเจ้าของของบริเวณนี้


    “พลังนี้?”


    วินาทีนั้นเองเขาก็รู้สึกว่ามดที่กำลังไต่อยู่รอบบ้านได้ตกอยู่ในภวังค์ 


    มันคือพลังประเภทลวงตา!