ฉางเฟิงได้คุยกับพ่อค้านคนนี้อยู่นานและได้ซื้อเนื้อหมู่ป่าขนแดงและเนื้อกระทิงอัคคีรวมถึงกุ้งเนตรครามจากพ่อค้าคนนี้ไปจำนวนมากและหลังจากที่ฉางเฟิงซื้อเสร็จพ่อค้าก็รู้ทันทีว่าฉางเฟิงพึ่งมาใหม่เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่จะไม่นิยมซื้อกุ้งเนตรครามเพราะพวกเขาไม่สามารถนำไปทำอาหารที่อร่อยออกมาได้
“มันเป็นเพราะกุ้งเนตรครามไม่อร่อยงั้นเหรอ”ฉางเฟิงถามเหตุผลออกไป
“ไม่เลยกุ้งเนตรครามนั้นหายากและอร่อยมาก แต่การจะทำให้มันอร่อยนั้นต้องใช้ฝีมือที่สูงในเมืองการค้ามีร้านอาหารไม่ถึง 10 ร้านที่สามารถสรรสร้างอาหารจากกุ้งเนตรครามได้และหนึ่งในนั้นมีร้านหนึ่งที่เป็นร้านอาหารอันดับหนึ่งที่นั่นมีคนที่ถูกเรียกว่าพ่อครัวจักรพรรดิอยู่” พ่อค้ากล่าว
“แสดงว่าเขาจะต้องเก่งมากๆเลยสินะถึงได้รับฉายานี้”ฉางเฟิงตกตะลึง
“ไม่ผิดมีเพียงตัวตนระดับเทพขึ้นไปที่จะได้ชิมอาหารของเขาส่วนขั้นเซียนอย่าได้หวัง”พ่อค้ากล่าว
“น่าสนใจจริงๆเสียดายที่ข้าไม่มีโอกาส” ฉางเฟิงกล่าว
“ต่อให้เราสู้เขาไม่ได้แต่ในเมือแห่งนี้จำนวนขั้นเซียนมีมากอยู่แล้วขอแค่อาหารของเจ้าไม่แย่เกินไปยังไงก็มีคนเข้าร้าน”พ่อค้าแนะนำ
“เอาละข้าต้องไปแล้วถ้าท่านสนใจสามารถมาชิมอาหารร้านเราได้และยังมีสุราที่น่าสนใจขายอีกด้วย”ฉางเฟิงกล่าว
“โอ้เป็นสุราแบบใหนงั้นเหรอ ถ้าเจ้ามีของดีสามารถแบ่งให้ข้าชิมได้ถ้ามันดีจริงข้าจะช่วยเจ้ากระจายข่าวเองรับรองไม่นานร้านเจ้าจะมีชื่อเสียงทันที”พ่อค้าถึงกับตาโตมองฉางเฟิงด้วยความคาดหวัง
ฉางเฟิงนำสุราเหยือกเล็กๆออกมาซึ่งสุรานี้ถูกแช่เอาไว้ในน้ำแข็งทำให้มันมีไอเย็นออกมา พ่อค้าแสดงสีหน้าสนใจก่อนจะรับสุรามาด้วยความตื่นเต้นเมื่อพ่อค้านเปิดฝาออกกลิ่นอันหอมหวานก็กระจายออกมา สุราที่ฉางเฟิงนำออกมาคือสุราร้อยบุปผาซึ่งฉางเฟิงคิดว่าที่แห่งนี้จะต้องไม่มีมันอย่างแน่นอน
“นี่มันสุราอะไรกันทำไมมันหอมอย่างงี้ข้าขอรองหน่อย” พ่อค้ายกเหยือกดื่มทันที
“โอ้!!!!!!!!!ไม่น่าเชื่อสุรานี่หวานกลมกล่อมแถมเมื่อผสมกับความเย็นมันทำให้ข้ารู้สึกสดชื่นความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไปในพริบตานี่มันของดีมากจริงๆ” พ่อค้าคำรามด้วยความสุข
“ดีขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ”พ่อค้าคนอื่นๆได้ยินก็รู้สึกสนใจ
“ข้าต้องไปแล้วเอาไว้ถ้าใครสนใจมารองกันได้” ฉางเฟิงกล่าวและรีบจากไป
“นี่ข้าขอดื่มบ้าง”พ่อค้านร้านข้างๆกล่าวทันที
“อย่าได้หวังนี่มันของข้า”ไม่รอช้าพ่อค้าที่ทำการซื้อขายกับฉางเฟิงดื่มสุราร้อยบุปผาจนหมดด้วยใบหน้าพึงพอใจ
“ไอ้เจ้าบ้าไม่เหลือให้ข้าชิมเลยแต่กลิ่นมันหอมมากจริงๆ”พ่อค้าคนอื่นๆพากันสูดดมกลิ่นที่เหลือด้วยความสนใจ
“ดูเหมือนว่าพวกเราควรจะไปรองบ้างร้านอาหารของเขาอยู่ตรงใหนนะ”
“เห็นว่าอยู่ทางทิศตะวันตกใกล้ๆกับประตูเมือง”
“ไม่ใกลจากพวกเรามากนักดีเมื่อร้านเปิดข้าจะไปชิมบ้าง”
เหล่าพ่อค้าเห็นได้ชัดว่าแสดงความสนใจออกมาหลังจากกลับมาแล้วฉางเฟิงก็เตรียมเมนูอาหารและนำสุราจำนวนมากออกมาจากภาพสวรรค์นิรันดร์สุราของฉางเฟิงถูกหมักอยู่ในค่ายกลกาลเวลามาโดยตลอดซึ่งถ้านับเวลามันถูกหมักมาหลายร้อยหลายพันปีไปแล้ว
“โชคดีที่เจ้าสามารถใช้เต๋าเหมันต์ได้ทำให้สามารถดึงรสชาติของสุราร้อยบุปผาออกมาได้สูงสุด”ฉางเฟิงกล่าว
ซีรั่วหยานได้สร้างห้องน้ำแข็งเอาไว้หนึ่งห้องและแช่สุราร้อยบุปผาเอาไว้จากนั้นฉางเฟิงก็เตรียมเปิดร้านพร้อมกับจัดแจงงานให้กับพวกถูคงและลั่วจี
วันต่อมาร้านอาหารของฉางเฟิงก็เปิดสำหรับอาหารของฉางเฟิง ฉางเฟิงเลือกเป็นพวกเมนูย่างกับการผัดซะส่วนใหญ่ตอนนี้ฉางเฟิงได้ย่างหมูป่าคนแดงทั้งตัวพร้อมกับทาซอสและโรยสมุนไพรทั้งตัวทำให้มีกลิ่นหอม
ตมจริงร้านอาหารของฉางเฟิงอยู่ในจุดที่คนน้อยมากแต่ฉางเฟิงไม่มีทางเลือกเพราะมันไม่มีที่ว่างอีกแล้ว
“หืมกลิ่นหอมมากจริงๆ” ทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมืองทางทิศตะวันตกกล่าวขึ้น
“นั่นมันร้านที่พึ่งมาเปิดใหม่นี่น่าสนใจ เจ้าอยู่นี่แปปข้าจะไปซื้อหมู่ย่างมาแบ่งกันกิน” ทหารคนหนึ่งทนไม่ไหวจึงรีบเดินเข้าไปในร้านของฉางเฟิง
“ยินดีร้อนรับไม่ทราบว่าจะรับอาหารหรือสุราดี”ลั่วจีกล่าว
“ข้าขอซื้ออาหาร...”ทหารยามมองลั่วจีด้วยใบหน้าที่หลงใหลแม้อีกฝ่ายจะปกปิดใบหน้าแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงเสน่ห์ที่เกินต้านทาน
“ร้านของเรามีเมนูหลายเมนูไม่ทราบว่าลูกค้าอยากจะได้อาหารแบบใหน”ลั่วจียิ้ม
“ข้าเอาหมูย่าง1 ตัว” ทหารยามกล่าว
“เชิญท่านลูกค้านักรอสักครู่ข้าจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้”ลั่วจีเดินไปยังห้องครัวทันที
“หมูย่าง1 ตัว”
“กำลังเสร็จพอดีเลยให้ถูคงเตรียมห่อให้กับลูกค้าด้วย”ฉางเฟิงกล่าวและนำหมูย่างตัวหนึ่งออกมาและสับให้เป็นชิ้นและให้ถูคงห่อ
หลังจากห่อเสร็จถูคงก็นำไปส่งให้กับทหารและลั่วจีก็เก็บเงินซึ่งราคาของหมู่ย่างทั้งตัวนั้นมีราคาอยู่ที่ 1000 ศิลาเซียนเพราะเนื้อหมู่ที่ฉางเฟิงซื้อมาคือตัวละ500 ศิลาเซียนบวกกับสมุนไพรที่ใช้ในการหมักฉางเฟิงจึงคิดว่าราคานี้ถือว่าเหมาะแล้ว
“อืมถือว่าไม่แพง” ทหารยามจ่ายเงินและออกไป
“ดูท่าพวกเราจะประเมินเมืองนี้ต่ำไปแม้แต่ทหารยามยังมั่งคั่งขนาดนี้แล้วคนปกติละ”ลั่วจีกล่าว
“ไม่เป็นไรยังไงราคานี้พวกเราก็ได้กำไรอย่างน้อย 2-3 ร้อยศิลาเซียน” ฉางเฟิงกล่าว
“โอ๊ะอยู่นี่เอง ข้าหาตั้งนาน สหายข้ามาแล้ว” พ่อค้าที่ขายเนื้อให้กับฉางเฟิงตรงเข้ามาหาฉางเฟิงทันที
“ยินดีต้อนรับสหายอยากจะได้สุรางั้นเหรอ” ฉางเฟิงกล่าว
“แน่นอนข้าอยากจะได้สุรา แต่ใหนๆก็มาแล้วข้าสนใจอยากจะรู้ว่าเจ้าสามารถปรุงเนื้อกุ้งเนตรครามได้ระดับใหน” พ่อค้ากล่าว
“ย่อมได้ข้าจะทำให้เดี๋ยวนี้”
“มันต้องแบบนี้สิแล้วขอเมนูด้วย”
ลั่วจียื่นเมนูให้อีกฝ่ายซึ่งสายตาของพ่อค้าคนนี้ไปตกอยู่ที่สุราทั้งหมด
“สุราเพลิงสุราหวนคำนึงงั้นเหรอ ของพวกนี้ไม่เคยเจอมาก่อน ข้าเอาสุราร้อยบุปผานี่ 2 ไหสุราเพลิง 2 ไห และสุราหวนคำนึง 1 ไห” ต้วนเหอกล่าว
“รวมทั้งหมด3 หมื่นศิลาเซียน” ลั่วจีกล่าว
“โอ้ถือว่าค่อนข้างมีราคาแต่ถ้ารสชาติมันดีราคาใหนก็ยอมจ่ายทั้งหมด” ต้วนเหอสองสุราทั้งห้าไหด้วยความสนใจก่อนจะค่อยๆเปิดสุราเพลิงกลิ่นที่รุนแรงและทำให้เลือดลมในร่างปะทุพุ่งออกมา
“ฮ่าฮ่า ฮ่า อย่างที่คิด สหายสุราของเจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวัง เจ้าสุราเพลิงนี่ของดีจริงๆเหมาะกับข้ามาก”ต้วนเหอดื่มสุราเพลิงลงไปอย่างบ้าคลั่งทำให้ผิวของต้วนเหอกลายเป็นสีแดงและมีควันลอยออกมา
“ยอดเยี่ยมร่างกายของข้ารู้สึกมีพลังมากสุดยอด ราคานี้ไม่เสียเปล่าเหมาะสมแล้ว ไม่สิคุ้มค่าเสียด้วยซ้ำ”ต้วนเหอหัวเราะ
“อาหารของข้าก็รสชาติดีไม่แพ้กันนะเจ้าดูทหารยามสองคนนั้นสิ” ฉางเฟิงกล่าวและชี้ไปทางทหารยามที่กำลังแย่งกันกินเนื้อหมูย่างอย่างบ้าคลั่งนี่ทำให้ต้วนเหอน้ำลายไหลและความอยากอาหารพุ่งขึ้นมา.........แต่น่าเสียดายที่จบตอนแล้ว5555