ตอนที่ 62 พลังของรอยสัก
เสื้อผ้าเคนจิขาดกระจุยเหลือไว้แค่เพียงกางเกงที่สวมใส่ปรากฏให้เห็นผิวพันธุ์ที่ขาวผ่องและมัดกล้ามที่สมส่วนดวงตาที่เคยเป็นสีแดงกลับเปล่งประกายสีทองสว่างไสวปีกมังกรโบกสะบัดคล้ายว่ามันกำลังบ้าคลั่ง รอยสักสีทองรูปเกนบุเกิดเป็นประกายแสงสีทองจนเด่นชัดคาตานะทั้งสองด้ามหลุดร่วงกลายเป็นลำแสง พุ่งทะยานเข้าสู่วงแหวน เขี้ยวและเล็บมือเล็บเท้าต่างยื่นยาวแหลมคมจนน่าหวาดกลัว ปรากฏเส้นเลือดปูดพองไปทั่วเรือนร่าง
“โฮกก~~!!!”
เสียงขู่คำรามของเคนจิคล้ายกับสัตว์ป่าที่ดุร้ายเพียงแค่เสียงขู่คำรามของเขาก็ทำให้เกิดพายุหมุนอย่างรุนแรงจนพีรามิดต้องสั่นสะท้านอนูบิสเบิกตากว้างร่างกายสั่นเทาไม่หยุดภาพเงาของเคนจิดุจดั่งปีศาจซาตานที่ผุดขึ้นมาจากนรกอเวจีดวงตาสีทองเหลือบมองอนูบิสอย่างเกียจคร้าน ก่อนที่ร่างของเคนจิจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ปรากฏเม็ดเหงื่อปกคลุมไปทั่วหน้าอนูบิสตวัดไม้เท้าไปด้านหลัง ปรากฏเพียงความว่างเปล่าในเหงามืดขณะที่มันกำลังจ้องมองไปในความมืดมิดมีลมหายใจอันเย็นยะเยือกและแผ่วเบาบริเวณลำคอของมันร่างกายสั่นสะท้านพุ่งกระโจมไปด้านหน้าเพื่อหลบหนีทันทีเคนจิพุ่งทะยานกลายเป็นร่างเงาติดตามมือข้างหนึ่งคว้าจับคออนูบิสพร้อมกับกระแทกไปที่กำแพงพีระมิดอย่างรุนแรง
“ตูม!!!”
“อั๊ก~!!”
อนูบิสกระอักเลือดคำใหญ่สาดใส่หน้าเคนจิลิ้นของเขาเลียเลือดที่เปรอะเปื้อนตามใบหน้า ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมบนหน้าเคนจิมือของเขาอีกข้างที่ว่างเปล่ากำแน่น เงื้อมไปด้านหลัง ก่อนจะระรัวต่อยไม่ยั้งไปที่บนหน้าของอนูบิสเลือดของมันสาดกระจายไปทั่ว พร้อมกับเสียงหัวเราะอันน่าขนลุก
“ตูม! ตูม! ตูม!!”
“โฮโฮโฮ! ร่างกายนี้มันดีจริงๆ โฮโฮโฮ!!”
ณใจกลางความมืดมิด มีร่างชายผู้หนึ่งเปลือยเปล่านั่งกอดเข่าแน่น ร่างกายของเขาสั่นเทาหวั่นไหวอย่างต่อเนื่องโซ่ตรวนนักโทษสีดำจับตรึงขาเขาไว้พร้อมกับลูกตุ้มเหล็กขนาดใหญ่เบื้องหน้าของเขาคือภาพฉายเหตุการณ์ต่อสู้ของเคนจิและอนูบิส ชายคนดังกล่าวค่อยๆเงยหน้าขึ้น เมื่อใบหน้าของชายหนุ่มกระทบแสงจากภาพฉาย เขาคือเคนจินั่นเองเขาเหม่อมองภาพฉายด้วยตาเบิกกว้าง
“เกิดอะไรขึ้น! ถ้าเราอยู่ที่นี่แล้วนั่นคือใคร?”
ขณะที่เคนจิกำลังบ่นกับตนเองปรากฏร่างชายชราที่คุ้นเคยก้าวเดินออกมาจากเงามืด เขาคือผู้เฒ่าเกนที่เคนจิรู้จักแต่ร่างกายของเขากลับดำสนิทมีรอยแตกลายงาทั่วทั้งร่างในรอยแตกนั้นมีสีแดงคล้ายกับลาวาที่ร้อนระอุ ดวงตาของเขาแดงก่ำดุจสายเลือด
“โฮโฮโฮ! ข้าคือความมืดมิดที่อยู่ในจิตใจเจ้าพลังเจ้ามีมากมายกลับไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ ดูแบบอย่างที่ดีแล้วจดจำไว้ซะ โฮโฮโฮ”
ร่างเกนบุค่อยๆหายไปในเงามืด เคนจิพยายามจะติดตามแต่โซ่ตรวนกลับดึงร่างเขาไว้แน่นเมื่อลองใช้ทักษะต่างๆ ดูก็ไม่สามารถใช้ได้ร่างกายของเขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเคนจิมองไปยังภาพฉายเม็ดเหงื่อปรากฏทั่วใบหน้าร่างของเขากำลังรัวหมัดอย่างต่อเนื่องคราบเลือดที่สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปตามบนหน้าของเขาจนภายใจจิตใจเกิดหวาดกลัวตัวเอง
ณใจกลางพีรามิด เคนจิในร่างปีศาจซาตานกำลังยกอนูบิสด้วยมือข้างเดียว อุ้มมือของเขากุมขมับของอนูบิสแน่นก่อนจะเหวี่ยงไปอีกด้านอย่างไร้ปราณี ร่างของมันกระแทกพื้นแล้วไถลไปไกลมันพยายามดันตัวเองลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเลเลือดที่หน้าบนใบหน้าไหลรินไม่หยุดหย่อย
“โฮโฮโฮขอข้าลองทักษะของเจ้าหน่อย เงารัตติกาล!”
ความมืดมิดต่างรวมตัวกันเคนจิก้าวถอยหายไปในความมืดมิด แท่งเงาสีดำพุ่งทะยานขึ้นสู่พื้นไม่ขาดสายดวงตาอนูบิสเบิกกว้าง มันรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีกระโดดหนีขึ้นกลางอากาศจึงสามารถหลบหลีกแท่งเงาได้หวุดหวิด เคนจิปรากฏตัวในความมืดที่ด้านหลังหมัดของเขาห่อหุ้มไปด้วยน้ำแข็งที่แหลมคม ก่อนจะต่อยลงไปที่กลางหลังของมันอย่างสุดแรง
“ทักษะผสานเวท!! ใครอนุญาตให้เจ้าหนี ลงไปซะ!!”
“เปรี้ยงง!!”
“อ๊ากก~~~!!!”
ร่างของอนูบิสพุ่งทะยานสู่เบื้องล่างหนามเงาสีดำเสียบแทงทะลุ ร่างกายของมันกระตุกเบาๆ เคนจิทะยานร่างเข้ามาใกล้พร้อมกับสลายพลังเงารัตติกาลร่างของอนูบิสร่วงหล่นสู่พื้นดวงตาของมันกรอกขึ้นไปด้านบน เคนจิคว้าจับร่างที่หมดแรงโยนกลิ้งไปหาคิเมร่าที่ขณะนี้หัวแพะของมันกำลังรักษาบาดแผลจากการถูกฟันอยู่ ลมหายใจของอนูบิสอ่อนแรงเหมือนกำลังจะขาดใจในอีกไม่ช้าเคนจิทะยานร่างมาสู่เบื้องหน้า ก่อนจะเหลือบหันไปมองคิเมร่าที่อยู่ใกล้
“เจ้ามีทาองเลือกอยู่2 ทาง เจ้าคิเมร่า หนึ่งคือกินมันซะแล้วมาเป็นข้ารับใช้ของข้า เจ้าจงดูสิ่งที่มันทำกับเจ้ามันยังสมควรเป็นนายเจ้าหรือไม่ หรือสอง เจ้าจะตกตายไปพร้อมกับมัน ข้าจะนับถึงสามหากเจ้าไม่เลือกข้าจะเลือกข้อสองให้เจ้าเอง ตัดสินใจซะ! หนึ่ง!”
คิเมร่าร่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่างจ้องมองสลับสับเปลี่ยนไปมา ทั้งอนูบิสและเคนจิภาพในอดีตย้อนเข้ามาในความทรงจำในเสี้ยววิ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบร้อยปีมันต้องเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ของอนูบิสอยู่บ่อยครั้งความรักและความเมตตาก็ไม่เคยได้สัมผัสถึง อาหารการกินก็นานๆ ครั้งกว่าจะตกถึงท้องมันต้องคอยล่าผู้คนที่หลงเข้ามาในพีระมิด ดวงตาที่เคยหวั่นไหวกลับแน่นิ่งคิเมร่าก้าวเดินมาขวางระหว่างกลางของเคนจิและอนูบิส ด้วยดวงตาที่มุ่งมั่น
“สอง...โอ้ ! เจ้าเลือกข้อสองอย่างนั้นรึ โฮโฮโฮ เลือกนายผิดแล้ว สา...”
ไม่ทันจะนับสามจบดีหางที่เป็นงูเห่าฉกไปที่ร่างของอนูบิสด้วยความรวดเร็วพร้อมกับเหวี่ยงร่างของมันขึ้นไปบนกลางอากาศ ปากสิงโตคว้ากัดกระแทกใส่พื้นตามด้วยหัวมังกรของคิเมร่ากัดฉีกกระชากร่างของอนูบิสแหลกเป็นชิ้นๆและกัดกิน ท่ามกลางการรักษาบาดแผลอย่างต่อเนื่องของหัวแพะทันใดนั้นหางตาของเคนจิเหลือบมองไปยังรอยแยกบนกำแพง ที่เกิดจากท่าเพลงดาบจันทราก่อนจะทะยานร่างขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
มีบางอย่างกำลังแอบมองลอดรอยแตกดวงตาที่ใหญ่โตของมันไม่สามารถหลบหลีกการมองเห็นของเคนจิได้ ทันทีที่เคนจิพุ่งทะยานเข้ามาหมัดของเขาปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิทดวงตาที่ใหญ่โตเบิกกว้างพร้อมกับทะยานหนีอย่างรวดเร็วหมัดของเคนจิปะทะกับรอยแตกบนกำแพงทำให้มันขยายใหญ่มากขึ้นเป็นเท่าตัว
“ตูม!!”
ร่างของดวงตาดวงใหญ่ปรากฏให้เห็นมันคือมังกรดินที่มาดักรอเคนจิอยู่ด้านนอก ความสงสัยเกิดขึ้นในใจมังกรดิน คนที่อยู่ตรงหน้ามันนั้นระดับฝีมือแตกต่างจากเมื่อก่อนราวเป็นคนละคนแสงตะวันยามเที่ยงเฉิดฉาย เคนจิใช้มือของเขาป้องกันแดดที่ส่องมายังดวงตาพลังของเขาหดหายไปเกือบครึ่งทันที
“น่ารำคาญร่างของเจ้านี่จริงๆโดนแสงนิดโดนแสงหน่อย พลังกลับหายไปเกือบครึ่ง แต่มันคงเพียงพอต่อการกำจัดเจ้าซินะเจ้ากิ้งก่าตัวน้อย โฮโฮโฮ!”
“หนอย~!! บังอาจนักเอาปีกข้าไปยังไม่พอ ยังกล้าเรียกข้าว่ากิ้งก่าหนี้แค้นที่เจ้าทำไว้วันนี้ข้าจะเอาคืนให้หมด เตรียมตัวตาย!!”
“โฮโฮโฮข้ากลัวเหลือเกิน เข้ามาไอ้กิ้งก่า!!”
มังกรดินอ้าปากกว้างสูดลมหายใจเข้าปอดมวลทะเลทรายมหาศาลต่างพุ่งเข้าไปในปากของมันแล้วปล่อยมาทันทีเกิดคลื่นทะเลทรายบิวหมุนเกลียวอย่างรุนแรงพุ่งเข้าหาเคนจิดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยกางฝ่ามือไปเบื้องหน้าปรากฏบอลไฟขนาดใหญ่พุ่งทะยานออกไปทันที
“เปรี้ยงง~~!!! บรึ้มม!!”
คลื่นพลังทั้งสองปะทะกันกลางอากาศเสียงดังสนั่นกลุ่มควันฟุ้งกระจายไปทั่วเมื่อกลุ่มจางหาย เคนจิก็อันตรธานหายไปไร้วี่แววมังกรดินสาดส่องตาไปทั่วมองหาเคนจิความรู้สึกบางอย่างบ่งบอกมีสิ่งแปลกปลอมอยู่บนศีรษะเป็นจริงอย่างที่คาดเคนจิกลังนั่งเอนกายสบายอยู่บนหัวของมัน ดวงตามังกรแดงก่ำโกธรเหวี่ยงสะบัดหัวทันที
“แหม!! พักนิดพักหน่อยก็ไม่ได้ โฮโฮโฮ แหลกไปซะ!!!”
“เปรี้ยง!!”
เคนจิทะยานร่างหมุนเป็นเกลียวฟาดขาเตะไปที่ใบหน้ามังกรดินอย่างแรงร่างที่ใหญ่โตของมังกรดินหมุนควงสว่านกระแทกสู่พื้นทรายความรู้สึกชาขึ้นมาบนใบหน้ามังกรดินนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตมันที่ถูกจู่โจมเพียงครั้งเดียวแล้วลงไปนอนสู่พื้นแม้แต่การตายครั้งแรกของมันยังต้องถูกสายฟ้าจำนวนมากโจมตี แต่นี่! เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
“โฮโฮโฮ! อะไรกันมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ไฉนมานอนเอากลางทะเลทรายแบบนี้ โฮโฮโฮ”
“จะ...เจ้า!!! บังอาจเกินไปแล้ว เจ้าต้องตาย เจ้าต้องตายย~~!!!!”
“เหอะ!! ไอ้หนู หากไม่ใช่เพราะแสงตะวัน ลูกเตะเมื่อครู่น่ะเจ้าตายไปแล้ว โฮโฮโฮ”
“โฮกก~~~!!!”
มังกรดินขู่คำรามร้องลั่นดันร่างของมันลุกขึ้นขาทั้งสี่ของมันคล้ายกับหมดเรี่ยวแรง กว่าจะตั้งหลักได้ใช้เวลาเกือบสามลมหายใจดวงตามันเกิดเป็นประกายแสงพื้นทรายสั่นไหวก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นมาเป็นหอกอันแหลมคมจำนวนมากไม่รอช้าหอกทรายทั้งหมดพุ่งทะยานโจมตีอย่างต่อเนื่อง เคนจิหลบหลีกว่องไวดุจสายลมหอกทรายอันแหลมคมกลับกลายเป็นสนามเด็กเล่นให้เคนจิลอดผ่าน
เคนจิปรากฏอยู่เบื้องหน้ามังกรดินอย่างรวดเร็วลูกบอลสีดำคล้ายกับเปลวไฟอเวจีแต่กลับมีพลังของคลื่นลม หมุนวนบนฝ่ามืออย่างรุนแรงมันเป็นการผสานเวทของไฟและลม เคนจิกระแทกพลังใส่ที่ใต้คางของมังกรดินทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของมังกรดิน
“บรึ้ม!!”
“โฮก!!!”
เสียงระเบิดดังสนั่นร่างของมังกรดินขนาดเท่าภูเขาขนาดย่อมๆ ล่องลอยตีลังกาไปด้านหลังร่างของมันสั่นสะท้านนอนขดตัวอย่างเจ็บปวด จากหมายมั่นตามล่าเพื่อล้างแค้นกลับต้องมานอนเสียใจเจ็บปวดทรมาน เคนจิทะยานร่างมาเหยียบลงบนจมูกของมังกรก่อนก้มมองอย่างดูแคลน
“ไหนล่ะความตายของข้า ไหนล่ะหนี้แค้นของเจ้า ไอ้กิ้งก่าน้อย โฮโฮโฮ!”
“เจ้าหนุ่ม!!! นั่นเจ้าทำอะไร...แกเป็นใครกัน!!”
เสียงดังมาจากประตูพีรามิดที่ผุพังเมื่อเคนจิเหลือบไปมองก็เห็นอลันปรากฏตัวออกมา ดวงตาของอลันเบิกกว้างชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่ใช่คนที่คุ้นเคยร่างกายของเขาราวกับปีศาจซาตานที่โผล่ขึ้นมาจากนรกอเวจี
“ตื่นแล้วหรอลุงโฮโฮโฮ! ข้าก็แค่กำจัดแมลงที่น่ารำคาญเท่านั้นหรือว่าลุงก็เป็นแมลงเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นก็...อย่าอยู่เลยย~~!!!”
อลันเบิกตากว้างเคนจิพุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็วกรงเล็บในมือเขานั้นสามารถปลิดชีวิตของอลันได้ง่ายเพียงแค่พลิกฝ่ามือร่างเคนจิในเงามืดเบิกตากว้างพยายามตะเกียดตะกายให้หลุดพ้นจากโซ่เหล็กพยายามฉีกกระชากขาให้ขาดหลุดจนเลือดชโลมไปทั่วทั้งขาแต่ก็ไม่สามารถหนีจากโซ่ตรวนเส้นนี้ได้ทำได้เพียงส่งเสียงให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ลุง!!! นั่นไม่ใช่ข้า หนีไป ไม่~~~~!!!”
กรงเล็บที่แหลมคมอยู่ตรงหน้าอลันหมดสิทธิ์จะก้าวหนี เคนจิในความมืดหลับตาแน่นขนัดรับไม่ได้กับภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นปรากฏน้ำตาไหลซึมผ่านหน้าเป็นสายทาง อลันคือญาติคนเดียวคนเดียวของเขาในเกม
“โฮโฮโฮ! แหลกไปซะ ไอ้แก่!!!”
“แกน่ะซิ!! แหลกไปซะ!!!”
“เปรี้ยง!!!”
ท่ามกลางวินาทีแห่งชีวิตปรากฏเสียงหนึ่งมาตามสายลม พร้อมกับเสียงปะทะอันดังก้อง กลุ่มควันต่างลอยฟุ้งบดบังการมองเห็นร่างๆ หนึ่งกำลังตะเกียดตะกายขึ้นมาจากหลุมลึก เมื่อกลุ่มควันค่อยๆจางหายทำให้เห็นคนที่กำลังปีนขึ้นมา มันคือเคนจินั้นเองใบหน้าของเขาบูดเบี้ยวพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากปาก
“อั๊ก!!! ใครกัน!!! ใครบังอาจลอบทำร้ายข้า!”
“เป็นข้าเอง!!”