โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 9 ทางใครทางมัน

    ตอนที่ 9 ทางใครทางมันเกี่ยวกับถางเมี่ยนนั้น ความจริงแล้วในใจของเซิงห่าวรู้สึกขัดแย้งกันเล็กน้อยระหว่างถางเมี่ยนกับตู้เถิง ลู่หยวนและเฉิงจือหาวนั้นไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าเขาจะมีส่วนในการร่วมมือกันทำร้ายเซิงห่าว แต่ทว่าตอนที่ตู้เถิงกำลังจะทำให้ตาของเขาบอด ถางเมี่ยนก็เคยจะหยุดการกระทำนั้นไว้ อิงจากข้อมูลเล็กๆ นี้ทำให้เฉิงห่าวแค่สักหมัดก็ไม่สามารถที่จะต่อยเขาได้พวกเขาทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาตั้งแต่สมัยประถม แม้ว่าเกรดเฉลี่ยของถางเมี่ยนจะไม่ได้ดีเท่าเซิงห่าวก็ตาม แต่ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งของเขานั้นทำให้สามารถปกป้องเซิงห่าวที่โรงเรียนได้ หากไม่ใช่เพราะว่าผู้หญิงที่ถางเมี่ยนชอบปฏิเสธเขา และก็พูดอย่างชัดเจนว่าคนที่เธอชอบคือเซิงห่าว เรื่องในวันนั้นก็คงไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้“ถางเมี่ยน ที่หลินหลี่พูดกับแกอย่างนั้น มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? ฉันแย่งแฟนแกไปเหรอ? ฉันกับเธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยสักนิดเดียว!” เซิงห่าวพูดกับถางเมียนอย่างเย็นชาว่า “หากไม่ใช่เพราะว่าตอนนั้นตู้เถิงต้องการจะทำให้ฉันตาบอด แล้วแกหยุดมันไว้ วันนี้แกอาจจะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้หรอก! แกไปซะเถอะ.....อย่าให้ฉันเจอแกอีก!”หลังจากที่เซิงห่าวได้พูดประโยคเหล่านั้นออกมา จงซิ่วฉินก็มองไปที่ลูกชายอย่างตกใจ ดวงตาของลูกชายเธอได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร เธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเรื่องทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น หากไม่ใช่เพราะว่าวันนี้เซิงห่าวพูดออกมา เธอก็ยังคงจะไม่รู้เรื่องรู้ราวตลอดไปเมื่อเธอได้ยินว่าถางเมี่ยนก็มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำร้ายเซิงห่าว เธอก็ลุกขึ้นยืนทันทีแล้วกล่าวกับถางเฉิงเซียนและถางเมี่ยนว่า “พวกคุณออกไปซะ! ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้! บ้านนี้ไม่ต้อนรับพวกคุณ......”เซิงห่าวมองออกว่า ภายในใจของแม่นั้นกำลังระงับความโกรธไว้ด้วยเหตุผลอยู่ตลอดเวลา ขณะที่จงซิ่วฉินพูดออกมา ร่างกายก็สั่นเทาด้วยความโกรธอย่างไม่อาจควบคุมได้“พี่ อย่าทำอย่างนี้เลย......ถางเมี่ยนก็กล่าวขอโทษแล้วไม่ใช่เหรอ?” จงฉี่หมิงเมื่อเห็นท่าทีอย่างนั้นแล้วก็รีบ "พูดโน้มน้าวใจ"ขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินน้องชายพูดออกมาแบบนี้ จงซิ่วฉินก็ตะโกนออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวว่า: “ถางเฉิงเซียนสัญญาว่าจะให้เธอทำงานที่ห้องควบคุมของบริษัท และยังว่าแผนว่าจะให้เมียของเธอเป็นผู้ดูแลโกดัง แค่นี้เธอก็รู้สึกหวั่นไหวแล้วอย่างนั้นเหรอ? ฉันก็พูดอยู่ว่าทำไมวันนี้เขาถึงได้ใจดีขนาดนี้......”จงฉี่หมิงได้ถูกพี่สาวของเขาเปิดเผยความจริงก็ได้ก้มหน้าลงด้วยความอับอาย แต่ทว่าวังเยว่เฟินที่อยู่ข้างๆ กลับกล่าวออกมาอย่างไม่มีความละอายว่า “เรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน ผู้จัดการถางก็แค่ห่วงใยครอบครัวที่ยากจน! เรื่องของเสี่ยวห่าว เขาก็มีส่วนที่ผิด เขาคิดที่จะไปทำให้แฟนของคนอื่นไปสนใจตัวเองก่อน ตอนนี้ถางเมี่ยนก็ได้กล่าวคำขอโทษไปแล้ว ให้อภัยได้ก็ให้อภัยไปเถอะ จำเป็นที่จะต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยากวุ่นวายขนาดนี้ไหม!”“คุณหุบปากซะ!” เซิงห่าวตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราดพูดจบเขาก็หันมาทางถางเฉิงเซียนแล้วพูดขึ้นว่า : “เรื่องของผมกับถางเมี่ยน ผมได้พูดไปอย่างชัดเจนมากแล้ว คำขอโทษของเขาผมไม่สามารถที่จะรับมันไว้ได้ ถ้าคุณคิดที่จะปกป้องเขาแล้วละก็ อย่างนั้นคุณก็ควรให้เขาไปให้ไกลให้ที่สุด! เพราะผมเกรงว่าหากวันไหนที่เห็นเขา คงจะควบคุมมันไม่อยู่.......”ในประโยคสุดท้ายนั้นแฝงไปด้วยการคุกคามที่รุนแรงและยังมีสายตาของเซิงห่าวที่ทำให้ถางเฉิงเซียนรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย“ในส่วนของสองคนนี้ คุณจะยกย่องเขายังไงก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผม!”เซิงห่าวชี้นิ้วไปทางคู่สามีภรรยาจงฉี่หมิงและวังเยว่เฟินแล้วพูดขึ้นถางเฉิงเซียนยิ้มเปล่งประกายอย่างอยากจะเอาใจแล้วพูดขึ้นว่า : “อย่างนั้น......ฉันขอพาเสี่ยวเมี่ยนกลับก่อน ปีนี้ต้องเกณฑ์ทหาร ฉันวางแผนเอาไว้ว่าจะให้เขาเข้าร่วมกับกองทัพ”แต่เดิมถางเมี่ยนก็สอบไม่ติดมหาลัยอยู่แล้ว การเข้าร่วมกองทัพสำหรับเขาแล้วเป็นทางออกที่ดีที่สุดตอนที่ถางเฉิงเซียนกำลังพาลูกชายเขากลับไปนั้น วังเยว่เฟินก็ยังไม่ลืมที่จะไล่ตามไปแล้วพูดขึ้นว่า : “ผู้จัดการถาง ฉันออกไปส่งคุณเอง.....”สำหรับการพูดคุยของถางเฉิงเซียนและวังเยว่เฟิน เฉิงห่าวไม่เคยสนใจมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขาหันกลับไปเก็บสัมภาระต่อผ่านไปสักพักหนึ่ง วังเยว่เฟินก็กลับมาอย่างโกรธแค้น“ผู้จัดการถางบอกว่า เรื่องนั้นคงต้องกลับไปให้ผู้จัดการในโรงงานพิจารณาดูอีกครั้ง......”เมื่อจงฉี่หมิงได้ยินดังนั้น ก็ได้แต่ถอนหายใจ เห็นได้ชัดว่าท่าทีที่เซิงห่าวพึ่งทำไปนั้น ทำให้พวกเขาสองผัวเมียพลาดโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในครั้งนี้แล้ว เขาก็พูดอะไรไม่ออก......แม้แต่วังเยว่เฟินก็ไม่กล้าทำอะไรอีกเธอมองข้างๆ ของจงซิ่วฉินแม่ลูก คำเหน็บแนมนั้นได้พูดแต่เรื่องไร้สาระนานเป็นชั่วโมงแล้ว ในที่สุดก็ทิ้งประโยคไว้หนึ่งประโยค : “พรุ่งนี้รีบย้ายไปแต่เช้า! รีบย้ายรีบทำความสะอาด......”ครั้นเฉิงห่าวได้ยินคำพูดนั้นของเธอ ต้องระงับความโกรธแค้นที่อยู่ภายในใจอยู่หลายต่อหลายครั้ง ถ้าหากว่าจงซิ่วฉินไม่รั้งเขาเอาไว้เขาจะยอมให้วังเยว่เฟินผ่านเย็นวันนี้ไปได้ดีอย่างแน่นอน!วันรุ่งขึ้น ก่อนรุ่งสางเซิงห่าวพาจงซิ่วฉินจากไป ตอนที่กำลังเดินไปนั้น จงซิ่วฉินก็ได้ย้อนกลับมามองบ้านหลังเก่าที่ถนนอุตสาหกรรมไผ่นี้ เซิงห่าวพูดกับเธอว่า : “แม่ครับ! พวกเราจะไม่กลับมาอีกแล้ว หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่ทำให้แม่โดนปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมอีก”จงซิ่วฉินมองลูกชายอย่างหนักแน่นเธอพูดด้วยใบหน้าที่เศร้าโศกว่า : “ถางเมี่ยนก็ไปเป็นทหารแล้ว ส่วนคนอื่น ๆ ที่ทำร้ายลูก......”“แม่ครับ! เรื่องเหล่านี้แม่ไม่ต้องสนใจแล้ว ผมจะทำให้พวกเขาต้องจ่ายหนี้แค้นนี้อย่างแน่นอน!” เซิงห่าวได้สวมกอดแม่เขาไว้แล้วเดินออกไปจากถนนอุตสาหกรรมไผ่ จากนี้ไปก็ทางใครทางมัน เขาได้ใช้ท่าทางที่เหมือนกับว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความก้าวหน้าที่รุนแรงและบ้าคลั่งอีกในอนาคต!เซิงห่าวแม่ลูกได้ย้ายเข้ามาที่บ้านของอาจารย์โฮวที่ถนนหยูหยวน ฝั่งตะวันตกของชั้นสองได้ถูกจัดเตรียมไว้ให้ อาจารย์โฮวและจื่อทงมีอายุที่มากแล้ว พวกเขาจึงพักอาศัยอยู่ที่ส่วนของชั้นหนึ่ง เนื่องจากขาและเท้าไม่สะดวกเท่าไร ฝั่งตะวันออกของชั้นสองเป็นห้องส่วนตัวของฟางเฉียนโหรว ส่วนชั้นสามเป็นที่เก็บของอาจารย์โฮว ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปในเวลาปกติ“หนูฟาง ห้องเช่านี้ค่าเช่าต่อเดือนราคาเท่าไรหรือ?” เมื่อมองไปที่ห้องขนาดใหญ่ทั้งสองห้องที่ทั้งสว่างและกว้างขวาง จงซิ่วฉินก็เริ่มรู้สึกกังวลเล็กน้อย ถนนหยูหยวนคือใจกลางเมือง ราคาห้องสูงมาก ค่าเช่าห้องต้องไม่ถูกอย่างแน่นอน อาศัยร้านเย็บผ้าเล็กๆ ของเธอนั้น คงไม่สามารถจ่ายค่าเช่าห้องราคาสูงขนาดนี้ได้เกี่ยวกับความกังวลของแม่เขา เซิงห่าวยิ้มออกมาแล้วพูดขึ้นว่า : “แม่เรื่องนี้แม่ไม่ต้องสนใจหรอก ผมมีเงิน!”“ลูกมีเงินอะไร! ลูกยังต้องตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาลัยนะ!” จงซิ่วฉินที่ยังไม่เข้าใจก็มองค้อนเขาไปหนึ่งที“เดือนละสองร้อยหยวน!” เซิงห่าวกำลังคิดที่จะบอกแม่เขาว่านับตั้งแต่วันนี้ไปเขาวางแผนที่จะไม่กลับไปเรียนอีกแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าฟางเฉียนโหรวกลับพูดออกมาก่อนสองร้อยหยวน?ค่าเช่าถูกอย่างนี้อย่าพูดถึงเช่าห้องใหญ่สองห้องนี้เลย แม้แต่ค่าเช่าห้องใต้ดินขนาดห้าตารางเมตรยังแพงกว่านี้อีกเซิงห่าวกล่าวด้วยสีหน้าที่ไม่ลังเลว่า : “ไม่ใช่ว่าคุยกันเรียบร้อยแล้วเหรอ.......”“คุยอะไรเรียบร้อยแล้ว? เธอแค่บอกว่าจะจ่ายค่าเช่า ฉันก็ไม่เคยบอกว่าค่าเช่าห้องเท่าไร!ก็จะคิดแค่สองร้อย ห้องของบ้านฉัน ฉันพูดก็พอแล้ว!” ฟางเฉียนโหรวพูดประโยคนั้นอย่างเด็ดขาด แล้วก็ออกไปอย่างใจเย็นเมื่อมองด้านหลังของเธอที่จากไปแล้ว เซิงห่าวพูดอย่างเรียบเฉยว่า: “อยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ ไว้รอผมหาเงินได้แล้ว ค่อยย้ายออก.....”“อย่างนั้น.....ก็ดีเหมือนกัน! แม่เห็นว่าผู้เฒ่าทั้งสองคนที่ชั้นล่างมีขาและเท้าที่งุ่มง่ามไม่สะดวก แม่คิดว่าจะช่วยงานบ้านเขาสักเล็กน้อย พวกเขาดีกับเรา พวกเราไม่สามารถใช้ความเกรงใจเป็นดั่งการได้รับพรนี้จนทำให้เป็นการเอาเปรียบอีกฝ่ายได้” แม่ของเขามีความคิดว่าจะเป็นแม่บ้านให้กับบ้านอาจารย์โฮว แม้เซิงห่าวจะไม่เห็นด้วยเท่าไรนัก แต่เมื่อนึกถึงบุญคุณที่อาจารย์โฮวมีต่อเขา เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกหยกจือกังชิ้นเล็กแค่นี้ยังขายได้ 80,000 เซิงห่าวเริ่มมีความสนใจในวัตถุลายคราม อาจารย์โฮวเป็นผู้เชี่ยวชาญมานาน ในระหว่างนี้เซิงห่าวก็จะสามารถขอคำปรึกษากับอาจารย์โฮวบ่อยๆ ได้“ฉันมองว่าเจ้าหนูอย่างเธอมีจิตใจที่ดี ตาเฒ่าคนนี้ว่าจะรับลูกศิษย์ไว้สักหลายๆคน แต่ก็ไม่มีใครโดดเด่นมากขนาดนี้ หากว่าเธอวางแผนจะเข้าวงการนี้ ฉันสามารถที่จะชี้แนะให้เธอได้!” หลังจากที่สอบถามอยู่หลายครั้ง อาจารย์โฮวก็มองออกถึงตวามคิดที่อยากจะเข้าวงการวัตถุลายครามของเซิงห่าว.... .