ในช่วงชีวิตที่ณรัชต์จากมาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ถือเป็นหุ้นกลุ่มยอดนิยม ขวัญใจนักลงทุนเป็นอย่างมาก
เพราะโรงพยาบาล เป็นเหมือนหนึ่งในปัจจัยสี่จำเป็นที่คนยังไงก็ต้องการ ธุรกิจโรงพยาบาลจึงเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงสูง และเป็นกิจการที่มีความชัดเจน นักลงทุนวิเคราะห์ได้ง่าย
ประกอบกับสังคมเมืองกับประชากรชนชั้นกลางมีจำนวนมากขึ้น โรงพยาบาลเอกชนจึงตอบโจทย์ประชาชนกลุ่มนี้มากกว่าโรงพยาบาลรัฐที่ต้องต่อคิวยาวเหยียด และจากระบบประกันสังคมแบบเหมาจ่ายรายหัวที่ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนนั้นมีรายได้ที่มั่นคงแน่นอน
ส่วนโรงพยาบาลเอกชนระดับบนในช่วงเวลานั้นยิ่งแล้วใหญ่ โรงพยาบาลเหล่านั้นแทบจะเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกอยู่แล้ว ลูกค้าจากต่างประเทศมากมายต่างบินมารักษาตัว ทำให้โรงพยาบาลพวกนี้มีรายได้สูงมากจากกลุ่มลูกค้าที่มีฐานะ
และยิ่งเมื่อมีความตื่นตัวเรื่องสังคมสูงอายุ นักลงทุนจึงมองว่าเหล่าหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลทั้งหลายคือธุรกิจที่จะเป็นเมกะเทรนด์แห่งอนาคตโดยแท้ ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้มีการซื้อขายกันด้วยราคาที่แพงตลอดเวลาเมื่อเทียบกำไรและมูลค่ากิจการ
เมื่อราคาหุ้นแพงเกินกว่ามูลค่ากิจการไปมาก ทำให้ณรัชต์ในช่วงชีวิตที่แล้วแม้จะอยากซื้อหุ้นกลุ่มนี้ใจจะขาดซักเพียงใด ก็ตัดใจซื้อไม่ลง ได้แต่มองหุ้นกลุ่มนี้ด้วยสายตาละห้อย (เพราะไม่กล้าซื้อ แพงเกิ๊น)
------------------------------------
คาบพักเที่ยงหลังอาหารกลางวัน
ณรัชต์และเพื่อนกลุ่มสตาฟนักกีฬา นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยเรื่องนักกีฬาในสังกัด
"เดี๋ยวเย็นนี้หลังซ้อมกีฬาเสร็จพวกแกพาน้อง ๆ นักกีฬาของเราไปที่ร้านหน่อยนะ เดี๋ยวจะเลี้ยงผัดไทยหอยทอดให้กำลังใจนักกีฬาซักหน่อย อาทิตย์หน้าก็แข่งกีฬาสีกันแล้ว" เล้งบอกเพื่อนในกลุ่ม
ณรัชต์เงยหน้าจากการเกาคางเจ้าลายแมวโรงเรียนที่นอนอยู่ใต้โต๊ะ
"เออดี สร้างขวัญและกำลังใจให้นักกีฬากันหน่อย เดี๋ยวเราเลี้ยงน้ำปั่นน้อง ๆ ด้วย "เขาอาสารับผิดชอบเรื่องเครื่องดื่ม
"ได้ ๆ เดี๋ยวตอนเย็นเราจะต้อนน้องๆ ไปที่ร้านให้เอง" เต้รับคำเล้งอย่างแข็งขัน ณรัชต์คิดว่าเล้งคงอยากทำอะไรให้นักกีฬาที่ดูแลบ้าง จึงเสนอเรื่องนี้ออกมา
เย็นวันนี้ดูจะเป็นการซ้อมใหญ่สำหรับนักกีฬาของพวกเขาที่จริงจังกว่าทุกวัน
เพราะวันนี้วิทย์กับเต้รับอาสามาช่วยซ้อมโดยเป็นทีมฝั่งตรงข้าม ณรัชต์นั่งมองดูเต้กับวิทย์ ที่พยายามเสิร์ฟลูกง่าย ๆ เพื่อให้นักกีฬาของพวกเขาที่อีกฝั่งโต้กลับได้
ตะกร้อหญิง ปกติไม่ว่าที่ไหนก็มีคนเล่นตะกร้อเป็นน้อยอยู่แล้ว ยิ่งเป็นโรงเรียนที่มีแต่ผู้ชายเยอะแบบโรงเรียนเขาอีก ยิ่งหานักกีฬาหญิงยาก ดังนั้นเวลาแข่ง ขอแค่นักกีฬาเสิร์ฟข้าม หรือโต้ลูกเสิร์ฟได้ ก็แทบจะได้คะแนนสบาย ๆ แล้ว
เต้กับเขาเลยหวังเหรียญกับกีฬานี้พอสมควร ส่วนแบดมินตันหวังไม่มาก เพราะคนเล่นเป็นมีอยู่เยอะทำให้การแข่งขันจะดุเดือดมากกว่า
มองดูนักกีฬาของทีมเขา ปิ่น กับ ซี ดูจะมีพื้นฐานดี เพราะเคยเล่นบ่อยตอนเด็ก ส่วน นิด นั้นเหนื่อยหน่อย แต่ไม่เป็นไรอยู่แล้ว พวกเขาแค่ให้นิดยืนชิดเน็ทหน่อย ปล่อยปิ่นกับซีสองคนก็เหลือเฟือ
ณรัชต์ก้มลิสต์รายชื่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่มีอยู่ในตลาดหุ้นตอนนี้ต่อ
พอเขาลิสต์รายชื่อหุ้นโรงพยาบาลออกมาจริง ๆ ก็มีจำนวนเกินกว่าที่เขาคิดไว้ หุ้นโรงพยาบาลตอนนี้เขาเห็นมีอยู่ 8 ตัว ไม่นับหุ้นโรงพยาบาลตัวใหญ่สาขามากตัวหนึ่ง ที่อยู่ในระหว่างฟื้นฟูกิจการจากวิกฤติต้มยำกุ้งอยู่ ซึ่งหุ้นโรงพยาบาลนี้เคยเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่กิจการดี หลายสาขา แต่เพราะไปกู้เงินต่างประเทศมาจำนวนมากเมื่อเกิดวิฤติต้มยำกุ้ง จึงมีหนี้มากมายจนต้องล้มละลายทั้งที่กิจการยังดีอยู่มาก
เขาคิดด้วยความเสียดายแทนเจ้าของโรงพยาบาล ที่สุดท้ายโดนเจ้าหนี้ฮุบกิจการโรงพยาบาลที่ตระกูลสร้างมา
และการที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่นี้ทยอยปิดสาขา (และสุดท้ายต้องขายกิจการให้กลุ่มโรงพยาบาลอื่น) ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนไข้ย้ายไปโรงพยาบาลเอกชนอื่น ๆ ทำให้โรงพยาบาลอื่น พลอยได้ลูกค้าเพิ่ม
ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนนั้นมีจุดแข็งมากมาย
ข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ บางครั้งแม้จะมีการแข่งขันดุเดือดทางด้านชื่อเสียง หรือด้านอื่นๆของแต่ละโรงพยาบาล แต่ธุรกิจกลุ่มนี้ไม่เคยคิดจะใช้สงครามราคามาสู้กันเลย
กล่าวคือ ไม่คิดจะแข่งกันลดราคาเพื่อดึงลูกค้า แต่จะแข่งกันที่คุณภาพ ชื่อเสียงของโรงพยาบาลหรือสาขาทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญมากกว่า ทำให้ธุรกิจนี้กำไรอยู่ในระดับสูงและไม่ค่อยลดลง มีแต่จะมากขึ้นตลอดเวลา
ถ้านักลงทุนในช่วงเวลาของเขา ย้อนเวลามาตอนนี้คงต้องน้ำลายหกแน่ ๆ เมื่อเห็นราคาหุ้นโรงพยาบาลต่าง ๆ ในตอนนี้ เพราะในอนาคตหุ้นโรงพยาบาลเหล่านี้ล้วนแพงมาก มาก ทุกตัว
สำหรับชีวิตนักเรียนของณรัชต์ในตอนนี้ก็ดูจะน่าเบื่อหน่อย ๆ เมื่อเทียบกับตอนก่อนที่เขาจะมาอยู่ช่วงเวลานี้
ชีวิตนักเรียนดูจะเป็นชีวิตที่สบาย ไม่ต้องวุ่นวาย ไม่ต้องลำบาก แค่เรียน ทำการบ้าน ทำรายงาน ถ้าทำผิดก็โดนแค่ครูดุหรือทำโทษนิดหน่อยเท่านั้น
ในขณะที่ชีวิตการทำงานนั้นต่างกันมาก งานที่ณรัชต์ทำมักมีปัญหามาให้แก้ไขไม่ซ้ำแต่ละอย่าง ทำผิดก็ไม่มีใครมาบ่น มาดุคุณเท่าไหร่ แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นคุณจะต้องรับไปเต็ม ๆ เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น การโดนครูดุหรือทำโทษนั้นเทียบไม่ได้กับความกดดันจากหัวหน้าที่เพียงมองเราด้วยสายตาตำหนิ และแรงกดดันจากการทำงาน
ไม่ใช่เฉพาะปัญหาเรื่องงานเท่านั้น ปัญหาเรื่องลูกน้องก็เป็นเรื่องปวดหัวของเขาอีกด้วย การจะคุมเหล่าช่างเถื่อน ๆ ทั้งหลาย ให้อยู่ในร่องในรอยเป็นเรื่องเหนื่อยมาก เมื่อเป็นหัวหน้าไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องงานเท่านั้นที่เขาต้องรับผิดชอบต่อลูกน้อง ไม่ว่าเรื่องส่วนตัว อกหัก เมียทิ้ง หรือกระทั่งไปเป็นเถ้าแก่ขอสาว เขาก็ยังต้องดูแลช่วยเหลือ ไม่งั้นลูกน้องก็จะไม่มีกำลังใจทำงาน หรือทำงานออกมาไม่ได้คุณภาพ แต่ถึงอย่างนั้นณรัชต์ก็ยังชอบช่วงเวลาแบบนั้นมากกว่า
ในขณะที่ในตอนนี้สิ่งที่พอจะทำให้เขากระตือรือร้นได้บ้าง ก็คงมีแต่เรื่องการลงทุนล่ะมั้ง
"เอาล่ะ ซ้อมกันพอแค่นี้ " เสียงวิทย์ลอยมา
"การรับเสิร์ฟ กับเสิร์ฟเราพร้อมอยู่แล้วคงไม่ต้องปรับปรุงอะไร สู้ได้สบาย ตอนนี้เหลือเฉพาะแข่งเท่านั้นล่ะ " วิทย์กล่าวปิดการซ้อม
ณรัชต์เงยหน้าจากกระดาษที่กำลังลิสต์รายชื่อหุ้นโรงพยาบาลอยู่ แล้วลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดหน้า หยิบน้ำดื่มส่งให้นักกีฬากับเพื่อน ๆ ที่ทยอยกันมาข้างสนาม
"เดี๋ยวล้างหน้าล้างตาแล้วไปหาอะไรกินกันนะ พี่เล้งเขาจะเลี้ยงผัดไทยหอยทอด" เขาบอกรุ่นน้อง
"พี่นะไปด้วยไหมคะ" ปิ่นหยิบผ้าเช็ดหน้าที่เขายื่นให้ ถามออกมา
"ไปสิ" เขาตอบ ก่อนส่งขวดน้ำให้ นิด กับ ซี ที่เดินตามหลังเข้ามา
เต้เดินเข้ามาพร้อมยื่นมือขอขวดน้ำจากณรัชต์ เขาชี้ไปที่กระติกน้ำแข็งที่แช่ขวดน้ำอยู่ ให้บริการตัวเอง
หลังจากนั้นเต้ก็ไปเกณฑ์นักกีฬาแบดบินตันมาอีกจนครบ กลุ่มพวกเขาสามคนนักกีฬาเจ็ดคนก็พากันขึ้นรถสองแถวสายที่วิ่งผ่านตลาดนัดจากหน้าโรงเรียน
เมื่อมาถึงตลาดนัด นักกีฬาหญิงดูจะกระตือรือร้นที่จะเดินเล่นตลาดนัดมากกว่า เขาต้องนัดแนะว่าให้มารวมตัวหลังจากนี้อีกครึ่งชั่วโมงที่ร้านผัดไทยของเล้ง ก่อนปล่อยสาว ๆ ให้เดินซื้อของกันตามอัธยาศัย
เต้ก็ไปเดินตลาดนัดด้วย ส่วนวิทย์นั่งรอคุยกับเล้งที่ร้าน
ณรัชต์เดินข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามตลาดนัด เดินผ่านตึกแถวห้องที่สองที่เขาเป็นเจ้าของแล้วไปร้านหัวมุม
ร้านหัวมุมที่เขาสนใจ เปิดหน้าร้านขายของเล็กๆ น้อย ๆ ทั่วไป หนังสือพิมพ์ นิตยสาร กับเครื่องดื่ม น้ำอัดลมต่าง ๆ ในตู้แช่ เป็นกึ่ง ๆ ร้านขายของชำทั่วไป
ดู ๆ ไปแล้วก็น่าเสียดายถ้าเทียบกับทำเลที่น่านำไปทำธุรกิจอย่างอื่น ซึ่งจะได้กำไรและคุ้มค่ากว่า
เขาซื้อหนังสือพิมพ์หนึ่งเล่ม ก่อนส่งเงินให้เจ้าของร้าน
เจ้าของร้านเป็นชายมีอายุหน่อย หน้าเชื้อสายจีนอย่างมาก ณรัชต์คิดว่าชื่อชาติชายคงเป็นชื่อไทยที่เพิ่งตั้งมาใหม่แทนชื่อจีน ดู ๆ แล้วไม่น่าจะร้อนเงิน แปลกใจนิดหน่อยที่คิดขายตึกแถวคูหานี้
ณรัชต์คงต้องโทรศัพท์ถามเจ้าของตึกแถวที่เขาซื้อเป็นการหาข้อมูลก่อน ค่อยติดต่อกับเจ้าของตึกแถวคูหานี้ ก่อนเดินข้ามถนนกลับ เขาหันมองตึกแถวทั้งหกคูหานี้อีกรอบ
งบการเงิน (รายได้กับกำไร) ไตรมาสนี้ของบริษัทต่าง ๆ ใกล้จะออกแล้ว เขาคงต้องรีบจัดการกับเรื่องตึกแถวและหุ้นโรงพยาบาลให้เสร็จเร็ว ๆ
หลังเลี้ยงอาหารกับเครื่องดื่มนักกีฬาเสร็จพวกเขาก็ปล่อยนักกีฬากลับบ้าน
ก่อนณรัชต์กลับหอพัก เขาก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เพื่อน
"เล้ง นี่เบอร์เจ้าของใหม่ของตึกแถวห้องนั้น" ณรัชต์ชี้ไปที่ตึกแถวฝั่งตรงข้าม พร้อมส่งเบอร์หอพักเจ้าของตึกแถว (ในนาม) ให้เพื่อน
"เจ้าของใหม่นี้ไม่มีค่าเซ้ง โทรติดต่อได้เลย จะได้ทันเข้าต้นเดือน" และค่าเช่าไม่แพงด้วย เพราะเขาบอกเธอไว้แล้ว
"อ้อ โทรซักตอนเย็น ๆ วันธรรมดานะ "ก็กลางวันกับเสาร์อาทิตย์พี่สาวเขาไม่อยู่หอพักอะนะ
-------------------------------
Name : ณรัชต์
Asset : เงินสดในบัญชีหุ้น 3,428,400 บาท
: ตึกแถว 1 ห้อง ราคาปัจจุบัน 400,000 บาท
: เงินสดในบัญชีธนาคาร 50,000 บาท
มูลค่าสินทรัพย์รวม : 3,428,400 + 400,000 + 50,000 = 3,878,400 บาท