“เกิดอะไรขึ้นรึมาสเตอร์ ?” แกงดอร์ถามออกมา
ริชาร์ดลืมตาขึ้นก่อนตอบ “เตรียมตัว ! พวกเรากำลังจะเข้าสู่การต่อสู้ และมันก็อาจรุนแรงมากด้วย”
แกงดอร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะโพล่งขึ้น “เยี่ยม !”
วอเตอร์ฟลาวเวอร์เม้มริมฝีปากบนและล่างเข้าหากันและดวงตาของนางในเวลานี้ก็กำลังเปล่งประกายอย่างชัดเจน คนอื่น ๆ ที่เหลือเองก็เช่นกัน หลังจากได้ยินสิ่งที่ริชาร์ดบอก พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง นั่นอาจเป็นเพราะการเดินทางในป่าที่น่าเบื่อหน่ายตลอดทั้งวันจึงทำให้พวกเขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษเมื่อรู้ว่าจะได้ลงมือสู้ศึกอีกครั้ง
ทันทีที่ริชาร์ดรู้ตำแหน่งของบรู๊ดมาเธอร์ เขาก็รีบพุ่งตัวไปยังจุดที่มีการต่อสู้ทันที และหลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร สภาพพื้นที่ก็เปลี่ยนเป็นทางลาดชัน หมอกสีเทาเข้ามาปกคลุมไปทั่วบริเวณจนบดบังการมองเห็นแทบจะทั้งหมด
ความเลือนรางที่เกิดขึ้นทำให้แม้แต่ร่างกายที่ใหญ่โตของบรู๊ดมาเธอร์ก็ยังยากที่จะมองให้เห็นได้อย่างชัดเจนจากภายในพื้นที่นี้ ทว่าร่างที่ดูเลือนรางของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกเขาท่ามกลางหมอกสีเทาที่บดบังอยู่นั้นก็ทำให้ทุกคนเกิดอาการผงะขึ้นมาชั่วขณะ แม้แต่โอเกอร์ทั้งสองเองก็หยุดชะงักไปเช่นกันเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสูง 2 เมตรและความยาวกว่า 6 เมตรนั้น มีเดียมแรร์เกาหัวของมันด้วยความประหลาดใจ มันแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง
บรู๊ดมาเธอร์กำลังอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ ซึ่งบริเวณนั้นมีร้องเสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มันขยับร่างใหญ่โตของมันไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ปากของมันก็พ่นของเหลวที่เป็นพิษจำนวนมากออกมาด้วย ท้องใหญ่ของมันขยายออกและหุบเข้าหากันเป็นจังหวะก่อนที่ของเหลวที่เป็นกรดสีเหลืองปนเขียวจะพุ่งออกมาจากปากใหญ่นั้น พิษนั้นมีฤทธิ์กัดกร่อนคล้ายกรดร้ายแรงและมันถูกพ่นออกไปทั่วบริเวณของสนามรบ กรดนั้นมีกลิ่นฉุนที่รุนแรงและตอนนี้กลิ่นของมันก็ลอยคละคลุ้งไกลออกไปเป็นกิโล และกรดพิษนี้เองที่เป็นที่มาของหมอกหนาสีเทาที่เกิดขึ้น ในเวลานี้แม้แต่โอเกอร์ที่สามารถทนทานต่อความเสียหายจากการกัดกร่อนได้ก็ยังไม่กล้าที่จะพุ่งตัวเข้าไปในกลุ่มหมอกตรงหน้าเพราะดูเหมือนว่า เพียงแค่หมอกสีเทานี้ก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับคาถาระดับ 6 แล้ว
ริชาร์ดเพ่งสายตามองไปด้านหน้า แม้ว่าในเวลานี้หมอกและพิษที่ถูกพ่นออกมาจะบดบังการมองเห็นของเขา ทว่าเขาก็ยังสามารถมองเห็นได้ว่าในตอนนี้บรู๊ดมาเธอร์กำลังต่อสู้อยู่กับสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มีจำนวนมากกว่าร้อยตัวอยู่ และยิ่งไปกว่านั้นสิ่งมีชีวิตพวกนั้นก็ยังคงเดินยั้วเยี้ยอยู่เต็มไปหมดในกลุ่มหมอกสีเทาเสมือนพวกมันกำเนิดออกมาอย่างไม่สิ้นสุด
ในเวลาเดียวกันรอบตัวของบรู๊ดมาเธอร์ก็มีเหล่าแร็พเตอร์ที่กำลังต่อสู้อยู่กับอันเดด ซึ่งถึงแม้จะเห็นได้ชัดว่าพวกมันมีระดับต่ำแต่ริชาร์ดกลับพบว่าไม่ว่าแร็พเตอร์จะพยายามกัดและซัดพวกมันออกไปเร็วแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้กองทัพศัตรูที่อยู่ตรงหน้าล่าถอยออกไปได้เลย แขนและขาของพวกมันที่หลุดออกจากร่างไปไม่ได้ส่งผลอะไรกับพวกมันทั้งสิ้น วิธีเดียวที่จะสามารถเอาชนะพวกมันได้คือการบดขยี้พวกมันเป็นชิ้น ๆ
ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือหมอกกรดที่เกิดจากบรู๊ดมาเธอร์มีผลกระทบต่อพวกมันอย่างจำกัด เพราะมันเพียงแค่ทำให้กระดูกของอันเดดเกิดรอยแตกร้าวขึ้นเท่านั้นซึ่งต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่ารอยร้าวนั้นจะแตกออกและหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมันลงได้ ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการง่ายกว่าถ้าให้เหล่าแร็พเตอร์ฉีกร่างของอันเดดพวกนั้นออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยใบมีดที่อยู่บนหัวของพวกมัน
การต่อสู้เกิดขึ้นบริเวณริมบึงน้ำซึ่งทั่วพื้นที่บริเวณนั้นเต็มไปด้วยโคลน และเป็นเพราะสภาพของพื้นที่ที่ทำให้ข้อได้เปรียบด้านความคล่องแคล่วที่เหล่าแร็พเตอร์ใช้ในการต่อกรกับศัตรูลดประสิทธิภาพลง และตอนนี้ดูเหมือนว่าเหล่าแร็พเตอร์ก็เริ่มที่จะหมดกำลังลงแล้ว ทว่าคลื่นของโครงกระดูกและซอมบี้จำนวนหลายสิบตัวยังคงหลั่งไหลเข้าหาพวกมันอย่างไม่สิ้นสุด
มีโครงกระดูกและซอมบี้จำนวนมากที่คลานและปีนขึ้นไปบนตัวของบรู๊ดมาเธอร์ พวกมันมีจำนวนกว่า 100 ตัวโดยประมาณ พลังที่มีอยู่อย่างจำกัดของพวกมันนั้นทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทิ้งความเสียหายลงบนตัวของบรู๊ดมาเธอร์ได้ไม่มากเท่าไหร่นักและดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้มีพลังมากพอที่จะทำลายได้แม้แต่เปลือกนอกของมันเลยด้วย ทว่าจำนวนศัตรูที่มากเกินไปก็ส่งผลเสียเช่นกัน ความเหนื่อยล้าจะเริ่มมาเยือนและการเอาชนะก็จะเป็นไปได้ยากมากขึ้น
‘อันเดดเหล่านี้มาจากไหนกัน ?’
‘บรู๊ดมาเธอร์ หยุดใช้หมอกกรดของเจ้า !’ หลังจากที่ริชาร์ดมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งเขาก็รู้ได้อย่างรวดเร็วว่าหมอกกรดของบรู๊ดมาเธอร์ไม่สามารถทำลายศัตรูได้ อีกทั้งยังเป็นการทำให้กองกำลังฝั่งของพวกเขากลัวที่จะเข้าไปจัดการกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าด้วย
ทันใดนั้นมานาที่ทรงพลังก็พุ่งขึ้นมาจากบึงแล้วตรงเข้าจู่โจมบรู๊ดมาเธอร์อย่างรุนแรง การพ่นกรดพิษของมันหยุดลงไปพร้อม ๆ กับเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นแทนที่ ในวินาทีเดียวกันนั้นริชาร์ดที่เชื่อมจิตเข้ากับบรู๊ดมาเธอร์ก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกของการถูกเข็มแหลมคมตรงเข้าทิ่มแทงจิตใต้สำนึกอย่างแรงเช่นกัน เขารู้สึกราวกับว่ามีแสงบางอย่างผ่านเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะหายไป แม้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะเท่านั้นแต่มันก็ส่งผลกระทบต่อตัวเขาได้ไม่น้อย และหลังจากที่สติคืนกลับมาริชาร์ดก็ยังคงรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งนั่นทำให้เขารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาจินตนาการไปเองอีกต่อไป
นี่คือคาถาโจมตีจิตวิญญาณ --- มายด์เฟย์ !
แม้ว่าในเวลานี้สติของบรู๊ดมาเธอร์จะกลายเป็นความว่างเปล่าไปแล้วแต่คลื่นมานาอีกลูกหนึ่งก็ยังถูกส่งออกมาโจมตีมันซ้ำอีกครั้ง การโจมตีในครั้งนี้ทำให้บรู๊ดมาเธอร์สูญเสียการทรงตัวและมันก็ส่งผลกระทบกับริชาร์ดที่เพิ่งจะรู้สึกตัวอีกครั้งเช่นกัน
‘การควบคุมจิตใจ !’ --- เมจที่มีฝีมือหลายคนเชื่อว่าคาถานี้เป็นขั้นตอนแรกในการควบคุมสิ่งมีชีวิตที่มีพลังเวทย์และขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้คาถาที่พวกเขาจะใช้คือ ‘เอนสเลฟ’
ริชาร์ดและบรู๊ดมาเธอร์มีการเชื่อมต่อกันทางจิตวิญญาณซึ่งคล้ายกับการทำสัญญาทางจิตวิญญาณของเขากับวอเตอร์ฟลาวเวอร์ที่ทำให้เขาและนางมีจิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกัน นอกจากนี้ก็ยังมีสมาชิกในกลุ่มอีก 4 คนที่มีการทำสัญญากับริชาร์ดในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหากศัตรูต้องการควบคุมบรู๊ดมาเธอร์เขาก็จะสามารถควบคุมคนอื่น ๆ ไปได้พร้อมกันด้วย พวกเขาทุกคนรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ซึ่งเรื่องอันตรายมากขนาดนี้จะปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด ! ทันใดนั้นเองแววตาของริชาร์ด แกงดอร์ โอเกอร์ทั้งสองตน และโอล่าก็เปลี่ยนไป รังสีสังหารที่น่ากลัวฉายชัดขึ้นมาในดวงตาของพวกเขา
ทว่าคนที่เหนือความคาดหมายในเวลานี้คือวอเตอร์ฟลาวเวอร์ โดยปกติแล้วความคิดของนางจะชัดเจนและเรียบง่ายเสมอ รวมทั้งจิตวิญญาณของนางก็บริสุทธิ์และใสราวกับแก้วน้ำ ทว่าเมื่อนางตระหนักถึงความพยายามในการ ‘เข้าครอบงำ’ ที่ถูกส่งมาจากศัตรู วอเตอร์ฟลาวเวอร์ก็ระเบิดพลังออกมาในทันที
ผมที่ถูกตัดสั้นของนางชี้ขึ้น นางอ้าปากส่งเสียงหวีดร้องขณะปล่อยสัญชาตญาณของแอสซาซินเพื่อตอบโต้แหล่งที่มาของการโจมตี แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะทำให้ริชาร์ดประหลาดใจอยู่ไม่น้อยทว่าเขาก็ไม่ลังเลที่จะเพ่งสมาธิเพื่อให้พลังจิตของเขามั่นคง เขาพยายามควบคุมความรู้สึกกระหายการเข่นฆ่าของตัวเองเอาไว้
เสียงคำรามที่ไม่ชัดนักดังขึ้นจากกลางบึงน้ำ ก่อนที่อันเดดที่แน่นิ่งไปก่อนหน้านี้จะขยับตัวอีกครั้ง ในตอนนี้พวกมันเชื่องช้าและดูเหมือนไม่สามารถสั่งการได้ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความวุ่นวายไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นข้อพิสูจน์ที่ชี้ชัดแล้วว่าจะต้องมีผู้สั่งการอันเดดอยู่เบื้องหลังแน่
ริชาร์ดกัดฟันแน่นขณะจ้องมองไปที่อันเดดพวกนั้นด้วยสายตาเยือกเย็น “ที่นี่จะต้องมีเนโครแมนเซอร์อยู่ที่ไหนสักแห่ง และข้าคิดว่าเขาต้องการที่จะควบคุมบรู๊ดมาเธอร์ของข้าด้วย หึ ช่างกล้าซะจริง !” พูดจบเขาก็ยืดแขนขวาของเขาออกมาก่อนออกคำสั่งเสียงดัง “ดาบ !”
ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง ไนท์ผู้หนึ่งก็ส่งดาบไร้ชื่อให้กับริชาร์ด และโฟลว์แซนด์ก็เดินออกมาอย่างเงียบ ๆ ก่อนเอื้อมมือไปแตะมันทำให้ปลายดาบสว่างขึ้นทันทีด้วยเพลิงศักดิ์สิทธิ์
แววตาของวอเตอร์ฟลาวเวอร์เปล่งประกายขึ้น นางยื่นดาบเชฟเฟิร์ดออฟอีเทอร์นอลเรสท์ที่อยู่ในมือของตนเองออกไปตรงหน้าโฟลว์แซนด์ เคลริคสาวมองวอเตอร์ฟลาวเวอร์ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือของนางออกไปวางไว้บนดาบเล่มนั้น
“เยี่ยม !” แกงดอร์ร้องตะโกนอย่างดีใจก่อนยื่นขวานของเขาออกมาเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นไม่นานอาวุธทุกชิ้นก็ถูกฉาบย้อมไปด้วยแสงเรืองรองของเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเพลิงศักดิ์สิทธิ์นี้จะสามารถใช้ได้ 9 นาทีหลังจากที่โฟลว์แซนด์เริ่มร่ายคาถาออกมา
บรู๊ดมาเธอร์คลานกลับขึ้นมาจากบึงตามที่ริชาร์ดสั่งก่อนจะคลานเข้ามาหากองกำลังของพวกเขาอย่างช้า ๆ ม่านหมอกของกรดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ในขณะที่แร็พเตอร์ที่ยังมีชีวิตรอด 10 ตัวก็ปล่อยอันเดดที่พวกมันกำลังฟัดอยู่แล้วกลับเข้ามาอยู่ข้างริชาร์ดอีกครั้ง ส่วนร่างของแร็พเตอร์ที่ถูกฆ่าตายก่อนหน้านี้นั้นถูกดูดลงไปในบึงอย่างช้า ๆ
ริชาร์ดพุ่งตัวเข้าหาบึงอย่างรวดเร็วและใช้ดาบในมือของเขาผ่าร่างของโครงกระดูกร่างหนึ่งออกเป็น 2 ส่วน แล้วแทงดาบเข้าไปที่ท้องของซอมบี้ตนหนึ่งอย่างรุนแรง
“ใครก็ตามที่อยู่ในนั้น ฟังข้าให้ดี ข้าจะโอกาสเจ้า ยอมแพ้ให้กับพวกข้าซะ !” ด้วยแรงสนับสนุนจากมานาของตัวเองทำให้เสียงของริชาร์ดดังกึกก้องไปทั่วทั้งบึงน้ำแห่งนั้น