ตอนที่ 108: เมียงู ดูเพลิน
หลังจากที่คลื่นมหาเหมันต์จาก 'ปืนใหญ่ปราบมารมหาเหมันต์' ได้แช่แข็งกองทัพอสรพิษมารนับพันจนกลายเป็นทุ่งประติมากรรมน้ำแข็ง หุบเขาเร้นลับที่เคยอึกทึกครึกโครมก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าภายใต้ความเงียบงันนั้น หลีเฮงและเย่เจาจวินกลับค้นพบ 'ผู้รอดชีวิต' เพียงหนึ่งเดียวที่กบดานอยู่ใต้ซากน้ำแข็งของแม่ทัพงูปีศาจ
ณ ใจกลางลานกว้างของค่ายกลเมืองย่อย
หลีเฮงยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่วงท่าที่พยายามทำให้ดูน่าเกรงขามที่สุด (แม้ว่าเสื้อผ้าของเขาจะยังขาดวิ่นจากรอยเขี้ยวงูก็ตาม) เบื้องหน้าของเขาคือร่างของสตรีผู้มีความงดงามอย่างประหลาดล้ำ นางถูกพันธนาการด้วยโซ่ปราณรัตติกาลของเย่เจาจวินอย่างแน่นหนา
นางคือ **"สืออิง"** ราชินีแห่งเผ่างูปีศาจ ผู้มีสิริโฉมเลอโฉมเซ็กซี่ ท่อนบนของนางเป็นหญิงสาวที่มีผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียด ใบหน้าสวยคมคายเย้ายวน นัยน์ตาสีทองอำพันมีรอยขีดขวางแบบสัตว์เลื้อยคลาน เปลือกตาประดับด้วยเกล็ดสีเขียวมรกตจางๆ ทรวดทรงองค์เอวอวบอิ่มชวนมอง ทว่าตั้งแต่ช่วงเอวลงไป กลับเป็นหางงูเรียวยาวที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวมรกตเป็นประกายงามสง่า ซึ่งบัดนี้หางของนางกำลังบิดไปมาด้วยความหงุดหงิดและไม่ยอมจำนน
"ฟ่อออ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้าพวกมนุษย์โสโครก! และเจ้านางปีศาจทรยศ!" สืออิงแยกเขี้ยวขู่ฟู่ๆ เสียงของนางแหบพร่าแต่ทรงเสน่ห์ นางพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากโซ่ปราณ แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกรัดแน่นขึ้นจนส่วนสัดที่อวบอิ่มเบียดเสียดกันอย่างน่าดูชม
หลีเฮงลูบปลายคางเบาๆ ดวงตาเป็นประกายวิบวับขณะพินิจพิจารณาสรีระของราชินีเผ่างู "แหมๆ ใจเย็นๆ ก่อนสิจ๊ะแม่นางสืออิง ข้าไม่ใช่คนโหดร้ายอะไรหรอกนะ เห็นไหมว่าข้าอุตส่าห์ละเว้นชีวิตเจ้า ไม่ให้กลายเป็นน้ำแข็งไสไปพร้อมกับพวกลูกน้องของเจ้าน่ะ"
"ถุย! เจ้าคิดว่าข้าจะสำนึกบุญคุณงั้นเรอะ! เจ้าแช่แข็งเผ่าพันธุ์ของข้า ข้าจะฉีกเนื้อเจ้าออกเป็นชิ้นๆ แล้วกลืนกินทั้งเป็น!" สืออิงเชิดหน้าขึ้นอย่างทรนง ดวงตาสีทองจ้องมองหลีเฮงอย่างกินเลือดกินเนื้อ
เย่เจาจวินที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่ายหน้าเบาๆ พลางกอดอก "หลีเฮง เจ้ายุ่งกับยัยงูพิษนี่เองก็แล้วกัน ข้าล่ะเกลียดพวกสัตว์เลื้อยคลานจริงๆ พูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่อง"
"อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิเจาจวิน ยัยงูตัวนี้นี่แหละคือกุญแจสำคัญสำหรับ 'มหาพิธีกรรมยีนส์' ของเรา!" หลีเฮงหันไปยิ้มกริ่มให้ราชินีปีศาจราตรี ก่อนจะเริ่มอธิบายยุทธวิธีที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ หลังจากที่การทดลองนวดสกัดยีนส์น้ำแข็งล้มเหลวไปเมื่อคืน
"เจาจวิน เจ้าจำได้ไหมที่พวกอสูรหมาป่าสองขาแนวหน้าของข้าต้องเพลี่ยงพล้ำสลายไปมากในศึกเมื่อครู่? ปัญหาหลักคือพวกลุยประจัญบานมันเปราะบางเกินกว่าจะรับมือเพียงลำพัง และพวกงูก็มีทั้งเกล็ดลื่นไหลแถมยังพ่นพิษสกัดจุดระยะไกลได้!"
เย่เจาจวินพยักหน้า "ข้าจำได้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนางล่ะ?"
หลีเฮงดีดนิ้วเป๊าะ "เกี่ยวสิ! ข้าค้นพบว่าการจะดึงเอา 'ยีนส์' หรือสายเลือดที่แท้จริงของเผ่าพันธุ์ปีศาจมาใช้งานได้ ข้าจำเป็นต้องทำการ 'บำเพ็ญคู่' กับเจ้าของสายเลือดนั้นโดยตรง! และสืออิง ในฐานะราชินีเผ่างู ย่อมมีสายเลือดอสรพิษมารที่บริสุทธิ์ที่สุด!"
"ห๊ะ!?" สืออิงเบิกตากว้าง หางงูของนางชะงักกึก "บะ... บำเพ็ญคู่!? กับเจ้าเนี่ยนะ!? เจ้ามนุษย์หน้าไม่อาย! ข้ายอมกัดลิ้นตัวเองตายดีกว่าจะต้องมาเกลือกกลั้วกับเจ้า!"
หลีเฮงทำเป็นหูทวนลม ไม่สนใจเสียงโวยวายของสืออิง เขาอธิบายต่ออย่างเป็นระบบ "แผนของข้าก็คือ ข้าจะทำการบำเพ็ญคู่กับสืออิง เพื่อ 'สกัด' เอายีนส์และแก่นแท้พลังของเผ่างูออกมาเก็บไว้ในตัวข้า จากนั้น ข้าก็จะนำยีนส์ที่ได้... ไปร่วมรักและถ่ายทอดให้กับเจ้าไงล่ะ เจาจวิน!"
คราวนี้เป็นเย่เจาจวินที่ต้องหน้าแดงเรื่อ นางกระแอมไอแก้เขิน "ทะ... ถ่ายทอดให้ข้า? แล้วข้าจะเอายีนส์งูไปทำไมกัน?"
"เพื่อให้เจ้านำไปผสมผสานกับรังไข่ราชินีปีศาจ เพื่อเพาะพันธุ์และฟักไข่อสูรสายพันธุ์ใหม่ยิงระยะไกลเพิ่มขึ้นมาไงล่ะ!" หลีเฮงตอบด้วยดวงตาที่เป็นประกาย "ลองนึกภาพดูสิ เมื่อเรามีอสูรหมาป่าสองขาความเร็วสูงเป็นแนวหน้าประจัญบาน และมีอสูรสายพันธุ์ใหม่เป็นแนวหลังพ่นพิษมารสกัดจุด! มันจะเป็นกองทัพอสูรที่มีความหลากหลายในการวางกลยุทธ์ ทั้งรุกประชิดและยิงสนับสนุนที่เพอร์เฟกต์ไร้เทียมทานที่สุด! และเราจะใช้พวกมันนี่แหละ เป็นกองกำลังหลักในการคุ้มกันค่ายกลเมืองย่อย!"
เย่เจาจวินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อลองไตร่ตรองดูตามหลักวิชาการของปีศาจแล้ว สิ่งที่หลีเฮงพูดมาก็มีความเป็นไปได้สูงมาก หากได้สายเลือดของราชินีเผ่างูมาหลอมรวมจริงๆ กองทัพอสูรที่เกิดใหม่ย่อมแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าตัว นางเริ่มพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช้าๆ
"เป็นแผนการที่ชาญฉลาดมาก..." เย่เจาจวินยอมรับ ทว่าสายตากลับตวัดไปมองสืออิง "แต่ปัญหาก็คือ ยัยงูพยศนี่ไม่มีทางยอมร่วมมือกับเจ้าแน่ๆ ดูสิ ขู่ฟู่ๆ น้ำลายฟุ้งไปหมดแล้ว"
"เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ 'เทพแมงดา' อย่างข้าจัดการเอง" หลีเฮงยิ้มกริ่ม ยืดอกอย่างมั่นใจ ก่อนจะเดินเข้าไปประชิดตัวสืออิงที่กำลังถูกมัดอยู่
"อย่าเข้ามานะไอ้โรคจิต! ฟ่อออ!" สืออิงพยายามเอนตัวหนี แต่ก็ติดโซ่ปราณ นางเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง "เจ้าฆ่าข้าเสียเถอะ! ราชินีอย่างข้าไม่มีวันยอมก้มหัวให้มนุษย์ และไม่มีวันยอมให้เจ้ามาแตะต้องร่างกายของข้าเด็ดขาด!"
หลีเฮงไม่ได้ตอบโต้ด้วยความรุนแรง เขากลับยกมือขึ้นลูบผมสีเขียวเข้มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่นุ่มนวลผิดคาดทำเอาสืออิงชะงักไปชั่วขณะ
"ฆ่าเจ้างั้นหรือ? แหม... มันช่างน่าเสียดายความงดงามของเจ้านะ สืออิง" หลีเฮงกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและออดอ้อน "ดูผิวพรรณที่เนียนนุ่มนี่สิ ดูเกล็ดสีมรกตที่ส่องประกายงดงามนี่สิ เจ้าเป็นถึงราชินีที่เลอโฉมที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาเลยนะ รู้ไหม?"
"จ... เจ้า... ไม่ต้องมาปากหวาน! ข้าไม่หลงกลเจ้าหรอก!" สืออิงตวาดกลับ ทว่าใบหน้าของนางกลับเริ่มมีสีแดงระเรื่อปรากฏขึ้นจางๆ นางไม่เคยถูกบุรุษใดเกี้ยวพาราสีด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะมนุษย์ที่กล้าหาญ(หรือหน้าด้าน)พอที่จะชมเชยความงามของปีศาจงู
หลีเฮงเห็นว่านางเริ่มมีปฏิกิริยา ก็งัดไม้ตายต่อไปออกมาใช้ทันที เขาชี้มือไปที่ 'ปืนใหญ่ปราบมารมหาเหมันต์' ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล
"เจ้าเห็นปืนใหญ่นั่นไหม? ถ้าเจ้าไม่ยอมตกลง ข้าก็คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะจับเจ้ายัดใส่ปากกระบอกปืน แล้วยิงอัดก้อนน้ำแข็งสวรรค์ใส่เจ้า ให้เจ้ากลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งไปประดับค่ายกลของข้าตลอดกาล... อ้อ แล้วข้าจะสลักป้ายไว้ด้วยนะว่า 'ยัยงูขี้เหร่ที่โง่เขลาที่สุดในปฐพี'"
"ข้าไม่ได้ขี้เหร่นะ!" สืออิงสวนกลับทันควัน ความเป็นผู้หญิงและรักสวยรักงามในตัวนางทำงานเร็วกว่าสติสัมปชัญญะเสียอีก นางกัดริมฝีปากแน่น "เจ้ามันชั่วร้ายที่สุด! เอาอาวุธมาข่มขู่สตรีเนี่ยนะ!"
"ก็ข้าเป็นมนุษย์ที่ชั่วร้ายไงจ๊ะ" หลีเฮงยักคิ้วกวนๆ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมานุ่มนวลออดอ้อนอีกครั้ง เขาเชยคางของนางขึ้นมาสบตา "แต่ถ้าเจ้ายอมร่วมมือ... ข้าสัญญาว่าข้าจะปฏิบัติกับเจ้าอย่างทะนุถนอมที่สุด ข้าจะมอบสัมผัสที่ทำให้เจ้าลืมความเจ็บปวด ลืมความเกลียดชัง และพาเจ้าไปสู่ห้วงอวกาศแห่งความสุขที่เจ้าไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตงูๆ ของเจ้าเลยล่ะ"
"ขะ... ข้าไม่..." สืออิงพูดตะกุกตะกัก นัยน์ตาสีทองอำพันของนางเริ่มสั่นไหว เมื่อสบกับดวงตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเสน่ห์ลึกล้ำของหลีเฮง ร่างกายของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ หางงูที่เคยกวัดแกว่งอย่างเกรี้ยวกราด บัดนี้กลับอ่อนยวบลงและม้วนตัวไปมาอย่างขัดเขิน
หลีเฮงขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดพวงแก้มของนาง "อีกอย่างนะ... ถ้าเจ้าเข้าร่วมพิธีกรรมนี้ สายเลือดของเจ้าก็จะได้รับการสืบทอดและกลายเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุด มันไม่ดีหรือไง ที่เจ้าจะได้เห็นลูกหลานเผ่างูของเจ้าผงาดขึ้นมาอีกครั้งน่ะ? ถือซะว่าทำเพื่อเผ่าพันธุ์ก็แล้วกันนะ จุ๊บ!"
ชายหนุ่มฉวยโอกาสประทับริมฝีปากลงบนแก้มเนียนของราชินีเผ่างูอย่างรวดเร็ว!
"กรี๊ด! จ... เจ้าคนลามก! เจ้ากล้าหอมแก้มข้าเรอะ!" สืออิงกรีดร้อง หน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก นางพยายามดิ้นหนีด้วยความเขินอายสุดขีด ความหยิ่งยโสที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสตรีที่ถูกรุกรานหัวใจจนทำอะไรไม่ถูก
"ตกลงตามนี้นะจ๊ะ แม่ทูนหัวของข้า" หลีเฮงยิ้มกริ่ม รู้อยู่เต็มอกว่านางใจอ่อนยวบไปแล้ว แม้ปากจะยังด่าทออยู่ก็ตาม
เย่เจาจวินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตลอด ถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ข้าล่ะเชื่อเจ้าเลย หลีเฮง... สามารถเกลี้ยกล่อมงูพิษให้กลายเป็นลูกงูเขื่องๆ ได้ด้วยความหน้าด้านล้วนๆ..."
"ฮ่าๆๆ! มันคือศิลปะแห่งการเจรจาต่างหากล่ะเจาจวิน!" หลีเฮงหัวเราะร่วน ก่อนจะหันมาสั่งงานอย่างจริงจัง "เอาล่ะ ในเมื่อสืออิงยอมตกลงแล้ว (แม้จะไม่ได้ตอบตกลงตรงๆ ก็เถอะ) เรามาเตรียมสถานที่สำหรับ 'มหาพิธีกรรมยีนส์' กันเถอะ!"
การเตรียมการสำหรับพิธีกรรมครั้งยิ่งใหญ่เริ่มต้นขึ้น ภายในถ้ำพักฟื้นที่กว้างขวางที่สุด หลีเฮงและเย่เจาจวินช่วยกันจัดเตรียมสถานที่อย่างพิถีพิถัน
เนื่องจากพิธีกรรมนี้มีความซับซ้อน และต้องมีการถ่ายทอดยีนส์อย่างต่อเนื่อง หลีเฮงจึงเสนอให้ทำเป็น 'การบำเพ็ญคู่แบบ 3P' (สามคนพร้อมกัน) เพื่อให้กระแสพลังปราณและการสกัดยีนส์ไหลเวียนได้อย่างไม่ขาดตอนและมีประสิทธิภาพสูงสุด
"นี่เจ้า... เจ้าคิดจะทำบ้าอะไรพร้อมกันสามคนเนี่ย! ข้าไม่เคยทำอะไรน่าอายแบบนี้มาก่อนนะ!" เย่เจาจวินโวยวาย หน้าแดงซ่านเมื่อได้ยินแผนการของเขา
"โธ่ เจาจวิน... นี่เรากำลังทำเพื่อ 'งานวิจัยและการทหาร' นะ! เพื่อกองทัพอสูรที่แข็งแกร่งของเราไงล่ะ! เจ้าต้องเสียสละเพื่อส่วนรวมสิ!" หลีเฮงงัดเอาข้ออ้างสุดคลาสสิกมาใช้แถอีกครั้ง
เขาสั่งให้ลูกน้องปีศาจนำเบาะขนสัตว์ที่นุ่มที่สุดและใหญ่ที่สุดมาปูไว้ตรงกลางถ้ำ เรียกว่า 'เบาะรักคู่เทพ' จากนั้นเย่เจาจวินก็ร่ายมนต์สร้าง 'ม่านพลังมหาพิธีกรรม' สีม่วงอมทองครอบทับบริเวณเบาะ เพื่อป้องกันการรบกวนจากภายนอกและกักเก็บพลังปราณไม่ให้รั่วไหล
ในขณะเดียวกัน สืออิงที่ถูกปลดโซ่ปราณออกแล้ว (แต่ถูกลงอักขระพันธนาการเวทไว้แทนเพื่อป้องกันการหลบหนี) กำลังนั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้อง ใบหน้างดงามของนางยังคงแดงก่ำ หางงูม้วนพันรอบตัวอย่างประหม่า นางมองดูการจัดเตรียมห้องด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม ทั้งหวาดกลัว ขัดเขิน และลึกๆ แล้วกลับมีความตื่นเต้นอย่างประหลาดซ่อนอยู่
"เอาล่ะ สถานที่พร้อมแล้ว!" หลีเฮงตบมือเบาๆ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความหฤหรรษ์ เขาหันไปมองเย่เจาจวินที่ยืนหน้าแดงอยู่ข้างเบาะ และสืออิงที่นั่งตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง
"มหาพิธีกรรมยีนส์... กำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้! สาวๆ จ๋า... เตรียมตัวรับการถ่ายทอดวิชาจากเทพแมงดาได้เลย!"
ค่ำคืนนี้ แดนลับปีศาจจะต้องจารึกตำนานบทใหม่ ตำนานของการผสานสายเลือดและการบำเพ็ญคู่ข้ามเผ่าพันธุ์ ที่จะนำไปสู่การกำเนิดใหม่ของกองกำลังอสูรไร้พ่าย และความเสียวซ่านที่จะสั่นสะเทือนไปถึงดวงดาว!
---------------------------------------------------
[ประเมินผลระบบเทพแมงดา ประจำตอน]
* แต้มแมงดาคงเหลือ: 29,500 แต้ม
* แต้มวิบัติสะสม: 45 แต้ม (+1 แต้ม จากความหน้าหนาในการใช้ปืนใหญ่ขู่ผสมการจีบจนงูพิษเขินอาย)
* เกราะพลังเมีย: 7 หน่วย (คงเดิม สถานะของสืออิง: ข้ารับใช้/ฮีโร่ต่อสู้ ไม่เข้าข่ายมิตรพันธะฮาเร็ม)
* สถานะพิเศษ: 'เตรียมความพร้อมสู่มหาพิธีกรรม 3P' (ระบบกำลังบันทึกข้อมูลยีนส์และสัดส่วนความเร่าร้อน)
---------------------------------------------------
\\ ข้อความจากไรท์ //
ตอนหน้า เตรียมชม พิธีกรรมร่วมรัก ประสานยีน แบบเด็ดสุดเท่าที่ไรท์จะเขียนได้เลยค่ะ
รับรอง สนุก สยิว เสียว ซึ้ง ตรงใจ แน่นอนค่ะ ติดตามนะคะ จุ๊ฟ..จุ๊ฟ