ลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกจากร้านไป หวังอี้ฉือจึงเดินไปปิดประตูร้านทันที เพราะคิดว่าวันนี้คงขายของต่อไม่ได้แล้ว เขารู้สึกสงสารและเห็นใจภรรยาของเขามาก มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกจริงๆ เมื่อรู้ว่าครอบครัวที่ตัวเองอาศัยอยู่ด้วยมาตลอดนั้นกลับไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริง ความรู้สึกนี้หวังอี้ฉือเข้าใจดี
หวังอี้ฉือเข้าไปประคองภรรยาเพื่อให้เดินเข้าไปที่บ้านพักด้านหลัง หลินถิงถิงเดินตามสามีไปโดยไม่ได้พูดอะไรตลอดทาง อีกทั้งยังไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาให้เห็นเช่นเดียวกัน จนทั้งคู่เดินมาถึงห้องนอน หวังอี้ฉือจึงกอดปลอบภรรยาไว้แน่น
“ถิงถิง คุณยังมีผมนะ คุณยังมีผมกับลูกๆ ที่เป็นครอบครัวของคุณ” หวังอี้ฉือพูดจบก็ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดจากภรรยา เธอนิ่งจนเขานึกกลัว กลัวว่าเธอจะทำใจยอมรับกับความจริงนี้ไม่ได้
หลินถิงถิงในเวลานี้กำลังต่อสู้กับความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิม เจ้าของร่างเดิมรักครอบครัวของเธอมาก ถึงแม้ที่ผ่านมาพ่อ แม่ และน้องสาวจะปฏิบัติกับเธอไม่ดีเท่าน้องสาว แต่เจ้าของร่างเดิมก็ไม่เคยนึกโกรธเลย เพราะเธอรู้สึกว่าการมีครอบครัว ดีกว่าการที่เธอจะไม่มีใคร แต่พอเวลานี้เธอได้รับรู้ว่าครอบครัวที่รักของเธอนั้นไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริง ร่างกายและจิตใจของเจ้าของร่างเดิมจึงเสียใจและส่งผลให้หลินถิงถิงในปัจจุบันเกิดความรู้สึกอึดอัดขึ้นมาในหัวใจ แต่เธอก็ต่อต้านความเสียใจของเจ้าของร่างเดิมไม่ได้ ดังนั้นหลินถิงถิงในเวลานี้จึงทำได้เพียงนั่งนิ่งเพื่อรอให้เจ้าของร่างเดิมสงบจิตใจของตัวเองลง
หลินถิงถิงค่อยๆ หลับตา เมื่อหวังอี้ฉือเห็น เขาก็ประคองภรรยาให้นอนลง โดยที่เขานั่งกุมมือภรรยาไว้ไม่ยอมห่าง ขณะเดียวกันในหัวของหลินถิงถิงก็มีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้น
‘หลินถิงถิง ฉันไม่มีห่วงให้ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว และถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องจากไป หากคุณมีโอกาสได้พบกับครอบครัวที่แท้จริงของฉัน ฉันขอให้คุณใช้ชีวิตอยู่กับพวกเขาให้มีความสุขแทนฉันด้วย ส่วนพี่อี้ฉือ อี้เฉิน และอิงอิง ต่อไปนี้พวกเขาคือครอบครัวของคุณแล้ว คุณเหมาะสมที่จะใช้ชีวิตอยู่ในร่างนี้มากกว่าฉัน คุณรักและปกป้องครอบครัวได้ดีกว่าฉัน และพวกเขาก็รักคุณมาก ดังนั้นฉันจึงขอให้คุณอยู่ในร่างนี้อย่างมีความสุขนะ ลาก่อน’
‘ฉันก็ขอขอบคุณคุณเช่นกันที่ยินยอมให้ฉันใช้ร่างนี้ต่อไปและฉันขอรับรองว่าฉันจะดูแลครอบครัวของฉันให้มีความสุข’ หลินถิงถิงตอบกลับเจ้าของร่างเดิมในใจ
“พี่อี้ฉือ” หลินถิงถิงลืมตาขึ้นพร้อมกับเรียกสามี
“ผมอยู่ตรงนี้” หวังอี้ฉือบีบมือภรรยาเบาๆ
“ฉันไม่ใช่คนของครอบครัวหลิน”
“ไม่เป็นไรนะ หากต่อไปพวกเขากล้ามารังแกคุณ ผมจะปกป้องคุณเอง”
“พวกเขาไม่กล้ามาแล้วล่ะค่ะ ดูจากที่พ่อของฉันกล้าบอกความจริงกับฉันในวันนี้ ฉันก็รู้แล้วว่าเขาคงตัดสินใจที่จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับฉันอีก และแม่กับเสี่ยวหงก็คงไม่กล้าขัดใจพ่อเหมือนกัน พ่อของฉันอาจดูเป็นคนไร้เหตุผลอยู่บ้าง แต่ถ้าเขาพูดคำไหนขึ้นมาแล้วทุกคนในบ้านไม่สามารถขัดขืนเขาได้หรอกค่ะ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันยอมจ่ายเงินใช้หนี้ให้กับเขา” หลินถิงถิงลุกขึ้นช้าๆ และมองหน้าสามี “พี่อี้ฉือคะ ถ้าฉันจะบอกว่าฉันไม่ใช่หลินถิงถิงที่พี่รู้จัก พี่จะทำยังไงคะ”
หวังอี้ฉือสบตาภรรยานิ่ง เขาสังเกตเห็นความผิดปกติและความกระวนกระวายในดวงตาของเธอ แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกไป เขายังรอให้เธอพูดต่อ
“หลินถิงถิงคนเดิมจากไปแล้ว จากไปตั้งแต่วันที่เธอถูกสั่งให้อดข้าวจนหมดสติ ฉันเป็นหลินถิงถิงที่มาจากภพอื่น มีเพียงแต่ร่างกายนี้เท่านั้นที่ยังเป็นของหลินถิงถิงคนเดิม” หลินถิงถิงพูดโดยไม่ละสายตาไปจากหวังอี้ฉือ เธอเริ่มเล่าอดีตเมื่อภพที่แล้วของตนเองให้เขาฟังอย่างละเอียด ตั้งแต่ชีวิตครอบครัว ไปจนถึงตอนที่ถูกขายเข้าไปเป็นสาวใช้ และถูกทำร้ายจนวิญญาณหลุดออกมาจากร่างและได้มาอาศัยอยู่ในร่างนี้ เมื่อเธอเล่าจบ เธอก็มองหน้าสามีอย่างลังเล
หวังอี้ฉือยังคงไม่พูดอะไร เขานั่งคิดทบทวนถึงความเปลี่ยนแปลงของภรรยา และก็จริงอย่างที่เธอพูด ตั้งแต่ที่เธอฟื้นคืนสติกลับมาคราวนั้น เธอเหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอเอาใส่ใจครอบครัวมากขึ้น กล้าที่จะลุกขึ้นมาปกป้องครอบครัว หรือแม้แต่ช่วยครอบครัวให้หลุดพ้นมาจากความทุกข์ยากในหลายๆ ครั้ง เขาจึงเชื่อคำพูดของเธอโดยไม่นึกสงสัย
“คุณยังเป็นหลินถิงถิงของผม ถึงแม้คุณจะมาจากภพอื่นคุณก็ยังเป็นหลินถิงถิงของผมเสมอ ” หวังอี้ฉือยิ้มตอบ
“พี่รักหลินถิงถิงคนเดิมหรือพี่รักฉ...” หลินถิงถิงพูดยังไม่จบหวังอี้ฉือก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ผมแอบรักหลินถิงถิงมาตั้งแต่สมัยเรียน จนพวกเราได้มาแต่งงานกันด้วยเหตุผลที่คุณก็รู้ดี แต่หลินถิงถิงคนเดิม เธอคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับผม มันทำให้ชีวิตในแต่ละวันของพวกเราเป็นไปด้วยความเรียบเฉย นานวันเข้าหัวใจของผมก็เริ่มเฉยชา จนเมื่อคุณเปลี่ยนแปลงตัวเองขึ้นมา คุณแสดงความรักความห่วงใยที่มีให้ผมออกมาอย่างไม่ปิดบัง มันทำให้หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง และมันก็ทำให้ผมรู้ว่า ผมรักคุณที่เป็นอยู่ในเวลานี้” หวังอี้ฉือพูดพร้อมกับยิ้มให้ภรรยาด้วยความจริงใจ
“ฉันขอบคุณนะคะสำหรับความรักที่พี่มีให้ฉัน เวลานี้ครอบครัวหลินไม่ใช่ครอบครัวที่แท้จริงของฉันอีกต่อไปแล้ว และหลินถิงถิงคนเก่าก็ได้จากไปแล้วเช่นกัน คงเหลือไว้แต่เพียงร่างนี้เท่านั้น” หลินถิงถิงหยุดพูดพร้อมกับมองหน้าสามีสักพักก่อนที่จะพูดต่อด้วยท่าทางจริงจัง “พี่ อี้เฉิน และอิงอิง เป็นครอบครัวที่มอบความรักให้ฉันตั้งแต่ที่ฉันได้มาอาศัยอยู่ในร่างนี้ ฉันไม่มีอะไรจะตอบแทนให้ทุกคนนอกจากความรักความจริงใจที่ฉันมี”
“ต่อไปนี้เราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกันนะถิงถิง ผมจะปกป้องคุณกับลูกให้ดีที่สุด ผมสัญญา”
“ฉันก็จะปกป้องและดูแลครอบครัวของเราให้ดีที่สุด และที่สำคัญกว่านั้นก็คือฉันรักพี่จากใจจริงของฉันเหมือนกันค่ะ”
หวังอี้ฉือได้ยินคำบอกรักจากปากภรรยา มันทำให้เขาอดใจไม่ไหวรีบคว้าร่างของเธอเข้ามากอดด้วยความรัก หลินถิงถิงก็กอดตอบสามีเช่นเดียวกัน ความกังวลใจต่างๆ สลายไป ทั้งสองคนเชื่อว่านับจากวันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเขาก็พร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกัน