เดินวิถีเซียน (Water Qi immortal)

    28 วิชาม่านวารีพิทักษ์


    .....ภายใต้เงาจันทร์ที่ยังเจือกลิ่นคาวเลือดและบาดแผลจากการประดาบกับนักดาบทมิฬยังคงมีอยู่เล็กน้อย หลินเซียนยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเกาะเล็กๆนั้น ดวงตาเขาแสดงความซับซ้อน ยังมีภาพความตายหมุนวนอยู่ในห้วงจิตไม่หยุด คมดาบมารทมิฬที่ฟาดลงมาอย่างไม่ปรานี หากชายผู้สูงส่งในชุดขาวไม่ยื่นมือเข้าห้ามไว้ทัน ป่านนี้ศีรษะของเขาคงกลิ้งอยู่บนพื้นแล้ว

    “โง่เขลา… ข้าโง่เขลาจริงๆ” หลินเซียนกัดฟันแน่น เสียงสะท้อนดังก้องในอก

    เมื่อคืน เขาเลือกเสี่ยงฝ่าเข้าไปชิงแหวนธาราสวรรค์โดยไม่คิดให้ถี่ถ้วน เหมือนผีเสื้อที่หลงแสงไฟ ยอมเผาปีกตัวเองเพื่อใกล้ชิดสิ่งที่เกินกำลัง

    สายลมพัดแรงจนผืนเมฆกระจาย ราวกับสวรรค์เองก็หัวเราะเยาะในความสะเพร่าของเขา

    หลินเซียนค่อยๆยกมือขึ้นลูบลำคอตัวเอง ความเย็นยะเยือกยังฝังลึกในผิวกาย

    “เพียงก้าวเดียว…เพียงก้าวเดียวเท่านั้น ข้าก็กลายเป็นซากไร้วิญญาณแล้ว”

    เขาหลับตา สูดหายใจลึก พยายามปลอบประโลมจิตตนเองให้สงบ แล้วคำสอนโบราณก็ลอยขึ้นมาในความทรงจำ

    “ผู้ถือกระบี่ หากมุ่งแต่ฟันผู้อื่น โดยไร้โล่ห์ป้องกันใจ ตนเองย่อมถูกคมดาบคร่าชีวิตก่อนวันรุ่ง”

    เขาเคยหัวเราะใส่สุภาษิตนี้ คิดว่าการโจมตีด้วยปราณกระบี่ตอนนี้ได้ถูกเสริมแล้ว แต่หากไร้สิ่งปกป้อง ไม่ว่ากระบี่ทื่อเพียงใดก็มิอาจรอดพ้นความตาย

    สายตาหลินเซียนค่อยๆเป็นประกายอีกครั้ง

    “ข้าจะไม่ยอมเป็นเหยื่อของคมดาบอีก ข้าต้องหาสมบัติเซียนป้องกันตัวเอง!”

    ราวกับคำปฏิญาณของเขาสะท้อนสู่ฟ้า ผืนเมฆเบื้องบนแตกออก มีแสงจันทร์สาดส่องตรงมายังร่างของเขา พลังแห่งน้ำในร่างพลันพลุ่งพล่าน…


    ...ความมืดทมิฬใต้ทะเลสาบ ปรากฏเงาร่างมหึมาคล้ายภูเขาเคลื่อนไหว เส้นหนวดยาวใหญ่หลายสายสยายออกมาโบกช้าๆ เสมือนม่านวารีที่กำลังเต้นรำตามลมหายใจแห่งสวรรค์

    หนวดหนึ่งค่อยๆ เอื้อมมาสัมผัสหัวไหล่หลินเซียน อ่อนโยนเกินกว่าจะเป็นการโจมตี กลับเหมือนสัมผัสจากมิตรที่รู้เท่าทันใจเขา

    หลินเซียนสะดุ้ง แต่ไม่ทันได้ชักกระบี่ ดวงตากลมโตของปลาหมึกยักษ์ก็มองสบกับเขาอย่างนิ่งสงบ คล้ายถ่ายทอดถ้อยคำไร้เสียง

    "ข้านึกว่าเจ้าจะไปแล้ว มีอะไรงั้นหรือ?"

    หัวใจหลินเซียนสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังแปลกประหลาดที่ไม่เป็นพิษภัย หนวดนั้นลูบผ่านร่างเขา คล้ายกำลังชี้ชวน แล้วเคลื่อนไหวไปยังผิวน้ำที่เป็นประตูสู่ความลึก

    “เจ้าต้องการ…ให้ข้าลงไปกับเจ้าหรือ?” หลินเซียนพึมพำด้วยความลังเล

    หนวดมหึมาโบกเบาๆ ราวกับพยักหน้า และในวินาทีนั้น ผิวน้ำพลันส่องแสงระยิบระยับ คล้ายทางเดินแห่งห้วงสมุทรเปิดออกเฉพาะสำหรับเขา

    “หากไม่กล้าดำลงสู่ห้วงลึก ย่อมไม่อาจพบไข่มุกที่ซ่อนอยู่ใต้สมุทร”

    เขากำหมัดแน่น ลมหายใจหนักหน่วง สุดท้ายดวงตาแข็งกร้าวขึ้นอีกครั้ง

    ด้วยความเชื่อใจเจ้าปลาหมึกยักษ์ ร่างหลินเซียนกระโดดลงสู่น้ำ ขณะหนวดของปลาหมึกยักษ์โอบอุ้มเขาอย่างอ่อนโยน พาร่างเขาดำดิ่งลงไปใต้ห้วงลึกมืดมิด…

    ร่างหลินเซียนจมลงจากผิวน้ำ ราวกับทั้งโลกเบื้องบนถูกตัดขาดในพริบตา ความเย็นเยียบโอบรัดกายเขาจนสั่นสะท้าน แต่ลมหายใจกลับไม่ขาดห้วง

    เพราะเขาควบแน่น ปราณวารี คลี่คลุมรอบกายเหมือนม่านน้ำบางๆ พร้อมกับเรียก ปราณวายุ มารวมไว้ตรงศีรษะ ก่อเกิดเป็นเกราะพลังกลมใส มีอากาศเพียงพอให้หายใจ

    ทุกก้าวที่ดำดิ่งลงไป ความสว่างเหนือศีรษะยิ่งเลือนราง คล้ายเส้นด้ายแห่งโลกมนุษย์ถูกดึงห่างออกไปเรื่อยๆ

    หลินเซียนชำเลืองไปทางด้านข้าง เห็นฝูงปลาสีเงินว่ายผ่านเป็นสายยาว พวกมันสะท้อนเศษแสงสุดท้ายจากเบื้องบน กลายเป็นแถบแสงวูบวาบคล้ายเกล็ดอัญมณี ก่อนจะหายไปในความมืดราวกับมิจฉาพงศ์

    ยิ่งลงลึก…ยิ่งเงียบงัน ความกดดันของน้ำบีบรัดจนเขารู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจตนเองชัดเจน ตึก ตึก ตึก

    “นี่หรือ…ความลึกที่มิใช่มนุษย์ทั่วไปจะเข้าถึง” หลินเซียนคิดในใจ ขณะหนวดมหึมาของปลาหมึกยักษ์ยังโอบรอบตัวเขาไว้เหมือนคุ้มครอง

    ไม่นาน แสงอาทิตย์จากเบื้องบนก็มอดดับสิ้น ราวกับเขากำลังดำดิ่งสู่สุสานใต้บาดาล หากไม่ใช่เพราะ ประกายแสงเรืองรอง ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ความมืดนี้คงกลืนกินสติของเขาไปหมด

    ฝูงแมงกระพรุนโปร่งใสขนาดใหญ่ ลอยตัวอยู่กลางห้วงลึก ร่างของพวกมันคล้ายโคมไฟวิญญาณที่ถูกแขวนไว้ใต้สมุทร ทุกครั้งที่ชีพจรของมันเต้น แสงสีฟ้าอ่อนๆ ก็พลันส่องสว่างออกมา คลื่นพลังเรืองรองกระเพื่อมเป็นระลอก ส่องให้เห็นแนวหินผา ปะการังประหลาด และร่องรอยซากโบราณบางอย่างที่ถูกกาลเวลาฝังกลบ

    หลินเซียนเบิกตากว้าง ลมหายใจแผ่วสั้นโดยไม่รู้ตัว “ที่นี่…ราวกับอีกโลกหนึ่ง”

    แสงจากแมงกระพรุนเรืองแสงสะท้อนเงาของเขาและเจ้าปลาหมึกยักษ์ไปตามผนังหินรอบด้าน ความเงียบสงัดถูกแทนด้วยเสียงชีพจรแห่งท้องทะเลที่เต้นช้าๆ คล้ายกับหัวใจโบราณของโลกใบนี้กำลังเต้นอยู่

    สุภาษิตเก่าของสำนักลอยฟ้าผุดขึ้นมาในใจเขาอีกครั้ง

    “ใต้ความมืดมิด ย่อมมีแสงเรืองรองที่รอผู้กล้าจะมองเห็น”


    ....เมื่อร่างของหลินเซียนและเจ้าปลาหมึกยักษ์แตะพื้นมหาสมุทร พื้นทรายละเอียดสั่นสะเทือนเบา ๆ ใต้แรงกดดันของน้ำรอบตัว เขาเงยหน้ามองเห็นภูเขาใต้ทะเลขนาดมหึมา รูปร่างคล้ายภูเขาไฟโบราณ ปลาหมึกยักษ์ลอยตัวอยู่เหนือภูเขา สายตาเฉียบคมเต็มไปด้วยพลังลึกลับ

    ทันใดนั้น หนวดมหึมาของมันฟาดลมทะเล สายพลังดุจเกลียวคลื่นหมุนวน กระจายไปทั่วพื้นมหาสมุทร เสียงโครมดังเหมือนฟ้าผ่าภายใต้ผืนน้ำ ความลึกสะเทือนราวกับมหาสมุทรทั้งผืนสั่นสะท้าน 

    กลายเป็นว่าภูเขานี้จริงๆคือค่ายกลโบราณที่ใช้ซ่อนบางสิ่งไว้มายาวนาน

    ภูเขาใต้ทะเลเริ่ม แตกแยกเป็นร่องลึก เผยให้เห็นแท่นหินโบราณวางตัวอยู่ตรงกลาง ลักษณะของแท่นเรียบหรู แต่เต็มไปด้วยเส้นลวดลายเวียนวนเหมือนสัญลักษณ์เวทย์โบราณ

    บนแท่นนั้น… มีคัมภีร์เล่มหนึ่ง วางอยู่เด่นชัด แต่คัมภีร์ไม่ได้อยู่เฉย ๆ เพราะ ปราณกระแสน้ำหมุนวนรอบตัวมัน เป็นวงกลมคล้ายดวงจักรรอบคัมภีร์ เสียงซู่ ๆ ของกระแสน้ำดังผสานกันเป็นท่วงทำนองประหลาด ราวกับคัมภีร์กำลังหายใจ มีชีวิต และปกป้องตัวเองจากผู้ไม่คู่ควร

    หลินเซียนเพ่งมอง ม่านวารีเล็ก ๆ รอบตัวเขากระเพื่อมตามพลังของกระแสน้ำ เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึง พลังแห่งความรู้และโบราณคดีที่สะสมอยู่ในคัมภีร์นี้

    ปลาหมึกยักษ์ค่อย ๆ หมุนหนวดรอบภูเขาเบา ๆ คลายค่ายกลโบราณออกจนกระแสน้ำหมุนวนสงบลง 

    หลินเซียนกลืนน้ำลายลงคอ เงียบสงบ ลมหายใจลึกยาว ก่อนจะก้าวขึ้นสู่แท่นโบราณ

    ใจเขาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและเกรงกลัว  ดวงตาเหลือบไปเห็นตัวอักษรโบราณสลักบนปกคัมภีร์

    “วิชาม่านวารีพิทักษ์”

    เพียงอ่านข้อความนั้น ปราณน้ำรอบคัมภีร์ก็พลันหมุนวนแรงขึ้น เสียงซู่ ๆ ของน้ำเหมือนกระซิบเตือนเขาเบา ๆ

    เจ้าปลาหมึกยักษ์ลอยเข้ามาใกล้ หนวดมหึมาชี้ไปที่คัมภีร์ แล้วเคลื่อนไหวเป็นจังหวะช้า ๆ ราวกับพูดด้วยใจ

    “หยิบมันขึ้นมา… อ่านมัน… เรียนรู้มัน… ”

    หลินเซียนกวาดสายตาไปทั่ว ปราณวารีและปราณวายุที่ห่อหุ้มร่างเขากระเพื่อมตามจังหวะหมุนวนของกระแสน้ำ เขากลืนน้ำลายหนักหน่วง รู้สึกถึงแรงดึงดูดลึกลับดึงใจให้ก้าวเข้าไป

    เขาโค้งคาราวะคัมภีร์

    “ท่านปรมาจารย์ผู้สูงส่ง ข้าขออนุญาตเรียนรู้วิชาจากคัมภีร์นี้ของท่าน…” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนเอื้อมมือไปหยิบคัมภีร์นั้น

    ขณะมือของเขาสัมผัสปกคัมภีร์ ปราณน้ำหมุนวนรอบตัวพลันนิ่งสงบลงราวกับยอมรับผู้กล้า เสียงซู่ ๆ ของน้ำกลายเป็นท่วงทำนองสงบประหลาด หัวใจของหลินเซียนเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

    ร่างกายเขารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่ มโนจิตของคัมภีร์ โลกภายนอกค่อย ๆ เลือนรางไป เสียงน้ำและแสงเรืองของแมงกระพรุนกลายเป็นเงาเบื้องหลัง

    ทันใดนั้น อักษรเซียนลึกลับหลากหลายพุ่งทะยานออกจากคัมภีร์ เสียงเบา ๆ แต่ชัดเจนดังในจิตใจของหลินเซียน

    "นี่คือ… วิชาม่านวารีพิทักษ์… วิชาป้องกันตัวที่ใช้ปราณน้ำ…"

    ภาพแห่งการเรียนรู้ฉายชัดขึ้นในใจเขา ปราณน้ำหมุนวนรอบร่างกาย ราวกับกลายเป็นเกราะใสที่มองไม่เห็น แต่จับต้องได้ด้วยสัมผัสของจิต

    "ยิ่งเจ้ามีปราณน้ำมากและแข็งแกร่งเพียงใด… เกราะแห่งน้ำนี้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นตาม… สามารถรับการโจมตีได้ 3 ครั้ง"

    หลินเซียนรู้สึกถึง พลังปกป้องที่อบอุ่นและมั่นคง กำลังค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ราวกับกระแสน้ำรอบตัวเขาไม่ใช่เพียงน้ำ แต่เป็นโล่ห์คุ้มครองที่รอเพียงผู้ใช้ที่คู่ควร

    เสียงของอักษรเซียนยังคงกระซิบในใจเขา

    "จำไว้… เกราะนี้ไม่เพียงแต่ปกป้องร่างกาย แต่ยังปกป้องจิตใจของผู้ถือด้วย ใช้ปราณน้ำของเจ้า… รู้จักควบคุม… และฝึกฝนให้แข็งแกร่ง… แล้วเจ้าจะไม่หวาดหวั่นต่ออันตรายใด"

    หลินเซียนยืนนิ่ง มือยังคงสัมผัสปกคัมภีร์ ดวงตาเขาเปล่งประกายแน่วแน่ ข้ามีวิชาป้องกันตัวแล้ว....



    คล้ายกับเรื่องเดินวิถีเซียน (Water Qi immortal) ที่คุณอ่าน