6.00 น. ณ ป่าก่อนพื้นที่ยุทธศาสตร์ แนวป่าที่หนาแน่นและอุดมสมบูรณ์พื้นที่บริเวณนี้เป็ป่าหน้าทึบที่ยากต่อการเคลื่อนที่เป็อย่างมาก แต่ตอนนี้ได้มีกลุ่มคนกำลังพยายามเดินเข้าไปในผืนป่าอันอุดมพวกเขาต่างเดินไปอย่างเงียบเชียบแต่แล้วทันใดนั้นเองก็มีลูกธนูยิงไปทางพวกเขา พวกเขาบางคนต่างพากันย่อตัวหลบลูกธนูที่ยิงมาจากทุกทิศทาง แต่ก็มีคนส่วนใหญ่ที่ยืนอย่างไม่สะท้านโดยเฉพาะชายผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้าชายคนนั้นมีรูปร่างสมส่วนและไม่มีกล้ามเนื้อมากเกินไป ด้วยลักษณะเด่นของมนุษย์ตระกูลฉิลักที่มีผมสีเทา ปลายผมสีส้มและดวงตาสีฟ้าสุขุมทำให้เขามีความโดยเด่นอย่างมาก เขาคนนั้นยืนอย่างกล้าหาร เขาเปล่งเสียงดังออกมา
"กองทหารโล่แปรขบวนป้องกันรอบข้าง นักธนูก้าวขึ้นมาตรงกลาง ปฏิบัติ” เขาเปล่งเสียงดังออกมาแล้วนั้นก็ทำให้กองทหารที่กำลังถูกซุ่มโจมตีสามารถโจมตีจนฝ่ายซุ่มโจมตีต้องล่าถอยไป เมื่อสถานการสงบแล้วเขาก็ออกคำสั่งออกไป
“เดินหน้าต่อไป ” กองทหารเดินต่อไปอย่างเป็ระเบียบหลังจากพวกเขาเดินต่อไปพวกเขาก็ถูกซุ่มโจมตีอย่างหนักหลายครั้งแต่ด้วยความสามารถของกองทหารประจำการและความสามารถในการสั่งการของผู้บัญชาการนั้นทำให้ไม่มีความเสียหายใดๆเกิดขึ้นอย่างหน้าประหลาดเมื่อพวกเขาเดินผ่านป่ามาได้พวกเขาก็พบเข้ากับป้อมปราการขนาดกลางที่ตั้งอยู่บนเนินและตอนนี้พวกก็อบลินก็ได้เข้าประจำที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อมองไปยังศัตรูหลายคนต่างกระตือรือรนที่จะเข้าไปโจมตีและหลายคนต่างหวาดกลัวเนื่องจากภูมิประเทศของสัตรูเป็ต่อ จากนั้นพวกเขาก็ทำการจัดรูปขบวนใหม่เป็รูปขบวนตั้งรับเพื่อรักษาแนวให้กำลังส่วนที่เหลือที่กำลังจะมาถึง เมื่อการจัดรูปบวนวางแนวป้องกันเสร็จแล้วนั้น ผู้บัญชาการก็สั่งให้กำลังส่วนที่เหลือลงมายังจุดที่ตั้งค่าสัญญาณโดยเครื่องส่งสัญญาณ
“ส่วนที่เหลือลงมายังพื้นที่ที่กำหนดได้” ทันใดนั้นเองก็มีดรอปพอทที่ถูกส่งด้วยกระบวนการ falling down ความเร็วระดับไฮเปอร์กระบวนการที่มีความรวดเร็วและแม่นยำมากทำให้ดรอปพอทที่ตอนนี้บรรทุกรถถังขนาดกลางสองคนเข้ามาถึงจุดหมายด้วยเวลาไม่ถึงนาที หลังจากรถถังเข้าประจำที่เสร็จแล้วก็ได้เปิดฉากโจมตีใส่ป้อมของข้าศึกอย่างต่อเนื่อง
“กองร้อยเวทย์มนต์ของอาณาจักรเปิดการใช้โล่สนามพลัง” ผู้บัญชาการสั่งผ่านเครื่องส่งสัญญาณของเขา
“กองหน้าเดินไปข้างหน้า 1 กิโลเมตรแล้วหยุดที่พิกัด …. ”
เมื่อกองหน้าเดินไปได้ซักพักกองหลังก็ค่อยๆเดินตามไป ในกองหน้าขณะนี้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเอื่อยๆเหมือนเดินในสวนดอกไม้ก็ไม่ปาน
“ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องเกร็ง” เรกิสกล่าวกับสมาชิคกองร้อยของเธอเนื่องจากตอนนี้แต่ละคนหน้าซีดเป็ไก่ต้ม
“เชื่อมือผู้บัญชาการซีซ่าได้เลย การสั่งการของเขานี้อย่างเทพ เห็นมะตอนในป่าอะนะ ผู้บัญชาการสั่งให้พวกเราอยู่ข้างหลังพวกเธอเลยไม่โดนยิงไส้ไหลเลยเห็นมะ ” เธอพูดพลางมองไปสมาชิกกองร้อย ก่อนที่เธอจะสะดุดตาเข้ากับชายคนหนึ่งที่ไม่มีท่าทีหวาดกลัวมากนัก
“เธอคนนั้นนะ เธอชื่ออะไร” เรกิสชี้ไปยังชายคนหนึ่งที่อยู่ขวาสุดด้านหลัง
“ผะ ผมหรอ ”
“ใช่ ใช่ นายนั้นแหละ”
“เอ ครับ”
“เอ เธอเยี่ยมมากขึ้นมาข้างหน้าเร็ว”
“คะ ครับ” พูดแล้วเอก็เดินขึ้นไปด้านหน้า และเรกิสก็ให้เขาเข้าไปแทนที่คนที่อยู่ข้างหลังเธอ
“เยี่ยม”เธอยิ้มอย่างดีใจก่อนที่จะเดินทอดน่องต่อไป ถึงเธอจะมีลักษณะการเดินที่เนิบนาบแต่ความเร็วของเธอกลับมากกว่าพวกที่กำลังเดินเร็วอย่างพวกทหารหรือไม่ก็นักพจนภัยที่บางคนกำลังสับตีนแตกเนื่องจากพวกเขาไม่ค่อยได้ออกกำลังกายซึ่งก็เป็ลักษณะพิเศษของเกมนี้ ถึงแม้ว่าทุกคนจะมีเกทความอดทนร้อยเปอร์เซ็นเหมือนกันแต่ความเร็วในการลดลงนั้นต่างกัน ในขณะที่พวกเขาเดินขึ้นเนินอยู่นั้นรถถังก็ทำการยิงถล่มฐานที่มั่นของศัตรูอย่างต่อเนื่อง เอซึ่งตอนนี้อยู่แถวหน้าสุดได้เห็นควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากป้อมของศัตรูแต่เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลอยู่ในป้อมปราการแห่งนั้นและก็มีอีกหลายคนที่รู้สึกเหมือนกัน
“ทำไมพวกมันไม่ตอบโต้ ตามสายข่าวบอกว่าพวกมันมีปืนใหญ่อยู่ไม่ใช่หรือ หรือว่า….” ผู้บัญชาการซีซ่าได้คิดในใจ