ตอนที่ 33 ความสัมพันธ์ระหว่างเอลฟ์กับมนุษย์
เรื่อง ราชาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
ทั้งสองอยู่ที่หมู่บ้านเอลฟ์มาได้หนึ่งวันแล้ว ทั้งสองกำลังเฝ้ารอให้เกิดแสงสีขาวอีกครั้ง
โดยผู้นำของเหล่าเอลฟ์บอกว่า แสงสีขาวจะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
แม็กม่ามายื่นดูต้นไม้สีขาวที่ผู้นำของเอลฟ์บอกว่าแสงสีขาวจะถูกปล่อยออกมาจากต้นไม้นี้
“เอลฟ์ที่นี่ มีแค่เอลฟ์เผ่าเดียวงั้นเหรอ” แม็กม่าสงสัยเรื่องของเหล่าเอลฟ์
ในหมู่บ้านเอลฟ์แม็กม่าเห็นแค่เอลฟ์จากเผ่าเดียวเท่านั้น ปกติเอลฟ์ที่แม็กม่ารู้จัก
จะมีการติดต่อกันบ่อยครั้งและมีการเดินทางไปมาหาสู่กันด้วย
แต่ในหมู่บ้านนี้มีแค่เอลฟ์เผ่าเดียวเท่านั้น ทำให้แม็กม่ารู้สึกแปลกๆ กับเรื่องนี้
“มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ เห็นนายมองซ้ายมองขวาอยู่คนเดียว”
เอลฟ์สาวคนเดิมที่พบกันในป่าเข้ามาถามอาการแม็กม่าที่มองไปรอบๆ หมู่บ้าน
“พวกเธอไม่ติดต่อกับเอลฟ์เผ่าอื่นบ้างเลยเหรอ” แม็กม่าบอกสิ่งที่กำลังคิดอยู่
“พวกเราไม่ได้ติดต่อกันตั้งนานแล้วละ ฉันก็ไม่รู้เหตุผลหรอก” เอลฟ์สาวตอบกลับ
“จริงสิ ฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลย ฉันชื่อแม็กม่า” แม็กม่าแนะนำตัวกับเอลฟ์สาว
“อาเรเรี่ยน เรียกว่า เรย์ก็ได้” เอลฟ์สาวแนะนำตัว
แม็กม่าบอกว่าอยากจะไปคุยกับผู้นำของเอลฟ์และขอให้ เรย์พาเขาไปหาผู้นำเอลฟ์
“ขออนุญาตค่า” เรย์พาแม็กม่ามาถึงบ้านของผู้นำเอลฟ์
“มีอะไรงั้นเหรอ เจ้าหนุ่ม” ผู้นำเอลฟ์กำลังรดน้ำดอกไม้อยู่
“แค่อยากจะมาเตือนนะครับ” แม็กม่าบอกกับผู้นำเอลฟ์ถึงเรื่องที่เขามาหา
“เตือนงั้นเหรอ เตือนเรื่องอะไร” ผู้นำเอลฟ์สงสัยที่เห็นท่าทีแปลกๆ ของแม็กม่า
“ถ้าพวกคุณยังอยู่แบบนี้ สักวันเมื่อสงครามมาถึงหมู่บ้านนี้ พวกคุณจะไม่มีอะไรสู้เลยนะ
และนั้นก็จะเป็นจุดจบของเผ่าพันธุ์ ผมแนะนำว่าให้พวกคุณเริ่มติดต่อกับเอลฟ์เผ่าอื่นได้แล้ว”
แม็กม่าเตือนถึงเรื่องในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น เขาเคยเห็นมันมาแล้ว
ในโลกปีศาจ เหล่าเอลฟ์ไม่ได้เข้าร่วมกับกองทัพปีศาจตั้งแต่แรก พวกเขากระจายกันอยู่
ทำให้กองทัพปีศาจบุกเข้ายึดหมู่บ้านเอลฟ์ได้โดยง่าย หลังจากแม็กม่าขึ้นเป็นราชาปีศาจ
เขาก็รวมเอลฟ์จากเผ่าต่างๆ ให้รวมกันเป็นหนึ่ง กองทัพของเอลฟ์แข็งแกร่ง
เป็นอันดับหนึ่งในกองทัพปีศาจ แม้จำนวนจะน้อยกว่าแต่ฝีมือการสู้รบของเอลฟ์นั้นยอดเยี่ยมมาก
แม้แต่กองทัพปีศาจก็ยากจะต่อกรด้วย เมื่อเอลฟ์ทุกเผ่ารวมตัวกัน
“งั้นเราขอถามเจ้าเรื่องหนึ่ง ทำไมถึงรู้เรื่องของเผ่าเอลฟ์มากขนาดนี้”
ผู้นำเอลฟ์สงสัยในตัวของชายหนุ่มที่รู้แทบทุกเรื่องเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ของพวกเขา
แม็กม่าเล่าย้อนอดีตในช่วงที่เขากำลังสร้างความสัมพันธ์ของเผ่าเอลฟ์กับเผ่าเอลฟ์ด้วยกัน
ในช่วงที่เขาพึ่งขึ้นเป็นราชาปีศาจได้ใหม่ๆ ในเวลานั้นแม็กม่ามีโอกาสศึกษาเผ่าเอลฟ์โดยละเอียด
ทำให้รู้ข้อมูลของเผ่าเอลฟ์จำนวนมากและทั้งข้อมูลเบื้องลึกที่ได้จากเจ้าหญิงเอลฟ์ที่อยู่ในฮาเร็ม
“ฉันเองก็อยากให้เผ่าอื่นมาอยู่ด้วยนะคะ สงครามของพวกมนุษย์ในแดนอื่นก็เริ่มรุนแรงขึ้น
และขยายมายังอาณาจักรใกล้ๆ กับป่าของพวกเราอีก”
เองฟ์สาวอย่างเรย์ ก็อยากให้เอลฟ์เผ่าอื่นมารวมกันเป็นหนึ่ง
“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก พวกเราไม่ได้คุยกันนานมาก เกือบจะร้อยปีแล้ว
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะยอมรับด้วยหรือเปล่าที่จะมาอยู่รวมกัน” ผู้นำเอลฟ์พูดอย่างหมดหวัง
“ให้ผมไปคุยแทนไหมครับ ผมเคยทำได้มาก่อน ให้ทำอีกครั้งก็คงไม่ยากหรอก”
แม็กม่าเสนอตัวจะช่วย เพราะไม่มีอะไรให้ทำจนกว่าจะถึงเวลาที่แสงสีขาวจะปรากฏ
“ฉันก็จะไปด้วยค่ะ อนุญาตให้พวกเราไปเถอะนะคะ ท่านผู้นำ” เอลฟ์สาวขอร้องผู้นำเอลฟ์
“ก็ได้ ฉันจะให้แผนที่ที่เผ่าอื่นทิ้งเอาไว้ให้เมื่อนานมาแล้ว”
ผู้นำเอลฟ์เข้าไปหยิบแผนที่เก่าๆ เอามาให้ทั้งสองได้ดู ในแผนที่มีสองจุดที่เอลฟ์เผ่าอื่นอยู่
และยังมีตราของเผ่าเอลฟ์ให้ทั้งสองติดตัวไปด้วย ทั้งสองกำลังจะออกเดินทาง
“คิดจะไปไม่ชวนกันเลยหรือไง” เจ้าหญิงขอตามไปด้วย
“คิดว่ายังงอลเป็นเด็กอยู่ซะอีก” แม็กม่าแซวเจ้าหญิงที่งอลเขาเมื่อวาน
“เจ้าบ้า ฉันไม่ใช่เด็กซะหน่อย” อารมณ์เจ้าหญิงกลับมาเป็นปกติ
“พวกเธอเป็นคู่รักกันงั้นเหรอ” เอลฟ์สาวถามทั้งสองที่ดูสนิทสนมกันดี
ทั้งสามได้เกินออกจากตรงไปยังหมู่บ้านเองฟ์เผ่าอื่น
“ไม่ใช่!!!” เจ้าหญิงรีบปฏิเสธ
“งั้นเหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นแม็กม่าก็ยังว่างนะสิ” เอลฟ์สาวตอบกลับ
“ก็คงงั้นและ” แม็กม่าไม่ได้ปฏิเสธเรื่องที่เอลฟ์สาวพูด
ทั้งสามเดินออกจากเขตป่ามาถึงภูเขาใกล้ๆ บนยอดภูเขาลูกนี้มีหมูบ้านเอลฟ์ที่ใกล้ที่สุดตั้งอยู่
เอลฟ์สาวบอกให้อ้อมไปอีกทาง เนื่องจากทางขึ้นหลักมีสัตว์ประหลาดคอยดักเล่นงานอยู่
แต่แม็กม่าไม่อยากจะเสียเวลาให้มาก จึงบอกให้เดินไปตามทางหลักจะดีกว่า
เพราะเขาไม่รู้ว่าแสงสีขาวจะโผล่ออกมาเร็วกว่าที่คิดไหม จึงไม่อยากจะเสียเวลาการเดินทาง
“นายแน่ใจเหรอที่จะเดินไปตรง ถึงพวกสัตว์ประหลาดจะไม่เก่งมาก แต่มันก็มีกันเยอะนะ”
เอลฟ์สาวดูกังวลเล็กน้อยเรื่องจำนวนของสัตว์ประหลาด
“เอาน่า ไม่ต้องกลัวหรอก จากที่ฉันดูพวกมันมีไม่เกินร้อยตัวหรอกที่ดักโจมตีอยู่”
แม็กม่าชี้ไปทางแนวป่าของภูเขาที่มอนเตอร์คอยดักคนเดินทางอยู่
“ร้อยตัวมันก็ไม่น้อยนะ” เจ้าหญิงเตรียมพร้อมจะสู้กับสัตว์ประหลาด
ในปราสาท โคเลสผู้เป็นอาจารย์สอนเรื่องการป้องกันตัวให้เจ้าหญิง
เธอจึงสามารถป้องกันตัวเองได้โดยไม่เป็นตัวถ่วงทั้งสองคน หลังจากผ่านฝูงสัตว์ประหลาดมาได้
ก็เดินต่อมาอีกไม่ไกลมากนัก ก็ถึงเขตของเอลฟ์อีกเผ่า มีคนของเผ่าดาร์กเอลฟ์เข้ามาหาทั้งสาม
“มานี่ต้องการอะไร” ดาร์กเอลฟ์สองคนถามทั้งสามที่มาบนภูเขาของพวกเขา
“ฉันมาจากเผ่า ‘high born’ พวกเรามาคุยกับผู้นำของพวกเจ้า” เรย์ เอลฟ์สาวตอบกลับ
พร้อมยื่นตราของผู้นำเผ่าให้ดาร์กเอลฟ์ดู ดาร์กเอลฟ์จึงพาทั้งสามไปที่ในหมู่บ้าน
ดาร์กเอลฟ์ที่อยู่บนภูเขานั้นอาศัยอยู่ในถ้ำขนาดใหญ่ที่ถูกขุดเป็นห้องเพื่ออยู่อาศัย
ด้านในดูกว้างขวางและสะอาดสะอ้านกว่าที่เห็นด้านนอกมาก
เผ่าดาร์กเอลฟ์ อนุญาตให้เรย์ที่เอลฟ์ด้วยกันเข้าไปคุยกับผู้นำของเผ่าดาร์กเอลฟ์เท่านั้น
โดยให้แม็กม่าและเจ้าหญิงรออยู่ด้านนอก ไม่นานเรย์ก็ออกมาพร้อมอาการดีใจสุดขีด
เธอบอกทั้งสองว่า ผู้นำของเผ่าดาร์กเอลฟ์จะยอมไปคุยด้วยหลังจากเอลฟ์อีกเผ่ายอมตกลง
จุดหมายต่อไปก็คือ แม่น้ำสายใหญ่ที่ตัดผ่านทวีป มันอยู่ไม่ไกลนักอยู่ตีนเขาอีกฝั่ง
หลังจากพักผ่อนได้หนึ่งคืนบนภูเขาของเหล่าดาร์กเอลฟ์ ทั้งสามก็ออกเดินทางต่อ
แม็กม่าเสนอให้เดินไปยังแม่น้ำสายเล็กที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำสายใหญ่
พวกเขาสามารถสร้างแพเพื่อลอยไปตามและหมู่บ้านของเอลฟ์อีกฝั่งอยู่ริมแม่น้ำ
“นายสร้างแพได้งั้นเหรอ” เอลฟ์สาวถามแม็กม่าที่เสนอวิธีให้ลอยไปตามน้ำ
“เธอมีเชือกไม่ใช่หรือไง ไม่ยากหรอก แค่เอาไม้มามัดรวมกัน”
แม็กม่าหยิบเชือกจากกระเป๋าของเอลฟ์สาว แต่เจ้าหญิงไม่เห็นด้วยและบอกให้เดินไปดีกว่า
“เดินไปไม่ดีกว่าเหรอ” เจ้าหญิงมีอาการกลัวเล็กน้อย
“ว่ายน้ำไม่เป็นสินะ” แม็กม่าเหมือนจะรู้ว่าเจ้าหญิงกลัวน้ำเพราะว่ายน้ำไม่เป็น
“ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย” เจ้าหญิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว
“ถ้างั้นก็ขึ้นแพเลย” แพถูกสร้างเสร็จแล้ว แม็กม่าให้เจ้าหญิงขึ้นไปก่อน
แต่เธอก็ดันให้แม็กม่าขึ้นไปก่อนและเธอค่อยตามขึ้นไป ทั้งสามลอยตามน้ำมาจนถึงหมู่บ้าน
แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็คือกองทัพสัตว์ประหลาดที่ถูกควบคุมโดยมนุษย์
กำลังข้ามน้ำเพื่อบุกโจมตีหมู่บ้านของเอลฟ์ เอลฟ์สาวรีบขึ้นฝั่งและเข้าไปช่วย
แม็กม่าสั่งให้เจ้าหญิงไปช่วยคนในหมู่บ้านกับเอลฟ์สาว เขาจะไปจัดการฝูงสัตว์ประหลาด
ในช่วงแรกคนในหมู่บ้านเอลฟ์ไม่เชื่อใจเจ้าหญิงที่เป็นมนุษย์ แต่ก็ได้เอลฟ์สาวมาอธิบายให้
หลังจากจัดการฝูงสัตว์ประหลาดได้ แม็กม่าก็เห็นกองทัพของสองอาณาจักรกำลังสู้กัน
เขาได้เค้นข้อมูลจากคนที่ให้ฝูงสัตว์ประหลาดเข้ามาบุกหมู่บ้านเอลฟ์
“เราเป็นทหารจากแดนเหนือ กำลังบุกยืดที่ของพวกที่อยู่แดนใต้
หัวหน้าสั่งให้มาจับเอลฟ์ที่อยู่ในพื้นไปช่วยออกรบ เพราะพวกนี้มีฝีมือ”
พวกทหารโดนพลังแม็กม่าสะกดจิตให้พูด
แม็กม่าจึงนำเรื่องนี้ไปบอกเอลฟ์สาวและพาเอลฟ์จากเผ่า “spirit” ไปยังภูเขาของดาร์กเอลฟ์
การเดินค่อนข้างลำบาก เอลฟ์สาวนำหน้าไปบอกเรื่องให้เหล่าดาร์กเอลฟ์ทราบ
พวกเขาได้ส่งคนมาช่วยอพยพเอลฟ์ของเผ่าspirit ไม่นานก็ถึงถ้ำของดาร์กเอลฟ์
ผู้นำทั้งสองได้คุยกันและตกลงจะไปที่ป่าของเผ่า ‘high born’ โดยให้เวลาพักเหนื่อย1วัน
“ขอบใจที่ช่วยนะ” เอลฟ์สาวพูดกับแม็กม่าและเจ้าหญิงที่ค่อยช่วยเหลือเธอ
และเธอก็ทำสิ่งที่ไม่คาดคิด หนึ่งจูบจากเอลฟ์ถูกมอบให้แม็กม่า
ทำให้เจ้าหญิงเลือดร้อนขึ้นมาในทันที เธอจึงเดินหนีออกไปนั่งนอกถ้ำ
“เจ้าหญิงงอลอะไรงั้นเหรอ” เอลฟ์สาวถามแม็กม่าที่อยู่กับเจ้าหญิงมาตั้งแต่แรก
“งอลฉันมั่ง ไม่รู้สิ” แม็กม่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าหญิงงอลเรื่องอะไร
“มานี่สิ มาทำให้เธองอลมากกว่านี่ดีกว่า”
เอลฟ์สาวลากแม็กม่าเข้าไปในห้องที่ดาร์กเอลฟ์เตรียมไว้ให้
หลังจากนั่งอยู่ด้านนอกสักพักฝนก็ตกลงมา เจ้าหญิงจึงเดินกลับเข้ามาด้านใน
เธอเดินเข้าไปในห้องที่ดาร์กเอลฟ์เตรียมไว้ให้ โดยที่ดาร์กเอลฟ์คิดว่าทั้งสามเดินทางมาด้วยกัน
จึงคิดว่านอนด้วยกันได้ จึงเตรียมที่นอนสามที่ให้ห้องเดียวกัน
เจ้าหญิงเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเอลฟ์สาวกำลังสนุกอยู่กับแม็กม่าบนเตียง