ลมหนาวพัดผ่านแนวไม้เบื้องหน้าใบไม้สีเขียวเข้มพลิ้วไหวเบา ๆ อย่างสงบ แต่ภายใต้ความนิ่งเงียบนั้น
กลับมีบางสิ่งบางอย่าง...กำลังรอคอยกลุ่มของเซียฉินเคลื่อนตัวออกจากชายป่าอย่างระมัดระวัง
ทั้งห้าคนรวมตัวกันแน่นหนาหลี่เหยินเดินนำหน้า เซียฉินอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยหงเทียนและฉู่เหยียน
ส่วนไป๋อี้หานที่วันนี้กลับมาร่วมกลุ่มเดินปิดท้ายสายตากวาดมองเงาไม้โดยรอบไม่ละสาย
"แถวนี้เงียบเกินไป"ไป๋อี้หานพูดเสียงเบา
"สัตว์อสูรธาตุวิญญาณมันระวังตัวสูงอยู่แล้ว"
เซียฉินตอบพลางหยิบขวดโอสถออกมาตรวจเช็ค "แต่ข้าก็ไม่ชอบความเงียบแบบนี้..."
หงเทียนเอียงคอฟังเสียงลมเบา ๆแล้วจับด้ามหอกแน่น "ไม่ชอบก็แปลว่า 'มีปัญหา' แน่ ๆ แฮะ?"
เซี๊ยะ! เสียงลั่นเบา ๆดังจากกิ่งไม้ด้านซ้าย ก่อนที่ร่างดำพุ่งออกจากเงาไม้ราวกับลูกธนูศร
เสียงร้องของสัตว์อสูรดังตามมา
"ซ้ายบน!"ไป๋อี้หานตะโกน เตือนพร้อมเหวี่ยงกระบี่ออกป้องกัน
อสูรหน้าตาคล้ายลิงเกล็ดหินกระโจนจากต้นไม้พุ่งเข้ามาหากลุ่มอย่างแม่นยำ
เซียฉินโยนโอสถหนึ่งขวดใส่มันกลางอากาศ
ควันสีเขียวอมม่วงระเบิดออกกระจายรอบบริเวณกลิ่นฉุนแผ่ไปทั่วลำคอ
สัตว์อสูรสะดุดกลางอากาศแล้วร่วงลงพื้นมันพยายามขยับแต่ขากลับอ่อนแรง
ก่อนที่ฉู่เหยียนจะแทงหอกเข้าตรงบ่าอย่างแม่นยำปักร่างมันติดกับดิน
“ไม่ใช่แค่เราที่มาป่านี้…”หลี่เหยินเอ่ยขณะกวาดสายตารอบตัว
“มีคนส่งมันมาล่อ”ไป๋อี้หานเสริม สายตาหลุบต่ำเหมือนคิดอะไรบางอย่าง
ทันใดนั้นเสียงกระบี่ปะทะกันก็ดังขึ้นจากแนวไม้ด้านหลัง — แช้งงงง!
ชายชุดคลุมดำห้าคนพุ่งออกมาจากเงาไม้กระจายกันล้อมกลุ่มพระเอกไว้ทันที
“ขออภัย… แต่วันนี้พวกเจ้าอาจไม่ได้กลับพร้อมกันทุกคน”
เสียงหนึ่งดังจากชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดใบหน้าเย้ยหยัน ดวงตาเรียวแคบเหมือนเหยี่ยว
“คนของหยูซ่ง…”หงเทียนกัดฟันต่ำ
“หึ ก็ใช่น่ะสิใครบอกว่าเขาจะสู้กับพวกเจ้าตรง ๆ ล่ะ?”
ฉู่เหยียนหมุนหอกในมืออย่างช้า ๆ"พวกเจ้าคิดจะดักฆ่าในป่าสำนัก? ไม่กลัวถูกลงโทษหรือไง?"
“หากไม่มีพยาน...ใครจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?”ชายชุดดำยิ้ม
ไป๋อี้หานขยับกายเบา ๆก้าวขึ้นข้างเซียฉิน “ดูเหมือนข้าเลือกไม่ผิด ที่ตามมาวันนี้”
เซียฉินยื่นขวดโอสถให้เพื่อนคนละขวด"หายใจลึก ๆ ก่อนจะเปิดใช้ — อย่าให้พิษย้อนเข้าไปในจมูกเอง"
ศัตรูไม่รอให้พวกเขาวางแผน —โจมตีทันที!
เสียงอาวุธฟาดฟันดังขึ้นท่ามกลางหมอกเบาๆ ของควันโอสถ
หงเทียนปะทะชายร่างยักษ์ที่ใช้ดาบโค้งเขาใช้แรงและความเร็วเข้าปะทะตรง ๆ
กระแทกเข้ากับดาบจนเกิดเสียงโลหะหักหอกในมือหมุนทะลวงเข้าท้องเป้าหมาย
ฉู่เหยียนเบี่ยงตัวหลบกระบี่คู่จากด้านข้างใช้ท่วงท่ารวดเร็วสวนกลับเป็นเส้นเฉียง
บาดแขนศัตรูแตกเป็นแผลลึก
หลี่เหยินใช้พลังปราณน้ำเสริมเกราะให้เพื่อนๆ และคอยหยุดเลือดจากแผล
ส่วนไป๋อี้หาน…แทบไม่ออกเสียงกระบี่ในมือของเขาเคลื่อนไหวเร็วราวกับเงา
พริบตาเดียวก็ปัดป้องสองจุดโจมตีจากด้านหลังราวกับรู้ล่วงหน้า
เซียฉินเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำไม่เน้นโจมตีตรง แต่เลือกจังหวะขว้างโอสถพิษเฉพาะทาง
เข้าใส่คู่ต่อสู้ทีละขวดทีละทาง จนเกิดม่านพิษกระจายเป็นชั้นรอบตัว
แต่ศัตรูไม่ได้มากันแค่ 5 คน
เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นจากแนวป่าอีกฝั่งชายคนหนึ่งเดินออกมาช้า ๆ
สวมชุดฝึกแบบศิษย์ภายใน ดวงตาคมกริบมือถือกระบี่สีแดงเข้มที่ปลายแฝงกลิ่นปราณไฟ
“ข้าชื่อ หยูจวิน…พี่ชายของหยูซ่ง”
เสียงของเขาเหมือนลมเย็นปะทะใบหู
“ข้าจะดูว่าคนที่ทำให้เส้นทางของน้องข้าสะดุด… เจ๋งจริงแค่ไหน”
เขาก้าวเข้ามาทีละก้าวทุกย่างก้าวเหมือนเปลวไฟแผดเผาพื้นดิน เสียงปราณสั่นสะเทือนเล็กน้อยในอากาศ
เซียฉินรู้ทันทีว่าพลังของชายผู้นี้...เกินกว่าพวกเขาจะประมือแบบตรง ๆ ได้
“ทุกคน เตรียมถอยพร้อมกันหากจังหวะไม่ดีอย่าแยก!” เซียฉินกระซิบ
หงเทียนกลับยิ้ม “ก็แค่ลองดูว่าคนที่เก่งกว่าพวกเราจะกันโอสถของเซียฉินได้หรือเปล่า”
“ข้าไม่เก่งเรื่องหลบ…แต่เก่งเรื่องลุย”
หงเทียนพุ่งออกไปก่อนพร้อมหมุนหอกเข้าหายอดฝีมือเบื้องหน้า
หยูจวินไม่ได้ขยับแม้แต่น้อยเขาเพียงยกกระบี่ขึ้นรับการโจมตีของหงเทียนด้วยมือเดียว
ปังงง!! เสียงพลังกระทบกันดังก้องหงเทียนกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว เท้ายันพื้นฝุ่นฟุ้ง
“เร็วเกินไป!”ฉู่เหยียนขมวดคิ้วก่อนพุ่งเข้าประสานโจมตีด้านข้าง
ไป๋อี้หานเคลื่อนไหวตามอย่างไร้เสียงทุกคนประสานท่าเข้าหาชายผู้นั้นในพริบตาเดียว
แต่ทุกกระบี่ ทุกหอกกลับถูกหยุดด้วยปลายกระบี่สีแดงเพียงเล่มเดียว
“ยังไม่พอ...พวกเจ้ายังไม่พอ” หยูจวินกล่าวเรียบ ๆ
โอสถของเซียฉินเริ่มลอยในอากาศ ม่านพิษถูกคลายออกช้าๆ
แต่ทันทีที่หยดพิษแรกกระทบกับปราณของหยูจวินมันสลายหายไปทันที!
ปราณไฟของเขาเผาทุกสิ่งที่เข้าใกล้โดยไม่แตะต้องร่างแม้แต่น้อย
“แย่แล้ว...”เซียฉินกัดฟัน
เขายังมีแผนสำรองแต่เวลานี้...ไม่มีทางใช้งานได้ง่าย