ตอนที่ 28
“ขออีกรอบครับ” ไม่ทราบว่าฝนไปสะกิดโดนต่อมความตื่นเต้นของยูหรือเปล่า ภาพที่จูนได้เห็นหลังจากเดินทางตามมายังสนามฝึกก็กลายเป็น ยู และพี่ฝน กำลังประลองกันอย่างจริงจังไปเสียแล้ว แม้ยูจะตามความเร็วของพี่ฝนไม่ทันแต่เขาก็พยายามใช้ดวงตาที่สามของเขามองการเคลื่อนไหวของพี่ฝนอย่างตั้งใจเพื่อจะหาโอกาสตอบโต้ให้ได้สักครั้งก็ยังดี
“แบบนี้ไม่ได้หรอก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนคิดจะลดความเร็วพี่หรอกนะ” ทันทีที่เริ่มการประลองใหม่ ยูก็ง้างคันธนูก่อนจะปล่อยลูกศรปักลงพื้นและเปลี่ยนให้มันกลายเป็นรากไม้พุ่งเข้าใส่ขาของพี่ฝนเพื่อหยุดความเร็วของเธอให้ได้ แต่น่าเสียดายที่สกิลระดับนี้ทำอะไรพี่ฝนไม่ได้เลย แค่พี่ฝนวาดดาบเบาๆก็ทำลายมนตร์ของยูได้แล้ว
“...” ยูที่กำลังหายใจหอบเพราะใช้มานาไปไม่น้อยหยิบลูกธนูขึ้นมาก่อนจะเริ่มร่ายคาถาลงไปจนลูกธนูในมือเกิดลวดลายคล้ายเกล็ดงูขึ้นมา ทว่า…
เคร๊ง!!
ยูเพิ่งจะปล่อยนิ้วออกจากลูกศรดาบของพี่ฝนก็ฟันลูกธนูทิ้งไปแล้วทั้งๆที่ลูกศรนาคราชนั่นบีบอัดมานาเข้าไปไม่ใช่น้อยๆ ต่อให้เป็นกรงเล็บสัตว์อสูรตัวใหญ่ยักษ์ก็ยังยิงทะลุได้ไม่ยาก แต่มันกลับโดนฟันทิ้งได้ง่ายๆอย่างกับธนูธรรมดาเนี่ยนะ
“ไม่ไหว ทั้งๆที่พี่ฝนออมมือให้แล้วก็ยังตามความเร็วของพี่ไม่ทันเลย” ยูทิ้งตัวลงนั่งเพราะมานาเกือบจะหมดอยู่แล้ว ไม่นึกเลยว่าจะมีคนที่ต่อให้เขาใช้พลังทั้งหมดก็ยังไม่พบเจอหนทางจะตีเสมอเสียด้วยซ้ำ ไม่สิ… เขายังทำให้พี่ฝนใช้สกิลออกมาไม่ได้เลยสักสกิลเลยนี่นา
“ไม่หรอก แค่รับมือพี่ฝนได้ขนาดนี้ก็เก่งมากแล้ว แม้แต่พี่ยังตามความเร็วพี่ฝนไม่ทันเลย” จูนที่ดูอยู่ข้างๆพอเห็นการประลองจบลงแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาหาน้องชายก่อนจะเรียกเอาน้ำแก้วหนึ่งออกมาให้อย่างรวดเร็ว แม้คำพูดของเธอจะเหมือนคำปลอบใจแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ตั้งแต่พี่ฝนกลายเป็นแม่ทัพซอมบี้ ความสามารถของพี่ฝนก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนน่ากลัว ตอนนี้ความเร็วของพี่ฝนสูงกว่าจูนที่เป็นราชินีเสียอีก เรียกได้ว่าแม้แต่วิสต้าที่เคยได้ชื่อว่าเป็นพลทหารซอมบี้ที่เร็วที่สุดของจูนก็ยังขอยอมแพ้เลย
“แสดงว่าพี่ยังตามความเร็วของพี่ฝนได้นะสิ ตกลงพวกพี่เป็นบอสของเกทแรงค์บีจริงๆเหรอ” ยูดื่มน้ำก่อนจะเหล่มองพวกพี่สาวด้วยท่าทีจับผิด การต่อสู้เมื่อครู่ตัวยูเอาจริงมาตั้งแต่ขอประลองซ้ำครั้งแรกแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือตัวเขาทำอะไรพี่ฝนไม่ได้เลยจนพี่ฝนต้องออมมือให้อย่างที่เห็น หากพี่ฝนไม่ได้พูดคุยอย่างเป็นมิตรแต่กลับหันปลายดาบเข้าใส่เขาเพื่อหวังจะสังหาร ตัวเขาก็คงทำอะไรไม่ได้และตายไปในพริบตาเดียวแน่ๆ และนั่นก็หมายถึงตัวเขาที่เป็นฮันเตอร์แรงค์ S เชียวนะ แม้จะเป็นฮันเตอร์แรงค์ S อายุน้อยที่สุดแต่ระดับฝีมือที่ถูกจัดอันดับเอาไว้ตัวเขาก็อยู่ใน 10 อันดับแรกเลยนะ หากพี่ฝนเจอเข้ากับฮันเตอร์แรงค์ B หรือ A ที่จะรับหน้าที่โจมตีเกทแรงค์ B รับรองว่าพวกเขาไม่มีทางทำอะไรได้แน่ๆ
“อ่า…ความจริงพี่โกงระดับของเกทนิดหน่อย ก็…ถ้าเกทมันระดับสูงเกินไปพี่กลัวว่าคนของโลกจะไม่ยอมฟังพี่นะสิ” จูนหลบสายตาของน้องชายเพราะมีชะงักติดหลังเต็มๆ ขืนไม่เปิดเครื่องจำกัดระดับโลกอีกครั้งมีหวังเกทที่เปิดออกคงกลายเป็นเกทแรงค์สูงมากแน่ๆ
“พี่นี่ทำนักวิจัยร้องไห้ได้เลยนะ” ยูถอนหายใจออกมาก่อนจะเหลือบมองไปทางเหล่าผู้ใช้สนามฝึกร่วมกับพวกเขา เพราะสนามฝึกแห่งนี้เป็นสนามฝึกส่วนตัวของจูนก็เลยมีแต่ซอมบี้ระดับสูงเท่านั้นที่เข้ามาใช้งานได้ แม้พวกเขาจะยังไม่เริ่มฝึกซ้อมกันเพราะเกรงใจยูก็ตามแต่แค่มองเห็นอาวุธที่พวกเขาถืออยู่ในมือก็ทำให้ยูรู้ตัวตั้งนานแล้วว่าระดับของเกทนี้มันผิดพลาดแน่ๆ และข้อมูลที่ยูมองเห็นจากอาวุธพวกนั้นก็ทำให้ยูรู้ทันทีว่าข้อมูลที่พวกเขามีเกี่ยวกับเกทและโลกอีกฝั่งของเกทนั้นยังไม่ใกล้คำว่าสมบูรณ์เลยสักนิด
“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าโลกพร้อมพี่ก็จะแบ่งความรู้ของพี่ให้อยู่แล้ว ตอนนั้นพี่คงทำพวกนักวิจัยปวดหัวกันหมดแน่ๆเลย” จูนหัวเราะก่อนจะนั่งลงข้างๆยูที่ยังคงหายใจหนักๆอยู่เพราะร่างกายยังไม่ฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้เลย ดูเหมือนการใช้ดวงตาที่สามจะกินพลังกายและมานาของยูมาก ยิ่งเป็นสกิลที่ดีเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องจ่ายเพื่อใช้งานเท่านั้นสินะ หรือเธอควรให้ไอเทมเสริมมานาไปด้วย ไม่สิแค่ธนูก็โดนพี่หยกบ่นแล้วถ้าสั่งทำอุปกรณ์ยกชุดให้ยูอีกมีหวังโดนพี่หยกบ่นเพิ่มสามวันสามคืนแน่ๆ
“ถ้าเป็นพวกพี่ จะสู้กับบอสของเกทแรงค์เอสได้หรือเปล่า” อยู่ๆน้ำเสียงของยูก็ดูจริงจังขึ้นมากราวกับเขากำลังคาดหวังจากคำตอบของพวกจูนอยู่เลย
“เห็นแบบนี้พี่เก่งมากเลยนะ แค่บอสแรงค์เอสน่ะสู้ได้อยู่แล้ว หรือต่อให้สู้ไม่ได้พี่ก็มีพวกพ้องทั้งโลกเชียวนะ” จูนยืดอกอย่างมั่นใจ ชัยชนะในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเธอแข็งแกร่งมากกว่าสมัยก่อนหลายเท่า
“ถ้าอย่างนั้น พี่ลองเสนอพวกผู้บัญชาการดูสิว่าพวกพี่จะช่วยสนับสนุนการปิดเกทคุกทองคำให้ ถ้ายื่นเงื่อนไขนี้ไปพวกเขาอาจจะสนใจมากขึ้นก็ได้” แผนการของพวกจูนนั้นเป็นแผนการที่วางขึ้นโดยไม่รู้สถานการณ์ของอีกฝั่งเลยแม้แต่น้อย ในช่วง 20 ปีที่พวกจูนหายไปมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับประเทศไทยตั้งเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเกทเบรคแรงค์ S ที่ถูกเปิดค้างเอาไว้ตรงทางเหนือของประเทศ หรือแม้แต่ภัยจากประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังพยายามลดทอนความสามารถของประเทศอยู่ หากพวกพี่ๆรู้เรื่องนี้คงจะหาทางต่อรองได้มากขึ้นแน่ๆ
“องค์ราชินี แขกของเราไปถึงเหมืองแล้วเจ้าค่ะ” ระหว่างที่ยูกำลังเล่าสถานการณ์คร่าวๆของประเทศให้จูนฟังอยู่นั้น พี่หยกก็เดินเข้ามารายงานว่าพวกหน่วยสำรวจได้ไปถึงเหมืองขุดคริสตัลมานาที่พวกจูนเตรียมเอาไว้ตามแผนแล้ว ตอนนี้พวกเขาน่าจะได้เห็นแล้วว่าเหมืองของโลกนี้นั้นสามารถขุดคริสตัลมานาได้เยอะกว่าที่จูนเสนอไปมาก แม้มันจะเป็นเพียงเหมืองชั้นบนที่จูนจัดเตรียมให้พวกเขาดูก็ตาม
“แล้วที่โรงตีเหล็กกับค่ายทหารล่ะ” จูนมองรูปที่พี่หยกส่งมาให้ก่อนจะสอบถามความคืบหน้าอื่นๆด้วยท่าทีสบายๆ ตอนนี้เรื่องที่ยูเล่าดูน่าตื่นเต้นกว่าเสียอีก
“ตอนนี้พวกเขากำลังหาทางเข้าไปในค่ายทหารอยู่เจ้าค่ะ คงต้องให้เวลาพวกเขาอีกสามถึงสี่วัน ส่วนโรงตีเหล็กก็น่าจะใช้เวลาไม่นานเจ้าค่ะ” การทำงานของเหล่าซอมบี้เป็นไปอย่างมีแบบแผนมากจนแม้แต่ยูยังต้องชื่นชม ตลอดเวลาหลายวันที่เขาแยกออกมาอยู่กับพวกพี่ๆนอกจากจะได้เที่ยวชมเมืองที่พี่สาวเป็นคนสร้างแล้วก็ยังได้ยินการรายงานของพี่หยกตลอดเวลา ท่าทางฝ่ายพี่สาวที่มีเวลาวางแผนมากกว่าจะได้เปรียบในเกมนี้มากกว่าที่เขาคิดเสียอีก
.
.
.
เวลาในการเกิด เกทเบรค ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 1 เดือนขึ้นไปจนถึงครึ่งปีก็มี ทำให้เหล่าผู้บัญชาการตัดสินใจว่าจะต้องตัดสินใจเรื่องเกทแห่งนี้ให้ได้ภายใน 1 เดือนเพื่อไม่ให้เกิดเกทเบรคขึ้นก่อนจะรู้ผล ตลอดเวลา 20 กว่าวันที่ผ่านมาพวกเขาใช้ขนนกที่จูนจัดหาไว้ให้เข้าออกเกทหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อหน่วยงานอื่นหรือการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปในเกทก็ตาม แต่ก็ต้องขอบคุณความทุ่มเทของพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้ข้อสรุปที่จูนกำลังรอคอยเริ่มใกล้เข้ามาทุกที
“นี่เป็นเงื่อนไขที่พวกเราต้องการหลังจากประชุมหารือกันแล้ว พวกเรารู้สึกขอบคุณมากที่ได้รู้ว่าพวกคุณยินดีจะส่งกองกำลังไปช่วยเหลือในพื้นที่คุกทองคำที่กลายเป็นเกทเบรคไปแล้ว แต่เรื่องนั้นก็เอามาทดแทนเรื่องที่พวกคุณปกปิดกำลังพลที่แท้จริงของพวกคุณไม่ได้ หากพวกเราตรวจสอบไม่เจอพวกเราก็คงปล่อยให้กองกำลังของคุณเข้ามาในประเทศโดยไม่รู้ตัวไปแล้วแน่ๆ” ผู้บัญชาการหน่วยธตรฐผู้รับหน้าที่เป็นคนเจรจาถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจเพราะจำนวนคริสตัลมานาที่เป็นภาษีที่จูนเสนอมาถูกเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าเพราะเรื่องกองกำลังและอาวุธที่จูนแอบซ่อนเอาไว้ หากไม่ใช่เพราะพวกเขาแอบสืบรู้จำนวนคริสตัลมานาที่พวกจูนเก็บเกี่ยวได้พวกเขาคงไม่กล้าเพิ่มภาษีขนาดนี้แน่ๆ
“ดะ…ได้ค่ะ พวกเราจะยอมตกลงตามเงื่อนไขที่พวกคุณเสนอมา” สีหน้าลำบากใจของจูนนั้นช่างแสดงได้แนบเนียนทีเดียว ยิ่งตอนที่จูนโดนเปิดโปงว่ามีกองกำลังแอบซ่อนเอาไว้ยิ่งสมจริงกว่าตอนนี้เสียอีก แต่ต้องถือว่าพวกจูนโชคดีมากที่สถานการณ์ภายนอกนั้นลำบากกว่าที่จูนคาดเดาเอาไว้มาก เพราะทันทีที่นายกรัฐมนตรีของประเทศที่เข้ามาร่วมประชุมในรอบหลังทราบว่าพวกจูนจะยอมให้คนของตัวเองเข้าร่วมช่วยเหลือประเทศในด้านต่างๆเขาก็เอนเอียงมาทางพวกจูนแทบจะทันที ดูเหมือนแรงกดดันจากฮันเตอร์จองประเทศอื่นจะหนักมาก
“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันตกลง ในช่วงแรกพวกเราจะปิดเรื่องของพวกคุณเป็นความลับ แล้วค่อยๆหาทางเปิดเผยตัวตนของพวกคุณกับสาธารณะอีกที ระหว่างนี้ที่พวกเรายังเปิดเผยเรื่องของคุณกับสาธารณะไม่ได้พวกเราจะสร้างตัวตนปลอมให้กับคุณและให้คุณเข้าบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ของสมาคมฮันเตอร์ไปก่อน…” ด้วยการประชุมที่ผ่านมาทำให้ขั้นตอนการขอร่วมเป็นสมาชิกของโลกผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้แต่ผู้บัญชาการของหน่วยเวสสุวรรณที่ต่อต้านที่สุดก็ยังไม่ได้ออกปากอะไรเป็นพิเศษ
“ไม่นึกเลยนะว่าจะมีวันแบบนี้ด้วย พวกเราเข้าห้องประชุมภายในเกทแล้วตกลงรับคนของอีกฝั่งเข้ามาในโลกของเรา ฮะๆ… พวกเราแก่ขนาดนี้แล้วยังมีเรื่องให้ประหลาดใจอีกสินะ” หลังจากการตัดสินจบลง ท่านผู้บัญชาการสูงสุดและผู้ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งถูกส่งออกมาจากเกทด้วยขนนกก็เริ่มถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเพราะพวกเขาเองก็ไม่ทราบแน่ชัดเหมือนกันว่าที่ตัดสินใจไปแบบนี้จะถูกต้องหรือไม่
“ก็ใครจะไปคิดล่ะครับว่าเธอจะมีอาวุธลับแบบนี้ด้วย พอเจอเจ้านี่เข้าไปการตัดสินใจมันก็ง่ายขึ้นเยอะเลย” ท่านนายกรัฐมนตรีหัวเราะออกมาก่อนจะยกกระเป๋าหนังสีดำในมือขึ้นมา ภายในกระเป๋าหนังสีดำนั่นเป็นไอเทมที่จูนยกขึ้นมาเสนอในที่ประชุมตอนที่พวกคนของรัฐบาลเข้ามาและเริ่มคัดค้านหนักขึ้นเรื่อยๆ
“นั่นสิ ใครจะไปคิดว่าจะมีไอเทมที่ใช้ปิดเกทที่กลายเป็นเกทเบรคไปแล้วได้ด้วย ต่อให้พวกเราไม่ต้องใช้กับเกทของเธอพวกเราก็เอาไปใช้กับเกทอื่นได้ บางทีเจ้านี่อาจจะใช้ปิดเกทคุกทองคำได้เลยนะท่าน” ผู้บัญชาการสูงสุดของสมาคมฮันเตอร์หัวเราะออกมาอย่างสบายใจเพราะสิ่งที่จูนเสนอเพื่อให้ทุกคนสบายใจก็คือไอเทมที่ใช้ปิดเกทเบรคนั่นเอง ไอเทมชิ้นนี้เป็นไอเทมที่จูนใช้ช่องโหว่ของระบบหามาอย่างยากลำบากเพราะแต่เดิมมันเป็นไอเทมที่โลกระดับสูงใช้กันเพื่อยกเลิกการเชื่อมต่อของโลกที่อยู่ภายใต้การปกครองของพวกตน โชคดีจริงๆที่ระบบถือว่ามันเป็นไอเทมที่ไม่เกี่ยวกับสมดุลของระดับโลกจูนก็เลยหามันมาได้ชิ้นหนึ่งจากโลกที่เคยทำการซื้อขายกัน และผลลัพธ์จากความยากลำบากก็เห็นผลชัดเจนมาก เพราะทันทีที่เห็นไอเทมชิ้นนี้ท่าทีต่อต้านของสมาคมและรัฐบาลก็อ่อนลงทันที แต่แรกการปล่อยให้เกิดเกทเบรคถือเป็นความเสี่ยงที่พอเกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่พอมีไอเทมชิ้นนี้พวกเขาเลยสามารถปล่อยให้เกิดเกทเบรคได้ก่อนและค่อยมาตัดสินใจว่าจะใช้ไอเทมชิ้นนี้เพื่อปิดเกทของจูนหรือไม่ พอเป็นแบบนั้นการตัดสินใจก็ง่ายดายขึ้นมากจริงๆ
“แต่ถึงจะไม่มีเจ้านี่พวกเราก็คงใจอ่อนกันอยู่ดีนั่นแหล่ะ ก็เธอเล่นตอบคำถามมาแบบนั้นนี่นา” ท่านนายกส่ายหน้าช้าๆก่อนจะหันไปมองทางเกทที่เริ่มจะเปลี่ยนจากสีแดงกลายมาเป็นสีขาวเพราะพวกเขาออกมาจากเกทกันหมดแล้ว ในระหว่างการประชุมมีครั้งหนึ่งที่คนของเขาถามว่าทำไมจูนจะต้องยอมเสียเปรียบขนาดนี้เพื่อจะเปิดเกทค้างเอาไว้ด้วย พอเด็กคนนั้นบอกว่า การกลับบ้านสำหรับเธอมันมีค่ากว่าสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องไปก็ทำเอาคนในห้องประชุมเงียบกันหมดเลย พอเห็นภาพแบบนั้นเข้าไปจะมีใครยังคิดว่าเธอเป็นเพียงมอนสเตอร์ที่ไม่เข้าใจหัวอกของมนุษย์อีกหรือเปล่า…