บทที่ 48
เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า
จากนั้นครีโม่กลับมาให้ความสนใจกับดอกไม้ปีศาจและกลุ่มก้อนละอองพิษที่อยู่ตรงหน้าจากเดิมพลังของมันใกล้เคียงกับนักสู้ระดับทอง ส่วนความร้ายกาจของพิษเทียบได้กับนักสู้ระดับไดมอนด์แต่เวลานี้ศัตรูตรงหน้าได้ถูกพลังจากเอียแห่งอาเธรินสลายไอพิษจนเหลือเพียงพลังเทียบเท่ากับนักสู้ในระดับเงินเท่านั้น
ครีโม่มองไปยังดอกไม้ปีศาจหากระดับพลังของอีกฝ่ายลดน้อยเหลือเพียงเท่านี้ เขาไม่มีความรู้สึกที่จะพ่ายแพ้ต่อศัตรูเลยแม้แต่น้อย
ฟิ้วว...เพียงแค่การดีดนิ้วมานาในร่างเปลี่ยนสภาพกลายเป็นออร่าหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรู ดาบในมือกระชับแน่น พลังออร่าเอ่อล้นออกมาจากปลายดาบอย่างมหาศาลพร้อมกับฟาดฟันออกไปด้านหน้า
เอวาที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ไม่ห่างมีหรือจะยอมให้อีกฝ่ายเป็นผู้พิชิตบททดสอบที่สามไปได้ เธอออกจากที่ซ่อนตัว รีบสะบัดมือไปข้างหน้าใช้เขี้ยวแห่งเงาปลดปล่อยดาบเวทย์เข้าแทรกกลางการโจมตีของครีโม่อย่างรวดเร็ว
ตูมมม---
ครีโม่หันมองไปด้วยความตกใจครั้งแรกมันคิดว่าเป็นการโจมตีของอีนิกม่า เวิลด์ แต่เมื่อมองเห็นเต็มสองตากลับพบว่าคนที่เข้ามาขวางคือพี่สาวที่ตัวเองเรียกว่าขยะมาตลอด
“เอวาลีนแกคิดจะทำอะไร??”
เอวาปรบมือให้กับการแสดงของครีโม่“ตอนแรกฉันคิดว่า มารยาหญิงของโมฮาน นานาจะหลอกให้แกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ที่ไหนได้กลับเป็นแกที่เล่นละครได้แนบเนียนกว่า”
จากการโจมตีเมื่อครู่นี้สายตาที่ครีโม่มองอีกฝ่ายเปลี่ยนไป เขาที่เห็นเอวาลีนเป็นขยะบังเกิดความรู้สึกสงสัยและสับสนขึ้นมาฉับพลันหากคิดพิจารณากับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตระกูลโบมอนน้องสาวของเขายืนกรานว่าเอวาลีนเป็นนักสู้ประกอบกันการที่เธอสามารถครอบครองขนนกและมีชีวิตรอดอยู่จนถึงตอนนี้ เป็นคำตอบที่ชี้ชัดแล้วว่าอีกฝ่ายได้เก็บงำซ่อนความสามารถและแสร้งทำเป็นคนอ่อนแอมาตลอด
“เอวาลีนเจ้าหลอกให้ข้าเชื่ออย่างสนิทใจเลยที่จริงแล้วเจ้าแอบซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้”
“เปล่าเลยฉันไม่ได้หลอกใคร ฉันก็แค่ไม่ใช่เอวาลีนก็เท่านั้น”
ครีโม่เค้นเสียงพ่นลม“หึ!! จะเป็นใคร ข้าก็ไม่สนใจแต่เห็นแก่ที่เรามีสายเลือดเดียวกัน ข้าจะให้โอกาสเจ้า...รีบไปให้พ้นหน้าข้า”
“คำพูดนั้นเป็นฉันต่างหากที่ต้องพูดเห็นแก่เอวาลีน ฉันจะปล่อยแกไปสักครั้ง ถอดต่างหูคู่นั้นมาและนำศพคู่หมั้นไปฝังให้ดีอย่างน้อยเธอก็พยายามเพื่อแกจนลมหายใจสุดท้าย”
“ดูเหมือนว่าเวลาสามปีที่พวกเราไม่ได้เจอกัน ทำให้เจ้าใจกล้าขึ้นมากเลยนะ” ครีโม่พูดจบเขาปลดปล่อยความต้องการฆ่าออกมา ออร่าที่เปี่ยมด้วยพื้นฐานสูงสุดในระดับเงินกระจัดกระจายในอากาศปกคลุมอยู่รอบตัวของเขา
แม้ว่าเอวาจะยังไม่ได้ผสานไดรฟ์แต่ก็สามารถต่อสู้กับพวกระดับเงินขั้นสูงไปถึงระดับทองขั้นต่ำได้เช่นเดียวกับ ครีโม่ เขาอยู่ในระดับเงินขั้นสูงที่มีทักษะและอาร์ติแฟกต์มากพอจะต่อสู้กับระดับทองขั้นต่ำ พูดได้ว่าระดับของพวกเขาตอนนี้ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก
หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาเอวาที่ยังคงติดเงื่อนไขหลายอย่างให้ไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่คงจะลำบากไม่น้อยแต่นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ หากพวกเขาสู้กันก่อนจะเข้ามาในสุสานของเรียลเวอร์ซัส
เวลานี้เอวาได้รับรางวัลในการผ่านบททดสอบที่หนึ่งและสองขีดความสามารถของเธอนั้นไม่ใช่สิ่งที่จุดสูงสุดของระดับเงินคนไหนจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ได้
ในสายตาของครีโม่เห็นเพียงเอวากระชับกาตาร์ปลายแหลมไว้ในมือเท่านั้นเขายังไม่ทันรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองด้วยซ้ำไป
ฟิ้ววว...ครีโม่รู้สึกเพียงความหนาวเย็นวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเจ็บร้อนราวกับถูกไฟลากทะลุเส้นประสาทจากนั้นก็เหมือนอากาศเข้ามาแทรกก่อนที่เลือดสีแดงจะถูกผลักออกจากร่างกายดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้าง เขามองไปยังดาบในมือที่กระเด็นหลุดไปพร้อมๆกับแขนขวาของตัวเอง
ครีโม่คว้าจับไปที่ไหล่ขวาด้วยความเจ็บปวดเสียงลมหายใจหอบกระชั้น ดวงตาพร่าเลือนมองไปที่เอวาด้วยความกลัว “ปะ...เป็น...เป็นไปได้อย่างไร!!??”
เอวาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรเธอเพียงแค่ส่งมานาผ่านเขี้ยวแห่งเงาตัดสองหูของครีโม่ให้หลุดออกจากศีรษะความเจ็บปวดทำให้อีกฝ่ายกรีดร้องอกมา มานาของเขาแตกสลายจากด้านในพันธนาการที่ยึดร่างของดอกไม้ปีศาจ มลายหายไปจนหมดสิ้น
หลังจากได้อิสระคืนกลับมาดอกไม้ปีศาจพุ่งโจมตีไปยังเอวาอย่างรวดเร็ว มันได้พ่นละอองพิษเข้าใส่ร่างของหญิงสาว
เห็นแบบนั้นเอวาสะบัดมือตวัดกาตาร์ไปด้านหน้าและรั้งดึงกลับมา ดาบเวทย์ฟันออกไปเป็นรูปกากบาทที่อัดแน่นไปด้วยออร่าและเวทย์แห่งไฟเข้าทำลายร่างของดอกไม้ปีศาจ ร่างกายของมันถูกเปลวไฟสีน้ำเงินแผดเผา แค่เพียงพริบตาเดียวก็เหลือไว้เพียงรากไม้ที่ถูกไหม้จนดำเป็นตอตะโก
เอวาก้มลงหยิบเอียแห่งอาเธรินมาไว้ในมือพร้อมกับเสียงประกาศดังขึ้น
[ยินดีด้วยคุณผ่านบททดสอบที่สามแล้ว อีกห้าวินาทีจะทำการเคลื่อนย้ายสู่บททดสอบที่สี่]
อักษรรูนสีเงินปรากฏขึ้นก่อนจะเคลื่อนไหวไปรอบตัวของเอวาเริ่มจากปลายเท้าขึ้นสู่ศีรษะ