ตอนที่สามสิบแปด คนเลวที่พยายามจะใช้ประโยชน์จากเธอ
ขณะที่ผมภาวนาอยู่แต่พี่สูทดำกับหัวโมฮอว์กก็ไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่น้อย
อะไรกันฟะทีเวลาต้องการให้โผล่มาล่ะไม่โผล่ ทีเวลาไม่ต้องการเสียเวลาในตอนเดินทางในเกมส์โผล่มาขัดขวางการเดินทางของเราตลอด
มันอะไรกันนี่ ผมชักโมโหนิดๆแล้วนะ
ไม่มีปัญหาที่เราสามารถแก้ไขได้โดยการชกฝ่ายตรงข้ามให้หมอบบ้างเลยหรือ?
ผมมองหญิงสาวผมขาว ที่ราวกับภาพวาดตรงหน้าตรงหน้าอย่างวิเคราะห์ผมไม่ค่อยชอบเธอนั้นคือความคิดเห็นของนักเล่นเกมส์ ที่พลังของเธอออกจะแนว late game เก่งในช่วงท้ายๆอยู่สักหน่อยโอตะน่าจะใช้จุดอ่อนด้านการคำนวณของผมทำให้ผมตัดสินใจละเลยเธอในช่วงแรก
ซึ่งสารภาพตามตรงสถานะเธอก็ไม่เลวร้ายแค่ผมต้องการเอาทรัพยากรมาใช้ในส่วนที่จำเป็นมากกว่าคือตัวผมเองเท่านั้นและอีกอย่างใครจะติดตามผมไปลงดันเจี้ยนได้แบบทั้งวันทั้งคืน ไม่สนการเรียนหรือการดำรงชีวิตประจำวันกันล่ะ?
คนธรรมดาไม่น่าคิดจะทำอย่างผมที่จะหายไปจากโลกของคนธรรมดาสักพักจนกว่าจะเก็บเลเวลได้ตามเป้าหมายนั่นเอง
และผมคำนึงถึงความเป็นคนจริงๆด้วยว่าเราคงไม่บอกให้คนที่เราพยายามชวนเข้าปาร์ตี้ละทิ้งชีวิตประจำวันมาลงดันเจี้ยนอย่างเดียวไม่สนอย่างอื่นหรอกใช่ไหมล่ะ?
การเข้าสังคม? ไม่สนจะไปลงดันเจี้ยน
การเรียนหนังสือ? ไม่สนจะไปลงดันเจี้ยน
หากเป็นเรื่องที่เล่นเกมส์ในชีวิตประจำวันผมคงบอกน้องๆหนูๆว่าไปเรียนเสียอย่ามาเล่นเกมส์ไร้สาระแต่หากนี่มันหมายความว่า มิตินรกจะโผล่มาบนดินหรือไม่เงื่อนไขมันก็ต่างกันไปแล้วนั่นล่ะ
และโดยส่วนตัวผมไม่ได้ไม่ชอบเธอเป็นการส่วนตัวในเรื่องของนิสัยแต่ละตัวละครก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไปขึ้นอยู่กับวิธีการเล่นเกมส์นั่นเอง
แต่พอมาเป็นคนจริงๆความรู้สึกของโอตะนั้นเป็นอีกอย่างหนึ่ง
แผลที่ไม่มีอยู่จริงนั้นเปิดขึ้นมาอีกครั้ง...มันยังเจ็บไม่หาย
“ดีใจจังเลยที่เธอไม่ได้เกลียดชั้น”
คานาเอะกอดแขนผมอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
เฮ้ นี่มันผิดคาแรกเตอร์ของเธอแล้วนะ
ในใบข้อมูลตัวละครบอกว่าเธอเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวก็จริงแต่จะแสดงอารมณ์ให้คนที่เธอเปิดใจดูเท่านั้น
หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งต้องมีโซเชี่ยลลิงก์ระดับ5 ขึ้นไปนั่นเอง
(SL 5 and above)
ผมรู้สึกแปลกๆนึกว่าจะได้เจอเธอพูดแบบเป็นปริศนาและคำใบ้ในฉากฝึกซ้อมTutorial ช่วงแรกๆของเกมส์เสียอีก
นี่น่าจะเป็นเรื่องที่ความจริงต่างกับเกมส์
เราต้องคิดคำพูดเอาเองด้นสด
ผมก็อปปี้คำกล่าวของดันเต้จากการเปลี่ยนฉากของเกมส์มาแล้ว
แต่ที่เหลือผมคงต้องพึ่งตนเอง
ว่าไปแล้ว เรื่องราวที่มีสวรรค์กับนรกนี่ก็มักจะอ้างดันเต้ล่ะนะ
ไม่สิผมต้องห้ามตนเองไม่ให้คิดถึงเรื่องอื่นอย่างการต้องไปผจญภัยในมิตินรกในดันเจี้ยนนรกในช่วงหลังๆของเกมส์
ต้องใจกับปัญหาตรงหน้าก่อน
แววตาของเธอสีฟ้าเปี่ยมไปด้วยน้ำตามองมาทางผมซึ่งจะกลายเป็นสีแดงหากเธอใช้พลังที่แฝงไว้ในสายเลือดของเธอ
อันที่จริงผมสงบใจลองคิดให้ดีดีแล้ว
ตัวเอกของเรื่องน่ะคือคนที่มีพลังสูงที่สุดในเรื่องเลยนะ
ที่เรเห็นพวกเขาแพ้เพราะเรามองว่าพวกเขาไปเทียบกับพวกระดับบอสหรอืเทพเจ้าของเรื่องนั้นๆ
หรือคิดตามสมการคือ
ผมคนเดียวกับแค่พี่สูทดำหรือหัวโมฮอว์กคนหนึ่ง
ก็ยังแข็งแกร่งกว่าผมที่มีคนเดียวนั่นเอง
นั่นคือความแข็งแกร่งของปาร์ตี้ที่มีมากกว่าคนธรรมดาแค่หนึ่งคน
ตามแนวคิดเองของทางการทหารแนวคิดที่ว่าแม่ทัพที่ดีจะสามารถทำให้กำลังพลจริงๆมีค่าเท่ากับกองทหารที่ตนเองคุมอยู่อีกเท่าตัว
และยิ่งจำนวนคนในกองทัพมากขึ้นความแตกต่างก็ยิ่งมากเป็นทวีคูณ
หากได้เธอมาร่วมกลุ่มก็ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นตามตัวเลขนั่นเอง
ผมซับน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้าเล็กน้อย
ก่อนจะกล่าวว่า
“เสียใจด้วยนะ คานาเอะจังชิสึกะคนนั้นไม่มีตัวตนอีกต่อไปแล้ว เหลือแค่ผมที่เป็นคนชั่วที่ต้องการใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้นล่ะ”
ผมถอนหายใจ
“ผมต้องการใช้ประโยชน์จากเธอนั่น-”
“ได้ค่ะ”
“-เองจะยอมได้ไหม?”
เอ๋ผมรู้สึกตัวว่าผมใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาของตนเองอยู่ไม่เอามือป้ายตา นิสัยของโอตะที่ตกค้างอยู่และคำกล่าวของคานาเอะจังที่ตอบมาแบบไม่คิดสักนิด