“เร่เข้ามาขอรับเร่เข้ามา” เสียงเล็ก ๆ ของเด็กชายะโเรียกเหล่าชาวเมือง
“วันนี้ข้าจางอี้ิ กำลังฝึกทำการค้ากับท่านเถ้าแก่หวังมีสินค้าอยากนำเสนอให้แก่ทุกท่านสินค้าใหม่ของร้านเถ้าแก่หวังวันนี้ได้แก่น้ำตาลผักขอรับมันมีรสชาติหวานเช่นน้ำตาล แต่มีระดับความหวานกว่ามาก ที่สำคัญราคาไม่แพงขอรับ”
“เนื่องด้วยเป็สินค้าใหม่ทางเถ้าแก่จึงให้ทุกท่านได้ทดลองชิมกันดูก่อนโดยไม่คิดเงินขอรับหากไม่ซื้อไม่เป็ไร”
จางอี้ิแย้มยิ้มน่ารักเขายืนบนลังไม้เก่าเพื่อให้ส่วนสูงเพิ่มขึ้น
“เพียงท่านนำไปปรุงอาหารวิธีการง่ายมากขอรับ เหยาะลงไปในโจ๊กธัญพืชแบบที่ข้าแจกอยู่ตอนนี้ก็ได้เช่นกันท่านลุง ท่านป้า พี่สาว พี่ชาย ชอบหวานเท่าใดก็เลือกใส่ได้ตามสบายเลยขอรับพี่สาวคนงาม ลองชิมดูไหมขอรับ”
“น้องชายท่านนี้ช่างปากหวานเสียจริงไหนพี่สาวขอลองดูสิว่ามันจะอร่อยเหมือนกับที่เ้าบอกหรือเปล่า”
หญิงสาวอายุประมาณสิบแปดปีคนหนึ่งถึงกับยิ้มหน้าบานเมื่อได้ยินเด็กน้อยเอ่ยชมนางเดินเข้าไปรับถ้วยโจ๊กมาถือไว้แล้วหลบมายืนอีกข้างหนึ่ง
จางอี้ิยืนอยู่หน้าร้านและประกาศเชิญชวนไปด้วยถึงแม้จะเพิ่งหายป่วย ร่างกายผอมแห้งเกินเด็กรุ่นเดียวกันไปมากโขแต่ด้วยรูปลักษณ์ของเด็กที่หน้าตาน่าเอ็นดูเป็ทุนเดิมอยู่แล้วรวมทั้งการพูดที่ฉะฉาน ทำให้มีคนสนใจไม่น้อยประกอบกับการแจกให้ลองชิมโดยไม่คิดเงินผู้คนจึงเริ่มเข้ามามุงดูและรับถ้วยโจ๊กใบเล็กไปลองลิ้มชิมรสชาติตามที่ได้ประกาศ
“หวานอร่อย น้องชาย มันอร่อยจริง ๆ” หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความสนใจ “นี่แค่โจ๊กใส่น้ำตาลผักของเ้าแค่นั้นจริงหรือ”
“จริงขอรับพี่สาวคนงามข้าไม่ได้โกหกแม้แต่น้อย ท่านชอบมันใช่หรือไม่”
“ชอบมากข้าไม่เคยได้กินแบบนี้มาก่อน แล้วเ้าขายอย่างไรเล่าเด็กน้อย”
“พี่สาวคนงามสินค้าวันนี้เป็เพียงตัวอย่างให้ทดลองชิมดูเท่านั้น ในส่วนของการซื้อขายพี่สาวคงต้องมาวันหลังแล้ว” จางอี้ิตอบเสียงสุภาพ เขายิ้มแป้นและหันไปมองเถ้าแก่
“ใช่หรือไม่ขอรับท่านเถ้าแก่หวัง”
“ใช่ๆ อาิพูดถูกแล้ว แม่นางไม่ต้องเป็กังวล เมื่อเรามีสินค้าพร้อมจำหน่ายแล้วข้าจะป่าวประกาศออกไปเอง ขอแม่นางอดทนรอสักนิด”เถ้าแก่หวังรีบรับไม้ส่งจากเด็กชายตัวน้อยทันที สมกับเป็พ่อค้าที่มีความคิดรวดเร็วไม่ยอมเสียโอกาส
จางอี้ิพอใจไม่น้อยเขาไม่อาจขายน้ำตาลผักเหล่านี้ให้แก่พี่สาวได้โดยตรงเพราะเด็กน้อยอยากจะทำการค้าส่งกับเถ้าแก่หวังมากกว่า อีกอย่าง เขาเองก็มีแผนการค้าในหัวอยู่แล้วด้วย
“อร่อย”
“นี่คือโจ๊กธัญพืชจริงๆ หรือ”
“เห็นว่าราคาไม่แพงเช่นน้ำตาลนะ”
“มันมีน้ำตาลผักจริงๆ หรือนี่”
ฯลฯ
เพียงแค่หญิงงามคนแรกเอ่ยชมออกมาเท่านั้นจุดแจกโจ๊กก็มีคนไปต่อแถวทดลองยาวไปจนเกือบถึงกลางตรอกแต่เพราะโจ๊กทำมาแค่เพียงหม้อเล็ก ๆ จึงหมดลงไปั้แ่คนที่สิบห้า จางอี้ิยังถูกเถ้าแก่หวังค่อนแคะเื่ต้องยืมถ้วยและช้อนเพิ่มอีกห้าชุด
มีหลายคนบ่นเสียดายที่ไม่ได้ลองชิมเพราะส่วนมากคนละแวกนี้คือชาวบ้านทั้งนั้นพวกเขาไม่มีเงินมากมายเพียงพอจะซื้อน้ำตาลดังนั้นเมื่อได้ยินว่ามีของที่รสชาติคล้ายกันและราคาถูกกว่าก็เกิดความสนใจยิ่งได้เห็นท่าทางของผู้ที่ลองชิมโจ๊กธัญพืชแล้วก็อยากซื้อไปปรุงอาหาร
เมื่อเหตุการณ์กลับเข้ามาสู่สภาวะปกติจางอี้ิจึงเข้าไปนั่งคุยกับเถ้าแก่หวังในห้องบัญชีด้านหลังร้านส่วนจางอี้เทาเพียงแค่เดินตามบุตรชายเข้าไปพร้อมกับสะพายตะกร้าที่บรรจุน้ำตาลผักเกือบสามสิบกระบอก
“อาิข้าเชื่อแล้วว่าน้ำตาลผักของเ้ามันต้องขายได้ พวกเรามาตกลงรายละเอียดกันเถอะ”เถ้าแก่หวังเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาเป็เ้าแรกที่ได้ขายสินค้าตัวใหม่นี้มันต้องขายดีแน่นอน
“เถ้าแก่หวังขอรับตัวข้าอยู่หมู่บ้านหลัวถง ห่างจากในเมืองไปราวหนึ่งชั่วยาม ข้าเสนอให้ท่านเถ้าแก่จัดหาไหดินเผาที่มีฝาปิดแล้วเอาไปส่งให้ข้าที่หมู่บ้านข้าจะทำน้ำตาลผักพร้อมบรรจุลงไหไว้ให้ท่าน ท่านเพียงให้คนไปรับมาเท่านั้นซึ่งในการไปรับสินค้าใหม่ท่านก็เพียงนำไหเปล่าไปส่งให้ข้าตามจำนวนที่ท่าน้าสั่งซื้อ”จางอี้ิเริ่มเจรจา
“ข้าสามารถขายให้ท่านได้ในราคาไหละสิบห้าอีแปะส่วนท่านจะขายราคาเท่าใดก็แล้วแต่เถ้าแก่เลยขอรับที่ข้าเสนอเช่นนี้เพราะน้ำตาลผักควรเก็บไว้ในที่ที่มีฝาปิดมิดชิดจึงจะเก็บไว้ได้หลายเดือนอีกอย่าง การใส่ไหจะทำให้ดูมีมูลค่ามากกว่ากระบอกไม้ไผ่ขอรับท่านเถ้าแก่หวังเห็นเป็เช่นใดขอรับ”
“ข้าต้องเสียเงินจ้างรถม้าไปรับสินค้าถึงบ้านเ้าน้ำตาลผักถึงแม้ว่าจะถูกกว่าน้ำตาล แต่ถ้าเ้าขายให้ข้าไหละสิบห้าอีแปะแล้วข้ามาเพิ่มราคาอีกชาวบ้านซื้อน้ำตาลกินแทนมิดีกว่าหรือ”
สมเป็เถ้าแก่ที่โชกโชนในวงการค้าขายเขี้ยวลากดินจริง ๆ
“เถ้าแก่หวังเห็นแก่ที่เราจะทำการค้ากันในอนาคต ข้าลดให้ท่านได้จริง ๆ แค่ไหละสิบสองอีแปะขอรับ” เด็กน้อยว่า
“เหตุที่ท่านต้องไปรับสินค้าเอาเองก็เพราะว่าข้าคิดว่าสินค้าต้องขายดีมากเป็แน่ บ้านข้ายากจน ไม่มีเกวียน จึงไม่สะดวกที่จะมาส่งให้ท่านในเมืองอีกอย่าง ข้าก็จะทำสัญญาขายน้ำตาลผักให้กับร้านของท่านเพียงเ้าเดียวนั่นหมายความว่าร้านอื่นจะไม่มีสินค้าขายเช่นท่านหรือท่าน้าให้ข้านำไปเสนอให้กับร้านอื่นด้วย” จางอี้ิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงใจเขามั่นใจว่าเถ้าแก่ต้องไม่อยากให้สินค้าตัวนี้หลุดไปร้านอื่นแน่ พวกพ่อค้ามักอยากให้ร้านตัวเองวางขายสินค้าชั้นเลิศราคาดีเพียงเ้าเดียว
“อาเทาบุตรชายของเ้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก อายุเพียงเท่านี้ก็สามารถทำการค้าได้แล้ว”
เถ้าแก่หวังยกยิ้มหันไปเอ่ยชมกับจางอี้เทาที่ั้แ่ต้นจนจบไม่ได้อ้าปากเอ่ยสิ่งใดแม้แต่ครึ่งคำบัณฑิตจางอยากจะรู้ว่าบุตรชายของเขาจะเก่งกาจเพียงใดและเหมือนตอนนี้จะได้รับคำตอบนั้นแล้ว
“ท่านพ่อสอนข้ามาดีขอรับ”จางอี้ิไม่วายเอ่ยชมบิดาตนเอง
“ดีๆ ได้ ข้าตกลง ข้าจะจัดหาไหเปล่าไปส่งให้เ้าที่หมู่บ้านและทำตามที่เ้าบอก”
“ขอบคุณท่านเถ้าแก่มากขอรับในครั้งแรกนี้เถ้าแก่้าสั่งซื้อมากน้อยเพียงใดขอรับข้าขอเก็บเงินมัดจำครึ่งหนึ่งก่อนได้หรือไม่ขอรับ”
“อุบ๊ะ!!เ้าเด็กน้อยนี่ สมกับเป็ว่าที่เถ้าแก่ในอนาคต เ้ากล้าขอข้าก็กล้าให้ ข้าคิดว่าห้าร้อยไหคงเพียงพอที่จะนำมาทดลองขาย”
“ข้ากับท่านพ่อขอรบกวนเถ้าแก่อีกเื่หนึ่งได้หรือไม่ขอรับ”
“อันใดของเ้าอีก”
“เงินมัดจำที่เถ้าแก่จ่ายให้ข้าข้าขอรับเป็สองตำลึง ส่วนที่เหลือข้าขอรับเป็เงินอีแปะ ข้าอยากจะซื้อเนื้อสักสองสามชั่งในตลาด ยามเว่ย (13.00-14.59) ข้าจะกลับมาที่ร้านของเถ้าแก่พวกเราจะได้เดินทางไปที่บ้านข้ากัน”
“อาิเ้าช่างฉลาดยิ่งนัก เ้ากลับบ้านโดยไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะเพราะข้าต้องส่งรถม้าไปส่งไหที่บ้านเ้าอยู่แล้ว ข้าชอบใจยิ่งนักเด็กฉลาดเช่นเ้า”
“ขอบคุณเถ้าแก่ขอรับ”
“นี่คือเงินสองตำลึงกับอีกหนึ่งพันอีแปะข้าจ่ายให้เ้าครึ่งหนึ่งก่อน ในวันที่ไปรับน้ำตาลผัก ข้าจะจ่ายให้เ้าอีกสามตำลึงส่วนของในร้าน เ้า้าสินค้าอันใดก็บอกข้ามา ข้าจะลดให้เ้าเป็พิเศษ”เถ้าแก่หวังยื่นเงินให้เด็กชายตรงหน้า
“เ้าจะส่งของให้ข้าได้ในเวลาอีกกี่วัน”
“จำนวนห้าร้อยไหเล็กข้าขอเวลาทำสามวันขอรับ ขอบคุณเถ้าแก่อีกครั้งนะขอรับ”
จางอี้ิรับเงินมาแล้วยื่นเงินทั้งหมดให้กับบิดาเก็บไว้นั่นทำให้เขาเหลือบไปเห็นว่าจางอี้เทามีน้ำตาลผักอยู่เกือบสามสิบกระบอกเด็กน้อยถึงกับยกมือขึ้นมาตบหน้าตนเอง
ลืมไปได้ยังไงท่านพ่ออุตส่าห์แบกมาตั้งนาน
“เถ้าแก่ขอรับวันนี้ข้ามีน้ำตาลผักมาด้วยเกือบสามสิบกระบอกข้าขอเอามาแลกกับสินค้าในร้านเถ้าแก่ได้หรือไม่ขอรับ” เด็กน้อยถามก่อนจะแจกแจง “ทั้งหมดยี่สิบเจ็ดกระบอกกระบอกละสิบสองอีแปะ รวมเป็สามร้อยยี่สิบสี่อีแปะเห็นแก่ที่เราเพิ่งเจรจาทำการค้ากัน ข้าคิดเพียงสามร้อยอีแปะเท่านั้นก็พอขอรับ”
“ได้แล้วเ้าอยากได้สินค้าอันใดบ้างล่ะ”