ใต้เงาเหมันต์

    ตอนที่ 9 พาหลี่เถียนเปาเดินทางปราบกบฏ

    เมื่อถึงกำหนดเวลา คนของอี้เทียนก็นำหลี่เถียนเปาพร้อมด้วยสัมภาระของนางมุ่งตรงมายังตำหนักเหมยอ้าย ท่ามกลางสายตาของหยางเอ๋อและองค์ชายสี่ ยืนมองเหล่าทหารขนเสบียงอาหารและอาวุธขึ้นรถม้าด้วยความรีบร้อน


    “หม่อมฉันพร้อมแล้วเพคะ” หลี่เถียนเปายิ้มแล้วเดินมาหาองค์ชายรอง ก่อนเขาจะยกมือขึ้นลูบศีรษะอีกฝ่ายเบา ๆ


    “เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ” อี้เทียนจูงมือนางขึ้นรถม้าไม่แม้แต่จะหันมากล่าวลาพระชายาของตน ท่าทางเฉยชาของเขาทำให้หยางเอ๋อตัดสินใจย่างเท้าเข้าไปหา พร้อมยื่นอาหารมอบให้ด้วยสายตาสั่นไหว


    “ระหว่างทางอาจหิว ขนมเถียนผิ่นจะช่วยรองท้องได้เพคะ” เขาเลื่อนสายตามองอีกฝ่าย สังเกตมือและแขนเสื้อของนางมีคราบแป้งสีขาวบางส่วนทิ้งไว้ บ่งบอกว่านางพยายามลงมือทำขนมด้วยตัวเองตลอดทั้งคืน


    ชายหนุ่มเบี่ยงพระพักตร์ หันกลับมายังหลี่เถียนเปา แล้วเอ่ยถามด้วยสุรเสียงราบเรียบ


    “เ๽้าอยากกินหรือไม่?” นางได้โอกาส จึงหันมองห่อขนมในมือพระชายาสูงศักดิ์ แล้วเอื้อมมาจับมือชายหนุ่มพลันยิ้มอ่อน


    “หม่อมฉันไม่ชอบกินขนมเถียนผิ่นเพคะ แต่เพื่อรักษาน้ำใจของพระชายา องค์ชายรองรับไว้หน่อยเถอะนะเพคะ” สิ้นเสียงของหลี่เถียนเปา ร่างขององค์ชายสี่ก็เดินเข้ามา


    “ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน! ขนมสูงส่งเช่นนี้ หญิงเช่นเ๽้าไม่คู่ควร เอาให้สุนัขท้ายวังกินยังจะมีประโยชน์กว่า” องค์ชายสี่ทำท่าหยิบห่อขนมจากหยางเอ๋อ ก่อนอี้เทียนจะคว้าไว้ได้ทันแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “ไหน ๆ ก็ทำมาแล้ว ข้าจะเมตตารับไว้ก็แล้ว” องค์ชายสี่ได้ยินดังนั้นจึงนึกโกรธ เขาเตรียมอ้าปากต่อว่าอีกฝ่าย ทว่ารถม้าก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป โดยที่อี้เทียนไม่แม้แต่จะหันกลับมากล่าวลาพระชายาของเขาสักคำ ท่ามกลางละอองหิมะโปรยปรายลงมาเบา ๆ สายตาของหยางเอ๋อทอดมองขบวนรถม้าที่วิ่งออกจากวังหลวงไป ด้วยสายตาแน่นิ่ง


    “ข้าภาวนาให้เขาตายระหว่างปราบ๠๤ฏ ให้ตายพร้อมกันทั้งสองคนนั่นแหละ” เซียวจ้านยังคงระบายโทสะ ต่อว่าพี่ชายด้วยความโกรธ ก่อนยี่หวางจะปล่อยยิ้มให้กับกิริยาขององค์ชายสี่


    “คนเก่งอย่างองค์ชายรอง ไม่ตายง่าย ๆ หรอกเพคะ แช่งไปก็เท่านั้น” เซียวจ้านหันขวับมายังสาวใช้ พลันยกมือขึ้นกอดอก


    “งั้น ข้าแช่งเ๽้าแทนดีหรือไม่”


    “โกรธแล้วพาลเช่นนี้ หม่อมฉันไม่คุยด้วยแล้วเพคะ” นางเดินมาจูงมือหยางเอ๋อกลับเข้าตำหนัก เมื่อเห็นว่าหิมะเริ่มตกมากขึ้น

    ภายในรถม้าร่างขององค์ชายรองอี้เทียน นั่งมองห่อขนมในมือเงียบ ๆ ก่อนหลี่เถียนเปาจะเอื้อมมาจับแขนเขาแล้วส่งยิ้มหวานให้อย่างออดอ้อน


    “หากไม่ชอบ ก็โยนทิ้งไปได้นะเพคะ จะถือให้หนักมือทำไมกัน” สิ้นคำพูดของหญิงสาว เขาตวัดสายตามองนาง ก่อนอีกฝ่ายจะรีบชักมือกลับแล้วก้มหน้าลงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เคยคิดว่าสามารถฝ่ากำแพงหนาเข้ามาเป็๞คนรักของเขาได้ ทว่าสายตาเมื่อครู่ ทำให้นางต้องหยุดทบทวน


    “ข้าขอความคิดเห็นจากเ๯้างั้นเหรอ?” น้ำเสียงราบเรียบของเขาเอ่ยถาม ก่อนนางจะแก้ตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


    “หม่อมฉันเพียงแค่หวังดี ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง” อี้เทียนค่อย ๆ เปิดห่อผ้า แล้วหยิบขนมที่หยางเอ๋อตั้งใจทำให้เขาขึ้นมอง


    “เราต้องเดินทางกันกี่วันเหรอเพคะ” เสียงของนางทำให้เขาได้สติกลับมา แล้ววางขนมลงอย่างระวัง พร้อมเก็บใส่กล่องที่เตรียมไว้อย่างเรียบร้อย ท่ามกลางสายตาสั่นไหวของหลี่เถียนเปาที่มองการกระทำของเขาอย่างเงียบ ๆ


    “เมืองไห่โจวอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก เดินทางไม่นานก็ถึง เ๯้าไม่ต้องกังวล ข้าส่งคนล่วงหน้าไปก่อนเพื่อดูแลความเรียบร้อย เมื่อถึงเมืองไห่โจวแล้ว เราจะเข้าไปพักกันที่โรงเตี๊ยมในเมือง มีคนคอยคุ้มกันความปลอดภัยให้เ๯้าตลอดเวลา” เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวจึงยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ ตลอดระยะเวลาการเดินทาง หิมะยังคงโปรยปรายลงมาพร้อมกับเสียงของรถม้าเคลื่อนไปตามทางมุ่งตรงไปยังเมืองไห่โจวที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเมืองหลวงเท่าใดนัก


    หลายวันแล้วที่องค์ชายรองออกไปปราบ๷๢ฏ ชีวิตของหยางเอ๋อยังคงดำเนินต่อไปเหมือนทุกวัน ท่ามกลางการจับตามองของชายชุดดำที่องค์ชายหยางเติ้ง ส่งมาให้จับตาดูนางไว้ ร่างขององค์ชายสี่เดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


    “อุดอู้อยู่ในตำหนักทั้งวัน ออกไปเที่ยวเล่นนอกวังดีหรือไม่ ข้าจะเป็๞คนพาเ๯้าไปเอง” หยางเอ๋อหันสายตาไปยังขอบกำแพง ก่อนจะวางมือจากการปักผ้า แล้วดึงร่างขององค์ชายสี่เข้ามาในตำหนัก พลันรีบปิดประตูอย่างแ๞่๞๮๞า ท่ามกลางสายตาแปลกใจ ของเซียวจ้านที่มองการกระทำของหญิงสาวด้วยความสงสัย


    “เ๯้าเป็๞อะไร เหตุใดต้องลากข้าเข้ามาในนี้”


    “หลายวันมานี้ ข้ารู้สึกเหมือนมีคนคอยจับตาดูข้าอยู่ตลอดเวลา” สิ้นเสียงของหญิงสาวเท่านั้น ชายหนุ่มจึงรีบหันมองไปรอบ ๆ พร้อมดึงกระบี่ในมือออกมา


    “ใครมันบังอาจ!” เมื่อเห็นท่าทีใจร้อนของอีกฝ่าย นางจึงรีบเข้าไปจับมือเขา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “เป็๞ชายชุดดำ ข้ามองไม่ออกว่าเป็๞คนของใคร” สิ้นเสียงของหญิงสาว เซียวจ้านชะงักนิ่ง แล้วพึมพำออกมาเบา ๆ


    “ในวังหลวงมีทหารคุ้มกันแ๞่๞๮๞า ไม่มีทางที่คนนอกจะเข้ามาได้ ข้ามั่นใจว่าต้องเป็๞คนในวังหลวง เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะดักจับโจร สนุกกว่าออกไปเที่ยวเล่นนอกวังเป็๞ไหน ๆ ” เขากล่าวจบ ก็เดินมารินชาใส่ถ้วย แล้วทิ้งตัวลงนั่งยังเก้าอี้ หันมองมายังหยางเอ๋อ