เมื่อถึงกำหนดเวลา คนของอี้เทียนก็นำหลี่เถียนเปาพร้อมด้วยสัมภาระของนางมุ่งตรงมายังตำหนักเหมยอ้าย ท่ามกลางสายตาของหยางเอ๋อและองค์ชายสี่ ยืนมองเหล่าทหารขนเสบียงอาหารและอาวุธขึ้นรถม้าด้วยความรีบร้อน
“หม่อมฉันพร้อมแล้วเพคะ” หลี่เถียนเปายิ้มแล้วเดินมาหาองค์ชายรอง ก่อนเขาจะยกมือขึ้นลูบศีรษะอีกฝ่ายเบา ๆ
“เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ” อี้เทียนจูงมือนางขึ้นรถม้าไม่แม้แต่จะหันมากล่าวลาพระชายาของตน ท่าทางเฉยชาของเขาทำให้หยางเอ๋อตัดสินใจย่างเท้าเข้าไปหา พร้อมยื่นอาหารมอบให้ด้วยสายตาสั่นไหว
“ระหว่างทางอาจหิว ขนมเถียนผิ่นจะช่วยรองท้องได้เพคะ” เขาเลื่อนสายตามองอีกฝ่าย สังเกตมือและแขนเสื้อของนางมีคราบแป้งสีขาวบางส่วนทิ้งไว้ บ่งบอกว่านางพยายามลงมือทำขนมด้วยตัวเองตลอดทั้งคืน
ชายหนุ่มเบี่ยงพระพักตร์ หันกลับมายังหลี่เถียนเปา แล้วเอ่ยถามด้วยสุรเสียงราบเรียบ
“เ้าอยากกินหรือไม่?” นางได้โอกาส จึงหันมองห่อขนมในมือพระชายาสูงศักดิ์ แล้วเอื้อมมาจับมือชายหนุ่มพลันยิ้มอ่อน
“หม่อมฉันไม่ชอบกินขนมเถียนผิ่นเพคะ แต่เพื่อรักษาน้ำใจของพระชายา องค์ชายรองรับไว้หน่อยเถอะนะเพคะ” สิ้นเสียงของหลี่เถียนเปา ร่างขององค์ชายสี่ก็เดินเข้ามา
“ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน! ขนมสูงส่งเช่นนี้ หญิงเช่นเ้าไม่คู่ควร เอาให้สุนัขท้ายวังกินยังจะมีประโยชน์กว่า” องค์ชายสี่ทำท่าหยิบห่อขนมจากหยางเอ๋อ ก่อนอี้เทียนจะคว้าไว้ได้ทันแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไหน ๆ ก็ทำมาแล้ว ข้าจะเมตตารับไว้ก็แล้ว” องค์ชายสี่ได้ยินดังนั้นจึงนึกโกรธ เขาเตรียมอ้าปากต่อว่าอีกฝ่าย ทว่ารถม้าก็ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป โดยที่อี้เทียนไม่แม้แต่จะหันกลับมากล่าวลาพระชายาของเขาสักคำ ท่ามกลางละอองหิมะโปรยปรายลงมาเบา ๆ สายตาของหยางเอ๋อทอดมองขบวนรถม้าที่วิ่งออกจากวังหลวงไป ด้วยสายตาแน่นิ่ง
“ข้าภาวนาให้เขาตายระหว่างปราบฏ ให้ตายพร้อมกันทั้งสองคนนั่นแหละ” เซียวจ้านยังคงระบายโทสะ ต่อว่าพี่ชายด้วยความโกรธ ก่อนยี่หวางจะปล่อยยิ้มให้กับกิริยาขององค์ชายสี่
“คนเก่งอย่างองค์ชายรอง ไม่ตายง่าย ๆ หรอกเพคะ แช่งไปก็เท่านั้น” เซียวจ้านหันขวับมายังสาวใช้ พลันยกมือขึ้นกอดอก
“งั้น ข้าแช่งเ้าแทนดีหรือไม่”
“โกรธแล้วพาลเช่นนี้ หม่อมฉันไม่คุยด้วยแล้วเพคะ” นางเดินมาจูงมือหยางเอ๋อกลับเข้าตำหนัก เมื่อเห็นว่าหิมะเริ่มตกมากขึ้น
ภายในรถม้าร่างขององค์ชายรองอี้เทียน นั่งมองห่อขนมในมือเงียบ ๆ ก่อนหลี่เถียนเปาจะเอื้อมมาจับแขนเขาแล้วส่งยิ้มหวานให้อย่างออดอ้อน
“หากไม่ชอบ ก็โยนทิ้งไปได้นะเพคะ จะถือให้หนักมือทำไมกัน” สิ้นคำพูดของหญิงสาว เขาตวัดสายตามองนาง ก่อนอีกฝ่ายจะรีบชักมือกลับแล้วก้มหน้าลงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เคยคิดว่าสามารถฝ่ากำแพงหนาเข้ามาเป็คนรักของเขาได้ ทว่าสายตาเมื่อครู่ ทำให้นางต้องหยุดทบทวน
“ข้าขอความคิดเห็นจากเ้างั้นเหรอ?” น้ำเสียงราบเรียบของเขาเอ่ยถาม ก่อนนางจะแก้ตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“หม่อมฉันเพียงแค่หวังดี ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง” อี้เทียนค่อย ๆ เปิดห่อผ้า แล้วหยิบขนมที่หยางเอ๋อตั้งใจทำให้เขาขึ้นมอง
“เราต้องเดินทางกันกี่วันเหรอเพคะ” เสียงของนางทำให้เขาได้สติกลับมา แล้ววางขนมลงอย่างระวัง พร้อมเก็บใส่กล่องที่เตรียมไว้อย่างเรียบร้อย ท่ามกลางสายตาสั่นไหวของหลี่เถียนเปาที่มองการกระทำของเขาอย่างเงียบ ๆ
“เมืองไห่โจวอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก เดินทางไม่นานก็ถึง เ้าไม่ต้องกังวล ข้าส่งคนล่วงหน้าไปก่อนเพื่อดูแลความเรียบร้อย เมื่อถึงเมืองไห่โจวแล้ว เราจะเข้าไปพักกันที่โรงเตี๊ยมในเมือง มีคนคอยคุ้มกันความปลอดภัยให้เ้าตลอดเวลา” เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวจึงยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ ตลอดระยะเวลาการเดินทาง หิมะยังคงโปรยปรายลงมาพร้อมกับเสียงของรถม้าเคลื่อนไปตามทางมุ่งตรงไปยังเมืองไห่โจวที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเมืองหลวงเท่าใดนัก
หลายวันแล้วที่องค์ชายรองออกไปปราบฏ ชีวิตของหยางเอ๋อยังคงดำเนินต่อไปเหมือนทุกวัน ท่ามกลางการจับตามองของชายชุดดำที่องค์ชายหยางเติ้ง ส่งมาให้จับตาดูนางไว้ ร่างขององค์ชายสี่เดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“อุดอู้อยู่ในตำหนักทั้งวัน ออกไปเที่ยวเล่นนอกวังดีหรือไม่ ข้าจะเป็คนพาเ้าไปเอง” หยางเอ๋อหันสายตาไปยังขอบกำแพง ก่อนจะวางมือจากการปักผ้า แล้วดึงร่างขององค์ชายสี่เข้ามาในตำหนัก พลันรีบปิดประตูอย่างแ่า ท่ามกลางสายตาแปลกใจ ของเซียวจ้านที่มองการกระทำของหญิงสาวด้วยความสงสัย
“เ้าเป็อะไร เหตุใดต้องลากข้าเข้ามาในนี้”
“หลายวันมานี้ ข้ารู้สึกเหมือนมีคนคอยจับตาดูข้าอยู่ตลอดเวลา” สิ้นเสียงของหญิงสาวเท่านั้น ชายหนุ่มจึงรีบหันมองไปรอบ ๆ พร้อมดึงกระบี่ในมือออกมา
“ใครมันบังอาจ!” เมื่อเห็นท่าทีใจร้อนของอีกฝ่าย นางจึงรีบเข้าไปจับมือเขา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เป็ชายชุดดำ ข้ามองไม่ออกว่าเป็คนของใคร” สิ้นเสียงของหญิงสาว เซียวจ้านชะงักนิ่ง แล้วพึมพำออกมาเบา ๆ
“ในวังหลวงมีทหารคุ้มกันแ่า ไม่มีทางที่คนนอกจะเข้ามาได้ ข้ามั่นใจว่าต้องเป็คนในวังหลวง เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะดักจับโจร สนุกกว่าออกไปเที่ยวเล่นนอกวังเป็ไหน ๆ ” เขากล่าวจบ ก็เดินมารินชาใส่ถ้วย แล้วทิ้งตัวลงนั่งยังเก้าอี้ หันมองมายังหยางเอ๋อ