หลังจากจี๋เล่อน้อยและซูเหยียนออกมาเวลาผ่านไปหนึ่งเค่อจึงมีไอพลังสองสายพุ่งออกมาจากในถ้ำอีกครั้ง
หลังจากสัมผัสได้ถึงไอพลังนี้ทุกคนต่างกลั้นหายใจจ้องมอง กลัวว่าจะพลาดอะไรไป
เสิ่นเสวียนรู้ว่าภายในสุสานมีคนอยู่มากน้อยแค่ไหนแต่คนภายนอกกลับไม่รู้เลยพวกเขายังคิดว่ามีอีกหลายคนอยู่ภายในนั้นจึงรอคอยด้วยความคาดหวังโดยเฉพาะอำนาจที่ค่อนข้างเล็กบางส่วนที่กำลังมองทางเข้าออกด้วยแววตาจดจ่อ
ใบหน้าตึงเครียดของราชามารตะวันตกเปลี่ยนเป็นสีหน้าตื่นเต้นดีใจในทันที!
ในที่สุดพวกเขาก็กลับออกมาแล้วเขากังวลมาตลอดว่าพวกเสิ่นเสวียนจะหลงทางอยู่ในป่าท้อและต้องตายอยู่ที่นั่นตอนนี้เมื่อสัมผัสได้แล้วว่าไอพลังสองสายนั้นเป็นไอพลังของเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนเขาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ
ฟุ่บ!
เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนปรากฏตัวขึ้นตรงทางเข้าออกพร้อมกันแล้วพวกเขาก็เหาะออกมา
ไอพลังของทั้งสองคนถูกปกปิดไว้ด้วยความตั้งใจโดยเฉพาะเริ่นเสี้ยวเทียนที่ใช้เคล็ดวิชาของตนเองผนึกพลังเอาไว้แม้แต่ราชามารตะวันตกและคนในระดับเดียวกันยังมองไม่ออก
เขาฝึกฝนอยู่ที่อาณาเขตล้ำค่าภายในสุสานจนมีพลังถึงขั้นราชันระดับสูงสุดแล้วก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในป่าท้อ เสิ่นเสวียนมองเห็นถึงพลังของเริ่นเสี้ยวเทียนตอนนั้นยังรู้สึกใจหายอยู่เลยที่อีกฝ่ายฝึกฝนได้รวดเร็วเช่นนี้
ตอนนี้เริ่นเสี้ยวเทียนแสดงพลังยุทธ์ขั้นราชันระดับต้นออกมาส่วนพลังยุทธ์ของเสิ่นเสวียนไม่มีใครดูออกทว่าในสายตาของคนส่วนใหญ่ยังเป็นขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดอยู่
สองคนนี้จะว่าแข็งแกร่งก็ไม่ใช่จะว่าอ่อนแอก็ไม่เชิง แต่เพราะมีราชามารตะวันตกหนุนหลังอยู่คนส่วนใหญ่จึงไม่กล้าทำอะไร
แต่ก็มีข้อยกเว้น
ทันใดนั้นมีคนเคลื่อนไหว
ทั้งสองคนเพิ่งออกมาจากถ้ำในสายตาของคนทั่วไปแล้วพวกเขาสองคนกำลังอยู่ในช่วงอ่อนแอหากลงมือตอนนี้และลงมือโดยที่พวกเขาไม่ทันได้ระวังตัวต้องสำเร็จแน่นอน
พลังรุนแรงพุ่งขึ้นมาจากทะเลสาบเบื้องล่างด้วยความเร็วสูงความแข็งแกร่งนั้นแม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นราชันระดับกลางยังยากจะต้านทานได้
ราชามารตะวันตกมองพลังโจมตีนี้แต่กลับไม่ทำอะไรเขารู้ดีว่าพลังของสองคนนั้นเป็นอย่างไร พลังโจมตีแค่นี้ทำอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก
แล้วก็เป็นดังคาดเสิ่นเสวียนเคลื่อนตัวไปเพียงเล็กน้อยก็หลบหลีกพลังรุนแรงนั้นได้แล้วต่อมาก็เห็นเขายกแขนขึ้นเล็กน้อยคว้าพลังรุนแรงนั้นได้อย่างง่ายดายจากนั้นเขาก็สะบัดแขนเบาๆ เห็นเพียงคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านล่างถูกกระชากขึ้นมา
ซ่า!!!
คนชุดดำผู้หนึ่งพุ่งขึ้นมาจากน้ำเบื้องล่างอย่างควบคุมไม่ได้ทำให้น้ำกระเซ็นออกไปไกล
ในขณะเดียวกันเริ่นเสี้ยวเทียนก็เคลื่อนไหว
เขาหายตัวไปอย่างน่าประหลาดต่อมาก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้าคนชุดดำ พลันซัดพลังหมัดใส่คนชุดดำทันที
พลังน่ากลัวทะลวงเข้าไปถึงหัวใจของอีกฝ่ายทำลายพลังชีวิตไปอย่างรวดเร็วพลังชีวิตของอีกฝ่ายเหือดหายไปในเวลาเพียงสามลมหายใจเท่านั้น แล้วทุกอย่างก็จบลง
“ตายแล้วหรือ”
คนมากมายที่ได้เห็นเหตุการณ์นั้นต่างมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อโดยเฉพาะเหลยป้าเทียนที่อยู่ข้างๆ ราชามารทิศเหนือ เขาไม่อยากเชื่อสายตาตนเองเลย
คนชุดดำผู้นั้นเขาเป็นคนหามาเองมีพลังยุทธ์ขั้นราชันระดับกลางแล้ว พลังเช่นนี้ในหุบเขาสุขาวดีแม้จะไม่ได้แข็งแกร่งมากแต่ก็ไม่ต่ำต้อยทั้งอีกฝ่ายเชี่ยวชาญการลอบสังหารอย่างล้ำลึกทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนกลับไม่มีโอกาสตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
ในความทรงจำของเขาพลังของเริ่นเสี้ยวเทียนนับได้ว่าธรรมดาอาจแข็งแกร่งเทียบได้กับขั้นราชันระดับกลางพลังเช่นนี้จะโดนคนที่มีพลังยุทธ์ในระดับเดียวกันสังหารได้ง่ายดายขนาดนี้เลยหรือ
คนที่มีความคิดเช่นเดียวกับเหลยป้าเทียนมีอยู่มากมายทว่าทุกคนล้วนจับจ้องไปที่เริ่นเสี้ยวเทียน เมินเฉยเสิ่นเสวียนที่อยู่ข้างๆ ไป
เมื่อครู่ที่สามารถสังหารอีกฝ่ายได้ง่ายดายเช่นนี้เสิ่นเสวียนต่างหากที่เป็นพลังจู่โจมหลัก ในขณะที่เขารับมือกับพลังรุนแรงของคนชุดดำเขาสามารถทำลายการโคจรพลังของฝ่ายนั้นได้อย่างง่ายดายเป็นการเปิดทางให้เริ่นเสี้ยวเทียนได้เป็นอย่างดีจนเริ่นเสี้ยวเทียนสังหารอีกฝ่ายได้ด้วยกระบวนท่าเดียว
ซ่า!!!
อีกฝ่ายขึ้นมาอย่างไรก็ตกลงไปในน้ำอย่างนั้นก่อให้เกิดคลื่นน้ำกระเซ็นขึ้นมาอีกครั้ง
“คิดโจมตีข้าอวดดีเกินไปแล้ว”
เริ่นเสี้ยวเทียนปัดมือพลางยิ้มเย็น
“ยังมีอีกไหมขึ้นมาได้เลย!”
เริ่นเสี้ยวเทียนตะโกนพลางกวาดตามองไปรอบๆ
เดิมทียังมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่อีกสามสี่คนแต่เมื่อเห็นพลังของเริ่นเสี้ยวเทียนแล้วจึงหยุดนิ่งกันไป
การรังแกคนอ่อนแอกว่าและหวาดกลัวคนแข็งแกร่งกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติเมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้แล้วยังคิดสู้ไม่ได้เรียกว่ากล้าหาญ แต่เรียกว่าโง่เขลา
กฎของหุบเขาสุขาวดีเป็นเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเหาะขึ้นมาอีกเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนจึงเหาะลงมาข้างๆพรมวิเศษของราชามารตะวันตกอย่างช้าๆ
รอบๆพรมวิเศษในตอนนี้เต็มไปด้วยขยะครึ่งปีที่ผ่านมานี้ราชามารตะวันตกและราชามารทิศเหนือต่างโยนขยะออกไปรอบๆ จำนวนไม่น้อย
“เรียบร้อยแล้ว”
เสิ่นเสวียนกล่าวทันทีที่มายืนอยู่ข้างๆราชามารตะวันตกและยังทำมือแสดงสัญลักษณ์ว่าทำสำเร็จแล้วให้ราชามารตะวันตกเห็นอีกด้วย
ราชามารตะวันตกถอนหายใจออกมาทันที
สามสิบปีแห่งความกังวลในที่สุดก็จบลงแล้ว
“พวกเจ้าไปไหนกันมา”
ขณะนั้นซูเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ราชามารทิศเหนือกล่าวถามเสิ่นเสวียนเขาและจี๋เล่อน้อยตามหาอยู่ในนั้นนานมากกลับไม่เจอร่องรอยของเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนเลยตามหลักแล้วไม่น่าจะหาไม่เจอ สองคนนี้เหมือนเหือดหายไปในอากาศ
“ต้องไปในที่ที่เจ้าไม่รู้จักอยู่แล้ว”
เริ่นเสี้ยวเทียนยืนอยู่ข้างๆส่งยิ้มพลางกล่าว คนอื่นอาจกลัวคุณชายน้อยซู แต่เขาไม่กลัว
“พวกเจ้าเจอสุสานแล้วหรือ”
ทันใดนั้นเสียงของจี๋เล่อน้อยดังออกมาจากที่ไกลๆเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าจี๋เล่อน้อยไพล่มือสองข้างไว้ด้านหลังกำลังย่างเท้าเข้ามาอย่างเชื่องช้า อย่าเห็นว่าเขามีร่างกายเล็กและบอบบางแต่ไอพลังของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใครในนี้เลย
หากนับรวมสิ่งที่ได้รับมาจากสุสานครั้งนี้เขามั่นใจว่าขอเพียงรวบรวมทุกอย่างได้ไม่ใช่เรื่องยากหากต้องการเหนือกว่าราชามารตะวันตก
ดังนั้นตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับราชามารตะวันตกที่ใครต่างหวาดกลัวเขากลับไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันยังอยากประลองกับราชามารตะวันตกอีกด้วยเพื่อให้ทะลวงเลื่อนขั้นไปอีก
“เจ้าลองเดาดูสิ”
เสิ่นเสวียนเห็นจี๋เล่อน้อยเดินเข้ามาเขารู้ว่าอีกฝ่ายอยากตามหาตนมานานแล้ว ตนเพียงซ่อนตัวไม่ให้อีกฝ่ายหาเจอเท่านั้นตอนนี้ได้เจอกันข้างนอก อีกฝ่ายไม่มีทางจากไปง่ายๆ
“ดูเหมือนจะหาเจอแล้ว”
จี๋เล่อน้อยหัวเราะเบาๆแม้เสียงจะไม่ดัง แต่เป็นเพราะจี๋เล่อน้อยอยู่ที่นี่จึงทำให้กลายเป็นจุดสนใจเมื่อได้ยินจี๋เล่อน้อยกล่าวเช่นนั้นสายตาคนส่วนใหญ่จึงหันมองเสิ่นเสวียนเป็นตาเดียว
หรือเด็กคนนี้จะหาสุสานเจอแล้วจริงๆคิดไปถึงคำที่เสิ่นเสวียนกล่าวกับราชามารตะวันตกก่อนหน้านี้ยิ่งทำให้พวกเขาคิดว่าเสิ่นเสวียนเจอสุสานของผู้เฒ่าจี๋เล่อแล้ว และได้เข้าไปในนั้นแล้วด้วย
นั่นเป็นถึงสุสานของผู้ศักดิ์สิทธิ์ในนั้นเก็บซ่อนของล้ำค่าอะไรไว้บ้างก็ไม่รู้
ทุกคนต่างมองพวกเสิ่นเสวียนด้วยแววตาละโมบขึ้นมาทันที
แม้พวกเขาจะเป็นคนของราชามารตะวันตกแต่ก็มิอาจหยุดยั้งความคิดอยากฆ่าคนเพื่อแย่งชิงสิ่งของของพวกเขาได้
“อยากหาเรื่องทะเลาะกับข้าแค่บอกมาตรงๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำให้คนอื่นมองข้าเป็นศัตรูเช่นนี้หรอก”
เสิ่นเสวียนกล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยใจความคิดเล็กคิดน้อยของจี๋เล่อน้อย สำหรับเขาแล้วไม่มีความจำเป็นเลยจริงๆ
“คนอื่นข้าไม่สนข้าสนใจเพียงคู่ต่อสู้ของข้า”
จี๋เล่อน้อยเดินมาตรงหน้าเสิ่นเสวียนพลางชี้ไปทางเสิ่นเสวียนแล้วผายมือออกไปทำท่าทางเชิญชวน
“กล้ารับคำท้าหรือไม่”
จี๋เล่อน้อยเพียงอยากหาเรื่องทะเลาะกับเสิ่นเสวียนในพริบตาแรกที่ได้เจอคู่ต่อสู้จำเป็นต้องหาเรื่องสักหน่อย
“จี๋เล่อน้อยข้าว่าเจ้าอาวุโสแล้วรังแกเด็กมากเกินไป ข้าสู้กับเจ้าเอง”
ราชามารตะวันตกกล่าวด้วยภาษาถิ่นอย่างชำนาญพลางก้าวออกมาขวางหน้าจี๋เล่อน้อยไว้
พร้อมกับไอพลังต่อสู้น่ากลัวที่ปะทุออกมาในพริบตา