เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 134 (SS2)

    ..ทางด้านของเหล่าพนักงานบริษัท ดันเจี้ยนสเลเยอร์..“แนวหน้าเข้าปะทะ พยายามยื้อเวลาให้ได้มากที่สุด หน่วยเวทมนตร์ร่ายเวทย์รอซะ...”เสียงสั่งการของมีมี่ดังมาจากจุดกึ่งกลางของกองกำลัง ซึ่งในเวลานี้พนักงานบริษัทกว่า 120 ชีวิตกำลังทำการฝึกซ้อมรบในดันเจี้ยนประจำสัปดาห์ แน่นอนว่ามันเป็นความคิดของมีมี่ที่ตอนนี้เธอดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัทดันเจี้ยนสเลเยอร์คู่กับเกียรติไกร โครงสร้างของบริษัทนั้นแบ่งออกเป็นสองด้านใหญ่ๆ หนึ่งคือฝ่ายบริหาร กับสองคือฝ่ายปฏิบัติ เนื่องจากตัวของบริษัทมีชื่อในเรื่องของการหาไอเทมในดันเจี้ยน ไม่ว่าสิ่งไหนบริษัทก็มีจัดจำหน่ายทุกอย่าง แต่ฮันเตอร์ของบริษัทก็ยังอ่อนแออยู่มากในสายตามีมี่ เธอถึงจัดการฝึกคนทั้งบริษัททุกๆวันจันทร์“แนวหน้าถอยออกมา รักษาระยะเอาไว้.. หน่วยเวทย์ระดมโจมตีได้..” สิ้นสุดเสียงสั่งการ แสงประกายเวทมนตร์ทั้งเล็กทั้งใหญ่ปรากฏขึ้นมา และมันก็พุ่งตรงเข้าหามอนสเตอร์ตะขาบยักษ์ 100 ขาบอสดันเจี้ยนชั้นที่ 40 ในทันที กรี๊ดดดด! เสียงกรีดร้องของตะขาบตัวนั้นร้องออกมาอย่างทรมาน มีมี่ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ปล่อยผ่านไปแน่นอน เธอยกดาบขึ้นมาชี้ไปที่ตะขาบยักษ์ก่อนจะร้องตะโกนออกมาเสียงดัง “ทุกหน่วยจู่โจม!.. พยายามเล็งไปที่ขาของมัน..” เหล่าพนักงานก็ร้องออกมารับคำสั่งอย่างบ้าคลั่ง และกระโจนตัวเข้าไปเพื่อทำดาเมจในทันที ในหัวสมองของพวกเขาไม่มีคำว่ากลัวมอนสเตอร์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ถ้าจะให้เปรียบเทียบแล้วคนที่สั่งการน่าจะโหดมากกว่าบอสตัวนี้เสียอีก ฉายา ‘รองประธานรัสเซีย’ มันเป็นฉายาที่เหล่าพนักงานบริษัทตั้งให้ เพราะความโหดร้ายเรื่องของการฝึก บทลงโทษ การกระทำอื่นๆ ไม่ต่างอะไรจากวลีที่คนเกือบทั่วทั้งโลกตั้งให้กับชาวรัสเซียที่ว่า ‘โหดสั_รัสเซีย’ การฝึกซ้อมนี้จะเป็นตัวตัดสินเรื่องของบทลงโทษของพวกเขาอีกด้วย การต่อสู้เกิดขึ้นไม่นานเท่าไรก็จบลงไป เหล่าพนักงานบริษัทดันเจี้ยนสเลเยอร์ ต่างก็เหนื่อยหอบ บางคนก็ถึงกับนอนหมอบลงกับพื้นด้วยความหมดแรง มีมี่ที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้มรับให้กับพวกเขาอย่างมีเลศนัย ทำให้คนที่มองใบหน้าของเธอในตอนนี้ถึงกับสยองกันเลยทีเดียว“วันนี้ทำได้ดีมาก แต่ทำไมพวกแกยังอ่อนแอขนาดนี้กันล่ะ...นาย! นาย! เธอ! เธอ! และเธอ! มีผลงานที่ไม่ถึงเกณฑ์…..” มีมี่ไล่ชี้ไปที่คนแล้วคนเล่า พร้อมเอ่ยข้อเสียของแต่ละคนอย่างเยือกเย็น การฝึกฝนในสัปดาห์ที่สองของบริษัทนั้นมีทั้งคนเก่าที่รับมาชุดแรก และชุดที่สอง ฮันเตอร์รุ่นแรกนั้นเข้าใจดีถึงความเก่งกาจของรองประธานคนนี้ แต่มันก็ไม่ใช่กับฮันเตอร์ชุดที่สองนี้“ผมขออนุญาตโต้เถียงครับ.. พวกเราก็ทำผลงานได้ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ นี่มันบอสชั้นที่ 40 เลยนะครับ” ฮันเตอร์หน้าใหม่ไฟแรงที่เพิ่งจะเข้ามาทำงานได้เมื่อ 5 วันกล่าวเอ่ยทักท้วง“ก็ต้องยอมรับว่าพวกแกมีผลงาน แต่จะว่าก็ว่านะ.. จะว่ายังไงดีล่ะ คือว่าพวกแกมีตั้งร้อยกว่าคน แต่จัดการเจ้าตะขาบโง่ๆนั่น ถึงกับต้องใช้เวลานานขนาดนี้เลยหรือยังไง มันบ่งบอกได้เลยว่าพวกแกมันอ่อนปวกเปียก ไร้น้ำยา ห่วยแตก.. จะหาคำไหนมากล่าวอีกดีนะ” มีมี่กล่าวกับชายคนนั้น แน่นอนว่ามันทำให้หลายๆคนเริ่มของขึ้น โดยเฉพาะเจ้าตัวที่เป็นตัวกลางในการแย้ง“คุณก็ดีเอาแต่สั่ง ผมไม่เห็นว่าคุณจะลงมือเลยสักนิด.. ถ้าเก่งแต่ปากก็เงียบๆไปเถอะน่า ถ้ารู้ว่าจะต้องเจอคนอย่างนี้มาเป็นหัวหน้าล่ะก็ ผมคงไม่มาสมัครกับบริษัทนี้หรอก..” ชายคนนั้นกล่าวอย่างหัวเสีย เด็กใหม่หลายคนก็เริ่มเห็นด้วยกับชายคนนี้“หือออ พวกนายเองก็เห็นด้วยอย่างนั้นเหรอ..” มีมี่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา แต่ละรุ่นมักจะมีพวกปากเก่งอย่างนี้เสมอๆ รุ่นที่สองคงจะเป็นชายคนนี้ ส่วนผู้นำของคนรุ่นก่อนก็เป็นชายอีกคนที่มีมี่กำลังหันไปกล่าวถาม แน่นอนว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถามพยายามส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเหงื่อที่ไหลตกมาเป็นทาง“ปะ..เปล่านะครับ ผมไม่ได้เห็นด้วยครับ..” ชายคนนั้นกล่าว“รุ่นพี่! รุ่นพี่จะกลัวอะไรเธอนักหนา.. ถ้าพวกเรายอมให้เธออย่างนี้ พวกเราก็ตกเป็นเบี้ยล่างให้เธอรังแกตลอดสิครับ อีกอย่างบริษัทอย่างนี้มันควรจะเจ๊งๆไปได้ก็ดี กดขี่กันขนาดนี้ ใช่ไหมพวกเรา..” ชายคนนั้นกล่าวพร้อมกับหันไปหาแนวร่วมกับพนักงานทุกคน“หึหึ.. ถ้าแกมีอคติกับบริษัทขนาดนี้ จะเข้ามาทำไมตั้งแต่แรก.. ช่างเป็นบุคคลที่โง่เขลาอะไรเช่นนี้..” มีมี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้ว ถ้าใครรู้จักเธอดีล่ะก็ คงจะรู้ดีว่ามันถึงขั้นวิกฤติแล้วจริงๆ“พวกเรามาทำงาน และพวกเราก็คิดว่าเราก็ทำหน้าที่ของเราได้คุ้มค่ากับเงินที่เราควรได้รับแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความคิดของพวกเรา.. ผมคิดว่าปัญหาจริงๆมันอยู่ที่ความคิดของคุณกับบริษัทต่างหาก.. พวกคุณก็แค่มีเงินหน่อยก็ทำเป็นยิ่งใหญ่ แค่มีเงินก็ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายอย่างนั้นเหรอ.. ถุย! ลักษณะอย่างนี้เหมือนเอาเรามาเป็นโล่มนุษย์มากกว่าล่ะมั้ง..” ชายคนนั้นยังคงกล่าวตามความคิดของตัวเอง“พวกแกมีความคิดอย่างนั้นจริงๆใช่ไหม.. ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มีมี่กล่าวถามพร้อมกับหัวเราะออกมา“พวกนายบ้าไปแล้วเหรอ.. พวกนายไปอยู่มุมไหนของโลกมาล่ะเนี้ย ช่างเถอะ เรื่องนี้พวกเราขอไม่ยุ่งเกี่ยว..” หนึ่งในฮันเตอร์กลุ่มแรกกล่าวพร้อมกับขอถอนตัวในทันที แน่นอนว่าทุกคนในกลุ่มที่เคยฝึกกับมีมี่มาแล้วต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย และเดินออกไปรวมกลุ่มกันอีกด้านหนึ่ง“พวกขี้ข้า.. เหอะ”ชายคนนั้นกล่าวออกมาดูถูกกลุ่มฮันเตอร์ที่ยอมให้กับอำนาจของมีมี่อย่างเหลืออด แน่นอนว่าฮันเตอร์กว่า 80-90 คนรวมอยู่ในกลุ่มที่เลือกยอมจำนนนั้นต่างทำเป็นเหมือนไม่รู้เรื่อง พวกเขาพยายามทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนคนมาใหม่ที่อยู่กลุ่มนี้พวกเขาเลือกที่จะยอม ส่วนหนึ่งก็คือเคยได้ยินชื่อเสียงของมีมี่ กับอีกพวกหนึ่งคือไม่มีทางเลือก พวกเขายังไม่พร้อมแตกหักกับการทำมาหากินของตัวเอง“มีพวกนาย 32 คนอย่างนั้นสินะที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของบริษัท และยังมีอคติที่ไม่ดีต่อองค์กรของเรา..” มีมี่ยิ้ม และกล่าวถามกับพวกเขา“ใช่! บริษัทนี้มีดีแค่ใช้งานคนอื่น เอาเปรียบ ไม่เห็นจะมีดีตรงไหนเลยสักนิด..” ชายคนเดิมกล่าว คนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วยตามๆกันไป“อย่างนั้นเหรอ.. คุณเจสัน แห่งกิลด์ซีซ่า” มีมี่กล่าวออกมาเสียงเบาๆ และนั่นมันก็ทำให้เจ้าตัวที่ได้ยินประโยคนั้นถึงกับสตั๊นท์ไปเลย“เป็นอะไรไปล่ะ นายเป็นสายให้กิลด์ซีซ่าไม่ใช่หรือไง.. ส่วนเธอคนนั้นก็มาจากกิลด์ฟ้าสีคราม นายคนนั้น... เธอเองก็ด้วย...” มีมี่เริ่มไล่ชี้หน้าของบุคคลทีละคนสองคน พวกเขาได้แต่นิ่งอึ้ง เป็นธรรมดาอยู่แล้วสำหรับบริษัทที่มีบุคคลระดับโลกให้การสนับสนุนต้องเป็นที่น่าจับตามอง จะมีพวกสายลับพวกหนอนมาบ้างก็ไม่แปลกอะไร“แก!.. แกอย่ามากล่าวหาอะไรกันอย่างนี้นะ..” ชายคนนั้นเริ่มถอยไปหลายก้าวด้วยความกลัว เขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะรู้เรื่องของเขาอย่างนี้ เขามาจากกิลด์ซีซ่าจริงๆ เป้าหมายของพวกเขาคือการปั่นป่วน และดูดข้อมูลของบริษัทจากภายใน แต่ถ้าโดนจับได้ มันก็ค่อนข้างเสี่ยงกับชีวิต“หึหึ.. อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้นะ.. ก็แค่อยากรู้ว่าจะเผยหางออกมาเมื่อไหร่ แต่ในเมื่อพวกนายเปิดโอกาสให้แล้ว มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี.. ที่จะกำจัดในทีเดียว” มีมี่กล่าวพร้อมกับชักคทาของตัวเองออกมา“เฮ้ย!.. พวกเราอย่าไปกลัว ถึงเราจะมาจากคนละกิลด์ แต่มันแค่คนเดียวจะทำอะไรเราได้..” ชายอีกคนหนึ่งกล่าว พร้อมกับยกดาบขึ้นมาพร้อมกับหันหลังไปทางพวกฮันเตอร์ที่ออกจากกลุ่มไปก่อนหน้านี้อย่างหวาดระแวง ตอนนี้จะเรียกว่าวิกฤติเลยก็ได้ ถ้าพวกเขาถูกโจมตีจากทั้งสองฝั่ง ก็เป็นเรื่องยากที่จะรอดชีวิตกลับไปได้“พวกแกไม่ต้องเข้ามายุ่ง!.. ก็แค่พวกหนอนแมลงตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้นเอง..” 

    คล้ายกับเรื่องเทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์ ที่คุณอ่าน