
ในส่วนลึกของดันเจี้ยนทีมที่มีการฝึกฝนอย่างเข้มข้นหนึ่งหน่วยกำลังกระจายตัวตั้งขบวนคนสามสิบกว่าคนเหยียบไปบนร่องน้ำส่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา
พวกเขาสวมชุดโปรเทคชั่นสูทหน่วยรบสีดำแบบแมสโปรดักที่ใช้ในกองทัพญี่ปุ่นบนไหล่ล้วนมีสัญลักษณ์กองกำลังพิเศษติดไว้ ตัวเกราะถูกออกแบบมาให้ดูดุดันมีการลงอาคมเสริมแกร่งให้กับตัวเกราะ ขณะที่อาวุธในมือของพวกเขาคือปืนกลหนัก พร้อมมีดทหารและหมวกเกราะติดเซนเซอร์ตรวจจับเป้าหมาย
ด้านหน้าสุดของทีมเป็นผู้ใช้สัตว์อัญเชิญประเภทสุนัขสี่ตัวเดินราดตะเวนอยู่หน้าสุดด้านหลังมีคนถือจอมอนิเตอร์หนึ่งเครื่องคอยแสกนข้อมูลโครงสร้างพื้นที่แบบเรียบไทม์ ภาพบนจอแสดงเส้นทางที่วกวนและเครื่องหมายที่หน่วยอื่นๆ ทำไว้เพื่อป้องกันการหลงทาง
อุโมงค์ด้านหน้าสั่นสะเทือนทุกคนหยุดฝีเท้า ยกอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อม ตั้งแถวอย่างเป็นระบบ หน่วยของพวกเขาถูกส่งมาเพื่อเป็นกำลังเสริม
"สภาวะพร้อมรบช่วยพวกเขายิงสนับสนุน"
หัวหน้าทีมเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
บริเวณเขตทางแยกภายในอุโมงค์รถไฟแห่งหนึ่งที่พวกเขามุ่งหน้าไปยังเต็มไปด้วยเสียงการต่อสู้ ที่ด้านหลังมีบังเกอร์ซึ่งถูกสร้างเป็นแนวกั้นเล็ก ๆไว้ชั่วคราวผ่านเวทมนตร์ เต็มไปด้วยแสงไฟจากปลายกระบอกปืนเสียงดังระรัวต่อเนื่องไม่ขาดสาย
ในจำนวนวิชายุทธ์หรือเวทมนตร์ของผู้ตื่นรู้มีความสามารถในการยับยั้งอำนาจทำลายของปืนอยู่
ยกตัวอย่างเช่นเวทกำแพงป้องกันพื้นฐานซ้อนกันหลายชั้น
ในช่วงเริ่มต้นศตวรรษของพลังอำนาจแบบใหม่อาวุธหลักของทหารราบยังคงเป็นอาวุธปืนดังนั้นเวทมนตร์ประเภทป้องกันยังคงความได้เปรียบสำหรับการรบบนบก
แต่การโจมตีกับป้องกันเป็นคู่แข่งที่ผลัดกันก้าวนำอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีการป้องกันที่แข็งแกร่งถูกคิดค้นขึ้นย่อมต้องมีการโจมตีที่รุนแรงกว่าถูกคิดค้นตามมา
สำหรับวิชายุทธ์หรือเวทมนตร์ก็ไม่ยกเว้นพวกมันไม่ได้สารพัดประโยชน์หากมีแรงจลน์แรงเฉื่อยที่มากกว่าพลังแทรกแซงของกระแสอีเธอร์ การป้องกันก็จะล้มเหลว
ไม่ว่าจะลดความเร็วเปลี่ยนทิศทางหรือเจาะจงพิกัด ก็ไม่มีผลกระสุนจริงยิงทะลุโล่ป้องกันอาจจะแค่ลดทอนอำนาจทำลาย แต่วิชาป้องกันหากล้มเหลวสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ต่างกับไม่ได้ทำอะไรเลย แต่นั่นก็ความหมายเพียงแค่ 'เทียบเคียงได้' และในเงื่อนไข 'ขึ้นกับทักษะและปริมาณอีเธอร์ของตัวผู้ตื่นรู้'
กระสุนความเร็วสูงให้อำนาจทะลุทะลวงเกินกว่าอำนาจวิชาป้องกันทั่วไปของผู้ตื่นรู้หรือมอนสเตอร์นั่นคือกระสุนผสมอีเธอร์เลี่้ยมสำหรับปราบปราม
แต่เพื่อเพิ่มความเร็วกระสุนให้เหนือกว่า พลังแทรกแซงปรากฏการณ์ของอีเธอร์จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีในการผลิตสูงกว่าระดับกระสุนทั่วไปสองหรือสามขั้นเลยทีเดียว
ราคาของมันจึงไม่นับว่าต่ำบนท้องตลอดทั่วไป แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับกองทัพที่ครอบครองทรัพยากรมากมายไว้
การใช้ปืนแทนอาวุธพิสดารต่าง ๆที่เหล่าฮันเตอร์นิยมใช้กัน จึงประหยัดค่าซ่อมบำรุงมากกว่าแต่ได้มาซึ่งประสิทธิภาพการทำลายล้างอันใกล้เคียงกัน
ก็เหมือนดั่งคำกล่าวที่ว่าไม่มีอาวุธไหนที่ดีที่สุดมีแต่อาวุธที่เหมาะสมที่สุดเมื่อคำนึงถึงภาพรวมทั้งการรับมือกับศัตรูสภาพแวดล้อมของสนามรบ
กองทัพแมงมุมจำนวนมหาศาลกำลังพยายามฝ่าแนวกั้นของเหล่าทหารกล้าเข้ามาเบื้องหน้าเต็มไปด้วยซากของมันทับถมกันเป็นกองพะเนินทว่าอย่างไรเสียจำนวนกระสุนเองล้วนมีจำกัดหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปคงไม่เป็นผลดีกับกองทหารหน่วยนี้
“ร้อยเอกซานาดะเราอพยพพลเรือนทั้งหมดออกจากแนวป้องกันเรียบร้อยแล้วครับ”
ผู้บังคับบัญชามองไปยังภาพรวมของสนามรบอย่างประเมินและตัดสินใจโดยทันที
“ยืดเยื้อแบบนี้ต่อไปคงลำบากส่งคำสั่งให้ทุกคนถอยกลับไปสมทบกันที่แนวป้องกันของสถานีที่หกละทิ้งแนวป้องกันนี้ให้พวกมันไป แนวหลังเตรียมตัวจุดระเบิด ปิดเส้นทาง”
ผู้ใต้บังคับบัญชาขานรับถ่ายทอดคำสั่งส่งต่อ
“เตรียมจุดระเบิดปิดทางได้ทันทีที่เราถอนตัวออกจากแนวป้องกันแจ้งไปทางคนของสมาพันธ์ด้วยว่าเราจะทำการถอนกำลังจากสถานีที่แปดและปิดเส้นทางหมายเลขสิบหก จุดที่ยี่สิบสามของชั้นเก้า”
ถึงแม้กองกำลังทหารจะไม่ได้มีหน้าที่ลงไปยังส่วนลึกแต่หลังจากที่ได้คนของสมาพันธ์ช่วยทำการสำรวจเส้นทางอันซับซ้อนแห่งนี้ก็ทำให้พวกเขาทำงานกันง่ายขึ้น
ช่วงเวลาเดียวกันนั้น บรรยากาศพลันร้อนขึ้นจนสัมผัสได้เพดานคอนกรีตสั่นไหว
หลอดไฟบนเพดานแตกดังเพล้งความมืดปกคลุมเป็นหย่อม ๆ ก่อนที่ผนังเพดานจะถล่มลงมาพร้อมกับเงาร่างของอสูรสี่กรตนหนึ่งปรากฏตัวอย่างน่าสะพรึง
ผู้บังคับบัญชายังไม่ทันได้ออกคำสั่งต่อไปเพียงชั่วพริบตาเลือดสีแดงเข้มพุ่งกระฉอกออกจากคอทหารผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งยืนอยู่ข้างกายในขณะที่ตนทำได้เพียงแต่ยืนขาแข็งเหมือนสมัยที่ยังเพิ่งสมัครเข้ากองทัพ
เป็นความรู้สึกจากเลือดเนื้อที่เต้นอย่างสั่นกลัวโดยที่สมองยังไม่ทันประมวลผล
เสียงปืนโดยรอบดังสนั่นหวั่นไหวเรียกสติทุกคนกลับมาอีกครั้ง
“ร้อยเอกรีบถอยออกมาจากตรงนั้นเร็วเข้า!”
ผู้บังคับบัญชาเริ่มได้สติ กลับมาประมวลผลภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้นอีกครั้ง
มันมีรูปร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามร่างกายตกแต่งด้วยประดับสีทองตรงตามรายงานที่ทุกหน่วยต้องได้รับแค่มันกวาดตามองผ่านก็รู้สึกเหมือนเลือดในกายกำลังแข็งตัว
“รีบแจ้งตำแหน่งให้ทุกคนทราบว่าพบตัวเป้าหมายแล้ว!”
ผู้บังคับบัญชาตะโกนสั่งการลูกน้องสยบความกลัวในจิตใจและคว้าปืนขึ้นเล็งศัตรู ทว่ายังไม่ทันได้เหนี่ยวไกร่างของลูกน้องคนหนึ่งที่เหลือเพียงครึ่งท่อนบนได้ถูกเหวี่ยงมาอัดเข้ากับตัวเขาจนร่างกระเด็นลอยหวือไปแนวหลังขบวนทัพ
ทหารนายหนึ่งประทับปืนจรวดต่อต้านรถถังไว้บนบ่าแล้วเหนี่ยวไกควันสีขาวหนึ่งเส้นพุ่งออกจากหลังบังเกอร์เป้าหมายซึ่งอยู่ในพื้นที่อันจำกัดทำให้แทบไม่มีทางพลาดเป้า
แสงระเบิดสว่างวาบหลังกระทบเป้าหมายอย่างแม่นยำทว่าการเคลื่อนไหวของมันกลับไม่ได้หยุดลงแต่อย่างใด
ท่ามกลางม่านควันผิวกายของมันปรากฏแสงอักขระสีแดงเรืองรองออกมาจนเห็นเด่นชัด
“ไอ้ตัวบัดซบแม้แต่ระเบิดเจาะเกราะก็ยังทำอะไรมันไม่ได้หรือนี่!”
“แต่เดิมหน้าที่กำจัดมันก็ไม่ใช่ของเราอยู่แล้ว”
“รีบตั้งขบวนใหม่ ยิง! ยิง! อย่าได้หยุด”
เทียบกับแมงมุมหรือมอนสเตอร์ที่เจอมาก่อนนี้ความหน้าสะพรึงช่างต่างกันสุดขั้วมันพุ่งโฉบเข้าใส่ทุกแสงไฟที่ออกมาจากปากกระบอกปืน แนวขบวนทัพที่เพิ่งตั้งใหม่ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย
“ขอคำสั่งต่อไปด้วยครับร้อยเอก”
“ช่วยไม่ได้แล้ว...จุดระเบิดซะ”
“ตะ...แต่ว่าทุกคนในแนวหน้าจะโดนไปด้วยนะครับ”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นถ้าเจ้านั่นหลุดเข้ามาถึงนี่เมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นอยากจะหนีก็หนีไม่พ้นแล้วฟังนะ... ฉันเองก็ลำบากใจไม่แพ้กันแต่ที่ด้านหลังของเรายังมีประชาชนจำนวนมากกำลังอพยพ เราจะปล่อยให้มันบุกไปถึงที่นั่นตอนนี้ไม่ได้ลงมือซะ!”
นายทหารเกิดความลังเลขึ้นมาแต่ก็จำใจกัดฟันกดสวิตช์คร่าชีวิตเพื่อนร่วมหน่วยเพื่อส่วนรวม
เสียงระเบิดที่ถูกฝังไว้ตามแนวกำแพงดังสนั่นขึ้นพร้อมกันพื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนจนแทบเสียการทรงตัว เศษซากคอนกรีตเบื้องหน้าถล่มลงมาปิดตายเส้นทางอุโมงค์
“จะฆ่ามันได้ไหมครับ”
นอกจากกลิ่นไหม้ของเหล่าซากแมงมุมที่ชวนให้อึดอัดทัศนวิสัยยังถูกปิดกั้นด้วยควันหนารอบทิศกระจายฟุ้งสถานะของศัตรูไม่สามารถยืนยันได้
“ไม่มีทางอยู่แล้ว ระเบิดเพียงแค่นั้นคงทำได้แค่ชะลอมันไว้ชั่วคราวถือโอกาสนี้รีบถอนกำลังโดย—”
“ร้อยเอก!”
ท่ามกลางเส้นทางซึ่งถูกปิดตายลำแสงสีแดงเข้มถูกยิงผ่านทะลุออกมาแยกลำตัวท่อนบนและล่างของผู้บังคับบัญชาออกจากกัน
“ระวัง! ทางขวานั่น!”
ทันใดนั้นก็มีคนตะโกนขึ้น ยังไม่ทันขาดคำเงาดำเงาหนึ่งก็ฉายวาบพุ่งทะลุออกมาจากกำแพงทางขวามือเศษคอนกรีตปลิวกระเด็นไปทุกทิศทางเงาดำกระโจนเข้ามาในกลุ่มคนที่ยังไม่ทันเตรียมการป้องกันมันใช้มือทั้งสี่กดตัวสมาชิกหน่วยทหารคนหนึ่งแล้วฉีกกระชากร่างออกเป็นห้าส่วน
กลิ่นคาวเลือดคลุกเคล้าผสมดินปืนลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“อ๊าก— บ้าเอ๊ย ไอ้... ไอ้ปีศาจ!”
ซ่า ซ่า ปิ๊บ~
‘—นี่ หน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ 72 เปลี่ยน— ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นที่นี่...อย่าส่งกำลังเสริมมาเด็ดขาด... ย้ำ อย่าส่งกำลังเสริมมา— อว๊ากกกก’