ปลอมตัว
ความวุ่นวาย เกิดไปทั่วบริเวณรินรินมองไปในสนามก็อดเป็นห่วงเนย่าไม่ได้ แต่แล้วก็มีเสียงฮือฮาเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะการปะลองที่ดุเดือดแต่เป็นรุ่นพี่ที่มาเยือนใหม่
เด็กใหม่วัยรุ่นหนุ่มสาวห้าคนที่เดินเรียงแถวกันเข้ามาชมการประลองเรียกความสนใจให้ผู้ที่นั่งชมอยู่เป็นอย่างมาก พวกเขาดูดีและน่าทึ่งไม่เคยมีใครเห็นพวกเขามาก่อน บ้างก็พูดไปต่าง ๆ นานา ว่าเป็นนักเรียนจากแคว้นอื่นที่เพิ่งย้ายมาหรือไม่ก็เด็กเกรดดีระดับท็อปที่ไม่ค่อยจะได้พบเห็นในโรงเรียนแห่งนี้
“นั่นคุณบาร์รามนี่นา แล้วก็รีสกับชีน่าด้วย” รินรินอุทานเบา ๆเธอจำพวกเขาได้ดีเพราะหนึ่งในนั้นคือไอดอลของเธอรินรินจึงรีบวิ่งไปหาพวกเขาพร้อมกับเอ่ยทักทาย อีกสองคนที่เธอไม่คุ้นหน้านักคิดว่าคงจะเป็นเฟย์รินและเฮริส ที่ไม่ปรากฏตัวให้เธอได้เห็นสักเท่าไร
“สวัสดีค่ะคุณบาร์รามไม่คิดว่าพวกคุณจะปลอมเป็นนักเรียนเพื่อมาดูการแข่งขันด้วย” รินรินพูดอย่างกระตือรือร้นเพราะเธอไม่เคยเห็นทุกคนในมาดนี้ ทุกคนปลอมตัวเพื่อมาชมการประลอง กลมกลืนแต่ก็โดดเด่นสุดๆ
“คนนี้เพื่อนเนย่าเหรอ” เป็นเฟย์รินหันไปเอ่ยถามบาร์รามเธอยู่ในชุดนักเรียนที่กระโปรงสั้นมาก ๆ ทำเอาหนุ่มๆที่เห็นหายใจหายคอไม่ทั่วท้องผมแดงสีเลือดของเธอนั้นช่างสะดุดตาบวกกับท่าทางมั่นใจและพร้อมจะเชิดใส่ทุกสิ่งด้วยแล้วยิ่งทำให้น่าสนใจเข้าไปใหญ่
“อืม” บาร์รามตอบสั้น ๆและรินรินถึงกับฉีกยิ้มแป้น
ผู้ปกปักษ์ทุกคนอยู่ในชุดนักเรียนของเซนเทีนน่าฯที่ดูจะสะดุดตาที่สุดก็คงจะเป็นชีน่ากับเฟย์รินสองสาวสวยหนึ่งเทพสมดุลและหนึ่งผู้ปกปักษ์ที่งามสง่าไม่แพ้กัน หนุ่มๆต่างหมายตาและจ้องมอง ไม่ต่างกับสองหนุ่มและครึ่งสาวที่เป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วทั้งสนาม
“ผมสนใจคุณมาก รับหัวใจผมไว้พิจารณาได้ไหมครับ” มีหนึ่งหนุ่มเดินเข้ามามอบดอกไม้ให้ชีน่าทำเอารีสถึงกับต้องข่มอารมณ์ไว้อย่างสุดกำลัง
มาดสาวหวานเรียบร้อยผมยาวสีขาวมุกที่รวบไว้สองข้างใบหน้าสวยคมเย้ายวนชวนให้หลงเสน่ห์ทำเอาหนุ่ม ๆ เคลิบเคลิ้มเมื่อเธอหันมอง
ใครดันให้เขาไปมีคู่ที่สวยสง่าขนาดนี้กันล่ะช่างเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ แต่ชีน่าก็ทำเพียงแค่ยิ้มแล้วส่ายหน้าเบา ๆเป็นการปฏิเสธ
กลายเป็นว่าเหล่าอาวุธประทับของเนย่าต่างต้องพยายามหลบเลี่ยงสายตาที่จ้องมองมาด้วยความสนใจใคร่รู้ของพวกนักเรียนทุกชั้นปีเป็นการใหญ่
“ทำไมพวกคุณถึงมาที่นี่กันล่ะคะ” รินรินเป็นคนเอ่ยถามเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มจะปกติขึ้นบ้างแล้วหลังเหล่าอาวุธประทับถูกหนุ่ม ๆ สาว ๆรุมจีบ เพราะการต่อสู้ที่กำลังดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าไม่ไว้ใจมังกรของเนย่า” บาร์รามกอดอกเอ่ยเสียงเรียบ
“คนไหนหรือคะ” รินรินเอียงคอถามอย่างสงสัย
“ฮาร์ม”
“แต่ฮาร์มก็ทำหน้าที่ปกป้องเนย่าได้ดีมาก ๆ นะคะ” รินรินแก้ต่างแทนเพราะดูแล้วฮาร์มออกจะเป็นห่วงเนย่ามากกว่าเซนดรินด้วยซ้ำ แต่แค่ไม่ค่อยพูด
“ข้ารู้เพียงว่าเขาไม่น่าไว้ใจถ้าหนนี้เกิดเนย่าบาดเจ็บเพราะเจ้านั่น ข้าจะไม่ปล่อยไว้” บาร์รามไม่พูดอะไรต่อเขากอดอกหลับตานิ่งอย่างใช้ความคิด แม้รอบข้างจะวุ่นวายเพียงใดก็ตาม
“หมอนี่ออกอาการหงุดหงิดอยู่ไม่ติดน่ะฉันกับยายนกผีนี่เลยต้องมาเป็นเพื่อน” เฮริสป้องปากกระซิบกับรินรินเด็กหญิงถึงกับกลั้นขำเอาไว้เพราะไม่อยากให้บาร์รามโกรธ
“ส่วนข้ากับชีน่าก็มาตามปกติเพราะอยู่ในร่างนี้เลยเข้าไปในห้องเรียนของเนย่าได้ไม่สะดวกแต่อีกไม่กี่วันก็คงได้ตามไปเรียนด้วยเหมือนเดิมแล้วล่ะ” รีสที่นั่งเงียบมานานพูดบ้างเพราะเห็นสายตาสงสัยของรินรินส่งมา
”คงไม่มีอะไรมั้งคะ นี่ก็ประลองมาสักพักแล้วยังไม่มีอะไรผิดปกติเลย” รินรินดูแล้วก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะทั้งฮาร์มและเซนดรินก็ยังปกป้องเนย่าได้อย่างดีคงไม่มีอะไรผิดพลาด
ก่อนการประลอง หนึ่งวัน
“ตั้งใจฝึกหน่อยสิชูม่า พ่นไฟให้แรง ๆกว่านี้หน่อยได้ไหม นี่ขนาดขนแขนฉันมันยังไม่รู้สึกร้อนอะไรเลยนะ” เนย่าบ่นเมื่อเห็นว่าชูม่าไม่ตั้งใจฝึกซ้อมเอาแต่กินไม่หยุดปากพอเธอลองให้พ่นไฟก็ทำแบบขอไปที
ตอนนี้ทั้งเขาและเธอต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อรับมือกับการประลองที่กำลังจะมาถึงแต่เจ้าตัวเล็กก็ไม่ให้ความร่วมมือเสียเลย
“ถ้าเจ้าเปี๊ยกนี่ไม่ได้เรื่องให้ข้าลงสนามไปแทนไหม” รีสเสนออย่างนึกรำคาญเขานั่งมองการฝึกซ้อมของเนย่ามาพักใหญ่แล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรคืบหน้าทั้งที่เนย่าดูจะตั้งใจมาก
เนย่าฝึกเรียกอาวุธเปลี่ยนอาวุธหลบหลีกไปมาและ...ลองฝึกร่วมกับเจ้าหมัดมังกรที่เอาแต่เดินไปกินของว่างเมื่อเนย่าเผลอ
“หยุดเลยเจ้าปุยคิดว่าตอนนี้ไม่มีขนแล้วจะทำเท่ได้รึรอบที่แล้วที่ยายหนูชนะมาก็เพราะความฉลาดความเก่งของข้านะ” ชูม่ารีบตอบโต้ พลางเคี้ยวขนมตุ้ย ๆ
“เก่งจริงเขาไม่โม้กันหรอก” รีสทำเสียงเย้ย
“ไม่เชื่อข้าก็ลองให้ข้าเข้าไปในหัวเจ้าอีกรอบไหมล่ะ” ชูม่าท้าทายเขาปาขนมลงพื้นเตรียมพุ่งชนเจ้าหนุ่มล่ำมีหูยาวและสามหางที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
“นี่เจ้ากล้ารึ” รีสชี้หน้าเจ้าตัวเล็กพร้อมกับส่งสายตาอาฆาต
“พอแล้วเลิกเถียงกันสักทีน่าเรากำลังฝึกซ้อมกันอยู่นะ” เนย่าโอดครวญอย่างเหนื่อยใจสองคนนี่ไม่เคยถูกกันเลยจริง ๆ อยู่ใกล้กันทีไรก็คอยหาเรื่องทะเลาะกันตลอด
“ถ้าชูม่าไม่ไหว ให้ข้าช่วยไหมขอรับนายข้า” บาร์รามเสนอบ้างเพราะหลังจากสอนเนย่าให้รวบรวมสมาธิฝึกซ้อมเรียกใช้อาวุธแล้วก็ดูเหมือนว่าที่เป็นปัญหาของเนย่าจะมีเพียงอย่างเดียว คือเจ้าหมัดมังกรที่ไม่ยอมจะเชื่อฟัง
สำหรับเรื่องการใช้อาวุธเนย่าถือว่าหัวไวและใช้คล่องมากจะมีก็แต่พลังเวทย์ที่ค่อนข้างจะควบคุมยากแม้จะเรียกใช้ได้ทุกครั้งแต่ก็ยังดูเหมือนจะใช้ได้ไม่เต็มที่ยังอ่อนทักษะและการควบคุมอยู่มากโข แม้เธอจะสามารถอัญเชิญผู้ครองธาตุได้ก็ตามแต่การจะฝึกใช้ให้ได้แบบใจนึกคงต้องได้รับการฝึกฝนจากต้นกำเนิดธาตุนั้น ๆอย่างแท้จริง
บาร์รามคิดว่าผู้ครองธาตุให้ยืมพลังใช้เพราะเนย่าเป็นร่างทรงของผู้ครองธาตุนภาเสียมากกว่าแต่จะยินยอมแบบเต็มใจคงจะไม่ใช่
“ช่วยยังไงหรือคะคุณบาร์ราม” เนย่าเมื่อเห็นว่าบาร์รามอยากจะช่วยก็นึกสงสัยเหตุผลในการช่วยของบาร์รามน่าจะดีกว่าของรีสเธอจึงเลือกที่จะรับฟัง
“ข้าจะส่งพลังส่วนหนึ่งผ่านร่างของชูม่าเพื่อช่วยท่านขอรับ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูไม่อยากโกง” เนย่ารู้สึกว่าถ้าบาร์รามใช้วิธีนี้ก็เท่ากับช่วยเธอโกงเธออยากให้ชูม่าได้ใช้พลังที่แท้จริงมากกว่า
“โธ่! จะโกงยังไงยายหนู แล้วเวลาเจ้าแสดงพลังเรียกธาตุนั้นธาตุนี้มาใช้แบบนั้นโดยทุกคนคิดว่าเป็นพลังจากข้านี่เจ้าไม่คิดว่าโกงบ้างรึไง” ชูม่าบ่นในขณะที่หยิบขนมที่เพิ่งปาทิ้งไปขึ้นมาปัดแล้วกินต่อ
“ก็นั่นมันความสามารถฉันเองนี่นา” เนย่าเถียง
“เอาเป็นแบบนี้ไหมขอรับ ในวันประลองพวกข้าจะเข้าไปคอยดูอยู่ห่างๆ ด้วย เผื่อมีใครแทรกภารกิจขึ้นมาจะช่วยได้ทันเมื่อคราวที่แล้วท่านโดนทำร้ายในสนามก็เกิดจากผู้ไม่หวังดีถ้ารอบนี้มีอีกและถึงขั้นลงไปยุ่งเกี่ยวกับการประลองในเขตภารกิจกฎก็จะถูกเปลี่ยนได้ให้ข้าช่วยระวังไว้จะดีกว่านะขอรับนายข้า” บาร์รามเสนออีก เขารู้ดีว่าเนย่าไม่ชอบให้ช่วยแต่ถ้าคอยดูคอยระวังให้ก็น่าจะได้
“แบบนั้นก็ได้นะคะเผื่อพวกโฮล์เบเรียสโผล่มาจะได้แก้ไขทัน สองคนนั่นก็ยิ่งต้องระวังตัวด้วยหากเผลอกลายร่างขึ้นมาให้ใครรู้เข้าก็จะแย่” เนย่านึกถึงสองมังกรของเธอซึ่งไม่รู้วันดีคืนดีจะกลายร่างขึ้นมาวันไหนจนทุกคนแตกตื่นมีบาร์รามช่วยระวังด้วยก็คงจะดีไม่น้อย
“ยายหนูคิดว่ามังกรเธอจะยอมแพ้เธอไหมในการประลอง” ชูม่าย้ายพุงย้วย ๆ ไปนั่งข้างโถน้ำผึ้งพลางเอ่ยถามเขาใช้มือเล็ก ๆ ล้วงโถน้ำผึ้งลงไปก่อนจะกินมันอย่างเอร็ดอร่อยเรื่องกินเขาไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว ยิ่งคุยเรื่องเครียดก็ต้องยิ่งกินให้คลายกังวล
“ไม่หรอก ฉันไม่ให้พวกเขายอมง่าย ๆ แบบนั้นสู้กันก็ต้องให้เต็มที่สิ ถึงแม้จะเป็นมังกรของฉันก็เถอะ” อีกอย่างคือเธอยังไม่ชินที่เพื่อนร่วมชั้นกลายมาเป็นมังกรของเธอก็คงสู้กันไปตามคำสั่งที่ได้มา
“เธอนี่น้า ไม่ลองหัดฝึกฝนสองคนนั่นดูบ้างจะได้เชื่อมจิตกันง่ายขึ้นไง” ชูม่ายังคงแลบลิ้นเลียมือตัวเองที่มีน้ำผึ้งเคลือบจนชุ่มโดยไม่ได้หันมามองสีหน้าของคนถูกถาม
“พวกเขาจะมาหาฉันเองเมื่อถึงเวลาฉันเชื่ออย่างนั้น” เนย่ายังเชื่ออยู่เสมอว่าสองมังกรของเธอจะมาหาเธอเองโดยไม่ต้องร้องขอและบังคับอะไร แต่ถ้าพวกเขาไม่สะดวกใจเธอก็จะทำแค่รอเวลาในการได้ฝึกฝนร่วมกัน
“สองคนนั่นจะรู้ไหมนะ ว่านอกจากพวกเขาจะปกป้องเธอเธอเองก็พยายามปกป้องเขา และให้อิสระพวกเขาขนาดนี้น่ะยายหนู แล้วเมื่อไรพวกเขาจะเชื่อฟังเธอล่ะแบบนี้” ชูม่าหันไปเหล่มองคนที่มีสีหน้าเจื่อนลง
“พูดมากน่าชูม่า รีบฝึกซ้อมเร็วเข้า” เนย่าตัดบทพร้อมกับหิ้วหางชูม่าให้พ้นจากโถน้ำผึ้งเพื่อนำไปฝึกพ่นไฟอีก
“นี่ยายหนูฉันยังกินไม่อิ่มเลยนะถ้าฉันไม่อิ่มฉันจะอารมณ์ไม่ดีและทำอย่างที่เธอสั่งไม่ได้นะ” ชูม่าตะเกียกตะกายแต่ก็ไปไหนไม่ได้นอกจากห้อยต่องเต่งตามมือของเนย่าไป
“นายกินจนท้องจะแตกก็ไม่เห็นฟังที่ฉันสั่งเลยมาฝึกได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะขอให้คุณบาร์รามงดอาหารทุกมื้อของนาย” เนย่าขู่
“ได้ ๆ โอเค ๆ ฝึกก็ฝึก” ชูม่าถอนหายใจ พลางคิดในใจว่าอย่าให้เขาได้คืนร่างเดิมเมื่อไร เขาจะแกล้งยายหนูนี่ให้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่