กลิ่นหอมมันของหัวกะทิสดที่เคี่ยวจนแตกมันสีนวลตา โชยอบอวลไปทั่วห้องครัวของร้านหลบมุมคาเฟ่สลับกับกลิ่นเครื่องแกงเขียวหวานอันเผ็ดร้อน
นนท์ยืนอยู่หน้าเตาอัจฉริยะ คอยใช้ทัพพีไม้พายคนน้ำแกงสีเขียวพาสเทลในหม้อดินเผาอย่างเบามือเพื่อไม่ให้กะทิจับตัวเป็นก้อน
ควันร้อนสีขาวโชยกรุ่นขึ้นมา พัดพากลิ่นฉุนของสมุนไพรพริกแกงไทยโบราณ ทั้งตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด และพริกขี้หนูสวนสีเขียวสด
กลิ่นเผ็ดร้อนนั้นผสมผสานกับกลิ่นอายมานาธรรมชาติแสนบริสุทธิ์อย่างน่าอัศจรรย์
นนท์กำลังทดลองทำเมนูฟิวชั่นจานใหม่ โดยหยิบเอาวัตถุดิบต่างโลกอย่าง "ผลดาราสวรรค์มนตรา" ผลไม้ทรงกลมเรืองแสงสีน้ำเงินครามดุลดวงดาวจากป่าเอลฟ์มาใช้งาน
ผลไม้ชนิดนี้มีเปลือกบางโปร่งใส เนื้อในฉ่ำน้ำรสหวานละมุนลิ้น และแฝงไปด้วยมานาธาตุลมบริสุทธิ์ที่ช่วยให้ผู้ทานรู้สึกเบาสบายตัวและผ่อนคลายจิตใจ
นนท์ใช้มีดไม้สับผลดาราสวรรค์เป็นชิ้นพอดีคำอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้โลหะทั่วไปทำลายพลังเวทมนตร์ในเนื้อผลไม้
จากนั้นเขาค่อยๆ หย่อนชิ้นผลไม้สีฟ้าครามลงไปผสานกับแกงเขียวหวานไก่ที่กำลังเดือดปุดๆ ในหม้อดินเผา
*ซ่า...*
ทันทีที่ชิ้นผลไม้สัมผัสกับน้ำแกงกะทิรสจัดจ้าน คลื่นพลังงานมานาสีทองคำจางๆ ก็แผ่ซ่านออกมาจากหม้อแกง
มันโชยกลิ่นหอมหวานสะอาดแบบป่าไม้ ออกมาตัดกับความเผ็ดร้อนเข้มข้นของแกงไทยได้อย่างประหลาดและลงตัวที่สุด
เอลวิน่าที่เพิ่งเดินเข้ามาในครัวสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึก แววตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นและน้ำลายสอ
"กลิ่นหอมสุดยอดเลยค่ะพี่นนท์! กลิ่นแกงเผ็ดร้อนแรงของโลกมนุษย์รวมกับความหอมบริสุทธิ์ชวนฝันของผลดาราสวรรค์แล้วเข้ากันดีมากเลยค่ะ"
"แกงเขียวหวานไก่ใส่ผลดาราสวรรค์มนตราครับเอลวิน่า รสหวานธรรมชาติของมันน่าจะช่วยลดความจัดจ้านและเสริมพลังบำบัดได้ดีเลย" นนท์เอ่ยพลางยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น
ขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษาเรื่องเมนูใหม่ แผงควบคุมระบบจำลองโฮโลแกรมสามมิติบนเคาน์เตอร์บาร์ด้านนอกพลันส่งเสียงแจ้งเตือนสั้นๆ
*ติ๊ด...*
จุดแสงสีแดงเข้มจุดหนึ่งปรากฏขึ้นตรงบริเวณขอบเขตมิติตะวันออก ซึ่งเชื่อมต่อกับบานหน้าต่างระเบียงชั้นสองของร้านที่เปิดสู่จักรวรรดิสัตว์อสูร
[ตรวจพบผู้มาเยือนพกพาสิ่งของอันตราย: ขวานศึกยักษ์เหล็กไหลสะกดวิญญาณ]
[การวิเคราะห์เจตนา: ไม่มีเจตนาร้าย (ลูกค้าปกติที่กำลังลี้ภัยสงคราม)]
[สถานะระบบป้องกัน: อาวุธได้รับการเปลี่ยนสภาพโครงสร้างทางกายภาพเป็นขวานไม้ของเล่นชั่วคราวเมื่อก้าวเข้าสู่เขตแดน]
นนท์และเอลวิน่าหันมาสบตากันด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นหน้าจอรายงานผลการสแกนของระบบสแกนอาวุธระดับ 2.5
*ตึก... ตึก...*
เสียงก้าวเท้าที่หนักแน่น มั่นคง และเชื่องช้าดังสอดประสานลงมาจากบันไดไม้ทางขึ้นชั้นสอง
ผู้มาเยือนคนใหม่ก้าวเดินลงมายังโถงชั้นล่างอย่างระมัดระวัง ร่างกายของเขาสูงใหญ่เกือบสองเมตรและมีแผงขนสีทองอร่ามรอบลำคอราวกับราชสิงห์หนุ่ม
เขาคือมนุษย์ครึ่งสัตว์อสูรสิงโต สวมเกราะโลหะสีทองหม่นที่มีรอยบากและรอยขีดข่วนลึกจากการต่อสู้อย่างโชกโชนทั่วร่าง
ใบหน้ากร้านแดดเต็มไปด้วยหนวดเคราสีทอง แววตาสีอำพันดุดันและทรงพลังกวาดมองไปรอบโถงคาเฟ่ด้วยสัญชาตญาณระวังภัยของนักรบ
แต่ทว่า ทันทีที่จมูกอันเฉียบคมของเขาได้กลิ่นหอมเข้มข้นของแกงเขียวหวานกะทิโชยมา ท้องของเขาก็ส่งเสียงประท้วงขึ้นมาทันที
*โครก...*
เสียงท้องร้องดังสนั่นเลียนแบบสัตว์ป่าทำให้นักรบสิงโตหนุ่มชะงักฝีเท้า ใบหน้ากร้านแดดขรึมเข้มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายและขัดเขิน
"ยินดีต้อนรับสู่ร้านหลบมุมคาเฟ่ครับ วันนี้มีแกงร้อนๆ กับข้าวสวย ทานเพื่อฟื้นฟูกำลังหน่อยไหมครับ?" นนท์ทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพและนุ่มนวล
นักรบสิงโตหนุ่มสูดดมกลิ่นแกงเขียวหวานอันเย้ายวนอีกครั้งพลางกลืนน้ำลายคำโตลงคอ
"กลิ่นนี่... มันหอมมันและเผ็ดร้อนอย่างที่ข้าไม่เคยพบเจอมาก่อน ข้าขอลองทานเมนูนี้สักจานเถิด เจ้าของร้านมนุษย์"
"ยินดีครับ เชิญเลือกนั่งรอที่โต๊ะริมหน้าต่างสักครู่นะครับ"
นนท์หันกลับเข้าครัว ตักข้าวหอมมะลิไทยร้อนๆ ส่งควันฉุยใส่จาน ราดแกงเขียวหวานไก่สีเขียวนวลชุ่มน้ำแกงกะทิเข้มข้น
ในน้ำแกงเต็มไปด้วยชิ้นผลดาราสวรรค์สีฟ้าใสและมะเขือเปราะเนื้อนุ่ม
เขารีบโรยหน้าด้วยใบโหระพาสดและพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง เพื่อเพิ่มความสวยงามและกลิ่นหอมสมุนไพรไทย
นนท์ยกจานอาหารออกไปเสิร์ฟให้นักรบสิงโตหนุ่มที่โต๊ะด้วยตัวเอง
นักรบสิงโตหนุ่มมองจานอาหารตรงหน้าด้วยแววตาประหลาดใจในสีสันสีเขียวสลับน้ำเงินครามเรืองแสงจางๆ
เขาหยิบช้อนไม้ขึ้นมา ตักแกงเขียวหวานราดข้าวและเนื้อไก่ชิ้นโตเข้าปากคำใหญ่
*เคี้ยว...*
แววตาสีอำพันของนักรบสิงโตเบิกกว้างขึ้นทันที ร่างยักษ์ใหญ่สั่นเทาเบาๆ ด้วยความตกตะลึงในรสชาติ
ความเผ็ดร้อนซาบซ่านของเครื่องแกงและกะทิมันๆ ผสมผสานกับความหวานฉ่ำเย็นของผลดาราสวรรค์มนตราได้อย่างน่าทึ่ง
พลังมานาธาตุลมที่ฝังอยู่ในผลไม้แผ่ซ่านเข้าสู่ระบบจุดชีพจรเลือดลม ช่วยคลายความตึงเครียดและฟื้นฟูอาการล้าสะสมจากการเดินทางไกลหลายวัน
"อร่อยยิ่งนัก! รสชาติเผ็ดร้อนของมันช่วยกระตุ้นพลังชีวิตและเลือดลมในร่างกายของข้าให้ไหลเวียนประหนึ่งได้เกิดใหม่!"
นักรบสิงโตหนุ่มตักข้าวราดแกงเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างหิวกระหายและเอร็ดอร่อย จนข้าวหมดจานภายในเวลาไม่ถึงสามนาที
"เจ้าของร้าน... ข้าขอเพิ่มอีกจานเถิด! อาหารวิเศษนี้ทำให้ข้ารู้สึกเบาสบายตัวและอบอุ่นใจเหลือเกิน!"
นนท์ยิ้มรับคำพลางเดินกลับเข้าห้องครัวไปจัดแกงเขียวหวานไก่ฟิวชั่นจานที่สองมาเสิร์ฟให้เขาทันทีอย่างรวดเร็ว
หลังจากทานอาหารจนอิ่มหนำ นักรบสิงโตหนุ่มพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมา แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเลื่อมใสและผ่อนคลายอย่างชัดเจน
"ข้าเดินทางลี้ภัยสงครามในจักรวรรดิสัตว์อสูรมาไกลหลายร้อยลี้ ไม่มีเงินตราหรือเหรียญทองของโลกนี้ติดตัวมาเลย"
"แต่ข้ามีสิ่งนี้อยู่... หวังว่าจะเพียงพอสำหรับค่าอาหารวิเศษสองจานนี้นะ"
นักรบสิงโตล้วงมือเข้าไปใต้เกราะอกเหล็กกล้า หยิบเกล็ดหนาสีส้มอมแดงเรืองแสงอ่อนๆ คล้ายถ่านร้อนระอุวางลงบนโต๊ะไม้
*กัง...*
"นี่คือ 'เกล็ดมังกรปฐพีเพลิง' แร่เกล็ดเวทมนตร์ธาตุไฟระดับสูงที่ข้าได้มาจากการปราบอสูรมังกรดินในดินแดนใต้"
นนท์มองดูแผ่นเกล็ดเวทมนตร์ที่แผ่ความอบอุ่นอ่อนๆ ออกมาด้วยความพึงพอใจและขอบคุณ
"ขอบพระคุณมากครับ มูลค่าของมันเกินพอสำหรับค่าอาหารแน่นอนครับคุณลูกค้า" นนท์ตอบกลับอย่างสุภาพ
นักรบสิงโตพยักหน้าชื่นชมในความใจกว้าง ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ด้วยความสบายตัว
"ข้ามีนามว่า 'เลโอ' เป็นอดีตนายทหารองครักษ์แห่งราชวงศ์สิงโต... ขอบคุณสำหรับอาหารที่ช่วยชุบชีวิตของข้าในวันนี้ เจ้าของร้าน"
นนท์ผงกศีรษะรับการแนะนำตัวอย่างอ่อนโยน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าชื่อของราชวงศ์สิงโตนี้จะเชื่อมโยงเข้ากับตัวตนของเจ้าหญิงจิ้งจอกเก้าหางที่กบดานอยู่ชั้นสองอย่างไร...