Amara จากคนสู่ราชัน

    Amara Nameless : 40

            "ใช่สิ! นายได้ไอเทม <บัตรเชิญโลกภูติวิญญาณ> แล้วไม่ใช่หรอ และทำไมไม่เข้าไปตั้งแต่แรก" หัวหน้ากิลฟอร์นเทียไม่สนใจคำถามแต่อย่างใด

            "บัตรเชิญโลกภูติวิญญาณนั้น ผู้ที่ไปได้จะต้องมีเลเวล 300 ขึ้นไป และต้องมีคลาสเลเจนดารี รวมไปถึงการสังหารบอสอีเว้นท์ครบ 50 ตัว แม้ฉันจะผ่านเงื่อนไขที่กล่าวมา แต่เลเวลฉันก็ยังไม่ถึง 300 นะ เหลืออีกตั้ง 40 กว่าเวลนู้น" จอมเวทย์หยุด ก่อนจะกล่าวต่อ

            "ในบัตรเชิญนั้น จริงๆ เงื่อนไขมันผ่าน 2 ข้อก็เข้าไปได้นั้นแหละนะ แต่ก่อนจะเข้าไปฉันถูกส่งไปยังสถานที่มืดมิด ไม่มีแสง แต่ไม่นานก็ปรากฏทารกสีแเดงออกมา มันมีพลังทำลายล้างสูงมาก ซึ่งมันมีพลังโจมตีคงที่คือ 30,000 หน่วย แม้ฉันจะกางบาเรีย แต่สุดท้าย! แน่นอนฉันตาย...ตายง่ายๆ เลย"

            ทุกคนที่ได้ยินพลันอึ้ง เพราะเขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งขนาดนั้น แต่ทันใดนั้นจอมเวทย์อาถรรพ์ก็กล่าวต่อ ทำให้ทุกคนใจหาย

            "มันเป็นสิ่งมีชีวิตน่ากลัวมาก โจมตีโดยเมินเฉยต่อการป้องกันทุกชนิด และสายฟ้าสีดำของมันแต่ละเส้นมีสติปัญญาเป็นของตนเอง สามารถกำหนดรูปแบบการโจมตี สังหาร ดักรอได้อย่างน่าตกใจ..และสุดท้าย" ทุกคนตั้งใจฟัง

            "มันเป็นเพียงมอนสเตอร์เท่านั้น ไม่ใช่บอส"

            "ห๊ะ! มอนสเตอร์" 

            ทุกคนพลันตกตะลึงอย่างตื่นตระหนก เขาไม่คิดเลยว่ามอนสเตอร์จะแข็งแกร่งขนาดนี้ หากเป็นบอสละจะขนาดไหน หัวหน้ากิลฟอร์นเทียจินตนาการไม่ออกเลยว่าศัตรูแบบนั้นใครจะชนะ แต่เธอหารู้ไม่ว่า มีชายคนหนึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีในการฆ่ามัน หลังจากฆ่าตัวแรกไป

            "ก็นั้นแหละ...ไอเทมมันใช้ได้ครั้งเดียว แต่ครั้งนั้นฉันพลาด การจะไปโลกภูติวิญญาณเป็นได้เพียงฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้น อันตราการดรอปของมันมีไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ" จอมอาถรรพ์กล่าวปลงๆ ส่ายหน้าไปมา

            "ได้เวลางานแล้วสินะ" ชายชุดสง่า กับดาบยาวสีแดงของเขากระตุกขึ้น ชายคนนี้คือผู้เล่นคลาสอีปิกคนที่สองของโลกในระยะเวลาต่อมา เขามีชื่อว่า <คิมชินยอง> ด้วยคลาสของเขาที่พัฒนาได้ทำให้เวลานี้เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นอันดับแนวหน้าของโลกได้สบาย

            หลังจากผ่าน 13 วันตอนที่สู้กับราชาหมาป่าพระจันทร์สีเลือด ทำให้เขาได้รับการพัฒนาจากอีปิกเป็นคลาสยูนีคทันที จึงเป็นการดีที่ชายหนุ่มจะแสดงพลังอำนาจอันน่ากลัวให้โลกได้รู้ว่า กิลฟอร์นเทียนั้นไม่สมควรที่จะเป็นคู่แข่ง หรือศัตรู

            "อืม...นั้นสินะ" จอมอาถรรพ์มองไปไกลจนสายตา แม้กระทั่งผู้เล่นแนวหน้าจำนวนมากไม่อาจมองเห็น แต่ด้วยค่าสถานะการมองเห็นที่สูงกว่ามาตราฐาน ทำให้ชายทั้งสองมองเห็นกองกำลังขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่มา

            "นั้นคือกบฎของกองกำลังเผ่าพันธุ์สินะ" ด้วยทักษะสกิลบางอย่างของหัวหน้าฟอร์นเทีย ทำให้เธอเห็นพวกมันได้ชัดเจนกว่า 2 ชายหลายเท่า  ออร์ค , ยักษ์ , มิโนทอร์ , สรรพสัตว์ , กากอย , ไวเวิร์น และอื่นๆ อีกมากมายกำลังมุ่งมาทางเมืองคาเซล

            "ถรรพ์! นายจัดการไวเวิร์นไหวไหม?" ชายหนุ่มพยักหน้า กล่าว

            "ฉันจะสอยมันให้หมดเองไม่ต้องกังวล" หญิงสาวหันไปมองคิมชินยอง กล่าว

            "คิมยอง นายเพียงแค่เล่นไปตามที่นายต้องการพอ และเข้าช่วยคนที่ไม่ไหว หากรับมือไม่ได้ถอนตัวออกไปซะ และช่วยคนอื่นๆ ด้วย" คิมชินยองหยักหน้าเห็นด้วย

            "ส่วนนายไอ้ทึ่ม นายควรใช้สมองอย่างคิมยองซะบ้าง หากฉันเห็นว่านายทำให้แผนของเขาพังพินาศ เตรียมรับการลงโทษจากฉันได้เลย" แววตาหัวหน้ากิลฟอร์นเทียทำให้ทุกคนหนาวสั่น ไม่ต่างจากจอมอาถรรพ์ และคิมยองที่ไม่เกี่ยว

            ชายนามว่า 'ทึ่ม' เขาคือคนไทย แม้จะมีอายุแต่ด้วยชื่อที่ทึ่ม สมองก็ยังทึ่ม ทำให้การต่อสู้ของเขาเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความสัตย์ซื่อเขาคือผู้เล่นที่เดาการโจมตี และการตัดสินใจได้ง่ายมากๆ ขนาดการใช้สกิลทักษะยังแหกปากบอกให้ศัตรูได้รับรู้

            น้อยคนนักที่จะแพ้ให้กับเขา แค่ถึงอย่างไงก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าเขาอ่อนแอ เพราะชุดเซ็ตที่เขาสวม บวกกับคลาสเลเจนดารี และเลเวลเกือบ 240 ทำให้เขาเป็นแทงก์ที่ล้มลงยากสุดๆ ในโลกอมราก็ว่าได้ ต่อให้คลาสพื้นฐานอันดับ 1 ของโลกมาวัดกับเขา ย่อมไม่ต่างจากผู้เล่นมือใหม่ กับมือโปร เฉพาะด้านการป้องกัน และความเป็นแทงก์อะนะ

            "ดูเหมือนฝั่งนู้นสิพร้อมแล้ว" เหล่าผู้เล่นปีศาจหันไปมองกิลอันดับ 1 และ 2 ที่กำลังตั้งขบวน พร้อมกับผู้เล่นอีกหลายล้านคนกำลังเคลื่อนพลออกจากเมืองคาเซล หมายจะปะทะกับกองกำลังต่างเผ่าพันธุ์

            "หึ! ดูท่าจะมีคนสายตาดีอยู่หนึ่งคนนะ" คิมชินยองกล่าวมองไปที่ รองหัวหน้า <กิลหยาดน้ำค้าง> ที่กำลังจัดทัพและมุ่งหน้าไปยังจุดๆ ที่อีกฝ่ายอยู่ ทำให้กิลฟอร์นเทียที่ไม่อาจมองเห็นต่างพยักหน้าชื่นชมในใจเบาๆ

            "ชักอยากรู้แล้วสิว่า รางวัลอัเว้นท์ครั้งนี้คืออะไร?" จอมอาถรรพ์กล่าวอย่างตื่นเต้น รอรับรู้การปรากฏตัวของหน้าต่างเควส คนอื่นๆ ต่างส่ายหน้าหัวเราะพลางๆ เพราะถึงมันจะดีแต่เควสลับของเขาดีกว่าเควสอีเว้นท์อย่างมาก

            ---

            [ภารกิจลับ : ล่าสังหารแม่ทัพเบื้องหลังของกบฏต่างเผ่าพันธุ์]

            ระดับความยากของภารกิจ : ไม่สามารถระบุได้

            แม่ทัพที่ทรงเกียรติของเผ่าพันธุ์ <???> ได้ทรยศเผ่าของตนเอง และทำการก่อกบฎขึ้น รวมไปถึงจัดฉากทำให้ประชากรแต่ละเผ่า โกรธแค้นในตัวพระราชาของตนเอง จนนำมาสู่หายนะครั้งใหญ่ของเมืองคาเซล และอีกหลายๆ เมืองที่มีแม่ทัพซ่อนเร้นอยู่

            ภารกิจของท่านคือทำการสังหารแม่ทัพเบื้องหลังคนนั้นซะ และนำศพของเป้าหมายส่งคืนสู่เผ่าพันธุ์ของอีกฝ่าย หากท่านทำสำเร็จ ทุกอย่างจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น หากท่านต้องการสิ่งใด

            เงื่อนไขความสำเร็จ : สังหารแม่ทัพเบื้องหลัง (0/1)

            รางวัลความสำเร็จ : กิลของท่านจะได้รับช่างตีเหล็ก ขั้นสูง ระดับ 5 ไปครอบครอง

            บทลงโทษหากทำภารกิจล้มเหลว : เมืองคาเซลจะถูกยึดครอง , เลเวลของท่านจะลดลง 1 ระดับ , ค่าสถานะจะลดลง 10 หน่วยทุกค่าสถานะ เป็นเวลา 1 วัน

            ---

            "ไม่ว่าจะดีหรือไม่...เราต้องจัดการกับแม่ทัพเบื้องหลังพวกมันก่อน" แววตาหัวหญิงสาวจีนปรากฏความดุดดัน เย็นชา ก่อนที่เหล่าสมาชิกกิลฟอร์นเทียก็เข้ารวมกลุ่มกับผู้เล่น 10 ล้านคน

            ***

            ในเวลาเดียวกัน

            นิรนามตอนนี้กำลังยืนอยู่บนยอดต้นไม้ที่สูงตระหง่า เขามองไปยังกองกำลังต่างเผ่าพันธุ์ ด้วยสมญานาม <ผู้เยี่ยมเยือนโลกภูติวิญญาณคนแรก> ทำให้เขาไม่โดนพวกมันจู่โจมแม้แต่นิดเดียว 

            "แล้วฉันจะได้อะไรตอบแทน" นิรนามกล่าวมองไปยังบุคคลเบื้องหน้า

            [บอสลับ : แม่ทัพเบื้องหลังการก่อกบฏ ที่ 1(หายากสูงสุด) เลเวล 400]

            แม่ทัพเบื้องหลังนั้นมีอยู่ทั้งหมด 6 คนด้วยกัน หนึ่งคือแม่ทัพเบื้องหน้าของเขาที่ทำหน้าที่บุกยึดเมืองคาเซล แม่ทัพที่สองบุกยึดเมืองรูซิต ที่สามเมืองเวนอส ที่สี่เมืองเรดัน ที่ห้าเมืองพิเศษไอแซ็ด และสุดท้ายเมืองอีโก้ลาสที่ขึ้นชื่อว่าโหดหินที่สุด และคาเซลเป็นเมืองต่ำสุด

            "พวกข้าเป็นเหล่าก่อกบฏ บัดนี้พวกข้าไม่มีจุดให้ยืนในสังคมโลกอมราอีกแล้ว เพราะฉะนั้นการทำสงครามของเราจะเกิดขึ้นในไม่ช้า เนื่องด้วยเมืองมนุษย์คือปราการที่อ่อนแอที่สุดของเผ่าพันธุ์บนโลก ทำให้พวกข้าวางแผนมาอย่างรอบคอบ และจัดการแผนของตนเองมานานหลายสิบปี แต่แล้ววันที่ข้าจะก่อศึก กับพบว่าเผ่ามนุษย์นั้นแข็งแกร่งกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ข้าต้องการขอความช่วยเหลือจากเจ้า หากเจ้ายอมรับคำขอของข้า ข้าสัญญาว่าจะส่งมอบดาบนี้ให้กับเจ้า"