จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 46 สุนัขสามหัว

                         เมื่อพูดคุยกับทางกลุ่มของโจเสร็จแล้วเด็กหนุ่มก็ออกเดินทางโดยทันทีเวลาในตอนนี้ก็มืดค่ำแล้วแต่เซย์รินเลือกที่จะเดินทางต่อเพื่อไปยังจุดศูนย์กลางของป่ามายาเพื่อให้รู้ให้แน่ชัดว่าเจ้าประตูขนาดใหญ่ยักษ์นั้นมันคือสิ่งใดกันภายในตอนนี้นั้นเซย์รินเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ในการเดินทางในเวลากลางคืนภายใต้สถานที่ ที่ไม่รู้จักค่อนข้างจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งถึงแม้ว่าเซย์รินนั้นจะมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่เคยคิดที่จะทำตัวประมาทเลยแม้แต่เพียงครั้งเดียวความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย


    ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงเลือกวิธีการพลางตัวตลอดทั้งการเดินทางหากไม่ใช่ผู้ที่มีความแข็งแกร่งก็อยากที่จะตรวจจับพบเพราะในตอนนี้นั้นเซย์รินได้ลบตัวตนของตนเองด้วยร่างเงาแม้แต่คลื่นพลังก็สามารถที่จะตรวจจับได้ยากเพราะในตอนนี้นั้นเด็กหนุ่มกดระดับพลังของตัวเองจนถึงขั้นน้อยเสียยิ่งกว่าผู้ไร้พลังเวทเสียอีกเพื่อเตรียมทักษะพร้อมหมดทุกอย่างแล้วจึงไปยังจุดหมายปลายทางโดยทันที


                       ในระหว่างทางนั้นเซย์รินได้เดินผ่านเหล่าสัตว์อสูรมากมายโดยที่พวกมันนั้นต่างไม่ก็อาจที่จะสัมผัสความรับรู้ถึงการคงอยู่ของเด็กหนุ่มได้เลยแม้จะยื่นอยู่ใกล้ๆก็ตามการเดินทางด้วยวิธีการพลางตัวนั้นสามารถช่วยประหยัดแรงได้พอสมควรหากในยามปกติเมื่อเหล่าสัตว์อสูรพบเข้าจะต้องเกิดการต่อสู้เป็นแน่ยิ่งถูกเหล่าสัตว์อสูรพบตัวได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งสูญเสียแรงไปมากเท่านั้นผู้ที่สามารถพรางตัวได้เรียบเนียนอย่างเซย์รินนั้นเกรงว่าทั้งอาณาจักรแห่งนี้คงจะมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นโดยจะต้องอาศัยสมาธิเป็นอย่างมากไหนจะการกดระดับพลังให้ต่ำจนถึงขีดสุดจนศัตรูตรงหน้าไม่สามารถที่จะรับรู้ตัวตนได้


    ในส่วนทางด้านชิริวและดราก้อน

    ตอนนี้นั้นทั้งสองหนุ่มได้รวมกลุ่มกับเอลซ่าจากคำชักชวนของเธอทำให้ภายใต้การนำของเอลซ่านั้นมีสมาชิกอยู่ภายในกลุ่มทั้งหมด 7 คนด้วยกัน โดยมีชาย 2 และหญิง 5คน ที่เธอชวนทั้งสองคนนี้เข้ากลุ่มด้วยเพราะกลัวว่าจะตกรอบแรกเสียก่อนโดยที่เธอนั้นดูความสามารถของคนตรงหน้าทั้งสองแล้วไม่หน้าที่จะไปรอดได้จึงได้บังคับสองหนุ่มให้เขามาร่วมกลุ่มเดียวกันกับเธอ


                   ในตอนแรกนั้นทั้งชิริวและดราก้อนต่างก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าจะไม่เข้าร่วมกลุ่มไปกับพวกเธอเป็นอันขาดเพราะทั้งสองนั้นต้องการที่จะผ่านเข้ารอบด้วยพลังของตนเอง

    พวกเจ้าทั้งสองต่างก็เป็นผู้ติดตามของท่านเซย์รินข้าจะไม่ยอมให้คู่หมั่นของข้าต้องมาขายหน้าเป็นเพราะเจ้าเป็นอันขาด ถ้าหากอยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นพวกข้าจะช่วยเหลือเจ้าเองและข้าก็คิดว่าหากได้รับคำแนะนำจากพวกเราตัวเจ้าเองย่อมได้รับผลประโยชน์และประสบการณ์ที่ดีกว่าไปกันเพียงลำพังสองคนเอลซ่าพูดกับสองหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่เข็มขรึม


                   เมื่อสองหนุ่มได้ยินดังนั้นแล้วจึงเริ่มที่จะค่อยๆเห็นด้วยกับคำพูดของเธอการที่มีผู้มีความสามารถมาช่วยชี้แนะมันย่อมดีกว่าเป็นไหนๆและยังจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่อาจจะมากว่าเดิมด้วยหากลุยเดียวแค่สองคนอาจจะไม่ได้อะไรกับมาเลยก็เป็นได้และเขาเองก็กลัวที่จะทำให้เซย์รินต้องมาขายหน้าเพราะตนเองหากทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา


    ถึงแม้ว่าตัวเซย์รินนั้นไม่เคยออกปากชวนทั้งสองหนุ่มให้มาเป็นผู้ติดตามตัวเขาคิดว่าครบกันในฐานะเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งเท่านั้นแต่สำหรับตัวชิริวและก็ดราก้อนเองนั้นความรู้สึกที่มีให้กับเซย์รินนั้นนอกจากที่จะต้องการเป็นเพื่อนแล้วพวกเขาเองก็ต้องการที่จะเป็นผู้ติดตามของเซย์รินด้วยหลังจากที่ได้เห็นทั้งพลังและความสามารถที่โดดเด่นของคนตรงหน้าทั้งสองจึงเริ่มที่จะตัดสินใจกันอย่างเงียบๆว่าพวกเขานั้นจะต้องมีความแข็งแกร่งขึ้นให้จงได้เพื่อเซย์รินแล้วก็เพื่ออนาคตของตนเอง


                     แท้จริงแล้วที่เอลซ่าชวนทั้งสองหนุ่มเข้าร่วมกลุ่มนั้นคือต้องการที่จะให้ทั้งสองคนมาใช้เป็นแรงงานเช่นการล่าสัตว์เพื่อนำมาประกอบอาหาร คือ งานด้านต่างๆที่จำเป็นจะต้องออกแรงเยอะๆและทั้งสองคนนี้ก็เหมาะเป็นอย่างมากที่จะนำมาใช้งานเพราะทั้งสองนั้นเป็นคนของคู่หมั่นของเธอถ้าหากเป็นผู้ชายคนอื่นละก็เธอจะไม่ยอมเอามาเข้าร่วมกลุ่มเป็นอันขาดเพื่อนำมาใช้งานเป็นอันขาดเพราะปกติเธอนั้นจะรังเกียจพวกผู้ชายเป็นอย่างมากแต่ก็ยกเว้นเพียงเซย์รินเท่านั้นที่สามารถเอาชนะเธอได้


    รวมทั้งผู้ติดตามของเด็กหนุ่มก็ตามเธอก็ไม่ได้รังเกียจหลังจากที่เจอกันหลายครั้งมันก็มากพอที่จะทำให้เธอนั้นรู้จักนิสัยใจคอของอีกฝ่ายได้และก็มากพอที่จะสามารถครบเป็นสหายได้เช่นกันแต่ที่ขัดใจเธอเป็นอย่างมากคือ ตอนนี้นั้นทั้งสองคนยังอ่อนแอเกินไปเอลซ่าจึงคิดจะช่วยฝึกให้กับสองหนุ่มเพียงเล็กน้อยเพื่อแลกกับการใช้งานหนักๆที่เธอและเพื่อนผู้หญิงร่วมกลุ่มของเธอนั้นไม่อยากจะทำถึงพวกเธอนั้นจะมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่งแต่ก็เป็นถึงลูกหลานขุนนางแน่นอนว่าพวกเธอนั้นรักษาสบายและไม่ชอบทำงานหนักๆ


                     เมื่อตกลงกันได้แล้วทางกลุ่มของเอลซ่าก็ออกเดินทางกันโดยทันทีในระหว่างทางนั้นก็เจอกับพวกเหล่าสัตว์อสูรบ้างหากเป็นสัตว์อสูรที่ไม่ค่อยมีความแข็งแกร่งนั้นทางเอลซ่าได้ให้ทั้งสองหนุ่มเป็นผู้จัดการเพื่อเป็นการฝึกไปในตัวหากตัวไหนที่มีความแข็งแกร่งซึ่งเกินความสามารถของชิริวและดราก้อนทางกลุ่มของเอลซ่าก็จะเป็นผู้ลงมือด้วยตัวเองซึ่งการใช้วิธีนี้นั้นสามารถช่วยประหยัดแรงของกลุ่มได้เยอะเพราะสามรถแบ่งหน้าที่กันได้อย่างลงตัวและสองหนุ่มเองก็รู้สึกว่าตนเองนั้นเริ่มที่จะมีการพํฒนาขึ้นมาบ้างหากเปรียบเทียบกันก่อนหน้านี้ที่ออก


    ผจญภัยกันเพียงสองคนนั้น แทบจะหืดขึ้นคอเลยทีเดียวเมื่อเจอสัตว์อสูรที่มีระดับพลังพอๆกับตัวเองแล้วมาเจอหลายๆตัวเข้าทำให้สิ้นแรงเป็นอย่างมากแต่พอมาตอนนี้เมื่อแรงหมดเขาทั้งสองสามารถพักได้อย่างเต็มที่เมื่อมีกลุ่มของหญิงสาวเข้ามาร่วมด้วยและเมื่อเดินทางมาได้สักพักใหญ่ๆพวกเขาได้ทำการตั้งค่ายพักอีกครั้งเพราะช่วงเวลานี้ก็มืดค่ำแล้วเสียด้วยหากจะเดินทางต่อก็อันตราย


    ทางด้านเซย์ ซึ่งเดินทางตลอดแทบจะตลอดเวลาโดยที่ไม่ได้หยุดพักแม้แต่เพียงครั้งเดียวตอนนี้เด็กหนุ่มก็มาถึงที่จุดศูนย์กลางของป่ามายาแล้ว

    ภาพตรงหน้าเด็กหนุ่มเป็นพื้นที่โล่งกว้างสิ่งที่เป็นจุดสุดตานั้นก็คือประตูขนาดยักษ์พร้อมทั้งกับข้างๆประตูนั้นมียามเฝ้าประตูอยู่นั้นก็คือเจ้าสุนัขสามหัวนิเองหากใครมาพบเห็นภาพตรงหน้าคงจะเกิดความหวาดกลัวอย่างสุดหัวใจ ดวงตาสีแดงฉานพร้อมกับ ร่างกายที่ใหญ่ยักษ์ของมันหากใครได้เห็นก็คงที่จะหมดใจสู้แล้ว


    หืมมม เจ้ามนุษย์เจ้าเป็นใครกันทำไมถึงมาแห่งนี้ได้ทั้งที่ข้าได้สร้างภาพมายาตั้งมากมายขนาดนั้นแล้วเจ้ากับมาถึงที่นี่ได้ช่างเป็นคนที่ไม่ธรรมดาเสียจริง

    เด็กหนุ่มถึงกับแข็งค้างทั้งที่ตัวมันนั้นใช้ร่างเงาที่สามารถปิดบังตนเองและระดับพลังได้ขนาดนั้นมันยังสามารถรับรู้ความคงอยู่ของเขาได้แต่เด็กหนุ่มก็ไม่มีความตื้นกลัวแต่อย่างไรเพราะเขารู้ว่าเจ้าสนุขสามหัวนี่ไม่ได้คิดร้ายกับเขาอย่างแน่นอนเพราะไม่ได้มีร่องลอยแห่งจิตสังหารเลยเซย์รินจึงค่อยปรากฏตัวออกมา


    "ว่าแต่เจ้ารู้ถึงตัวตนของข้าได้อย่างไรกันเพราะข้ามั่นใจว่าข้านั้นซ่อนได้แนบเนียนแล้วแท้ๆ

    "อ่อ ก็ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยเป็นเพราะกลิ่นอ่ะถึงเจ้าจะซ่อนพลังได้แต่เจ้าไม่สามารถปิดบังกลิ่นของเจ้าได้หรอกนะ

    "เป็นอย่างนี้นี่เองข้าดันมาพลาดกับเรื่องง่ายๆสินิ

    "ว่าแต่เจ้าเป็นใครกันทำไมถึงมาอยู่ ณที่แห่งนี้ และด้านหลังประตูนั้นอีกมันคืออะไรกันแน่

    "ข้าคือ….

     

     

    คล้ายกับเรื่องจงเรียกข้าว่าจอมราชัน ที่คุณอ่าน