“พ่อจ๋า ! แม่จ๋า ! กะทิได้งานแล้ว เย้ ๆๆ พ่อจ๋าแม่จ๋าอยู่ไหน”
“ไอ้กะทิ ระวัง!”
เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!
" โอ้ว... ไม่น้า ... นั้นมันชุดเครื่องแก้วเจียระไนของฉันแตกหมดเลย " เสียงคร่ำครวญของผู้เป็แม่ที่อาลัยอาวรณ์ชุดเครื่องแก้วเจียระไนของสะสมที่เ้าตัวสะสมมาั้แ่สมัยยังสาวแล้วลูกสาวตัวดีดันวิ่งลงบันไดไม่ดูตาม้าตาเรือจนชนมันตกลงแตกเสียหายหมด
" ตายแน่ๆ เลยไอ้กะทิ "
“ไอ้กะทิ”
“อูยย …. แม่จ๋าอย่าหยิกกะทิซิ ดูสิเป็รอยแล้วเนี่ย” ก่อนจะส่งสายตาไปมองค้อนแม่นิดๆ นางสาวแก้วกะรัต กุลไพศาล หรือกะทิ ได้โปรดอย่าสงสัยทำไมชื่อเล่น
กับชื่อจริงมันไปคนละทิศคนละทาง จะบอกให้ก็ได้ชื่อจริงคุณนายแก้วเขาตั้งให้เพราะชื่นชอบเครื่องแก้วยังไงละ ส่วนชื่อกะทินั้นพ่อเป็คนตั้งให้บอกว่าชื่อมันน่ารักไม่ซ้ำใครดี
“ไม่ต้องมามองค้อนแม่เลยนะ เราทำเครื่องแก้วเจียระไนที่แม่รักแตกหมด เคยบอกเคยสอนกี่ครั้งก็ไม่เคยจำว่าเป็สาวเป็นางให้เรียบร้อยเป็กุลสตรีไทยกับคนอื่นเขาบ้าง นี้อะไรทำตัวเป็ม้าดีดกะโหลกแบบนี้ต่อไปใครเขาจะเอาไปทำเมีย แม่ละเหนื่อยใจกับแกจริงๆ กะทิเอ๊ย
“โอ๋… แต่ช้าแต่แม่จ๋าอย่าบ่นนักเลย นี่ใครกะทิลูกสาวคนเดียวของแม่จ๋า ไม่มีใครเอาไปเป็เมียก็ช่างเขาสิจ๊ะกะทิก็จะอยู่เกาะแบบนี้แหละ”
“อยู่เกาะอะไรของแก”
“คิกๆๆๆ ก็อยู่เกาะพ่อเกาะแม่ยังไงละจ๊ะ”
“โอ๊ย !! แม่จ๋าปล่อยก่อน อูยย เจ็บนะทำไมชอบทำร้ายลูกสาวคนสวยแบบนี้”
“แล้วเป็อะไรร้องโหวกเหวกโวยวาย ดีใจอะไร ป่านนี้เพื่อนบ้านคงใไปแปดบ้านสิบบ้าน”
“ก็บริษัทที่กะทิไปสัมภาษณ์งานนะสิแม่จ๋า เขาเรียกไปทำงานวันพรุ่งนี้แล้ว”
“คนสัมภาษณ์แกเขาเมาอะไรมาหรือเปล่าถึงเรียกแกไปทำงานฮึเ้ากะทิ”
กะทิหันมากอดเอวคนเป็แม่ พร้อมทั้งเอาใบหน้าตัวเองถูไปกับแขนเสื้อของคนเป็แม่อย่างออดอ้อน
“ไม่ต้องมาอ้อนโตแล้วนะเรา” คนเป็แม่ถึงกับส่ายหน้าและหัวเราะไปกับลูกสาวตัวเล็กที่ยังคงเป็เด็กไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งที่บอกคนอื่นแทบตายว่าตัวเองนะโตเป็สาวแล้ว
"โธ่!! แม่จ๋าคนสัมภาษณ์งานก็ต้องมองเห็นถึงความสามารถของกะทิแหละ ถึงความสามารถมันจะหลบลึกมาก ๆ อยู่ข้างในก็เถอะ "
" แถไปเรื่อย ไหลไปได้ตลอดแม่ว่าคนสัมภาษณ์งานแกคงจะฟังแกจนตามไม่ทันมากกว่า ขยับออกไปไกล ๆ ฉันจะเก็บลูกรักของฉัน โธ่!! ลูกรักของแม่แตกหมดเลย"
เมื่อเห็นคนเป็แม่กำลังจะร้องคร่ำครวญอีกรอบ กะทิต้องขอตัวซิ่งไปก่อนไม่งั้นบ่นไม่เลิกแน่ๆ
“แม่จ๋า งั้นหนูขอตัวไปหาไอ้กระป๋องก่อนนะจ๊ะ จะไปบอกข่าวดีกับมันเสียหน่อย” ก่อนจะวิ่งขึ้นไปควบเ้าแดงรถมอเตอร์ไซด์คันโปรดของตนไปหาเพื่อนรักที่อยู่ถัดไปจากซอยบ้านของเธอเอง
“กะทิขับรถก็ระวังดีๆ ละลูก อย่ากลับบ้านมืดค่ำละ”
“จ้าแม่จ๋า หนูจะไม่กลับมืดค่ำหรอกจ้ะ เดี๋ยวหนูกลับมาตอนเช้าเลยละกันนะ”
“ไอ้กะทิ ไอ้ลูกคนนี้นี่มันก็กวนให้แม่ด่าได้ตลอดเวลา ฉันละสงสารคนที่จะมาเป็เ้านายของแกจริงจริ๊งเชียว”
บ้านของกระป๋อง
“กระป๋อง โว้ย กระป๋อง ไอ้กระป๋อง” ปี๊บๆๆๆๆๆ กะทิบีบแตรรถมอเตอร์ไซด์เรียกเพื่อนอีกครั้ง
“โว้ย !!ไอ้กะทิแกจะบีบแตรรถหาพระแสงอะไรของแกห๊ะ !! กลัวคนอื่นเขาไม่ได้ยินหรือไง”
“ไอ้ป๋องฉันได้งานทำแล้วนะบริษัทเดียวกันกับแกด้วยโว้ย เขาพึ่งโทรมาบอกให้ไปเริ่มงานวันพรุ่งนี้”
“เออจริงหรอดีใจด้วย ว่าแต่ว่าแกได้งานตำแหน่งอะไรอ๊ะ”
“เอ่อยังไม่รู้เลย...ฝ่ายบุคคลเขาบอกว่าให้ไปที่บริษัทก่อนเดี๋ยวจะบอกตำแหน่งให้รู้ในวันพรุ่งนี้เลย ช่างมันเถอะขอให้ฉันได้งานก็ดีแล้วแก งานยิ่งหายากอยู่ๆ ด้วย ได้งานอะไรก่อนก็ทำมันไปค่อยว่ากันทีหลัง”
“เออ ว่าแต่ว่าวันนี้แกจะเลี้ยงฉลองอะไรดีนังทิ”
“แกอยากกินไรละ ส้มตำร้านป้าแดงปากซอยเป็ไง”
“ไปดิเปรี้ยวปากว่ะ แกรอฉันแป๊บนะเดี๋ยวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งหน้าทาปากสวย ๆก่อน ”
“เดี๋ยว ๆ นังป๋องแกจะเปลี่ยนชุด แต่งหน้าทาปากทำไม แค่ออกไปกินส้มตำหน้าปากซอย ”
“ไม่ได้โว้ย !! ฉันต้องสวยไว้ก่อน ปากไม่แดงไม่มีแรงเดินแกเข้าใจปะ”
" ฉันไปละ บอกว่ารีบๆ ดันมาชวนคุยไม่จบ "
“เออรีบๆ ไปเลยฉันหิวมากแล้วตอนนี้”
เมื่อทั้งสองเพื่อนเกลอมาถึงร้านส้มตำป้าแดงร้านที่ทั้งสองทานมาั้แ่เด็ก" ป้าแดง แด่ง แด้ง แด๊ง แด๋ง ขอส้มตำแซ่บ เผ็ด ๆ แบบตายไม่รู้เื่นะป้าจ๋า"
" เนี่ยไอ้ป๋องไอ้กะทิ พวกแกมันจะเรียกชื่อฉันสั้น ๆ สักครั้งได้ไหมว่ะ เนี่ยเรียกแบบนี้คนทั่วซอยเขาก็จะเรียกตามพวกแกหมดแล้ว ไอ้พวกนี้เนี่ย"
" ทำไมละจ๊ะป้าจ๋า เรียกแบบนี้แหละไม่ซ้ำใครดี ป้าจะได้จำพวกหนูได้ไงจ๊ะใช่ไหมนังป๋อง "
" ใช่จ้ะป้าแดงจ๋าาาาาา"
" โวะ!! ไอ้พวกนี้นี่ เอาอะไรเพิ่มอีกเปล่าจะได้ไปทำครั้งเดียว "
" เอาเหมือนเดิม เพิ่มเติมด้วยบัวลอยไข่หวานล้างคาวปากด้วย วันนี้จัดเต็มนังกะทิมันได้งานใหม่นะป้า ต้องเลี้ยงฉลองให้มันหน่อย กว่าที่คนสมองหนาแบบมันจะได้งาน"
" นังป๋อง แกว่าฉันหรองั้นฉันไม่เลี้ยงแกแหละ ไทยแชร์เถอะวันนี้นะ "
" โอ๊ะโอ..กะทิเพื่อนรัก รักดอกจึงหยอกเล่น เพื่อนฉันเก่งจะตาย เนอะป้าแดงเนอะนังกะทิมันเก่ง มันสวยที่สุดในซอยแปดเลย"
" นังป๋อง... นังสตอเบอแหล "
" ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ "
" เออ.. กะทิพรุ่งนี้อ๊ะ หัวหน้าฉันบอกว่าเ้าของบริษัทจะเข้ามาทำงานประจำที่สาขาเรานะ "
" เอ้าจริงหรือ ผู้หญิงผู้ชายวะแกแล้วอายุเยอะยัง "
" ผู้หญิงแหละ ได้ยินว่าพึ่งมาจากต่างประเทศ อายุเยอะหรือเปล่าไม่รู้เหมือนกัน "
" อ๋อ.. ก็ช่างเถอะ เราคงไม่ได้เจอกันเท่าไหร่หรอก คิดว่านั้นนะ"
" อืมก็จริงของแก..เรามันก็แค่พนักงานตัวกระจิริดคงไม่ได้อยู่ในสายตาเ้านายหรอก เออแล้วแกเตรียมเสื้อผ้าแล้วหรือจะไปทำงานนะ "
" มีแล้ว ก็ชุดสมัครงานนั่นแหละ ก็มีชุดเสริมจากคุณนายแก้วเขาด้วย ตัดเย็บไว้ให้เยอะแยะ บ่นว่าจะไปเสียเงินเสียทองซื้อทำไมไม่สวย คุณนายเลยจัดไว้ให้เต็มตู้"
" ฮ่าๆๆๆ เออน่า แม่แก้วเขามีฝีมือตัดเย็บเสื้อผ้าสวยๆ ทั้งนั้น แกโชคดีแล้วไม่ต้องเสียตังค์ซื้อใหม่ "
" เออ ก็ตามนั่นแหละขืนฉันไม่ใส่นะ บ่นไปเจ็ดวันก็ไม่หยุดเถอะ "
" ฮ่าๆๆๆ แม่แก้วน่ารักออก "
" ไปนอนบ้านฉันไหมล่ะ ไปนอนฟังแกบ่นสักวันหนึ่งแล้วแกจะรู้ แกดูนี้รอยหยิกคุณนายแก้วเขาแหละ ตัวฉันเขียวไปหมดแล้ว "
" ไหนดูสิ ฮ่าๆๆ แกไปทำอะไรถึงได้โดนหยิกเนื้อเขียวขนาดนี้ "
" อันนี้หรอ ล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ วิ่งลงมาจากบันไดไม่ทันมอง คุณนายแก้วเขาเอาชุดเครื่องแก้วเจียระไนมาทำความสะอาด ฉันเผลอดีใจได้งานใหม่เลยชนเข้าแตกหมดเลย ก็เลยโดนหยิกเนื้อเขียวอย่างที่เห็น"
" ฮ่า ๆๆๆ สมน้ำหน้าดีเท่าไหร่แล้วที่แม่แก้วไม่ฟาดแกด้วยไม้หน้าสาม ข้อหาทำชุดเครื่องแก้วสุดรักสุดหวงของนางแตก"
" เออรู้แล้วน่า เดี๋ยวทำงานได้เงินเดือนแรกจะยกให้คุณนายแก้วไปหมดเลยจะได้ไปซื้อมาทดแทนพวกที่ฉันทำแตกไป"
" เอ่อดีๆ พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันไปรับแกไปทำงานด้วยกันและแกต้องตื่นให้มันเช้า ๆแหละ ห้ามตื่นสายนะโว้ย เริ่มงานวันแรก ถ้าสายฉันไม่รอแกด้วยเชิญแว๊นไอ้แดงแกไปทำงานเองเลย "
" ไม่สายแน่นอน ไอ้กะทิคอนเฟิร์ม "
" คอนเฟิร์มตลอด ฉันเห็นแกลืมนั้นลืมนี้ตลอดเถอะ กลับไปเย็นนี้จัดเตรียมใส่กระเป๋าให้ครบจะได้ไม่ลืม โอเค๊ "
" ย่ะ คุณแม่ป๋องนี้แกเป็เพื่อนหรือเป็แม่คนที่สองของฉันเนี่ย "
" ฮ่าๆๆๆ ไม่เป็โว้ยบอกเลยมีลูกสาวแบบแกฉันขอไม่มีดีกว่าปวดประสาทบอกตรง "
" นังป๋อง แกว่าฉันหลายทีแล้วนะวันนี้ เดี๋ยวมียันโครมไปนู่นจะหาว่ากะทิไม่เตือนนะโว้ย"