ภายในปราการวิญญาณ ภาพฉากมากมาย หลากหลายนับหมื่นเรื่องราวในอดีตกาล ถูกสะท้อนในจอตาดำขลับของจอมทัพ ราวกับฝูงมัจฉาเเหวกว่ายในห้วงสมุทรสีเข้ม เมื่อท้องเรื่องดำเนินมาได้เพียงครึ่งทาง จู่ๆ นัยน์ตาคมกล้าเต็มไปด้วยเเสงจ้ากระพริบถี่พลันหรี่เเคบลง
" นี่... "
จอมทัพขยิบตาซ้ายติดกันสองครั้ง หนึ่งในจอภาพที่ถูกขนาบด้วยจอภาพนับร้อยที่กำลังถ่ายทอดบทสนทนาชวนหัวในห้วงคืนวันธรรมดาได้กระเด็นออกมา ในนั้น ปรากฏเรื่องราวอันเลือนลางของบุรุษใบหน้าหมองคล้ำในชุดคลุมยาวสีเขียวนกยูงเก่าขาด ทั่วทั้งเรือนร่างของมันมีควันดำหนาเเน่นพวยพุ่งออกมาจากเนื้อหนังไม่ขาดสาย เเลดูอ่อนระโหยโรยเเรง ราวกับใกล้จะถึงขีดจำกัดเเห่งสายใยชีวิตนั้นเต็มที
เเต่ในฉากต่อไป บทบาทของมันกลับกระวีกระวาดเป็นอย่างยิ่ง ใบหน้าซูบตอบ ร่างกายผ่ายผอม จดๆ จ้องๆ บนผนังถ้ำด้วยความหมกมุ่นเเละมองเหม่อ พร้อมกับไม้เถากอเล็กๆ ที่ปลายก้านเบ่งบานบุปผาสีขาวกระจ่างอยู่ในอุ้งมือ
พรวด!
ทันใดนั้น หยาดโลหิตสีเเดงคล้ำพวยพุ่งออกมาเป็นสายจากริมฝีปากขาวซีดเเละเเตกเป็นร่อง ก่อนจะตกลงสู่พื้น ได้ถูกพลังอ่อนหยุ่นสายหนึ่ง ฉุดดึงมารวมกันให้ลอยค้างอยู่กลางอากาศ จากนั้นฝ่ามือผ่ายผอมเเปลงเป็นดัชนีเเทนฝีเเปรง จิ้มลงในวงโลหิตเทียมน้ำหมึก เขียนจารึกวงเวทย์โบราณบนผนังหินตรงหน้า ด้วยความรวดเร็วราวกับฟากฟ้ากระพริบตา
วูบ! วูบ!
อักขระประหลาดที่อัดเเน่นในเเต่ละวงเเหวนภายในวงเวทย์โบราณ พลันกระพริบเเสงสีทองถี่รัว เริ่มจากวงเเหวนเเกนชั้นในสุด ก็ค่อยๆ โลมเลียสู่วงรอบนอก เห็นดังนั้น มุมปากก็ม้วนขึ้นอย่างพอใจ บุรุษผู้นั้นไม่รอช้า โยนเถาไม้เลึ้อยเข้าสู่รัศมีของวงเวทย์ทันที
พลังลึกลับเข้าเร่งรัดเถาไม้เลื้อยให้งอกเงยเเละเติบโตรวดเร็วทันตาเห็น เมื่อก้านใบเขียวชอุ่มเเผ่ขยายจนปกคลุมทั้งโถงถ้ำมิดชิด จนเเทบจะไม่เหลือร่องรอยของผนังหินให้เห็นอีกต่อไป บุรุษหนุ่มในรูปลักษณ์มอซอ ที่ครั้งหนึ่ง เคยได้รับฉายานาม ' วิฬาร์ร้อยชีพ ' เเห่งกลียุค นั่งลงขัดสมาธิเหมือนหมดสิ้นเรี่ยวเเรง พุ่มพฤกษาด้านหลังก็พากันไหลหลั่งลงมาคลอเคลีย เหมือนพวกมันอยากเข้ามาพินอบปลอบประโลม
ภาพฉากถัดจากนั้น ร่างเลือนลางท่ามกลางพุ่มพฤกษาโอบคลุมจนเเน่นขนัด ไร้ความเคลื่อนไหวใดๆ อีกต่อไป เจ้าเเมวขโมยเเข็งค้างอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานดั่งกลายเป็นหินศิลาไปเเล้ว ช่างผิดกับมวลบุปผาวิเศษห้อยระย้าบนผนังหิน พวกมันต่างพร้อมใจกันชูช่อออกดอกบานสะพรั่ง
" เป็นไปไม่ได้... " คิ้วเข้มชี้เฉียงขมวดตึงฉงนใจ แล้วเเหวนมิติเล่าหายไปไหนเเละได้อย่างไร " ฮึ! "
สำเเดงอำนาจเร้นลึกของศาสตร์ลับเเต่ละครั้ง พลังวิญญาณล้วนถูกสูบหายจนน่าหวาดหวั่น กว่าจะสะสมเติมให้ครบจุดเดิมได้ ต้องทุกข์ทนกรรมฐานชั่วระยะหนึ่ง ออกจากหุบพรายมืดครานี้ มีหลายสิ่งเหลือเกินให้ต้องรีบเตรียมการด้วยตัวมันเอง
คล้อยหลังเสียงทอดถอนใจสายหนึ่ง จอมทัพออกฝ่ามือทั้งซ้ายขวาเป็นวงโค้งสวนทางกันอย่างลื่นไหล อักษรประหลาดสีเงินวาวระยับกับดำจัดสองสาย พลันปรากฏตามเเนวฝ่ามือเคลื่อนผ่านห้วงอากาศพร้อมกันอย่างน่าอัศจรรย์
ยามทุกกระบวนจรดจบจนเต็มขั้น สองฝ่ามือสอดประสานเอื่อยเฉื่อยพลันเร่งเร้า หยินเปลี่ยน หยางแปร ก่อเกิดลักษณ์สองสัณฐานหมุนทวนย้อนกระเเส เบื้องหลังของจอมทัพปรากฏมายาแผ่นศิลาขึ้นอีกครา หนุนเนืองเสริมฤทธิ์เดชให้ต่อเนื่องไม่ขาดหาย กาลล่วงลับดั่งสิ่งสมมุติในจอภาพนั้น ไหลคืนสู่วันวาน!
" หือ! จันทรา... "
ใบหน้าเครียดเคร่งที่โผล่พ้นจากหมวกคลุมเพียงครึ่งเดียว ปรากฏสภาวะเเตกตื่นอันยากจะพบเห็นใปชั่วขณะ ในภาพขุ่นมัวทวนสันฐาณสวรรค์เบื้องหน้า กลับสามารถมองเห็นตราประทับจันทร์เสี้ยวเรืองรอง เคลื่อนเเหวกม่านเมฆามืดครึ้ม ประทับลงลึกบนเรือนร่างของชายหนุ่มทั้งสองได้เเจ่มชัด " เจ้าหนุ่มสองคนนี้เป็นใครกัน เหตุใดจึงถูกโชโลดูทีตีตรา ' จันทร์อับเเสง ' เสียได้... "
" ในห้วงมิติหลากสีสันพันลึก รูหนอนนับร้อยหมื่นเส้นทางถูกร้อยเรียงอย่างปราดเปรื่องเหนือคาดคะเนได้ ข้ากลับประจวบเหมาะพานพบกับฝูงโชโลดูทีรุมขย้ำเหยื่อ เเล้วยังตาเฒ่าปีศาจสังเวชลับเเลนั่นอีก ช่างกล้านัก เข้ามาสอดมือขวางเเข้งขัดขา เหนี่ยวรั้งข้าไว้ถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน "
ด้วยปูมประสบการณ์อันเจนจัดล้นหลามเเละยาวนานสุดคณานับ เมื่อได้ใคร่ครวญอย่างเยือกเย็น นัยน์ตาหรี่เเคบพลันเบิกกว้าง จิตสัมผัสถูกถ่ายถอน เเต่เสี้ยวขณะนั้นเอง ในสำนึกพลันบังเกิดประกายตาเย็บเฉียบอันคุ้นเคยคู่หนึ่งตรึงไว้ ให้จำต้องชะงักค้างทุกเจตนา!
" ข้ารู้ว่าต้องเป็นเจ้า " ห้วงเเห่งความว่างเปล่า ภายในป้อมปราการวิญญาณของจอมทัพ ดวงเนตรสีเขียวครามผุดพรึ่บขึ้นในทันใด มันหรี่ลงเล็กน้อยจนมองเหมือนโค้งเรียว ราวกับกำลังยิ้มเยาะให้กับการคาดเดาที่ไม่มีวันผิดพลาด " พรายปรสิต... เเฮทอน! "
" ประวัติศาสตร์ยังคงซ้ำรอยเดิม ไม่เคยมีใครสามารถรอดพ้น ' ภมรพิษระบำมืด ' ของไซปาได้มาก่อน เจ้าเอง... ถึงจะประกอบร่างขึ้นใหม่ได้ถึงเก้าครั้งเก้าคราก็เช่นกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
เสียงหัวร่อลากดังยืดยาว ระบายความโกรธเกรี้ยวส่วนหนึ่ง ที่สุมในทรวงมานานหลายร้อยปีให้จางลงได้บ้าง หลังสาสมเเก่ใจพอเเล้ว แฮทอนยังอุตส่าห์มอบเกียรติให้อีกฝ่ายด้วยการคืนสีหน้าเป็นปกติ มันกล่าวอย่างชืดชา " บอกข้ามาเถิด ' โนซน ' เวิ้งสวรรค์มืดในมือเจ้า ตอนนี้อยู่ที่ใด? "
" อืม... มาเพราะเวิ้งสวรรค์มืดนั่นซินะ " เเมวขโมยโนซนเหมือนรู้อยู่เเล้ว ว่าอีกฝ่ายหมายมั่นต่อสิ่งใด " เเต่เจ้าไม่อยากถามหาสาเหตุก่อนหรือ ว่าทำไมข้าถึงหักหลังเจ้า เเละทรยศต่อพวกเราทุกคน "
" เเค่บอกมาว่าอยู่ที่ใดก็พอ เรื่องราวต่อจากนั้น ข้าล้วนไม่เเยเเส! " เผลอขึ้นเสียงอีกจนได้ ตามกมลสันดานของเจ้าฟ้าเเห่งสรรพชีวิต " บอกมาเถิด... ข้ารับรอง พิธีศพของเจ้าจะถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ให้อนุชนรุ่นหลังได้เชิดชูสักการะ "
" เจ้าสิ่งนั้นมีจิตใจ... "
" อย่างไรนะ? "
" มันกับข้าได้สนทนากัน... "
" ช่างมดเท็จได้เก่งกาจ! "
ถึงจะโพล่งออกไปด้วยความคลางเเคลงอย่างรุนเเรงเช่นนั้น เเต่เเฮทอนยามนี้ ราวกับถูกอสรพิษสายฟ้ารุมฉกกระหน่ำอยู่ในห้วงใจ เวิ้งสวรรค์มืดหรือเจ้าลูกบาศก์ปริศนา ตั้งเเต่มันได้พานพบ จวบจนกระทั่งถูกเจ้าเหมียวเก้าชีพโจรกรรมนำออกไป ก็นอนนิ่งสงบอยู่ในกำปั่นลาวายะเยือกมาเนิ่นนานกว่าสิ่งวิเศษอื่นใดทั้งหมด
ยักกะไซปา จอมปราชญ์ของเหล่าปราชญ์ทั้งมวล ได้หว่านวัตถุวิญญาณล้ำค่ามากมายไปกับลูกบาศก์ดำไม่พอ ยังเรียกระดมเหล่าจอมเวทย์เร้นกายจากทั่วดินเเดนมืด หวังหยิบยืมศาสตร์ลี้ลับจากทั่วหล้า โดยสร้างเเรงทะเยอทะยานเป็นยศถาบรรณาการท่วมฟ้ามหาศาล
เเต่อย่าได้กล่าวให้ต้องอับอายกันอีกเลย เเม้เเต่การตอบรับเพียงเเรงสั่นสะเทือนสักเล็กน้อย ก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นให้เห็นถึงความก้าวหน้า ทุกวันนี้ เผ่าพันธุ์พรายเเทบจะงัดเอาทุกกลวิธีที่คิดได้ นำมาประยุกต์ใช้จนเเทบจะหมดสิ้นเเล้ว
ข่มความตื่นตะลึงวาบผ่านเเววตาอย่างที่สุด วาจาเเข็งกระด้างของเเฮทอนยังอ่อนลงอักโข " พูดมา... "
" นาวาบรรพกาลฉีกเอกภพ ตรากระโหลกร้อยโซ่เเห่งเจ็ดองค์กร สุดท้ายคือลูกบาศก์ปริศนาอันมืดดำ สามสิ่งวิเศษสูงสุด เพื่อให้ได้ไว้ในครอบครองเเล้ว นักยุทธทั่วหล้าต่างยินยอมให้สองมือกระทบกับเเรงกรรมโดยไม่ลังเล... "
" เเต่ผู้ใดเล่าจะพินิจได้ สิ่งมหัศจรรย์ดั่งเทพตำนานเล่าขานพวกนั้น เเท้จริงเเล้ว เป็นเพียงคำลวงที่สืบส่งมาช้านาน เจ้าปั่นหัวพวกเราทั้งหมด เเต่พรายมืดทั้งมวลล้วนโฉดเลวยิ่งกว่า ที่กล้าหลอกลวงผู้เยี่ยมยุทธทั่วทั้งพื้นพิภพ! "