“จะต้องไปแล้วสินะ”
แอนเดอร์สันตื่นเช้ามาพบเข้ากับภูติมากมายกำลังนอนรอบๆตัวของเขาเช่นเดิม หลายวันที่ผ่านมาเป็นวันที่ดีสำหรับเขาไม่น้อย ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่ในสถานที่สงบสุขแบบนี้ แต่เขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปเพราะตอนนี้เขาจำเป็นต้องกลับไปเผชิญหน้ากับพี่ชายและยังคงต้องหาผู้หนุนหลังให้กับตนเอง เพียงได้รับการสนับสนุนจากตระกูลโบฟอร์ตและเอลฟ์ 100,000 ยังไม่เพียงพอ
“ท่านแอนเดอร์สัน ราชินีให้ข้ามาตามไปทานอาหารเช้า”
แอนเดอร์สันลุกออกจากเตียงพร้อมกับใช้เวทย์ชำระล้างร่างกายจนสะอาดแล้วเดินไปยังบ้านของราชินี เหล่าภูติที่ตื่นขึ้นมานี้ก็เริ่มออกไปเก็บเกสรดอกไม้เตรียมจะกินมื้อเช้าร่วมกันกับเขา
“จะไปวันนี้จริงๆแล้วสินะ”
แอนเดอร์สันนั่งมองหน้าราชินีพลางยิ้มเล็กน้อย งานเลี้ยงเมื่อคืนเขาสนุกเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับจากเอลฟ์มากมายขนาดนี้
“ใช่ครับ ผมต้องกลับแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นเรามาพูดกันให้กระจ่างอีกครั้ง เอลฟ์สามารถมอบกองกำลังให้ได้เพียงแค่ 100,000 ตน หวังว่าเจ้าจะเข้าใจกับความเสี่ยงที่เราได้รับหลังจากพาเอฟล์ออกไปมากกว่านี้นะ”
“ผมเข้าใจครับ เพียงเท่านี้ก็มากพอแล้วสำหรับผม”
“แล้ววันเวลาที่เราจะเจอกัน”
“ผมยังไม่แน่ใจและยังไม่มีใครรู้ว่ากำหนดการนั้นจะมาถึงตอนไหน ถ้าอย่างนั้นผมจะให้คนมาที่นี่เพื่อติดต่อขอกำลังนะครับ”
“ไม่ต้องหรอก เจ้าไม่จำเป็นต้องส่งใครมา เรามีสายข่าวกว้างกว่าที่เจ้าคิดนะ ไว้ถึงวันที่สงครามสุดท้ายของเจ้ามาถึง พวกเราจะเดินทางไปหาเอง เจ้าคิดว่ายังไง”
“ดีเหมือนกันครับ ถ้าอย่างนั้นเอาตามที่ราชินีฟีโอน่าพูดเลยครับ”
เหล่าภูติยังคงกระโดดโลดเต้นต่อไปรอบๆพร้อมกับหยิบจับน้ำหวานดอกไม้ออกมาดื่มกินด้วยความสนุกสนาน แอนเดอร์สันที่มองออกไปนอกหน้าต่างเขาก็พบเข้ากับแสงระยิบระยับจากมานาที่ปลดปล่อยออกมาจากต้นไม้แห่งชีวิตที่ตอนนี้กลับมาเป็นปกติแล้ว มันจะไม่มีทางตายอย่างแน่นอนหลังจากเขาได้ใช้ฉายาเจ้าแห่งพืชพรรณและผู้เป็นที่รักของต้นไม้ มีทางเดียวที่มันจะตายได้คือถูกทำลายด้วยสิ่งอื่นที่ไม่ใช่อายุขัยหมดลง
“แอนเดอร์สัน เจ้ามาถึงทางตันของพลังเวทย์ 600 ปีแล้ว เจ้าวางแผนหรือยังว่าจะเลือกก้าวข้ามด้วยวิธีไหน”
แอนเดอร์สันนึกขึ้นได้ว่าเขาจำเป็นต้องก้าวข้ามระดับ 600 ปี ตอนนี้เขาสามารถปลดปล่อยพลังเวทย์ 600 ปีได้เต็มกำลัง แต่เขายังไม่สามารถใช้เวทย์ระดับ 7 และ 8 ได้เต็มกำลังจำเป็นต้องปลดล็อกก่อน หากเขาอยากให้พรทำงานเต็มที่เขาจำเป็นต้องก้าวข้ามระดับนี้ไปให้ได้
“ผมยังไม่รู้เกี่ยวกับการก้าวข้ามเลยครับ”
“อย่างนั้นเองสินะ ถ้าอย่างนั้นให้ข้าอธิบายให้เจ้าฟังไหม”
“รบกวนด้วยครับ” แอนเดอร์สันรู้สึกโล่งที่มีคนรู้จักวิธีการก้าวข้ามนักเวทย์ 600 ปี เขาจึงรอให้ราชินีอธิบายให้ฟัง
“การก้าวข้ามระดับ 600 ปีนั้น ไม่ว่าจะเป็นเอลฟ์หรือมนุษย์ หรือว่าจะเป็นเผ่าพันธ์ุใดก็ตามล้วนต้องทำเหมือนกันหมด พวกเขาจะต้องยกระดับร่างกายเพื่อให้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปให้ได้”
“ก้าวข้ามขีดจำกัด หลังจากปลุกจิตวิญญาณของพรแล้วยังไม่พออีกสินะครับ”
“ใช่ การปลุกจิตวิญญาณให้กับพรเป็นเพียงแค่การเพิ่มพลังมานา ดังนั้นเมื่ออยากจะก้าวข้ามนักเวทย์ 600 ปีจึงต้องยกระดับร่างกาย โดยทำได้ 2 วิธีด้วยกัน วิธีที่หนึ่งใช้ยาช่วยเหลือ สิ่งนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่มันกลับต้องใช้ความปลอดภัยที่สูงที่สุด นั่นเพราะว่าผู้ที่ต้องการก้าวข้ามระดับนักเวทย์ 600 ปีจะไม่สามารถใช้พลังเวทย์ได้เป็นระยะเวลา 1 เดือน”
แอนเดอร์สันเมื่อได้ยินวิธีนี้เขาจึงตัดมันทิ้งไปในทันที การที่เขาไม่สามารถใช้เวทย์ได้เป็นเวลา 1 เดือนสามารถทำให้เขาเสียชีวิตได้
“วิธีที่สอง เดินทางไปแช่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ประจำธาตุต่างๆ วิธีนี้นิยมใช้กันมากเนื่องจากว่าจะทำให้ร่างกายมีความเข้ากันได้กับเวทย์ธาตุนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ธาตุไม้ หากได้แช่ตัวจะทำให้เวทย์ธาตุไม้แข็งแกร่งขึ้น”
“สามารถแช่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์มากกว่า 1 ได้ไหมครับ”
“ไม่เลย เจ้าสามารถเลือกได้เพียงแค่ 1 ธาตุเท่านั้น แต่สำหรับเจ้าข้าคิดว่าคงไม่จำเป็น”
“ทำไมเหรอครับ”
“หากว่าเจ้ามีพรมากกว่า 1 อย่างและเป็นพรธาตุเดียวกัน เจ้าไม่จำเป็นต้องแช่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ ข้าจึงแนะนำให้เจ้าใช้วิธีแรกในการก้าวข้ามขีดจำกัด เพราะไม่ว่าวิธีไหนก็ต้องใช้เวลา 1 เดือนเช่นกัน วิธีแรกเจ้าต้องหาสถานที่ปลอดภัย 1 เดือนในการหลบซ่อนตัว หากเจ้าไม่ต้องการทำให้ธาตุอื่นๆนอกจากธาตุไม้แข็งแกร่งวิธีนี้ข้าคิดว่าเหมาะสม ส่วนวิธีที่ 2 ต้องใช้เวลา 1 เดือนไปกับการเดินทาง สิ่งที่แตกต่างจากวิธีแรกคือเจ้าจะมีเวทย์ธาตุที่แข็งแกร่งขึ้น”
“ถ้าผมไม่ต้องการให้เวทย์ธาตุใดแข็งแกร่งขึ้นไปอีกผมก็ควรใช้วิธีแรกสินะครับ”
แอนเดอร์สันคิดใหม่ วิธีแรกเขาตัดทิ้งไปในทันทีเพราะมันบังคับให้เขาใช้เวทย์ไม่ได้ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพรของเขาสามารถยกระดับตัวเองจนแข็งแกร่งได้มากกว่าการแช่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ประจำธาตุ แอนเดอร์สันจึงหันไปถามราชินีฟิโอน่าเกี่ยวกับพรเพราะเขายังคงสงสัยเกี่ยวกับมัน
“ราชินีฟีโอน่าครับ ผมสงสัยว่าถ้าหากเราได้รับพรหลังจากก้าวข้ามระดับ 300 ปีมาได้แล้ว เราจะต้องปลุกจิตวิญญาณให้มันไหมครับ”
ราชินีทำสีหน้าสงสัย คำถามนี้เธอไม่เคยรู้คำตอบของมันมาก่อน ตลอดการใช้ชีวิต 1,200 ปีไม่เคยพบคนที่ได้รับพรหลังจากก้าวข้ามระดับนักเวทย์ 300 ปีมาได้ ดังนั้นเธอจึงส่ายหน้าเพราะไม่รู้คำตอบในเรื่องนี้
“ข้าไม่รู้เพราะไม่เคยมีใครได้พรหลังจากก้าวข้ามนักเวทย์ 300 ปี”
“ครับ ผมคงต้องลองเองในภายหลัง”
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มเล็กน้อย ทันใดนั้นเขาก็มองราชินีที่เดินไปหยิบกล่องบางอย่างข้างห้อง
“แอนเดอร์สัน ถ้าเจ้าเลือกใช้วิธีเดินทางไปยังน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ข้ามีเพียงตำแหน่งน้ำพุประจำธาตุไม้ ส่วนในเรื่องการใช้ยาเพื่อก้าวข้าม ข้าสามารถช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้ แค่เจ้าฉีดมันแล้วรอ 1 เดือนเจ้าจะก้าวข้ามนักเวทย์ 600 ปีไปได้”
แอนเดอร์สันขอบคุณราชินีฟิโอน่าสำหรับของขวัญในการจากลา ไม่เพียงเท่านั้นเขายังได้รับกิ่งไม้ของต้นไม้แห่งชีวิต มันงอกกิ่งและมอบให้เขาเพื่อตอบแทน เหล่าภูติที่รู้ว่าแอนเดอร์สันจะจากไปแล้วพวกเขากลับไม่ได้แสดงท่าทางทุกข์ใจ ยังคงพากันกระโดดโลดเต้นต่อไปและรอที่จะได้เจอแอนเดอร์สันอีก
“หากวันใดที่เจ้าจะกลับมาเยี่ยมพวกเรา เจ้าพกสิ่งนี้เอาไว้มันจะทำให้เจ้าเข้าออกพื้นที่ได้สะดวกและถ้าแสดงให้เอลฟ์เห็นพวกเขาจะช่วยเหลือเจ้า”
แอนเดอร์สันมองไปยังแผ่นป้ายสีทองภายในมือ หลังจากรู้ว่ามันเป็นของที่ดีมากๆจึงเก็บเอาไว้ใช้ในยามที่เขากลับมาที่นี่อีก แม้เขาอยากจะอยู่ต่ออีกสักเดือนเพื่อใช้ยาก้าวข้ามนักเวทย์ 600 ปี แอนเดอร์สันกลับไม่สามารถอยู่ต่อได้เพราะเวลาที่เขาคำนวณไว้ใกล้จะหมดแล้วเช่นกัน จึงจำเป็นต้องกลับไปให้ทันสอบปลายภาคเทอม 2 ของปี 1 กระทั่งเหล่าภูติและเอลฟ์เดินทางมาส่งเขาจนถึงทางออก แอนเดอร์สันจึงโบกมือลาด้วยความยินดี
“หากทุกอย่างเรียบร้อยผมจะมาเยี่ยมนะครับ”
“เจ้ามาได้เสมอ ที่นี่ต้อนรับเจ้า”
แอนเดอร์สันส่งยิ้มให้กับทุกคนที่เดินทางมาส่ง ก่อนที่เขาจะก้าวออกไปจากม่านพลังมุ่งกลับไปยังเมืองไพโร ที่นั่นมีสะพานข้ามมิติรอให้เขาใช้งาน หากตัวของเขาเดินทางออกไปจากที่นั้นแล้วใช้ระบบขนส่งภายในโลกจะทำให้เขาเดินทางกลับไปยังสหพันธ์โคเวียได้ในไม่กี่วัน
สำหรับการเดินทางจากเขตสถานีไพโรเพื่อกลับไปยังสถานีโคเวียนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาหลายเดือน เขาไม่สามารถเสียเวลาไปกับการเดินทางได้
พรึ่บ!
มานากระตุ้นลงไปยังรอยสักบริเวณเท้าก่อนที่แอนเดอร์สันจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้าพุ่งทะลวงออกจากป่ามุ่งหน้าสู่สถานีไพโร
“ทุกคนจะเป็นยังไงบ้างนะ”
แอนเดอร์สันนึกถึงตระกูลเฟียร์ จากการคำนวณของเขาตอนนี้ตระกูลโบฟอร์ตคงจะยื่นมือเข้าช่วยอย่างลับๆแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีความสงสัยเกี่ยวกับพร แอนเดอร์สันจึงเข้าไปในวงล้อสุ่มเพื่อดูว่าเขาสามารถซื้อพรอะไรมาทดลองได้บ้าง
“พรเกี่ยวกับการต่อสู้สินะ ระบบ ซื้อฉายาผู้มีร่างกายเป็นเลิศ”
แอนเดอร์สันรับรู้ได้ว่าร่างกายของเขาเหมือนจะสามารถทำอะไรได้หลากหลายอย่างและเรียนรู้การต่อสู้ได้ไม่รู้จบหลังจากซื้อฉายา อย่างไรก็ตามเขากลับถอนหายใจเมื่อรู้ว่าฉายาผู้มีร่างกายเป็นเลิศ เป็นฉายาที่ไม่ต้องปลุกจิตวิญญาณ เขาจึงซื้อฉายามาอีก 1 อย่างเพื่อตอบคำถาม
“ระบบ ซื้อฉายาผู้เป็นเลิศด้านการยิงธนู”
แอนเดอร์สันเข้าไปส่องฉายาอีกครั้ง ปรากฎว่าครั้งนี้ระบบแจ้งเตือนให้รู้ว่าเขาจำเป็นต้องปลุกจิตวิญญาณให้กับฉายาผู้เป็นเลิศด้านการยิงธนู
“ระบบ หากฉันไม่ปลุกจิตวิญญาณให้กับฉายาผู้เป็นเลิศด้านการยิงธนู จะมีผลเสียกับฉันไหม”
[แจ้งเตือน ฉายาที่ได้รับหลังจากก้าวข้ามนักเวทย์ 300 ปีไม่มีผลกระทบต่อร่างกายและการพัฒนา เพียงแต่ว่าโฮสต์ไม่สามารถใช้ความสามารถของฉายาได้เต็ม 100 % จำเป็นต้องปลุกจิตวิญญาณให้กับฉายา ไม่อย่างนั้นจะใช้พลังของฉายาได้เพียง 50 % เท่านั้น]
แอนเดอร์สันถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ยังดีที่เขาสามารถใช้พลังของฉายาได้ 50 % เพราะถ้าฉายานั้นไม่สำคัญเขาจะมองข้ามไป อย่างน้อยการมีฉายาเพิ่มเข้ามาก็ทำให้เขามีความเชี่ยวชาญกว่าเดิม
“โอเค ตอนนี้หมดความสงสัยแล้ว สำหรับกองกำลังหนุนหลังเราตอนนี้มีทั้งหมด 3 แล้วสินะ ตระกูลเฟียร์ ตระกูลหลักโบฟอร์ต และเอลฟ์ 100,000 ตน”
บู้ม!
ความเร็วในการบินเพิ่มสูงขึ้นแอนเดอร์สันไม่จำเป็นต้องล่าอะไรเพิ่มอีกแล้ว ด้วยจำนวนตั๋ว 52,510 ใบ เขาสามารถซื้อเครื่องช่วยชีวิตได้มากมายจากวงล้อสุ่มของระบบ การกลายเป็นนักเวทย์ 600 ปีแม้จะทำให้เขาได้ตั๋วจากการล่าน้อยลง แต่มันกลับสามารถนำไปใช้ซื้อเวทย์ระดับ 9 หรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตระดับ 9 มาใช้งานได้
“เราเจอเป้าหมายแล้ว แอนเดอร์สันปรากฎตัวที่สถานีไพโร”
ระบบสื่อสารของเหล่าคนที่อยู่ภายในสถานีไพโรกระจายไปเรื่อยๆ ทันทีที่แอนเดอร์สันก้าวเท้าเข้ามาในสถานีเขาก็ถูกจับตามองในทันที อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันไม่ได้ตื่นตระหนกเลยสักนิด เขาคิดมาดีแล้วว่าการเปิดตัวหลังจากหายไปนาน คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา มันเป็นการประกาศให้กลุ่มอำนาจได้ทราบกันด้วยว่า ตัวของเขาไม่ได้ตายจากการไล่ล่าของพี่ชายตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
“อยู่ตรงนั้นสินะ”
แอนเดอร์สันมองไปยังสะพานข้ามมิติก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปช้าๆไม่เร่งรีบ ปล่อยให้รอบข้างเต็มไปด้วยสายตาของผู้คนจับจ้องมองมายังเขา การเคลื่อนย้ายที่ใกล้จะเกิดขึ้นนี้ สามารถสำเร็จภารกิจจากทางระบบเพื่อรับตั๋วได้