ตอนที่ 687 ยาทิพย์เพลิงผลาญใจกับการเปลี่ยนแปลงของช่างเยวี่ยตัวน้อย
เย้!
“พี่ชายใจดีที่สุด!”
ในวันนั้นทุกคนล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขเจิ้งฟู่ได้ดึงเอาซากสัตว์อสูรตัวใหญ่ที่เก็บอยู่ในห้วงมิติเร้นลับของเขาออกมาตัวหนึ่งซึ่งมันก็คือสัตว์อสูรไก่ฟ้าจากโลกเบื้องล่างจากนั้นเขาก็มอบหมายงานครัวให้กับไท่เห๋อเป็นผู้จัดการ โดยให้แบ่งเนื้อครึ่งหนึ่งของสัตว์อสูรไก่ฟ้าไปให้กับสิงโตปีกม่วงทั้งสองตัวด้วยส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็นำมาทำอาหารกินกันในคืนนี้......
ซึ่งตลอดการกินอาหารในคืนนี้เจิ้งฟู่ได้และไท่เห๋อได้นั่งฟังช่างเยวี่ยน้อยเล่าเรื่องราวต่างๆมากมายที่เธอได้เรียนรู้และศึกษามาซึ่งบางเรื่องชายหนุ่มไท่เห๋อก็รู้อยู่แล้ว ทว่าเจิ้งฟู่นั้นยังไม่รู้แต่เป็นเพราะว่าช่างเยวี่ยตัวน้อยนั้นเล่าเรื่องได้เก่งมาก ไท่เห๋อจึงนั่งฟังอย่างไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิดซึ่งหลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้ว เด็กหญิงตัวน้อยก็เริ่มเหนื่อยและง่วงนอน เจิ้งฟู่จึงได้พาเธอไปเลือกห้องที่เธอต้องการซึ่งห้องที่เธอเลือกนั้นอยู่ใกล้ๆกับห้องของเขาและเมื่อส่งเธอเข้านอนแล้วเจิ้งฟู่ก็เดินออกมาด้านนอกบ้านพักออกมายังลานหญ้ากว้างๆที่สามารถเงยหน้ามองเห็นหมู่ดาวได้.....
“ฟู่เอ๋อ! ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้ายังมีชีวิตอยู่และข้าก็จะต้องตามหาตัวเจ้าให้เจอให้ได้ รวมถึงความแค้นที่มีต่อจักรพรรดิปีศาจด้วยข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้แข็งแกร่งจนทุกคนบนโลกเบื้องบนนี้ต้องยอมสยบให้กับข้า ต่อให้เป็นพระเจ้าข้าก็ไม่กลัว!”เจิ้งฟู่เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อมองดูหมู่ดาวที่มากมายพร้อมกับกล่าวปณิธานที่เขาตั้งใจเอาไว้ออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจังและมุ่งมั่นตัวเขาในตอนนี้ยังไมแข็งแกร่งพอที่จะไปท้าสู้กับใครได้ขนาดชายวัยกลางคนเมื่อตอนบ่ายเขายังทำอะไรไม่ได้เลย หากอีกฝ่ายไม่ถอยให้ละก็ เจิ้งฟู่คิดว่าตัวเองคงตายแล้ว......
เช้าวันถัดมา.......
จิ๊บ!! จิ๊บ!!จิ๊บ!!
หวืดดดดดดดดดดดด!!
บู้มมมมมมมมมม!!
ฟู่ววววววววว!!
“ในที่สุดข้าก็เลื่อนสู่ขั้นที่เจ็ดระดับรากสวรรค์จนได้เม็ดยาทิพย์น้ำค้างสวรรค์ผันแปรนี้สุดยอดจริงๆเลยเพียงแค่เม็ดเดียวก็ทำให้เราเลื่อนระดับจากขั้นที่หกเป็นขึ้นที่เจ็ดได้แล้ว!”
หลังจากที่เจิ้งฟู่ใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการบ่มเพาะพลังโดยการดูดซับผลของเม็ดยาทิพย์น้ำค้างสวรรค์ผันแปรเม็ดยาระดับห้าที่เขาแลกมาหนึ่งเม็ดมันทำให้เสาแก่นสวรรค์ของเขาเพิ่มขึ้นจากห้าสิบห้าเป็นหกสิบแปดเสา ซึ่งทำให้ระดับพลังของเจิ้งฟู่เลื่อนสู่ขั้นที่เจ็ดในระดับรากสวรรค์.....
“เป็นครั้งแรกที่เราใช้เวลาดูดซับพลังจากเม็ดยาทิพย์เลยปกติแล้วตอนที่เราดูดซับพลังจากผลึกสวรรค์ม่วงก็ไม่นานขนาดนี้ราวกับว่ายาทิพย์น้ำค้างสวรรค์ผันแปรเหล่านี้มันไม่บริสุทธิ์อย่างนั้นแหละมันจึงทำให้กระบวนการดูดซับนานขึ้นถึงขนาดนี้!” เจิ้งฟู่รู้สึกสงสัยมากว่าทำไมเขาถึงใช้เวลานานขนาดนี้ในการดูดซับพลังงานที่อยู่ภายในเม็ดยาทิพย์น้ำค้างสวรรค์ผันแปรนานถึงเพียงนี้ทั้งๆที่เขาสามารถดูดซับเม็ดยาทิพย์อื่นๆหรือผลึกสวรรค์ม่วงในเวลาที่สั้นกว่า.......
จริงๆแล้วยาทิพย์น้ำค้างสวรรค์ผันแปรขวดนี้เป็นเพียงยาระดับห้าขั้นต่ำสุดผลลัพธ์ของมันพอๆกับยาระดับสี่ขั้นสูงเลย เพียงแต่จะมากกว่าเล็กน้อยและสามารถดูดซับได้ง่ายกว่าและนอกจากการเพิ่มพูนของพลังงานแล้วมันยังช่วยในการปรับแต่งกระดูกและร่างกายของผู้ฝึกตนให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นด้วยมันเลยใช้เวลานานในการดูดซับเม็ดยาทิพย์ชนิดนี้......
ณ โถงใหญ่ภายในบ้านพัก.......
เอี๊ยดดดดดดด!!
“พี่ชายเจิ้งฟู่ตื่นแล้วเหรอค่ะ?”ทันทีที่ประตูห้องของเจิ้งฟู่เปิดออก เสียงหวานใสของช่างเยวี่ยน้อยก็ดังถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเล็กน่ารักๆของเธอ......
“ใช่แล้วจ่ะนางฟ้าตัวน้อยดูท่าวันนี้น้องพี่ตื่นเช้าจังเลยนะ?”เจิ้งฟู่พยักหน้าตอบพร้อมกับถามช่างเยวี่ยตัวน้อยกลับไปว่าเธอตื่นไว้มากเพราะนี้พึ่งจะหกโมงเช้าเอง......
“ปกติแล้วข้าก็ตื่นเวลานี้ประจำอยู่แล้วค่ะพี่ชายเพราะข้าจะตื่นมาแต่เช้าเพื่อมารับเอาอากาศที่บริสุทธิ์ของธรรมชาติมีคนเคยบอกว่าหากเราได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ร่างกายของเราก็จะดีขึ้น!”ช่างเยวี่ยตัวน้อยกล่าวอธิบายต่อเจิ้งฟู่ในทันทีว่าเธอมักจะตื่นเวลานี้ในทุกๆวันที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าตัวเธอนั้นอ่อนแอ และเธอก็คิดว่าการได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ในยามเช้านั้นจะช่วยเธอให้สามารถพัฒนาและทำให้ร่ายกายของเธอแข็งแกร่งขึ้น.....
“ช่างเยวี่ย! พี่รู้ว่าเจ้ารู้สึกยังไงในตอนนี้กับความรู้สึกเจ็บปวดและเจ็บใจที่ตนเองนั้นอ่อนแอ พี่ชายเองก็เคยเป็นแบบเจ้ามาก่อนพี่เคยเป็นเด็กที่อ่อนแอที่สุดในตระกูลเพราะมีร่างกายที่อ่อนแอมากจนไม่อาจที่จะฝึกยุทธได้แต่แล้ววันหนึ่งทุกอย่างก็ได้เปลี่ยน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกกับพี่อีกครั้งและทำให้พี่ได้พลังและความแข็งแกร่งกลับคืนมาจากนั้นพี่ก็กลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสถานที่แห่งนั้น ทว่าถึงพี่จะแข็งแกร่งมากเพียงใดพี่ก็ยังไม่อาจที่จะปกป้องคนที่พี่รักได้!”
เหมือนเจิ้งฟู่ต้องการที่จะปลอบให้ช่างเยวี่ยตัวน้อยสบายใจทว่ากลับเป็นเขาเองที่รู้สึกเศร้าใจแทนเมื่อพูดถึงความหลังของตัวเขา........
“พี่ชายเจิ้งฟู่!ท่านดูเศร้าและดูเจ็บปวด ข้าไม่อยากให้ท่านเศร้าและเจ็บปวดแบบนี้เลยช่างเยวี่ยสัญญาว่าจะไม่ทำให้พี่ชายรู้สึกเจ็บปวดอีก ช่างเยวี่ยจะเป็นน้องสาวที่ทำให้พี่ชายเจิ้งฟู่ยิ้มและมีความสุขช่างเยวี่ยจะเชื่อฟังพี่ชายทุกอย่าง!” ช่างเยวี่ยตัวน้อยเห็นว่าเจิ้งฟู่แสดงสีหน้าเศร้าออกมาในขณะที่เขาพูดเธอจึงได้พูดปลอบใจเขาพร้อมกับให้คำสัญญาว่าเธอจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังเขา......
พรึบ!!
“ดีมากนางฟ้าตัวน้อยของพี่!เอาละ ถ้าเช่นนั้นก่อนอื่นเลยน้องก็ต้องกินยาทิพย์เม็ดนี้ก่อน!” ในที่สุดเจิ้งฟู่ก็ตัดสินใจได้ว่าจะมอบเม็ดยาทิพย์เพลิงผลาญใจให้กับเด็กหญิงตัวน้อยนี้ซึ่งเขาคิดว่ามันจะช่วยเธอให้กลับมาสามารถฝึกฝนพลังเหมือนกับคนอื่นๆได้อีกครั้งและมันยังทำให้ระดับพลังของเธอพุ่งสูงขึ้นจากระดับก่อเกิดเป็นระดับเซียนวิญญาณเลยก็เป็นได้......
“ค่ะพี่ชาย! น้องจะเชื่อฟังพี่ชายน้องจะกินมัน!” เด็กหญิงตัวน้อยไม่ถามอะไรเจิ้งฟู่เลยสักนิดว่าเม็ดยาที่อยู่ในมือของเจิ้งฟู่นั้นคือยาอะไรเธอเชื่อใจเจิ้งฟู่มากและยอมรับคำสั่งของเจิ้งฟู่ เธอหยิบเม็ดยาทิพย์เพลิงผลาญใจขึ้นมาและโยนมันลงคอในทันที......
อึก!!
ฟู่ววววววววววว!!
บู้มมมมมมมมมมมมมมม!!
ทันทีที่เม็ดยาไหลลงคอช่างเยวี่ยตัวน้อยไป กลุ่มควันจำนวนมากก็ถูกขับออกมาจากร่างกายของเธอราวกับว่าน้ำแข็งที่เย็นจัดกำลังถูกลาวาที่มีความร้อนสูงละลายอยู่อย่างนั้นแหละซึ่งในจังหวะเดียวกันนั้นเจิ้งฟู่ก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเส้นชีพจรของเธอด้วย.......
อ้า!!
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของช่างเยวี่ยดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนที่มันจะเงียบลงเพราะเธอพยายามอดทนและอดกลั่นต่อความเจ็บปวดนี้มันเลยทำให้เธอร้องออกมาเพียงแค่ครั้งเดียวก่อนจะเงียบไป......
หวืดดดดดดดดด!!
“กะ.....กะ......เกิดอะไรขึ้นเหรอขอรับนายทะ...........”ในตอนนั้นไท่เห๋อที่อยู่ในห้องของเขาก็พลันเปิดประตูห้องออกมาก่อนจะส่งเสียงถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก่อนที่เขาจะได้ถามจบเขาก็เห็นว่าตอนนี้ช่างเยวี่ยตัวน้อยกำลังอยู่ในขั้นตอนอะไรสักอย่างโดยมีเจิ้งฟู่เป็นผู้ควบคุมดังนั้นชายหนุ่มไท่เห๋อจึงได้เงียบเสียงของเขาและเฝ้าดูอยู่ห่างๆแทน........
หวืดดดดดดดดด!!
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!เปรี๊ยะ!!
เสียงกล้ามเนื้อ หลอกเลือดกระดูกและเส้นประสาททั่วทั้งร่างกายของช่างเยวี่ยดังขึ้นให้ได้ยินอย่างต่อเนื่องทุกอย่างเกิดการขยายตัวและถูกชำระล้างใหม่ ในตอนนี้หลอกเลือดที่เล็กและไหลไม่สะดวกในก่อนหน้านี้ตอนนี้มันกลับมาเป็นปกติแล้วและแถมยังใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยส่วนกล้ามเนื้อน้อยๆของเธอก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งรวมถึงกระดูกที่เล็กและเปราะบางของเธอก็ถูกเสริมใหม่จนมันกลายเป็นกระดูกสีแดงเพลิงราวกับแท่งเหล็กที่พึ่งออกมาจากเตาเผาเลยและสุดท้ายก็คือเส้นประสาทและจุดชีพจรของเธอที่ขยายใหญ่จนตอนนี้เธอสามารถโคจรพลังงานให้หมุนวนไปทั่วร่างกายได้แล้วซึ่งในจังหวะนั้นเอง.......
บู้มมมมมมมม!! บู้ม!บู้ม! บู้ม!!
เพียงแค่เสี่ยวิที่เธอสามารถโคจรพลังได้เหมือนกับผู้ฝึกตนคนอื่นๆระดับพลังของเธอก็ทะลวงเลื่อนขึ้นอย่างต่อเนื่องจากระดับก่อเกิดขึ้นที่สองเลื่อนเป็นขั้นที่สาม สี่ ห้าจนมันไปหยุดอยู่ที่ขั้นที่เก้าแล้วในตอนนี้ และดูเหมือนว่ามันกำลังจะทะลวงผ่านกำแพงกั้นสู่ระดับขั้นต่อไปอีกด้วย.......
บู้มมมมมมมมม!!
ซึ่งในที่สุดเธอก็สามารถทะลวงผ่านกำแพงกั้นนั้นมาได้ทำให้ตอนนี้ช่างเยวี่ยตัวน้อยกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้ขึ้นที่หนึ่งแล้วซึ่งถือว่าเธอกลายเป็นผู้ฝึกตนอย่างแท้จริงแล้ว และหลังจากที่ขั้นตอนที่อย่างผ่านไปได้ด้วยดีสีหน้าที่ดูเจ็บปวดทรมานที่ช่างเยวี่ยแสดงออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้หายไป เหลือเพียงใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อแต่มีความสุข.......
“มันเป็นอย่างที่เราคิดจริงๆด้วยเพราะเธอมีร่างกายที่อ่อนแอเพราะเกิดจากความเย็นของธาตุเหมันต์มากเกินไปมันเลยทำให้เส้นชีพจรของเธอเกิดอุดตันจนทำให้ร่างกายอ่อนแอ ทั้งๆที่ตัวเธอน่าจะมีพลังธาตุไฟมากกว่าแต่ก็เอาเถอะ! อย่างน้อยทุกอย่างก็ผ่านมาได้ด้วยดีแล้วตอนนี้ก็แค่ปล่อยให้เธอดูดซับพลังจากเม็ดยาทิพย์เพลิงผลาญใจเท่านั้นแล้วค่อยมาดูกันว่าเด็กน้อยคนนี้จะก้าวข้ามระดับไปได้กี่ขั้น!” มันเป็นอย่างที่เจิ้งฟู่คิดเอาไว้ไม่มีผิดเขาคิดเอาไว้แล้วว่ายาทิพย์เพลิงผลาญใจที่เขามีจะสามารถช่วยเธอได้และมันก็ได้ผลดีอย่างมากด้วยตอนนี้ก็เหลือแค่รอเวลาที่เด็กหญิงจะดูดซับพลังจากเม็ดยาทิพย์ก็เท่านั้น.......
“นายท่าน! น้องสาวช่างเยวี่ยเป็นอะไรอย่างนั้นเหรอขอรับ?”เมื่อไท่เห๋อเห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่เขาสามารถจะถามได้แล้วเขาจึงเปิดปากถามขึ้นอย่างสงสัย......
“ข้ากำลังช่วยเธอรักษาอาการร่างกายที่อ่อนรวมถึงเส้นชีพจรที่อุตันของเธอให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิมอยู่และข้าได้ให้เธอกินเม็ดยาทิพย์เพลิงผลาญใจ ซึ่งเป็นเม็ดยาทิพย์ระดับหกที่มีราคาสูงหลายแสนผลึกสวรรค์ม่วงระดับต่ำ!”เจิ้งฟู่หันกลับไปตอบชายหนุ่มไท่เห๋อในทันทีอย่างไม่ปิดบังใดๆต่อเขาเพราะเรื่องนี้มันไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังใดๆ.......
อ่า!
“เม็ดยาทิพย์เพลิงผลาญใจ เม็ดยาทิพย์ระดับหก!?” ชายหนุ่มไท่เห๋อถึงกับลืมตัวส่งเสียงร้องตะโกนขึ้นอย่างตกใจเมื่อเขารู้ว่าเจิ้งฟู่ได้มอบยาทิพย์ระดับหกให้กับเด็กหญิงตัวน้อย......
“เบาๆหน่อย ช่างเยวี่ยกำลังใช้สมาธิอยู่หากว่าเธอเสียสมาธิเพราะเจ้าละก็!!” เจิ้งฟู่ลันยกนิ้วขึ้นมาวางไว้ที่ปากเพื่อบอกให้ไท่เห๋อเบาเสียงของเขาลงเพราะในตอนนี้ช่างเยวี่ยกำลังใช้สมาธิอย่างมากในการปรับแต่งและปรับสมดุลพลังของเธอรวมถึงกำลังดูดซับพลังจากเม็ดยาทิพย์ด้วย........
อุ๊บ!
“ข้าน้อยขอประทานอภัยขอรับนายท่าน!” ชายหนุ่มไท่เห๋อรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ก่อนจะปล่อยออกเพื่อกล่าวคำขอโทษต่อเจิ้งฟู่.......
“เอาละ! เจ้าไปทำหน้าที่ของเจ้าต่อเถอะข้าจะอยู่ที่นี้เพื่อดูแลนาง อ่า! ข้าเห็นว่าเจ้ากำลังจะทะลวงระดับต่อไปได้แล้วข้าจะมอบเม็ดยาทิพย์เมฆสวรรค์เม็ดนี้ให้กับเจ้า!” เจิ้งฟู่ไม่อยากให้ใครมารบกวนช่างเยวี่ยเขาจึงบอกให้ชายหนุ่มไท่เห๋อออกไปรอข้างนอกก่อน พร้อมกับมอบเม็ดยาทิพย์เมฆสวรรค์ให้กับเขาด้วยเม็ดหนึ่งเพราะเจิ้งฟู่เห็นว่าไท่เห๋อกำลังจะทะลวงระดับสู่ระดับรากสวรรค์ขั้นที่หนึ่งแล้วดังนั้นเม็ดยาเมฆสวรรค์น่าจะมีประโยชน์กับเขาเป็นอย่างมาก......
“ขอบคุณนายท่านที่กรุณา!”ชายหนุ่มไท่เห๋อรับเอาเม็ดยาทิพย์เมฆสวรรค์มาพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ดูมีความสุขเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่เขาอยู่ที่นี้ระดับพลังของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมมากแถมยังได้รับเม็ดยาทิพย์เมฆสวรรค์อีก แล้วจะไม่ให้เขารู้สึกดีใจได้ยังไง......