แยกย้ายกลับห้องพัก
นายน์กับวีเจเดินไปพร้อมกัน หลังจากที่เพื่อนๆ ต่างแยกย้าย จนเหลือเพียงสองคนที่พักหอเดียวกัน ทั้งสองก้าวเดินโดยไม่มีใครพูดอะไร
พวกเขามองหน้ากันเป็ครั้งคราว แต่ก็ไม่มีใครกล้าเริ่ม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาในคืนฮาโลวีนนี้ มันจะตราตรึงไปตลอด
โดยเฉพาะวีเจ ที่เดินออกห่างตึกเล็กน้อย ก็แอบหันกลับไปมองต้นดอกลำดวนที่อยู่ข้างตึก พลันยกยิ้มอย่างขอบคุณที่ทำให้ฝันของเขาเป็จริง
แต่จังหวะที่หันกลับมา เขารู้สึกราวกับมีอะไรบางอย่างจ้องมอง ทำเอาเขารู้สึกเย็นเยือกผิวกาย จนรีบยกแขนขึ้นมากอดอกเอาไว้
“หนาวเหรอ?”
เสียงแหบแห้ง เพราะไม่ได้เปล่งเสียงเป็เวลานานของนายน์ ทำให้วีเจรีบหันมอง ก่อนจะส่ายหน้าตอบเบาๆ ขณะที่นายน์ได้แต่ยกยิ้มบาง รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมพูดกับเขา
ลมพัดเย็นเยือกระหว่างทางเดินจากตึกศิลป์ ตรงไปยังหอพักของมหาวิทยาลัยที่ไกลออกไปหลาย่ตึก นายน์ก้าวเดินช้ากว่าครึ่งก้าว เพื่อให้วีเจรู้สึกปลอดภัย แต่ทั้งสองก็ไม่มีถ้อยคำใดเอ่ยต่อกัน
จนกระทั่งขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักที่ชั้น 4 ซึ่งพวกเขาบังเอิญพักชั้นเดียวกัน แต่อยู่คนละห้อง
“เจ..เอ่อ..ง่วงหรือยัง?”
นายน์สูดลมหายใจแสดงความกล้าหาญ ในโอกาสที่เหลืออยู่น้อย รีบเอ่ยตามหลังวีเจที่กำลังจะเดินไปห้อง ซึ่งอยู่อีกฝั่งของลิฟต์ และนับไปเกือบห้องสุดท้ายของชั้น ส่งผลให้วีเจหยุดเท้าเดิน
“ยัง..ไม่เท่าไหร่..ระ..รอไอ้ตูน”
วีเจตอบตามจริง เพราะเขาพักห้องเดียวกับตูน และเวลานี้ตูนยังเก็บงานอยู่ที่ชมรม คาดเดาว่าน่าจะฉลองต่อยันเช้า ตามนิสัยของเขาอีกเสียด้วย
“เจ..เห็นอะไรที่ต้นไม้ข้างตึกใช่ไหม?”
“ต้นไม้..หมายถึงต้นลำดวนนะเหรอ?”
วีเจเริ่มขนลุกซู่ เขารีบหันกลับมาหานายน์ ที่ยังยืนอยู่หน้าลิฟต์ แต่เพียงเสี้ยวนาที่ไฟทางเดินก็ดัน ดับลง ราวกับมีคนแกล้ง แต่มันคงไม่ใช่เวลาตีหนึ่งอย่างนี้แน่
“เชี่ย!”
วีเจวิ่งเข้าไปโอบกอดตัวนายน์เอาไว้ ด้วยความใ จริงอยู่เขาไม่ได้เป็คนขี้กลัว และขวัญอ่อนขนาดนั้น แต่เวลาที่เขาอยู่ใกล้กับนายน์ มันกลับทำวีเจกลายเป็คนที่อ่อนไหว กับอะไรพวกนี้ได้ง่ายไปเสียหมด
“ไม่ต้องในะ..แค่หลอดไฟเสียนะ เมื่อเช้าก็เป็มาทีหนึ่งแล้ว..”
นายน์โอบกอด พลางลูบคลำตัววีเจอย่างแสดงเจตนาเอาเปรียบ เพราะยังค้างคาในอารมณ์ตอนอยู่ในห้องสมุด อุตส่าห์อธิษฐานขอ พอได้ชื่นใจ แต่ก็มูมมามอยากได้ ให้ไปไกล มากกว่านั้นเสียแล้วในเวลานี้
“อื้ม..ว่าแต่เื่..”
วีเจยังสนใจเื่ที่นายน์พูดก่อนหน้า ขณะที่นายน์กระตุกยิ้มที่มุมปาก ในใจแทบกรีดร้องไชโยกู่ก้อง เพราะทางเขาเสือหิวเข้าเติมๆ
“ไปฟังในห้องเราดีกว่าไหม? คืนนี้เราอยู่คนเดียว...ตูนก็ยังไม่กลับ..ไม่ใช่เหรอ? .”
เหมือนทุกอย่างจัดเตรียมเอาไว้อย่างจงใจ เพราะปกติแล้วนายน์กอล์ฟพักด้วยกัน แต่ว่าวันนี้หลังจากเสร็จกิจกรรม กอล์ฟก็ดันเดินทางกลับไปนอนที่บ้าน เพราะพรุ่งนี้เช้าเขามีธุระกับครอบครัว
ส่วนตูนก็ฝากวีเจให้กลับหอพักพร้อมกับเขา ทำให้นายน์รู้ว่าเวลานี้วีเจก็อยู่ห้องพักเพียงลำพังเช่นกัน
“อื้ม~~~”
วีเจยกใบหน้าขึ้น ส่งเสียงเบา รู้สึกเขินอายจนใบหน้าร้อนผ่าว แต่หัวใจเต้นสั่นแทบวิ่งออกมากรีดร้อง ยืนเท้าสะเอวเบ้ปาก แล้วบอกว่า “ฉ่ำ” แน่นอนว่ามันเป็คำที่ตูนชอบพูด เวลาที่เจอคนที่ถูกใจและเขาเล่นด้วย
.........................................