ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่517 การประลองเป็นตาย

        อี้เฉินยืนนิ่งท่ามกลางลานประลองศึกชี้ชะตา อยู่หลายชั่วอึดใจยามนี้ไม่มีผู้ใด กล้าท้าเขาประลองแม้แต่คนเดียว หลายคนต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอดไม่คิด อี้เฉินจะเอาชนะองค์ชายชิงไป๋ยี่ ได้จริงๆ แม้แต่บางคนที่ดู ชมยังขยี้ตาแรงๆ อยู่หลายคราเพื่อตรวจดูให้แน่ใจ

 

       ...ภาพที่เหล่าผู้อาวุโสชรา ส่งปราณจิตเข้าไปตรวจดู ความเป็นไปของสงคราม เทพพันปี ทำให้อี้เฉินดูน่าหวาดหวั่น ขึ้นไปหลายเท่าในทันใด จนทำให้ด่านในราชวงศ์เกิดความวุ่นวาย ไต่ถามนามของอี้เฉินกันออกมาไม่ขาด อยากจะรู้บุรุษหนุ่มผู้เอาชนะองค์ชายชิงไป๋ยี่ เขาคือคนตระกูลใดกันแน่

 


         แม้แต่เหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่ ที่เปิดเส้นลมปราณเซียนในยามนี้ ไม่ว่าจะเป็น เสียงสังหารเฉินอิน องค์ชายซือจงเทียน ยังมีความคิดที่จะถอนตัวออกจากการประลองอยู่แวบหนึ่ง เมื่อเห็นพลานุภาพการต่อสู้ ที่สูงล้ำของอี้เฉิน ไม่อาจดูถูกดูแคลนเขาได้อีกต่อไป ประหนึ่ง อี้เฉินไม่ได้อยู่ระดับที่พวกเขา จะอาจเอื้อมถึงอีกต่อไป เท้าไปแตะอยู่ในระดับผู้อาวุโสตั้งแต่วัยเยาว์

 


        ถึงแม้อี้เฉินจะบาดเจ็บไม่น้อย อาภรณ์ขาดลุ่ยเต็มไปด้วยโลหิตที่หลั่งไหล ดวงตาเผยความอิดโรยให้เห็น ...แต่หลายชั่วอึดใจ ผ่านไปก็ไม่มีใครท้าเขาประลอง แม้แต่ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง ผู้ที่ถูกคาดการว่าจะเป็นอันดับหนึ่ง ยังยืนนิ่งทำให้หลายๆ คนประหลาดใจกันไม่น้อย

 


        หมู่ชนนับหมื่นของดินแดนเทพ มีหรือที่พวกเขาจะไม่หัวใจสั่นสะท้าน เมื่อเห็นความรุ่งโรจน์ของอี้เฉินในยามนี้ ถึงพวกเขานับหมื่นจะถูกขานเรียกว่าผู้เยี่ยมยุทธ์ อัจฉริยะ ผู้มีพรสวรรค์ ทว่าอยู่ต่อหน้าอี้เฉินยามนี้ พวกเขาจะถูกเรียกขานว่าอะไรได้ เมื่อถูกอี้เฉินบดบังแสงจนมืดมิด ราวกับเห็นราชันหนุ่มย่างกายลงมาเยือนก็มิปาน

 


         ก่อนน้ำเสียงชายหนุ่มจะกล่าวออกมา ท่ามกลางความเงียบสงัด ของหมู่ชนนับไม่ถ้วนที่มามุงดู "อี้เฉินจะกลายเป็นอันดับหนึ่งของเหล่าจอมยุทธ์ รุ่นใหม่จริงหรือ อย่างไรข้าก็เชื่อไม่ลง"

 


        ชายหนุ่มอีกทิศทางหนึ่งก็กล่าวขึ้นมาเช่นกัน "แล้วเหตุใด ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง หรือแม้กระทั่ง มารพุทธ ทงอี้ พวกเขาถึงไม่ลงมือ หรือพวกเขาคิดจะปล่อยให้อี้เฉินชนะการประลองศึกชี้ชะตา ไปเช่นนี้หรือ?"

 


หญิงสาวขานรับในคำพูดนั้นในทันใด "ใช่ๆ ข้าก็คิดเช่นนั้น เหตุใดพวกเขายังไม่ลงมือเล่า"



        ด้านเผ่าพันธุ์มังกรทอง คุณชาย หมิงเจ๋อ เขามีสีหน้าบูดเบี้ยวขึ้นมาในทันใด หากอี้เฉินชนะการประลอง จะไม่กลายเป็นองค์หญิงอิงฮวา ที่ได้ครอบครองดินแดนบรรพกาลงั้นหรือ? ด้วยสัญญาเลือดแห่งศึกชี้ชะตาที่ไม่อาจบิดพลิ้วได้ แม้แต่การแต่งงานของนางก็จะถูกยกเลิกอย่างง่ายดาย ทำให้ชายหนุ่มในยามนี้มีสีหน้าบูดบึ้งไม่น้อย

 


         ผิดกับองค์หญิงอิงฮวา กับองครักษ์ เล่งซุนข้างกายนาง ที่ประกายตาแฝงไว้ด้วยความคาดหวังในตัวอี้เฉินในยามนี้ ไม่คิดคนที่องค์หญิงอิงฮวา พบเจอโดยบังเอิญในยามอดีต อาจจะเปลี่ยนโชคชะตาของ องค์หญิงอิงฮวาไปอย่างสิ้นเชิงจนไม่อาจคาดเดาก็เป็นได้ ในกรอบสายตาของชายหนุ่มนามว่า เล่งซุน จึงเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตนี้



        ซูเซ่อ เขาเองถึงกับกำหมัดไว้จนแน่น เสียงกระดูกแตกหักดังออกมาก้อง จนมีเลือดไหลซึมออกมาด้วยโทสะ เมื่อไม่เห็นผู้ใดขึ้นประลองอยู่หลายชั่วอึดใจส่งให้บาดแผลอี้เฉินค่อยๆ ผสานเข้าหากันช้าๆ 'อย่างไรเขาก็ต้องกำจัดอี้เฉิน ให้ได้ในยามนี้ไม่อาจปล่อยให้ อี้เฉินเติบโตกลายเป็นหงส์โบยบิน ออกไปสู่ท้องฟ้ากว้างอีกต่อไป ไม่เช่นนั้นหายนะได้มาเยือนพวกเขาเหล่า4สำนักใหญ่ อย่างไม่ต้องสงสัย จากการเติบโตรวดเร็วเกินไปของอี้เฉิน'

 


ครั้นซูเซ่อ สืบเท้ามายืนหน้าหม้อเพลิงใบใหญ่ มันก็ทำให้หมู่ชนตกตะลึงกันอยู่ไม่น้อย พวกเขาล้วนรับรู้ว่า อี้เฉินกับ4สำนักใหญ่ไม่ลงรอยกัน เป็นไปได้ว่า ซูเซ่อคิดจะกลบฝังอี้เฉินลง

 


ชายหนุ่มกล่าวชี้มือ ออกไปท่ามกลางความเงียบสงัด "ดูนั้นเร็ว เหมือนว่าจะมีคนขึ้นประลองแล้ว เขาเป็นใครกัน"

 


       ก่อนน้ำเสียงชายหนุ่มอีกทิศทางหนึ่ง จะถอนหายใจออกมายาว "ซูเซ่อแห่งสำนักศาลาซากศพงั้นหรือ ศึกครานี้ เกรงว่าจะเป็นศึกประลองเป็นตายกระมัง พวกเขาต่างก็เป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้"

 


        หญิงสาวพยักหน้าขานรับในทันที นางเองก็เคยได้ยินข่าวรือ การฆ่าสังหารภายในสงครามเทพ พันปีมาบ้าง "เกรงว่าคงจะเป็นศึกที่ดุเดือดไม่น้อย แล้วใครเล่าจะเป็นผู้ชนะในการประลองคราวนี้"

 


       ฉับพลันที่หญิงสาวเอ่ยพูดเสร็จสิ้นเสียงหมู่ชนต่างก็พากันพูดคุย เสียงดังอึกทึกครึกโครม สายตาหลายๆ คู่ ต่างก็จับจ้องไปที่ลานประลอง ในยามนี้อย่างไม่วางตา

 


        อี้เฉินเปิดเปลือกตา แสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายในทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงศัตรูคู่แค้น สืบฝีเท้าลงมายืนประจันหน้ากับเขา อย่างไม่มีหวาดเกรง ก่อนอี้เฉินจะคลี่ยิ้มออกมากว้าง กล่าวพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว "เหมือนว่าความอดทนของเจ้าคงจะหมดลงแล้วสินะ ซูเซ่อ เช่นนั้นเรามาเปิดศึก การประลองเป็นตายกันเถอะ"

 


        ซูเซ่อใบหน้าของเขายังคงดูเรียบนิ่ง ก่อนกล่าวพูดออกมาด้วยความเดือดดาล มาพร้อมน้ำเสียงที่เย็นเหยียบ เสียดแทงผู้คนที่ได้ยินมัน ชุดเกาะสีดำทมิฬราวกับมีร่างวิญญาณ ตามติดตัวมาพร้อมกลุ่มควันขมุกขมัวไม่ห่างกาย ปลดปล่อยปราณพลังความตายออกมาลอยคละคลุ้ง "เจ้าอยู่ต่อหน้ายมทูต เจ้ายังจะใจกล้าห่อฟ้าอีกงั้นหรือ อี้เฉิน"

 


        ด้านอี้เฉินยกยิ้มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนชี้นิ้วออกไปด้านหน้า ขับเคลื่อนพลังของกระดูกศักดิ์สิทธิ์ สำแดงร่างวิญญาณมังกรโลหิต มังกรดำสอดประสานคำรามออกมาเสียงดังกึกก้อง ก่อนจะพุ่งปราดออกไปด้วยความฉวัดเฉวียนในทันใด พร้อมเสียงแค่นคำรามอี้เฉินดังออกมากึกก้อง "จงบุกทะลวง!!"

 


       ฉับพลันมังกรโลหิต พร้อมกับมังกรสีดำทมิฬก็พุ่งปราด สอดประสานการโจมตีเข้าหา ซูเซ่อชนิดไม่เก็บออม ส่งเสียง ปัง! ปัง!ดังกัมปนาท ก้องไปทั่วชั้นฟ้า ในเสี้ยววินาที หมายมั่นจะกลืนกินชายหนุ่มที่เต็มไปด้วย กลุ่มควันที่ขมุกขมัว อายสังหารซัดสาด ราวกับมารผู้ชั่วร้ายย่างกายลงมาเยือน

 


        ทว่ามันก็ต้องทำให้ หลายๆ คนต้องหดดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อเห็นกลุ่มควันความตาย ลอยออกมาคละคลุ้งจากการระเบิดปราณพลังของ ซูเซ่อ ราวกับคลื่นมหาสมุทรความตายเข้ากลืนกินสรรพชีวิต ปราณพลังร่างวิญญาณมังกรที่แฝงไว้ด้วยเต๋าแห่งชีวิตอี้เฉิน ถูกตัดผ่าเต๋าทั้งหมดจนสิ้นในพริบตาส่งให้ ปราณพลังอี้เฉินเสื่อมสลายในทันใด ประหนึ่งว่ามันกลับคืนสู่ธุลีดิน



          หมู่ชนที่เห็นภาพอันน่าพรั่นพรึง ความเป็นจริงที่ทุกคนต้องกลับคืนสู่ธุลีดิน มันก็ทำให้หลายๆ คนหัวใจสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกออกจนกว้าง รูม่านตาขยายออกจนสุด แม้แต่ผิวกายของพวกเขายังรู้สึกหวาดกลัว ถอยห่างจากลานประลองในทันใด "เต๋าแห่งความตาย ช่างน่าหวาดกลัวจริงๆ"



        อี้เฉินเขาถึงกับ หรี่ดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเต๋าแห่งความตายอีกครา ผิวกายรับรู้ได้ถึงความอันตรายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนมันสั่นไหวออกมาน้อยๆ

 


       ก่อนชายหนุ่มจะยืนมือไพล่หลัง กวักมือเรียกอี้เฉินให้เข้ามา "เจ้ากลัวอย่างนั้นหรืออี้เฉิน หากเจ้าไม่เข้ามา ข้าซูเซ่อผู้นี้จะเป็นคนเข้าไปหาเจ้าเอง" สิ้นเสียงของซูเซ่อ เขาก็พุ่งปราดเข้าหาอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง อายความตายที่ลอยขมุกขมัว เต็มไปด้วยฝ่ามือของภูตพราย กรีดร้องโหยหวนร่ำไห้ ออกมาด้วยความทุกข์ทรมาน จากชุดเกาะสีดำสนิท ยิ่งขับให้เต๋าแห่งความตาย ของซูเซ่อยิ่งดูหน้าหวาดหวั่น

 


เสียง"ฆ่า"ถูกแค่นคำรามดังออกมากึกก้อง ก่อนส่งหมัดอัดกระแทกเข้าใส่อี้เฉินอย่างไม่มีหวาดเกรง เปี่ยมด้วยปราณพลังเต๋าแห่งความตาย สลายกลืนกินสรรพชีวิต

 


        อี้เฉินขับเคลื่อนปราณพลัง ห่อหุ้มแขนของเขาในทันที ก่อนส่งหมัดอัดกระแทกออกไปด้านหน้าด้วยปราณพลังที่มหาศาล ส่งหมัดเข้าใส่กันหลายสิบ หลายร้อยกระบวนท่าในพริบตา ส่งให้อากาศแตกระเบิด ก่อเกิดคลื่นลมกรรโชกอย่างรุนแรงออกไปทั่วทิศ

 


แม้ว่าการโจมตีของพวกเขาทั้งสองจะดูเรียบง่าย ทว่าแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่มากมหาศาล หากผู้ใดโดนเข้าไปละก็ได้บาดเจ็บหนักแน่

 


      ก่อนเสียงกระดูกแตกหัก จะดังออกมากึกก้อง แม้แต่หมู่ชนที่ได้ยินมัน ยังหัวใจสั่นสะท้าน เมื่อเห็นร่างที่ขมุกขมัวของซูเซ่อ ถอยร่นออกมาอย่างรวดเร็ว มองเห็นฝ่ามือบิดงอจนผิดรูป ก่อนที่ซูเซ่อจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง จ้องมองไปในทิศทางอี้เฉินอย่างไม่วางตา

 


      หมู่ชนที่เห็นภาพต่างก็กล่าวพูดกันออกมา "หรือว่าซูเซ่อเขากำลังจะพลาดท่ากัน เป็นไปได้อย่างไร พึ่งจะไม่กี่กระบวนท่าเองนะ" ทว่าเมื่อหมู่ชนหันไปในทิศทางอี้เฉินก็ถึงกับต้องหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อเห็นกองเลือดสีดำพร้อมกับกลุ่มควันความตาย กัดกินร่างอี้เฉิน ส่งเลือดเสียสีดำสนิทออกมาเป็นกอง

 


"เป็นไปได้อย่างไร อี้เฉินพลาดท่าอย่างนั้นหรือ?"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน