บรรยากาศในห้องพักยามเช้าเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน หลังจากต่างฝ่ายต่างแบ่งเวลาใช้ห้องน้ำ และตั้งกฎเหล็กขึ้นมาเองอย่างรีบเร่ง ทั้งเชน และ ริน ต่างหลบสายตากันวูบวาบ ภาพเหตุการณ์ 'เมื่อคืน' ยังคงทำให้พวกเขามองหน้ากันไม่ติด
ในอีกด้านหนึ่ง ณ ห้องพักสุดหรูของเหล่าตัวท็อป รุ่นพี่จ้านสวีจี ตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ราวกับเพิ่งผ่านฝันหวานมาเมื่อครู่ ทว่าทันทีที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบของมหาวิทยาลัยราชันดังขึ้น
รอยยิ้มละมุน ก็ปรากฏบนใบหน้าเข้ม เล็กๆ “พวกรุ่นน้องที่น่ารัก เอาแต้มคะแนนมาเสิร์ฟข้า ถึงที่จริงๆ ด้วย”
“ไหนดูซิ มีใครบ้าง ใจกล้าห่อฟ้า ท้าประลองข้า” เมื่อจ้านสวีจี เปิดแถบข้อมูลเห็นรายชื่อศิษย์ใหม่ กว่า 7 คน ท้าเขาประลองแพ้รวด พลางหัวเราะขำพรืดยาว
เหอะๆ
ไม่ว่าจะเป็นมาร์คอันแลน หญิงสาวหย่าเฟย คลาร์กดีแลน กระทั้ง เชน หรือตัวรุ่นพี่กวิน ตัวแทนฮันเตอร์จากประเทศไทย ต่างก็พ่ายแพ้อีกฝ่ายราบคาบ
จ้านสวีจี ส่ายศีรษะไปมาพร้อมรอยยิ้มเบาๆ พลางจิ้มนิ้ว เลื่อนแถบเมนู ฮัมเพลง อย่างสบายอารมณ์ “พวกเขาคิดจริงหรือว่า จะชนะร่างจำลองข้าได้”
ทว่านิ้วของเขาต้องชะงักกึก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นบันทึกการต่อสู้รายหนึ่ง... เชน (เลเวล 40)
ดวงตาของจ้านสวีจี หดรัดจนเล็กลงด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าเชนสามารถลดค่าพลังชีวิต (HP) ของร่างจำลองเขาลงไปได้ต่ำกว่า 40% ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุด ในบรรดารุ่นน้องทั้งหมด
ชนิดจ้านสวีจี ต้องมองตัว ‘เชน’ ใหม่อีกครั้ง เมื่อกล่าวกับตนเอง “เกรงว่า ข้าจะเจอผู้ท้าชิง ที่น่าสนใจเข้าให้แล้ว ซิ”
…หลังจากนั้นไม่นาน ช่วงเช้าอากาศเย็น…ฮันเตอร์ทุกคน ก็เริ่มทยอยมารวมตัวทางขึ้นภูเขาสูง ตามที่หัวหน้าโรงฝึกอธิบาย ‘วันนี้พวกเขาจะเดินทางขึ้นเขา ด้วยพละกำลังกายเท่านั้น’
ซึ่งแค่อยู่ใกล้ตีนเขา เขตรั้ว บ้านทีมลำดับ1 ก็รับรู้ได้ถึงอายปราณพลังรอบตัว ที่หนาแน่นเหมาะแก่การฝึกฝน ขัดเกลาปราณเป็นอย่างยิ่ง
หลายคนเห็นสภาพ เพื่อนร่วมรุ่น บางคนเนื้อตัวเต็มไปด้วยสีสเปรย์ รอยฟกช้ำ ต่างก็พากันแอบ ลอบ อมยิ้ม มุมปากกันน้อยๆ
บางคนถึงกับลอบขำเล็กๆ คล้ายรู้พวกเขาเจออะไรกันมา
ก่อนมีเสียงแก้ต่างดังขึ้น “มาร์ค อันแลนของพวกเราพ่ายแพ้ให้รุ่นพี่จ้านสวีจี ต่างหาก ไม่มีอะไรต้องน่าอายเสียหน่อย”
พร้อมเสียงแก้ต่างอีกด้านก็ดังขึ้นเช่นกัน “อืมๆ ทางนี้ คุณชายข้า ก็ใช่เหมือนกัน”
ส่วนด้านบริเวณเชนอยู่ เสียงถากถางแบบกวน ๆ ก็ดังขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นสีสันจากทิศทางอื่นๆ พร้อมคนใส่ชุดวอร์มเตรียมพร้อมขึ้นพิชิตยอดเขา
“สายสนับสนุน เจ้าไปแพ้ให้กับใคร ลองเล่าให้พวกเราฟังหน่อย เจอฮันเตอร์สุดโหด คนไหน ตบเข้า”
“อืม หรือไม่กล้าบอกชื่อคนแพ้ กันหา”
อาเธอร์ มันที่อยู่ทีมเดียวกับเชน ไม่อยากสุงสิงสนิทกับใคร พลางยิ้ม มองเรื่องสนุกอย่างไม่ปิดบัง
ซึ่งไม่มีใครเชื่อแน่ หากบอกเขา ท้าประลองกับรุ่นพี่อันดับหนึ่ง เชนจึงไม่ได้พูดอะไรแก้ต่างออกมา
รินยังกระซิบถาม “รุ่นน้องแพ้ให้ใครกัน บอกใบ้พี่สาวหน่อย พี่สาวจะได้ระวังตัวคนผู้นั้นไว้”
เชน ยิ้มอย่างขมขื่นคล้ายวิญญาณ กำลังถูกดูดออกจากร่าง เมื่อคุยกับริน สาวแว่น กัดเขาจมเขี้ยว ด้วยแววตาอยากรู้ ไม่ปล่อยจริงๆ
ทว่าทันใดเชนจะเผยสายตา เฉียบคมเอาเรื่อง ขณะคว้าผ่านคอ ริน ด้วยลมเย็นวาบ
หมับ! เข้าไปจับคนกำลังโอบคอพวกเขาจากด้านหลัง ด้วยสกิลพาสซีฟติดตัว สุดหายาก (ล่องหน) ของสายนักฆ่าแท้จริง
ร่างที่ปรากฏ หย่าเฟย จากการถูกจับคอ คลี่ยิ้มกว้าง หยุดการกระทำที่จะกอดคออีกฝ่ายไว้ทันที “เจ้ารู้ได้อย่างไร ข้าหายตัวมาอยู่ตรงนี้”
พร้อมทุกคนทำท่าทางตกใจ ที่เห็นสกิลหายตัวหายาก ของหย่าเฟย ซึ่งแม้แต่นางก็มีสีสเปรย์ ตามตัวชัด บ่งบอกว่า พ่ายแพ้การประลอง ให้กับรุ่นพี่จ้านสวีจี มาด้วยเช่นกัน
เชนหรี่ตาจนแน่ใจ ว่าอีกฝ่ายแค่ต้องการทำให้เขาตกใจเล่น จึงค่อยๆ ปล่อยมือจากลำคอขาวนาง เมื่อกล่าวให้คำตอบ “กลิ่นบนตัวเธอไง มันโดดเด่นอันตราย ชนิดกลบไม่มิดเชียว”
หย่าเฟย หัวเราะน้อยๆ เมื่อเดินวนมาด้านหน้า ลูบคางเชนด้วยท่าทางยั่วยวน “ท้าประลองร่างเสมือนข้า เจ้าคงได้ประโยชน์ไม่น้อยแน่”
พร้อมรินอยู่ข้างหนุ่มผมขาว พลางขมวดคิ้ว รีบปัดมือสตรี ท่าทางพราวเสน่ห์ ออก จากเชน ทันที ชิ!
กลายเป็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ ที่หลายคนคิดว่าเชน พ่ายแพ้ให้กับหย่าเฟย ไปเสียอย่างนั้น “ฮ่าๆ โดนพี่หย่าเฟย ของเรา จัดการเข้าให้นี่เอง”
“อืมๆ”
ส่วนด้านรุ่นพี่ จ้านสวีจี รวมตัวกับหัวหน้าทีมบ้านลำดับต่างๆ แถวหน้าสุด ยิ้มทักทายพูดคุยกับทุกคนอย่างเป็นมิตรเหมือนทุกครั้ง “วันนี้ ทุกคนพร้อมนะ”
จินหมิง ปู้จิ้งอวิน ทั้งสองที่ไม่คิดยอมแพ้ สวามิภักดิ์ประจบอีกฝ่าย พลางส่ายหัวน้อยๆ ‘พวกเขาขึ้นลงเขานี้ มาตั้งกี่รอบแล้ว’
แต่สายตาจ้านสวีจี กลับแอบชำเลืองมอง ‘เชน’ รุ่นน้องในตอนท้าย ก็ไม่ได้เห็นท่าทาง โอหังของหนุ่มผมขาว
ด้านของรินบ่นงึมงำ ที่มองแผ่นหลังหย่าเฟย เดินจากไป “นางเป็นใคร ช่างนิสัยประหลาดยิ่งนัก”
ส่วนเชนแค่ตอบสั้นๆ ขณะเปลี่ยนโหมดเป็นสายตาเฉื่อยชา “รุ่นพี่ริน อยู่ให้ห่างจากอีกฝ่าย ไว้ ก็พอ” ขณะรู้ หย่าเฟย อันตรายแค่ไหน
แต่เหมือนว่า ริน จะไม่ได้ฟัง พลางโบกมือทักทาย อาเวย รุ่นพี่กวิน ทำสายตาวางมาด เคร่งขรึม จริงจังกันเล็กๆ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเตรียมพร้อม
เสียงสัญญาณเริ่ม ก้าวเท้า พิชิตยอดเขา รับน้องก็ดังขึ้น ปึง!
มาพร้อมเสียงท้าแข่ง “ใครจะพนันกับข้า ในหมู่พวกเจ้า ข้าต้องขึ้นพิชิต ยอดเขาแห่งนี้ ได้เป็นลำดับต้นๆ แน่” จากความมั่นใจ เทียนเมิ่ง อดีตนักปีนผาระดับโลก ตะโกนขึ้นอย่างลำพองตน
มีเพียงกลุ่มพวกรุ่นพี่ ที่ได้ยินคลี่ยิ้ม ลอบหัวเราะเล็กๆ ก่อนเร่งรุด ขึ้นหน้าไปอย่างรวดเร็ว…เชนยังรู้เลย คงจะไม่ใช่การพิชิตยอดเขา ธรรมดา แบบปกติทั่วไปแน่