เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่ 10 ตอนที่ 297 ไม่พอ... อ้า

        ในที่สุดเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงหัวค่ำหลินรั่วซีขับรถกลับมาจากที่ทำงานตรงไปยังบ้านของเธอ

        ทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูเข้าบ้านมาเธอก็พบกับเด็กสาวคนหนึ่งสวมรองเท้าแตะแบบนุ่ม กำลังแบกหม้อไฟเดินออกมาจากห้องครัวเด็กสาวคนนั้นคือฮุ่ยหลิน

        ฮุ่ยหลินค่อยๆ วางหม้อลงอย่างระมัดระวังจากนั้นก็หันมาสบตากับหลินรั่วซีในที่สุด

        มันเป็นเพียงการมองตากันเฉยๆ ถึงแม้ว่าหลินรั่วซีจะไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฮุ่ยหลิน แต่ความรู้สึกใกล้ชิดและความรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กสาวคนนี้กลับปะทุขึ้นมาในจิตใจของเธออย่างน่าประหลาด

        “พี่... พี่สาวกลับมาแล้ว” ฮุ่ยหลินเปิดปากพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

        หลินรั่วซีครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม“ถ้างั้น เธอก็คือ... ลูกพี่ลูกน้องของหยางเฉิน?”

        ฮุ่ยหลินใจระส่ำเธอพยายามหาข้อแก้ตัวที่ดีที่สุดเพื่อที่จะพูดออกไป แต่เมื่อเธอจำได้ว่าหยางเฉินบอกว่าเธอเข้ามาในบ้านด้วยฐานะลูกพี่ลูกน้องของเขา ฮุ่ยหลินจึงคลายกังวลลงจากนั้นจึงพยักหน้าตอบหลินรั่วซี

        “ค่ะ”

        หลินรั่วซีรู้สึกประหลาดใจในเมื่อเธอเป็นญาติของหยางเฉิน เด็กคนนี้ก็ควรจะเรียกเธอว่า 'พี่สะใภ้' ไม่ใช่พี่สาว แต่ถึงอย่างไรหลินรั่วซีกลับรู้สึกดีที่ฮุ่ยหลินเรียกเธอว่าพี่สาวเสียมากกว่า

        “บ้านหลังนี้ไม่มีอะไรมากหรอก ทำตัวตามสบายเถอะ”หลินรั่วซีไม่คิดจะเอาความแค้นของเธอที่มีต่อหยางเฉินไปลงกับเด็กสาว ถึงแม้ว่าหยางเฉินจะเป็น 'คนชั่ว' แต่เธอก็ไม่คิดจะไปพาลใส่ญาติของเขาแต่อย่างไรยิ่งกับเด็กสาวคนนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่

        หยางเฉินเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จเขาเดินออกมาที่ห้องรับแขก เมื่อได้เห็นว่าหลินรั่วซีกับฮุ่ยหลินกำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ ท่าทางของพวกเธอดูสนิทสนมกันมากกว่าที่เขาคิดหยางเฉินก็เผยรอยยิ้มออกมา ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้าม

        ถึงแม้ว่าหลินรั่วซีจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายก็เป็นสายเลือดเดียวกับเธอแต่ถึงอย่างไรหญิงสาวก็ยังคงสามารถรู้สึกได้ถึงบางอย่างของทั้งคู่ที่กำลังเชื่อมต่อกัน ผู้หญิงทั้งสองคนนั่งกินข้าวด้วยความเงียบเชียบเพียงแต่หลินรัวซียังคงดูเงียบและเย็นชายิ่งกว่า

        หลินรั่วซีเห็นหยางเฉินเดินลงมาจากชั้นบนเธอก็รู้สึกอึดอัดไม่สบายใจขึ้นมา จากนั้นก็ก้มลงทานอาหารต่ออย่างเงียบเชียบ

        หยางเฉินเดินไปนั่งข้างๆ กับฮุ่ยหลินเขากล่าวขึ้น “กินไปเถอะ ก่อนมาที่นี่เธอก็ผอมอยู่แล้ว ถ้ากลับไปแล้วยังผอมหนักกว่านี้ ยายของเธอได้ฆ่าฉันแน่ๆ”

        “ยายไม่ใช่คนที่ชอบสังหารหมู่นะ” ฮุ่ยหลินรีบปกป้องยายของเธอ

        หยางเฉินกระแอมไอเล็กน้อยเด็กคนนี้สามารถพูดว่า 'สังหารหมู่' ได้อย่างหน้าตาเฉย บางทีเขาก็คิดว่ามันสมควรหรือไม่ที่ให้เด็กวัยเท่านี้มารู้เรื่องการฆ่าฟันกัน?

        หลินรั่วซีมองทั้งคู่พูดคุยกันสายตาของหญิงสาวดูสับสน ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เข้าใจว่าทั้งสองคนพูดถึงเรื่องอะไร

        “แน่นอนว่าคุณยายของเธอไม่สามารถสังหารหมู่ใครได้ไม่รู้เหรอว่ามันผิดกฎหมาย?”หยางเฉินพยายามเปลี่ยนบทสนทนา

        ฮุ่ยหลินตระหนักได้ว่าคำพูดของเธอไม่ถูกต้องนักเธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองหลินรั่วซี เมื่อเห็นว่าเธอดูไม่เข้าใจ ฮุ่ยหลินพลันรู้สึกโล่งใจขึ้นมา

        หลังจากที่กินอาหารไปได้ครึ่งหนึ่งหลินรั่วซีก็เอ่ยถามฮุ่ยหลิน “เธอชื่ออะไร?”

        ฮุ่ยหลินเป็นกังวลเล็กน้อยเธอกล่าวอย่างเหนียมอาย “ฮุ่ยหลิน...”

        หยางเฉินถอนหายใจออกมาอย่างผ่อนคลายโชคดีที่เด็กคนนี้ไม่ตื่นเต้นจนพูดชื่อเธอผิดเป็น 'หลินฮุ่ย'

        “ฮุ่ยหลิน...” หลินรั่วซีขมวดคิ้ว เธอคิดว่าชื่อของเด็กสาวค่อนข้างแปลกแต่เธอก็ไม่คิดอะไรไปมากกว่านั้น “เธอมาที่นี่ได้นานเท่าไรแล้ว ได้ทำงานอะไรหรือเปล่า?”

        หยางเฉินหันไปมองฮุ่ยหลินเขาอยากจะตอบแทนเธอว่า 'มีงานทำแล้ว' แต่ฮุ่ยหลินกลับพยักหน้าให้หลินรั่วซีทันที

        “ใช่ค่ะ พี่สาวช่วยหางานให้หนูทำได้บ้างมั้ยคะ?” ฮุ่ยหลินตาเป็นประกายเธอมองไปที่หลินรั่วซีด้วยความคาดหวัง

        

        หยางเฉินหันหน้าไปหาฮุ่ยหลินอย่างรวดเร็วผู้หญิงคนนี้ต้องการจะอยู่จงไห่ต่อ?เธอไม่คิดจะกลับไปเขาอี้เหม่ยแล้วหรือไง?!

        หลินรั่วซีไม่คิดจริงๆ ว่าฮุ่ยหลินจะยังไม่มีงานทำเนื่องจากอายุที่ดูห่างจากหยางเฉินมาก ยิ่งทำให้เธอรู้สึกสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ บางทีมันอาจมีเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะคาดคิดแต่ทันทีที่หลินรั่วซีมองสีหน้าอันบริสุทธิ์ของฮุ่ยหลิน เธอก็ไม่คิดอะไรมาก 

        บางทีผู้อาวุโสที่บ้านเธอก็แค่ต้องการให้เด็กคนนี้เข้ามาเรียนรู้การทำงานภายในเมืองเพียงเท่านั้นก็ได้

        สำหรับหยางเฉินที่บอกว่าฮุ่ยหลินเป็นญาติห่างๆ ของเขานั้น หลินรั่วซีก็ยังคงรู้สึกแปลกใจตั้งแต่ที่เขารู้จักเธอมาหยางเฉินไม่เคยแนะนำญาติเพื่อน หรือคนรู้จักคนใดให้เธอรู้จักมาก่อนแน่นอนว่าฮุ่ยหลินเป็นคนแรก นั่นยิ่งทำให้หลินรั่วซีรู้สึกเต็มใจที่จะช่วยเด็กสาวหางานจริงๆ

        “ถ้าเธอต้องการทำงาน เธอก็ต้องรู้ก่อนว่าตัวเองถนัดด้านไหนจบมาจากมหาวิทยาลัยอะไร” หลินรั่วซีเอ่ย

        หยางเฉินหัวเราะในใจเด็กคนนี้เก็บตัวอยู่ที่เขาอี้เหม่ยกับยายมาตั้งนานนม ต่อให้ได้รับการศึกษามาบ้าง ก็ย่อมจะมาจากครูสอนพิเศษที่จ้างมาสอนโดยเฉพาะ และแน่นอนว่าสิ่งที่เธอศึกษานั้นก็คงจะเป็นพวกวัฒนธรรมจีนโบราณมากกว่าพวกหลักวิชาในยุคปัจจุบัน

        โดยที่หยางเฉินไม่คาดคิดฮุ่ยหลินกลับพยักหน้าหงึกๆ รับคำของหลินรั่วซี ดวงตาของเธอสว่างไสวจนน่าแปลกใจ

        “ฉันมีใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยอยู่ค่ะ เดี๋ยวหนูไปหยิบมาให้พี่ดูเอง”

        โดยที่ไม่รอให้หยางเฉินได้พูดฮุ่ยหลินรีบวางอาหารลงจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองทันที หยางเฉินรู้สึกสับสนไปอย่างสิ้นเชิงเป็นไปได้อย่างไรที่แม่ชีจะมีใบปริญญาจากมหาวิทยาลัย?!

        หลินรั่วซีเห็นหยางเฉินดูแปลกไปเธอขมวดคิ้วถามขึ้น

        “นายไม่รู้ว่าน้องสาวของนายจบมาจากมหาวิทยาลัยอะไรเลยหรือไง นี่นายเป็นพี่ชายของเธอจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย?”

        “…ผมไม่รู้จริงๆ” หยางเฉินพูดด้วยสีหน้าระมัดระวัง

        หลินรั่วซีแค่นเสียงเย็นชาออกมาต่อว่าหยางเฉิน“โชคดีแค่ไหนแล้วที่เธอมาเจอฉัน ถ้าเด็กคนนี้ยังไปกับนายล่ะก็ อนาคตของเธอคงดับวูบแน่ๆ”

        หยางเฉินเม้มริมฝีปากของตนเล็กน้อยอีกแค่หกเดือนพวกเขาทั้งคู่ก็จะหย่าร้างกัน แล้วเธอจะมาสนใจเขาทำไมอีก? ก่อนหน้านี้เขายังนอกใจเธอต่อหน้าต่อตา แต่มันกลับดูไม่เกิดผลอะไรมากมายพวกเขาทั้งสองต่างไม่ได้สาบานกันว่าจะรักมั่นนิรันดร การแต่งงานของทั้งคู่ก็เป็นแค่ธุรกิจ ไม่ว่าใครก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของอีกฝ่ายนี่ยังไม่รวมถึงการทรยศหรือนอกใจภรรยาที่เขาเพิ่งทำไป... หยางเฉินคิดเงียบๆ ในใจ

        ตอนนี้เขาไม่ต้องการไปกระตุ้นอารมณ์โกรธของหลินรั่วซีมากนัก

        หลังจากนั้นไม่นานฮุ่ยหลินก็หอบเอาย่ามสีขาวลงมาที่ชั้นล่างจากนั้นก็นำมันมาวางต่อหน้าของหลินรั่วซี ภายในประกอบไปด้วยใบประกาศนียบัตรจำนวนมาก ทั้งสีขาวสีแดง ขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกัน เธอหันมาพูดกับหลินรั่วซีด้วยใบหน้าเขินอายเล็กน้อย

        “ของพวกนี้เป็นใบปริญญาและใบประกาศนียบัตรที่ฉันเคยได้มาพี่หลินดูพวกมันได้เลยนะคะ”

        หลินรั่วซีไม่คิดมาก่อนว่าเด็กคนนี้จะเอาเอกสารต่างๆ มาให้เธอดูด้วยตนเองเธอจึงจ้องมองฮุ่ยหลินอีกครั้งด้วยความแปลกใจ เนื่องจากถูกจับตามองฮุ่ยหลินจึงรู้สึกแปลกๆ เด็กสาวก้มหน้าหลบสายตาหลินรั่วซีโดยไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว

        ป้าหวังเห็นดังนั้นเธอจึงเอ่ยปลอบฮุ่ยหลิน“คุณหนูแค่สนใจหนูเท่านั้นล่ะค่ะ ไม่ต้องกังวลไปหรอก”

        หลินรั่วซีใช้เวลากวาดสายตาอ่านใบปริญญาด้านหน้าเธอไม่นานจากนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อย

        “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมองเธออย่างนั้น ฉันแค่รู้สึกประหลาดใจมากที่เด็กอย่างเธอได้จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาถึงสองใบ”

        หยางเฉินที่กำลังดื่มน้ำซุปร้อนแทบจะพ่นมันออกมาด้วยความตกตะลึงเขารีบกวาดสายตาอ่านใบปริญญาในมือของหลินรั่วซี... ปริญญาโทจริงๆ!

        ดูเหมือนว่าอาจารย์หยุนเหมี่ยวจะใช้เส้นสายที่มีอยู่จัดการสร้างใบปริญญาพวกนี้ให้กับหลานสาวเธอ แม้ว่าหลินรั่วซีจะรู้สึกแปลกๆแต่ใบปริญญาและใบเกียรติบัตรในมือเธอก็เป็นของแท้แน่นอน เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพูดกับฮุ่ยหลินอีกครั้ง

        “เธอได้รับรางวัลพิเศษการแข่งขันผีผานานาชาติ รวมทั้งได้รับรางวัลพิเศษจากการแข่งขันเครื่องดีดระดับประเทศ?”

        ในกองใบประกาศณียบัตรมีหลายใบที่เกี่ยวข้องกับการดนตรีและการประกวด หนึ่งในนั้นเป็นใบรับรองรางวัลพิเศษการแข่งขันผีผา!

        ฮุ่ยหลินที่เงียบอยู่ค่อยๆ ยิ้มขึ้นมาเธอกล่าวด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา “ใช่ค่ะ ตอนนั้นหนูอายุ 17 ปี ยายของหนูก็พาไปแข่งและได้รับรางวัลมา”

        นอกจากจะสอนให้หลานสาวขึ้นรถไฟเป็นแล้วดูเหมือนว่าหยุนเหมี่ยวเองก็ยังให้ฮุ่ยหลินได้ศึกษาศิลปะการดนตรีของจีน และศิลปะการต่อสู้แบบโบราณ เห็นได้ชัดว่าเธอชำนาญมันเป็นอย่างมากทำให้เธอได้รับชัยชนะในการแข่งขันหลายรายการ นอกจากเวลาพิเศษอื่นๆ แล้วตลอดชีวิตของฮุ่ยหลินนั้นย่อมต้องอาศัยอยู่บนภูเขาอี้เหม่ยมาโดยตลอด

        การแสดงออกของหลินรั่วซีเปลี่ยนไปมากขึ้นเธอเริ่มมองฮุ่ยหลินอย่างชื่นชมหลายต่อหลายครั้ง

        “รางวัลชนะเลิศการรำดาบใหญ่โบราณ รางวัลชนะเลิศการแข่งขันหมากล้อมระดับประเทศ”และ “รางวัลชนะเลิศการแข่งขันคัดลายมือของสมาคมอักษรจีนกิตติมศักดิ์ รางวัลชนะเลิศนักวาดภาพด้วยพู่กันจีนโบราณรวมทั้งรางวัลชนะเลิศนักเต้นลีลาศโบราณ รางวัลเหรียญทอง...”

        จนในที่สุดหลินรั่วซีก็ต้องกลับไปมองใบปริญญาโทจากชิงหัวในมืออีกครั้งเธอจบการศึกษาด้านการโฆษณาและเศรษฐกิจมา

        นอกจากการศึกษาดีแล้วเด็กคนนี้ยังมีความสามารถด้านการบันเทิงและการดนตรีอย่างไร้ที่ติแตกต่างจากหลินรั่วซีที่เอาแต่เรียนอย่างเดียวมาโดยตลอด ความเก่งกาจของฮุ่ยหลินทำให้หลินรั่วซีรู้สึกอายที่ใช้ร่างกายอันงดงามของเธอได้ไร้ประโยชน์มาโดยตลอด!

        ฮุ่ยหลินมองหลินรั่วซีที่เงียบไปเด็กสาวหดศีรษะลงด้วยความวิตกกังวล ก่อนจะเอ่ยถามเธออีกครั้ง

        “พี่สาวหลิน... ถ้ามันยังไม่พอ... หนู... หนูยังมีอยู่ข้างบนอีกสองสามกองจะให้หนูเอาลงมาให้พี่ดูดีไหมคะ?”

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน

ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

นิยาย รัก
989K 1570
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

นิยาย รัก
615K 1801
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

นิยาย รัก
149K 452
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912