ไท่จื่อเองกลับคิดว่ารุกเร้าวรากรมากไป ส่วนหลิ่งจือไม่ต้องพูดถึงคิดว่าวรากรไม่อยากเจอเขา
อิงหลิวย่อตัวลงเดินหลบหายไปอีกคน สามหนุ่มมองหน้ากันเลิ่กลัก หลวนคุนคิดว่าอย่างไรเสียคืนนี้ต้อง เคลียร์กับวรากรให้จบ แต่ก็กลัวใจวรากรว่าจะปฏิเสธเขาอีกแต่เมื่อเช้ามืดนางไม่ได้ปฏิเสธเขาอย่างที่ควรจะเป็ รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปาก
“ยิ้มอะไร ...หลวนคุน... ท่านคงสมน้ำหน้าข้า ที่ชินอี้หลบหน้าข้าหรืออย่างไร” มโนเก่ง หลวนคุนอดขำไม่ได้หลิ่งจือ หันไปหัวเราะอีกทาง
“ไม่เป็ไรข้าใจกว้างเสมอ วันนี้ ขน ของกำนัลมาให้นางเสียมาก ดุสิว่าข้ากับพวกท่านใครจะมีภาษีดีกว่ากัน ยิ้มเจื่อนๆ ทั้งสามคนรู้แก่ใจดีว่าวรากรไม่ได้ให้ความหวังใครหลวนคุนแม้ได้จูบนางกอดนางแต่สถานะก้ง่อนแง่นน่าใจหายในเมื่อมีคู่แข่งเช่น ไท่จื่อ รู้สึกใจแป้วเหมือนกัน
วรากรหลบมาใน ห้องครัวกำลังหาอะไรที่พอให้หายคิดถึงบ้านได้บ้างมากินมีเพียงขนมไหว้พระจันทร์อยู่สองสามชิ้นทว่า ไม่มีไส้ทุเรียนไส้ทุเรียนอร่อยสุดละกินไปน้ำตาก็ไหลคิดถึงพ่อกับแม่กับน้องป่านี้จะเป็อย่างไรบ้างT_T หาทางกลับบ้านดีกว่าเคยดูซีรีย์เขากลับกันอยางไงวะ กลับไปที่ๆ ผ่านเข้ามา จริงด้วย$_$บรรเจิดละตอนนี้อยากลับบ้านที่สุดไปปรึกษาแม่เื่ปัญหาหัวใจเฮ้อ..ตกม้าตายวรากร ตัวแม่เื่ให้คำปรึกษาและเื่ไม่เคยรักใคร
ห่อขนมใส่ชายผ้า นึกวาดภาพ ทางที่จากมาว่าเขาไปตรงไหนกันถึงจะไปถึงที่ที่วรากรไปโผล่ตรงนั้นได้เดินหลบลัดเลาะออกจากบ้านไป ไท่จือ แอบเดินตามเงียบๆ ไม่ได้ให้ผู้ใดติดตาม นำผ้าสีดำมาคาดที่ปากครึ่งจมูกอำพรางใบหน้า
ดักทางวรากรอยู่ตรงมุมถนน โผล่ออกมาชนเข้ากับร่างใหญ่สูงชลูดวรากรใ
“ว้าย” คว้าเอวบางจ้องตา หวานหยด
“ปล่อยข้านะ” จำไม่ได้@_@
“ปล่อยเ้าแล้วข้าได้อะไร” ดัดเสียง
“เ้าอยากได้อะไร” รวบร่างบางให้ชิดอก
“ข้า” จ้องตา
“ข้าอยากได้ ….ไม่สิข้าเป้นเพียงขอทานยากจนจะอยากได้อะไรนอกจากเงินทองของเ้า ใช้นิ้วเขี่ย อกเสื้อให้เปิดอ้าออกวรากรรีบรวบอกเสื้อให้ปิดตามเดิม
“ข้าไม่มีสร้อยแหวนเงินทอง”
“เช่นนั้น….ขออย่างอื่นแทน” สายตากรุ้มกริ่มทำเอาใจสั่น มองหน้าตาเขม็ง
“เ้าบังอาจเกินไปแล้ว ประเมินข้าสูงเอ๊ยข้าต่ำไป ข้ารู้จักกับหัวหน้ามือปราบของวังหลวง”
“5555ใครเชื่อ อย่างเ้าหน้าตาสะสวยแบบนี้คงเป็นางคณิกาในห้องนางโลมที่ไหนสักแห่ง” @_@ ใช้มือเชยคางมนให้สบตา วรากรสะบัดหน้าหนีดิ้นรนแต่คนตัวใหญ่ แข็งแรงกว่าเยอะ ผู้หญิงตัวเล็กสูงแค่ร้อยหกสิบ จะสู้คนตัวโตได้อย่างไร เอวถูกตึง ก้มลงช้าๆ เหมือนจะประทับริมฝีปาก
“อย่านะข้าร้องให้คนช่วย” ! _! อมยิ้มแต่วรากรไม่เห็นเพราะมีผ้าปิดปากจมูกไว้
“ยิ่งร้องข้ายิ่งชอบนิยมขืนใจหญิงงาม” ! _!
จะใจดีสู้เสือ
“ข้าๆๆ” บีบน้ำตาร้องไห้เสียเลย
“ข้า..ข้ากำลังอยากกลับบ้าน กำลังหลงทางท่านก็มาจับข้าไว้” ไท่จื่อใจเสียเมื่อเห็นน้ำตาผู้หญิง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา อยากจะจูบซับน้ำตาให้ด้วยซ้ำไปแต่กลัวว่าความจะแตก
“ปล่อยข้าไปเถอะนะนะนะ” กำลังอยากร้องไห้พอดี ไท่จื่อดึงร่างมากอดแแ่
“อย่าร้องเลยคนดี ข้าไม่แกล้งแล้ว” ปล่อยร่างบางออกลืมดัดเสียงวรากร ฉุกคิดขึ้นมาได้เหล่ตา
“ไท่จื่อ” สะดุ้งเบาๆ
“ข้าเอง” ดึงผ้าปิดปากจมูกออก ๑_๑ ผละออกจากอกของไท่จื่อ
“555พอเห็นหน้ารีบถอยเลยหรือไร”
“ไม่ เพียงแค่มีเื่สำคัญต้องทำ ไม่มีเวลามาเล่นสนุกกับองค์ชายหรอก” (เื่นี้ นักเขียนเปลืองตัวจังวะ) ผลักอกกว้างออกห่าง ร่างใหญ่เดินหันหน้าหันหลังตามไปติดๆ
“องค์ไท่จื่อท่านควรกลับได้แล้วจะตามมาทำไม” นึกไปนึกมาเขาผู้นี้เป็ถึงองค์ไท่จื่อ เฮ้อ+วรากรทำไมใจดำกับเขานัก
“ข้าอยากเดิน ไปส่งเ้า”
“ตามใจ” อี่ตาไท่จื่อยิ้มหวาน
วรากรเดินวนไปมาหาทางที่จะกลับไปยังที่เจอหลวนคุนครั้งแรก
ไท่จื่อเดินตามไม่บ่นสักคำ สิ่งที่ทำตอนนี้คือหาซื้อของกิน กินไปตลอดทางเออดีแฮะ ช่างไม่ถือเนื้อถือตัวทำเหมือนตัวเองเป็คุณชายบ้านไหนสักบ้านที่ออกมาชมตลาด
ไม่นานก็หาเจอที่ตัวเอง ผ่านเข้ามา เป็โรงน้ำชา วรากรตกลงมาจากบันไดที่สูงลิบจะสูงกว่าที่บ้านด้วยซ้ำ ข้างล่างมีการยำโต๊ะมาวางไว้ข้างถนน เพื่อให้ดื่มกิน วรากรเดินขึ้นบนบันได ไท่จื่อดึงแขนไว้
“ที่แบบนี้ เ้าไม่ควรเข้าไปมีแต่ชายร่ำสุรา และคลอเคล้านารี” @_@วรากรไม่สนใจ ดึงมือออก ไท่จือช้อนร่างบางมาอุ้มไว้ วรากรใแม้จะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่หลุด เดินพาหนีออกมาจากตรงนั้น
“ปล่อยนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้ อายคนอื่น” ไท่จื่อยิ้ม
ะโขึ้นสุดเสียง
“ข้ามารับภรรยาสวยที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ นางหนีเที่ยว จำเป็ต้องอุ้มกันกลับ” โคั้งคำนับ หลายคนในที่นั่นอมยิ้มชี้ชวนกันดูวรากรและไท่จื่อด้วยความเอ็นดู
วรากรอดทุบไม่ได้ไท่จื่อก้มลง
"สงสัยข้าต้องเข้าเฝ้าเสด็จพ่อสักวัน บอกเสด็จพ่อว่าหาไท่จื่อเฟยพบแล้ว"ก้มลงกระซิบข้างหู
