บทที่ 26: บุกรุก (Invade)
ที่บ้านคฤหาสน์หรูของตระกูลมัทสึไดระ ชายนักธุรกิจยืนประกาศกร้าวอยู่ที่หน้าประตูรั้ว“วันนี้แหละเราจะไปจัดการกับนางเทวีอสูรฯ อิซานามิให้สิ้นซาก”“ทีแรกก็นึกว่าจะมีแค่ในตำนาน แต่ที่ไหนได้ เจ้านางเทวีอสูรฯ นั่นกลับมีตัวตนอยู่จริง และออกอาละวาดบ้านเมืองจนพังยับเยินเสียหายไปหมด อีกทั้งยังฆ่าผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมากอีกด้วย แบบนี้ยอมไม่ได้”คุณนายหญิงยืนกล่าวด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองที่อยู่ภายในใจ เหล่าผู้คนที่อยู่หน้าประตูรั้วต่างก็ไม่ยอมให้นางเทวีอสูรฯ เหิมเกริมไปมากกว่านี้“นางเทวีอสูรฯ ต้องอยู่ในบ้านหลังนี้แน่ๆ ถ้าเทศมนตรีโทรมาเมื่อไหร่ พวกเราจะพังประตูรั้วบุกเข้าไปในบ้านหลังนี้ทันที เป็นไงเป็นกัน”ยูกินะที่กำลังนั่งกอดปลอบสึบากิอยู่บนเตียงนอนหรูเกรดพรีเมี่ยม ได้ยินเสียงตะโกนที่แทบจะดังมาถึงห้องนอนหรูของพวกเธอจากที่หน้าประตูรั้ว“ไม่ต้องกลัวนะสึบากิจัง ตราบใดที่มีพี่อยู่เคียงข้าง พี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธออย่างเด็ดขาด”ยูกินะพยายามปลอบประโลมสึบากิ สักพัก เซ็นเคียวกับนิชิโกะก็เข้ามาในห้องนอนหรูของพวกเธอทั้งสอง“คุณพ่อ จะเอายังไงกันดีคะ ได้ยินว่าพวกนั้นจะบุกเข้าไปในบ้าน”“ไม่ต้องห่วงไปหรอกลูก พ่อสั่งให้ลูกน้องคนอื่นๆ คอยเดินเฝ้าตระเวนทั้งหน้าบ้าน และก็ภายในบ้านไว้แล้ว พร้อมทั้งกำชับไว้ด้วยว่าให้ใช้วิธีการรุนแรงได้เลย ถ้าหากพวกนั้นคิดจะทำอันตรายกับเรา เพราะถือว่าเราป้องกันตัว”เซ็นเคียวมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าสามารถป้องกันการบุกรุกในครั้งนี้ได้ทางด้านกลุ่มผู้คนที่อยู่หน้าประตูรั้ว สักพัก เทศมนตรีเมืองเกียวโต และผู้คนส่วนหนึ่งที่ติดตามมาด้วย ได้พานักพรตโซเคนมาถึงที่หน้าประตูรั้วของบ้านคฤหาสน์ ผู้คนในกลุ่มต่างก็รู้สึกปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่งที่นักพรตผู้เป็นเสมือนวีรบุรุษได้มาอยู่ตรง หน้าพวกเขา ราวกับว่ามีแสงประกายแห่งความหวังส่องสว่างอยู่ตรงหน้า“ท่านนักพรตมาช่วยพวกเราแล้ว จะเป็นนางเทวีอสูรฯ หรืออะไรก็ช่าง วันนี้แหละ เราจะบุกเข้าไปในบ้านหลังนี้ เพื่อจะจัดการกับนางเทวีอสูรฯ ให้สิ้นซาก”ผู้คนในกลุ่มต่างก็โห่ร้องออกมาเสียงดังสนั่นจนแทบจะคล้ายกับกองกำลังนักรบที่พากันวิ่งเข้าไปสู้รบในแดนสมรภูมิอันดุเดือด“จะดูถูกกันมากเกินไปแล้ว ให้ไห้แบบนี้สิ”นักพรตโซเคนรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เมื่อรับรู้ได้ว่าในบ้านคฤหาสน์ทั้งด้านนอกและภายในบ้านนั้น มีลูกน้องของเซ็นเคียวที่ล้วนเป็นนายร้อยทหารคอยเดินเฝ้าตระเวนไปทั่วบ้านเต็มไปหมด เขาเอ่ยสั่งให้ผู้คนถอยห่างออกมา ก่อนที่จะชักดาบคาตานะออกมาและตวัดใส่ประตูรั้วจนเปิดออกมาเสียงดังสนั่น ร่างของลูกน้องทั้งสองที่เฝ้าอยู่ที่หน้าประตูรั้วจากทางด้านในนั้นกระเด็นลอยออกมาจนทรุดล้มลงบนพื้นนักพรตโซเคนฝ่ากระสุนจากปืนกล M-16 เข้ามาด้วยความเร็วสูง พลางค่อยๆ จัดการกับพวกลูกน้องที่ขวางหน้าอย่างง่ายดายด้วยพลังเวทย์ของเขา จนเขาสามารถฝ่าพวกลูกน้องเข้ามาในตัวบ้านคฤหาสน์ได้ เหล่าบรรดาลูกน้องที่คอยเฝ้าตระเวนอยู่ภายในบ้านนั้น ต่างก็พากันกระหน่ำยิงปืนกล M-16 ใส่ร่างนักพรตโซเคนอย่างไม่ยั้ง แต่ก็ไม่มีกระสุนนัดไหนที่สามารถยิงผ่านทะลุบาเรียป้องกันที่เกิดจากพลังเวทย์เข้าไปได้เลยแม้แต่นัดเดียว นักพรตโซเคนจัดการกับพวกลูกน้องทั้งหมดด้วยพลังเวทย์ของเขา จากนั้น เทศมนตรีเมืองเกียวโต และเหล่าบรรดาผู้คนต่างก็ทยอยพากันเดินกรูเข้ามาถึงในบ้าน“ทุกคน นางเทวีอสูรฯ อยู่ในบ้านหลังนี้” เหล่าผู้คนที่พากันบุกเข้ามาในบ้านต่างก็ตื่นตระหนก และเชื่อสนิทใจว่านางเทวีอสูรฯ นั้น อยู่ในบ้านหลังนี้จริงๆสักพัก เซ็นเคียวก็เดินลงบันไดมาหานักพรตที่กลางลานโถงภายในบ้านคฤหาสน์ พร้อมกับนิชิโกะ และยูกินะ ลูกสาวคนโต โดยที่เซ็นเคียวนั้นมีสีหน้าที่ขุ่นเคืองอยู่นิดๆ“ยอดเยี่ยมมาก คุณนักพรต ที่พาคนอื่นๆ บุกรุกเข้ามาในบ้านของผมกันแบบนี้ คุณแน่ใจเหรอ...ว่ามีนางเทวีอสูรฯ อยู่ในบ้านผมจริง...”เซ็นเคียวถอนหายใจสักพักก่อนจะพูดต่อไปว่า “ผมเตือนพวกคุณไว้ก่อนนะ ถ้าไม่มีอย่างที่พวกคุณคิดละก็ มันจะไม่ใช่แค่ข้อหาบุกรุกเคหสถานอย่างเดียวแน่”เซ็นเคียวกล่าวเชิงข่มขู่ นิ้วมือหนาของเขานั้นพลางชี้หน้าใส่ทุกคนเป็นเรียงรายทางด้านสึบากิ หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ในขณะที่กำลังจะหยิบสร้อยอัญมณีกันอสูรที่วางอยู่บนตู้ข้างเตียงนอนขึ้นมาสวมใส่อยู่นั้น นางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่ปรากฏตัวมาได้สักพักก็พุ่งเข้าไปสิงร่างสึบากิจากทางด้านหลังโดยที่เธอไม่รู้ตัว กลายเป็นว่าเธอนั้นแทบจะไม่ได้แตะสร้อยอัญมณีเส้นนั้นเลยแม้แต่นิดเดียวทางด้านยูโตะและทีมงานคนอื่นๆ ก็ได้เดินทางมาถึงจุดที่ชมก้อนหินเซสโชเซกิบนที่ราบสูงนาสุ ซึ่งตอนนี้มันได้แตกกระจายออกมา ในที่แห่งนั้นมีทั้งตำรวจท้องถิ่นที่พากันเข้ามาสืบคดี นักข่าวจากหลายสำนักที่ต่างก็มารายงานข่าว บ้างก็ลงพื้นที่เข้าไปถ่ายรูปเพื่อเขียนข่าว และเหล่าบรรดาผู้คนในท้องถิ่นที่พากันเข้ามามุงดูกันเป็นจำ นวนมากเอย์จิกับคาริน สองรุ่นพี่นักข่าวต่างก็ไม่รอช้า ทั้งสองรีบเตรียมกล้องวิดีโอถ่ายทอดสดและชุดเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับก้อนหินเซสโชเซกิก่อนที่จะเริ่มการประกาศข่าว ส่วนทางด้านยูโตะกับโยชิโกะก็เริ่มลงในพื้นที่ เพื่อที่จะถ่ายรูปเก็บไว้และนำไปเขียนข่าวต่อไป ในระหว่างที่คารินกำลังประกาศข่าวอยู่นั้น ทางด้านเอย์จิก็มีหน้าที่ขอสัมภาษณ์กับผู้คนในท้องถิ่นเกี่ยวกับก้อนหินเซสโชเซกิ หลังจากที่ยูโตะถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือจนเสร็จ จู่ๆ ก็เกิดเห็นภาพนิมิตที่มาของก้อนหินเซสโชเซกิขึ้นบนที่ราบสูงนาสุ ในท่ามกลางไฟสงครามแห่งยุคเซ็นโกคุ มีองเมียวจิฮิเมะแห่งราชสำนักผู้น่าเกรงขามท่านหนึ่งได้ทำการรวบรวมพลังเวทย์อันมหาศาลในการพันธนาการนางเทวีอสูรฯ ที่อยู่ในร่างพญาจิ้งจอก 9 หาง มือเรียวงามอีกข้างนั้นพลางถือดาบพลังแสงคุซานางิไว้องเมียวจิฮิเมะท่านนี้มีผมทรงประบ่าสีดำ ดวงตากลมสีน้ำเงินไพลินคมสวย เธออยู่ในชุดองเมียวจิ สวมหมวกแนงตั้งทรงสูง ใส่สร้อยลูกประคำกับสร้อยอัญมณียาซาคานิที่ลำคองามระหง และใส่กำไลกระจกยาตะที่ข้อมือซ้าย“Rin Pyo To Sha Kai Jin Retsu Zai Zen...” องเมียวจิฮิเมะท่านนั้นทำการร่ายเวทย์ขั้นสูง ก่อนที่จะเริ่มการพันธนาการร่างเทวีอสูรฯ มีโซ่เรือนแสงสีฟ้าจำนวนหลายเส้นโผล่ขึ้นจากตราหยินหยางที่อยู่ตรงปลายแหลมของแฉกดาวทั้ง 5 และทำการพันธนาการร่างพญาจิ้งจอก 9 หางไว้ที่กลางพื้นดาวห้าแฉกในวงแหวน“Om” หลังจากที่การพันธนาการร่างของนางเทวีอสูรฯ อิซานามิสิ้นสุดลง ร่างพญาจิ้งจอก 9 หางก็ได้กลายสภาพเป็นก้อนหินสีดำ องเมียวจิฮิเมะท่านนั้นสัมผัสได้ถึงจิตสังหารภายในก้อนหินขนาดยักษ์ก้อนนั้น จึงรีบทำการเสกเชือกชิเมนาว่าที่ริ้วกระดาษชิเดะทั้ง 4 ชิ้นประดับไว้ที่กลางเชือกเป็นการผนึกอีกขั้น จนกลายมาเป็นก้อนหินเซสโชเซกิจวบจนมาถึงทุกวันนี้“รุ่นพี่ยูโตะคะ” น้ำเสียงเอ่ยเรียกของโยชิโกะนั้นช่วยดึงสติให้กลับมา“มีอะไรเหรอคะ รุ่นพี่ยูโตะ”น้ำเสียงอันหวานแหววของโยชิโกะนั้น แสดงออกถึงความเป็นห่วงได้เป็นอย่างดี“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”“รีบไปกันเถอะค่ะ รุ่นพี่คารินกับรุ่นพี่เอย์จิ และทีมงานคนอื่นๆ ก็ทำงานกันเสร็จหมดแล้ว”ยูโตะกับโยชิโกะรีบเดินขึ้นรถตู้ไปพร้อมกับรุ่นพี่ทั้งสองและทีมงานคนอื่นๆ และทั้งหมดก็รีบมุ่งหน้าไปยังโรงแรมห้าดาวที่เอย์จิได้จองล่วงหน้าไว้ให้ทันที