“แต่หนูไม่ใช่คอสเพลเยอร์นะคะ” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงสงสัยขณะกำลังเขียนคำอธิษฐานอยู่
“อ๋อโอเคค่ะ” หลังจากถ่ายรูปเสร็จตัวของเขาก็ถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ภายในใจ จนเอาไปเล่าให้กับเพื่อนเขาฟังในวันถัดมาขณะอยู่หน้าอาคารว่าเขานั้นชอบเด็กสาวมาั้แ่ไหน รวมถึงตอนที่เขารวบรวมความกล้าเดินเข้าไปขอถ่ายรูปกับเธอเป็ฉากๆ กับกลุ่มเพื่อนแก๊งผู้ชายด้วยกันแต่แล้ว...
ขณะที่กำลังเล่าเื่อย่างสนุกสนานหน้าอาคารกับกลุ่มเพื่อน เขาก็ไม่ทันสังเกตุเลยว่าเด็กสาวนั้นกำลังยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาอยู่ไม่กันและเธอก็กำลังมองดูเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ ชายหนุ่มที่สังเกตุเห็นเธอก็รีบหันกลับไปหาเพื่อนเอามือทำปากชู่เป็สัญญาณให้เขาหยุด แต่เพื่อนของเขานั้นที่ไม่รู้จักหน้าตาเด็กสาวคนนั้นเป็ยังไงก็ไม่รู้ เขาก็ยังคงสาธยายพูดไม่หยุดจนเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆถึงกับสกิดเบาๆและแอบชี้ให้เขาดู ซึ่งแน่นอนในตอนนั้นกลุ่มผู้ชายต่างมองหน้ากันไม่กระพริบก่อนจะขำยิ้มแห้งกันออกมาอย่างติดตลก
“โครตช็อตฟิว จังหวะซิทคอมจัดๆ”
“กุจะไปรู้ไหมไอเชี่ยว่าคนไหน ”
“เหี้ยเอ้ยหวังว่าน้องเขาคงไม่ได้ยินที่เราพูด”
“ก็เหี้ยล่ะกุเห็นน้องเขามายืนตั้งนานล่ะ”
“อ้าวแล้วมึงไม่บอกพวกกุแต่แรกวะไอ้ห่า”
หนึ่งวันจากนั้นเขาก็ได้ขอไอจีเด็กสาวและรีบทักแชทไปทันที แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังอย่างประหลาดเมื่อเด็กสาวมีรุ่นพี่ในใจที่แอบชอบอยู่แล้ว...
แต่เขาก็ยังไม่คงลดละความพยายามในการที่จะเข้าหาเธอแม้ผลสุดท้ายอาจจบลงด้วยสถานะพี่น้องดังเดิมเหมือนผู้หญิงคนก่อนๆที่ผ่านมาก็ตาม จนแล้วจนรอดเขาก็ดูเหมือนจะได้โอกาสเข้าหาเธออย่างจริงจัง
ไม่นานโอกาสก็เหมือนจะเป็ใจเมื่อเด็กสาวนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความสนใจจากฝ่ายชายที่ตนคุยด้วย และรู้สึกว่าทางนั้นที่เข้ามาจีบเธอจะหันไปจีบคนอื่นแล้ว เธอรู้สึกผิดหวังและเศร้าเสียใจอยู่หน่อยๆถึงแม้พวกเขาจะมีสถานะเป็เพียงคนคุยกันอยู๋ แต่ฝ่ายชายที่เขาหาเธอก่อนและเธอก็มีใจให้คุยกับเขาแค่คนเดียว แต่ทำไมเขานั้นดันไปคุยกับหญิงอื่น
ชายหนุ่มไม่รอพลาดโอกาส ทักปลอบให้กำลังใจและบรรยายพรรณาสารพัดเกี่ยวกับรูปลักษณ์ความสวยงามของเด็กสาว รวมถึงเหตุผลที่ทำให้เขานั้นตกหลุมรักเธอทันใดเมื่อแรกแค่ได้สบตา ด้วยคำพูดอันหวานเฉียบกับคารมณ์การปลอบมากประสบการ์ณ ก็ทำให้เด็กสาวกับมาร่าเริงและยิ้มแย้มอีกครั้ง หลังต้องทนเศร้าสร้อยเปลื้อนน้ำตาเช็ดตุ๊กตาหมีตัวโปรดแทบทั้งคืน
ด้วยระยะเวลาอันสั้นทั้งสองก็ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยประสบการ์ณชีวิตของตัวเองจนเขานั้นถูกยอมรับและเคารพจากเด็กสาวโดยมักจะพูดเื่ที่เธอไม่สบายใจให้เขาฟังหลายๆเื่ ในฐานะที่ปรึกษา
แค่ได้คุยกับเด็กสาวชีวิตก็เหมือนโลกทั้งใบเป็สีชมพู จากคนที่ขี้เกรียจไปโรงเรียนก็กระตือรือร้นที่จะแหกตาตื่นล้างหน้าแปรงฟันเตรียมไปโรงเรียนแต่เช้าตรู๋เพียงเพื่อจะไปเจอหน้าเธอให้ทุกวันก็สุขใจเหลือล้นเป็พลังชีวิตให้เขาแล้ว...ไม่เพียงแค่นั้นเขาก็หยิบกีตาร์จดกระดาษเขียนเพื่อแต่งเพลงบอกรักความในใจั้แ่วันแรกที่พบเธอผ่านบทเพลงที่แต่งและนำไปร้องให้เธอฟัง
ดั่งคำพุทธองค์เคยตรัสไว้เมื่อสมัยพุทธกาล “เมื่อที่ใดมีรัก ที่นั่นยอมมีทุกข์” ตัวเขาก็ได้อกหักเขาอย่างจังจนแทบไม่อยากไปโรงเรียนอีกเลย เพราะเด็กสาวได้ขอโทษและขอกลับไปคุยกับคนเก่าเพราะฝ่ายชายขอโทษและสัญญาจะไม่ทำอีก ซึ่งตัวนั้นก็ให้อภัยและอยากให้โอกาสเขาคนนั้น
ซ้ำร้ายโดนผู้หญิงที่ตนชอบหักอกยังไม่พอ แม่ที่คอยเลี้ยงดูตนมาตลอดก็ล้มป่วยทรุดหนักด้วยโรคเรื้อรังที่เป็มาก่อนนั้นจนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล และค่ารักษานั้นก็ค่อนข้างที่จะสูง เมื่อมองไปหาญาติพี่น้องคนไหนพวกเขาก็ต่างไม่เหลียวแลหันหลังหลบหน้าจะเจอเขา แม้ตัวเขาจะยืนรออยู่หน้าบ้านเหล่าญาติๆเป็ชั่วโมงพวกเขาก็ไม่ออกมาแม้แต่น้อย
“พอดีลุงกับป้า่ยุ่งๆหน่อยขอโทษ ถ้าว่างแล้วจะโทษกับไป…”
ตู๊ดๆ... เสียงวางสายโทรศัพท์
“ขออภัยค่ะ ! หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้… ”
ญาติพี่น้องที่เคยไว้เนื้อเชื้อใจพูดดีว่าจะช่วยเหลือในยามที่เขาลำบาก มาตอนนี้กลับลืมคำพูดที่เคยบอกอย่างหน้าด้านๆ เขาสัญญาว่าถ้าวันใดที่เขายืนดูลำแข็งของตัวเองได้เมื่อไหร่ สักวันที่ญาติๆของเขาทำจะต้องชดใช้
ตอนนี้ชายหนุ่มต้องอยู่ตัวคนเดียวและแวะเวียนไปดูแลแม่อยู่โรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ หากจะกล่าวว่าใครคือครอบครัวที่เขาเรียกได้เต็บปากก็คงหลงเหลืออยู่แค่แม่เขาคนเดียวเท่านั้น
แต่แล้ว...พ่อของเขาก็ได้โทรติดต่อมาหลังจากไม่ค่อยได้ติดต่อกันมากสักเท่าไหร่ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มก็รู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดีกับการที่พ่อเขาโทรมาหาในครั้งนี้
“พ่อขอโทษนะลูกที่ตลอดระยะเวลาไม่ได้ใส่ลูกกับแม่...” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเบาๆ
ชายหนุ่มหลับตาฟังอย่างตั้งใจฟืนทนข่มใจไม่ให้กดตัดสายและพยายามฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่ออย่างใจเย็น
“โทรมามีอะไรหรอครับ?” ชายหนุ่มถามน้ำเสียงเรียบเฉย
“พ่อโดนผู้หญิงคนนั้นหลอก !!! มันโกหกพ่อและแอบไปมีคนใหม่ พ่อไม่น่าเชื่อใจมันเลย คิดว่ามันจะเป็คนดีช่วยกันทำมาหากินสร้างเนื้อสร้างตัว แต่มันกลับมาสร้างหนี้ปลอกลอกจนหมดตัว พ่อขอโทษที่ไม่ได้เอาใจใส่เรากับแม่ให้ดีกว่านี้ใน่ที่ผ่านมา โกรธพ่อไหม รังเกลียดพ่อหรือเปล่าที่โง่ พ่อผิดไปแล้วที่ทำผิดไป ขอโอกาสให้พ่อได้ช่วยเหลือเลี้ยงดูเราทำที่ทำได้รึเปล่าลูก”
“แล้วพ่อรู้ได้ยังไงว่า โดนน้าเขานอกใจไปมีคนอื่น”
“พ่อจับมันได้เพราะเผลอเห็นมันวางมือถือไว้แล้วแชทมันเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ และแถมในเครื่องนั้นยังมีรูปผู้ชายอีกคนนอนกอดกับมันอีก พอถามมันก็บอกว่าเป็นายทุนเขาสนใจอยากจะช่วยเหลือ ตอแหลหน้าด้านๆจับได้แล้วยังไม่ยอมรับ พ่อเลยลงไม้กับมันนิดหน่อยเพราะมันไม่ยอมช่วยจ่ายค่าหนี้เลยสักแดงเดียว เลยเอาเืหัวมันออกสักหน่อย”
เขาฟังแล้วก็ได้แต่เงียบๆพร้อมกับนึกภาพในหัวเกี่ยวกับความทรงจำในอดีตทั้งจากที่แม่เขาเล่าให้ฟังและสิ่งที่ตัวเองประสบพบเจอด้วยตนเองหรือเห็นกับตาสองข้างคู่นี้
แม่เขามักจะเล่าให้ฟังอยู่เสมอ ว่าวินาทีที่แม่เขากำลังคลอดเขาออกมาและมีความเสี่ยงสูงที่ทั้งแม่และลูกจะตายทั้งคู่หากเก็บเด็กไว้ แต่แม่ก็ยังเลือกที่จะเก็บเด็กไว้แม้หมอจะบอกว่าโอกาสรอดนั้นต่ำมากๆ ซึ่งในวันนั้นพ่อก็ไม่ได้มาเฝ้าหรือเป็ห่วงเป็ใยแต่อย่างใด เขาเลือกบินหนีไปต่างประเทศแทน
ครั้นยังเป็เด็กหลังพ่อกลับมาที่บ้าน หลายครั้งเขามักจะถูกพ่อทำร้ายตบตีเอาหลังแหวนฟาดบีบคอจนแทบหายใจไม่ออก พ่อมักจะใช้ความรุนแรงทั้งกับเขาและแม่บ่อยครั้งที่เขารู้สึกไม่พอใจหรือถูกจับได้ว่ามีคนอื่นแต่ไม่ยอมรับ
‘ช่างเป็ผู้ชายที่ไม่มีความเป็พ่อซะจริงๆ’ ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจเมื่อถึงเื่นั้นขึ้นมาในหัว
โปรดติดตามตอนต่อไป
(อ่านได้ก่อนใครที่DEK-D)